" ทำไมไม่จดสิทธิ์ขายเอง ? " กาบรินัสสงสัย
" ผมี้เีครับ ดูยุ่งยากเกินครับ ดูแล้ววุ่นวายกว่าการมาขายอาหารแน่นอนเลย จะลุงจะอาจารย์ก็ได้ ผมขายให้ จะให้ผมเท่าไหร่ก็ได้ครับ " เด็กชายพูดขึ้น
" หัดมีความทะยานอยากบ้างก็ดีนะ ชักจะไม่เหมือนคนแคระแล้วซิ " โซวิโลบ่น
" ก็ผมเป็มนุษย์นี่ลุง ไม่มีพันธุ์อื่นผสมเลยนะ พันธุ์แท้บริสุทธิ์ผุดผ่อง " แนชพูดขึ้นเชิดหน้าอย่างภูมิอกภูมิใจ
" เอ็งจะทำท่าทางภูมิใจทำไมเนี่ย ข้าต้องอิจฉาการเป็เด็กกำพร้าของเอ็งตรงไหนนี่ " โซวิโลพูดขึ้น
" คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ ปริญญาไม่มี แต่มี... " อยู่ ๆ แนชร้องเพลงขึ้นเสียอย่างนั้น
" บ่นอะไรของเอ็งวะ นับวันยิ่งประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ " โซวิโลบ่นขึ้น
" ลุงไม่รู้จักการร้องเพลงหรอครับ มิน่าชีวิตลุงดูเครียด ๆ นะครับ " แนชตอกกลับแบบหยิกแกมหยอก
" ไอร้องก็รู้อยู่ แต่ร้องเพลงคืออะไร ? " โซวิโลถามขึ้น
" อ้าวไหนบอกที่นี่มีการร้องรำไงครับ " แนชหันไปหาอาจารย์
" ก็มีเทศกาลเก็บเกี่ยว ก็จะร้องรำกัน แต่ไอร้องเพลงนี่มันคืออะไร ? " โซวิโลยังคงถามด้วยความสงสัย
" เอ้า แล้วเนื้อร้องที่เขาร้องกัน คนที่นี่เขาเรียกว่าอะไรกันหรอครับ ? " แนชถามกลับ
" มันเป็บทสรรเสริญท่านแม็กน่า เนื้อหาก็ทั่วไปเกี่ยวกับการเพาะปลูกและขอบคุณที่ให้ผลผลิตอยู่รอดจนเก็บเกี่ยว " โซวิโลตอบ
" ทำไมคนที่นี่เขามักน้อยกันจัง อุส่าสรรเสริญพระเ้า แต่แค่ให้ผลผลิตอยู่รอดจนเก็บเกี่ยวนี่นะ เป็ผมนะ มีพระเ้าที่เจอตัวได้จริง ๆ แบบนี้ ผมจะขอให้ท่านดลบันดาลให้ผลผลิตของผมงอกงามอุดมสมบูรณ์ตลอดปี เก็บเกี่ยวกันจนไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว " เด็กชายบ่น
" แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าท่านแม็กน่ามีหรือเจอได้จริง ? " กาบรินัสถาม
" เอ่อ. . ก็ อาจารย์บอกว่านักเวทย์ที่ใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อก่อน เขาฝันถึงท่านแม็กน่าเหมือน ๆ กันนี่ครับ " เด็กชายแถ
" เ้าไม่คิดว่ามันคือการบังเอิญหรือคิดไปเองของคนหมู่มากหรืออย่างไร ? " กาบรินัสถามลูกศิษย์ตัวน้อย
" จะบอกว่าอุปาทานหมู่ซินะ " แนชคิดในใจ " ก็อาจจะเป็ไปได้ครับ แต่ทุกคนนับถือแค่ท่านแม็กน่าคนเดียวทั้งโลกนี้ไม่ใช่หรอครับ ก็น่าจะไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะมั้งครับ " แนชแถแบบต่อเนื่อง
" อืม ๆ เช่นนั้นนี่เอง " กาบรินัสหลับตาลงและพยักหน้า
" หวิดซวยแล้ว ดีนะแถเก่ง " แนชคิดในใจ
" แล้วร้องเพลงมันคืออะไรล่ะ ? " โซวิโลถามขึ้น
" อ่อ ร้องเพลงคือ การทำให้เกิดเสียงที่มีทำนอง เสริมด้วยถ้อยคำที่มีทั้งเสียงสูง ต่ำ และมีจังหวะจะโคน จากปากของเรา มันคล้าย ๆ กับบทกวี ที่ใส่ทำนองเข้าไป สมมุติว่า ผมพูดว่า ' ลุงโซวิโลเป็คนแคระที่สุดยอดมาก ' ผมก็จะร้องเพลงออกมาเป็ ' หลุ่งโส่วิโล เป่นคนแคระะะะะ ทีสูดดย๊อดดดดด หมากกกกกกกก ' นี่คือการร้องครับ ส่วนเพลงก็คือ เสียงที่มีทำนองและจังหวะครับ จะมีคำร้องหรือไม่ก็ได้ เช่นเนื้อร้องเมื่อกี่ ผมก็แค่ฮัมมันโดยไม่มีคำก็จะเป็ ' ดุ่งโด่ดิโด เด่นดนแดะ ดีดูดดด๊อดดด ดากกกก ' " คำสุดท้ายไม่ใช่ก้นนะ " เอาทั้ง 2 อย่างมารวมกันก็คือร้องเพลงไงครับ " แนชนึกคำอธิบายเพื่อให้ได้เข้าใจได้ง่าย ๆ ที่สุดอย่างยากลำบาก แม้จะไม่ตรงทฤษฎีเป๊ะ ๆ แต่เน้นเอาที่เข้าใจพอ ทฤษฎีเกี่ยวกับดนตรีก็ยุ่งยากจนคนอึน ๆ แบบเขาไม่สามารถเข้าใจได้ลึกซึ้งอะไรมากมายอยู่แล้ว ยังต้องมาแปลอีกรอบอีก
" หืมม มันคล้ายกับการร้องบทสรรเสริญท่านแม็กน่าเลย แต่มันดูระรื่นหูดีนะ " อาจารย์เขาชม
" นั่นซิ ข้าเห็นด้วย " โซวิโลพูดเห็นด้วย
แนชเดินไปที่โต๊ะ ตอนนี้ไฟติดแล้ว เขาเอามือตีโต๊ะ ในจังหวะที่คนทั่วไปเรียกว่าจังหวะกลองกีฬาสี
ปะโล้ง ปะโล้ง ปะโล้ง โป๊งชึ่ง ชึ่ง ชึ่ง โป๊ง ชึ่ง ๆ ๆ ~~
" นี่คือการเคาะจังหวะ ให้เกิดเสียงเพลงครับ " แนชพูดขึ้นเมื่อตีจบไป 2 ชุด
" โว้วว ๆ มันรู้สึก ครึกครื้นขึ้นด้วยแหะ " โซวิโลตื่นเต้น หลังจากที่ได้ยินเสียงกระตุ้นต่อมครื้นเครง
" อืม ๆ มันส่งผลกับอารมณ์ด้วยใช่ไหม ? " กาบรินัสพยักหน้า " ถ้าเป่าแตรเขาสัตว์เป็จังหวะเช่นนี้ จะให้ความรู้สึกเช่นนี้ไหมนะ " เขาลืมตาขึ้นมามองลูกศิษย์ตัวน้อยของเขา ทำไมไม่มีคนฉุกคิดเื่นี้ แล้วที่สำคัญคือเด็กคนนี้ รู้เื่เช่นนี้ได้อย่างไร แล้วยังเอามาอธิบายอีกด้วย จะบอกว่าคิดเองแบบทุกครั้งอีกหรือไม่ เขาอยากรู้เสียจริง
" โอ้ว ลูกศิษย์ตัวน้อยแสนอัจฉริยะของข้ารู้เยอะจริง ๆ " กาบรินัสบอกพร้อมยิ้มขึ้น
เด็กชายได้ยิน ก็ยิ้มเขิน ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความภูมิใจ
" เ้ารู้ได้เช่นไรล่ะ เ้าฟังมาจากใครหรือ ? " กาบรินัสถามขึ้น
" ชิหายแล้ว " แนชคิดในใจ เวรแล้วเผลอลืมตัวอีกแล้ว
เด็กชายยิ้มขึ้น ในขณะที่ภายในหัวเล็ก ๆ นั้นคิดข้ออ้างไปด้วย
" พ่อค้าชาวตะวันออกครับ " ได้ข้อสรุปคือพ่อค้าชาวตะวันออกผู้ไม่มีตัวตนคนเดิม
" หืม เ้านี่เจอพ่อค้าตะวันออกบ่อยจริง ๆ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะมาเมืองเราไม่บ่อยนะ แต่ก็ไม่ได้เห็นเป็ปกติขนาดนั้นนี่ " กาบรินัสถามต่อ
" อ่อ ข้าชอบไปขอเขาทำงานน่ะครับ ยกของ อะไรแบบนี้ละค้าบบ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ " แนชขำแห้ง
" แต่ทะ ... " โซวิโลกำลังจะพูด แต่กาบรินัสยกมือห้ามสหายเขาเอาไว้
" อ่อ เช่นนั้น " กาบรินัสพูดขึ้น " แล้วทำไมตอนถามเื่ร้องรำ เ้าถึงถามว่า ' คนที่นี่ ' ล่ะ "
" อ่อ ผมไม่เคยเห็นไงครับ เคยแต่ได้ยินของพ่อค้าชาวตะวันตก " แนชแถต่อเนื่อง " ผมก็เลยพูดว่าคนที่นี่มั้งครับ "
" อืม แต่ไม่ว่าจะที่ไหนในโลกนี้ ก็ร้องบทสรรเสริญเดียวกันนะ " กาบรินัสพูดขึ้น พร้อมมองไปที่เด็กชาย " และสิ่งที่พอจะใกล้เคียงกับบทสรรเสริญหลังฤดูเก็บเกี่ยว ก็มีแค่บทสวดของทางวิหารเท่านั้นแหละ "
" เวรละ โป๊ะแตกอีกแล้ว " แนชคิดในใจ คราวนี้จนมุมแท้ เขาเอาแต่ก้มหน้างุด ๆ หาคำแก้ตัวอยู่อย่างนั้น
" ข้าเคยบอกแล้วนี่เ้าลูกศิษย์ อาจารย์จะไม่ซักไซร้ไล่เรียงเอาความจากเ้าไง " ในที่สุดกาบรินัสก็พูดขึ้นพร้อมกับเดินมาแตะไหล่ลูกศิษย์ของเขา " อย่างที่เคยได้บอกแก่เ้าไป เ้าพร้อมเล่าเมื่อใด ก็ค่อยเล่าเมื่อนั้น " กาบรินัสเดินไปนั่งเก้าอี้ " เงยหน้าได้แล้วเ้าเด็กน้อย เ้าหาได้ทำผิดสิ่งใด "
คำพูดนั้น ส่งผลให้แนชน้ำตาคลอทันที นอกจากไม่ดุด่า ว่ากล่าวแล้ว ยังไม่บีบคั้น น้ำเสียงก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม
" เห้ย ทำตัวซื่อบื้อแบบนั้นไม่เหมาะกับเอ็งหรอกไอเด็กตัวเหม็น " โซวิโลพูดขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายยังยืนนิ่ง
นี่ซินะ ถ้าจะเริ่มโกหก ก็ต้องโกหกไปตลอด แต่มันไม่มีทางตลอดไป แนชคิดได้ดังนั้น ก็เงยหน้าขึ้น เขาตัดสินใจอะไรได้แล้ว
" อาจารย์ ลุงครับ ผมจะเล่าความจริงให้ฟังครับ " แนชบอกผู้าุโอย่างหนักแน่น
ตอนแรกเขาคิดว่าจะเอาพล็อตเื่นิยายตายแล้วเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณมาใช้ นั่นคือ ตอนเขาป่วยหนักได้มีเทพมาเข้าฝันและพาตัวเขาไปยังดินแดนเทพ เพื่อสอนความรู้และวิทยาการต่าง ๆ อย่างมากมาย ( ที่ท่านแม็กน่าพาไป มันจะเรียนรู้วิทยาการณ์อะไรตรงไหนก่อน ขาวโพลนไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นผิวของตัวเขาเองนี่แหละที่ไม่ขาวแบบนั้น ) เพื่อให้เอามาใช้สู้ชีวิตในตอนที่ฟื้นขึ้นมา และนำพาครอบครัวไปสู่ความร่ำรวย จบ ! ก็บ้าแล้ว
แต่แนชตัดสินใจแตกต่างออกไป เพราะนี่คือเื่ของตัวเขาเอง เขาที่หลุดมาในบรรยากาศยุคกลาง มันต้องไม่ซ้ำ !! แถมวิสัยทัศน์และนิสัยของผู้าุโสองคนนี้ก็ดีมาก มันทัชใจตัวเขาจริง ๆ ทำให้เด็กชายตัดสินใจ
เล่าทุกอย่างไปตามความจริง !!
แนชเล่าทุกอย่างั้แ่เขาอยู่ที่โลกเก่า ไปจนถึงการตัดสินใจช่วยยายแก่ ๆ ข้ามถนน ที่ทรัคซังกำลังจะพาไปส่งต่างโลก แต่เขาตัดจบไปว่าเขาโดนรถบรรทุกชนเลย ใครจะไปเล่าว่าล้มหัวฟาดขอบฟุตบาทตายกันละ !
หลังจากนั้นก็เล่าเื่ที่รู้สึกตัวก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว แต่ก่อนได้สติ ก็ได้เห็นท่านแม็กน่าบอกให้ใช้ชีวิตอยู่ให้ดี มีความสุข แล้วช่วยนำความรู้จากโลกเดิมมาใช้ประโยชน์กับที่นี่ด้วย เด็กชายเล่าแบบย่อ ๆ
" มิน่า เ้าถึงทำอะไรแปลกประหลาดโดยที่ยังไม่มีคนคิดได้ " โซวิโลพูดขึ้น " น่าเสียดาย ข้าอยากไปเห็นวิทยาการเ่าั้จริง ๆ " โซวิโลพูดขึ้น หลังจากเขาถามนั้นถามนี่ โดยเฉพาะไอสิ่งที่เรียกว่า พอต ๆ อะไรสักอย่าง ที่หญิงแก่คนนั้นใส่ " แต่ก็ขอบใจที่เล่าให้พวกข้าฟังนะ " โซวิโลเอามืออันใหญ่โตของเขาตบบนไหล่ของเด็กชายเบา ๆ
" ใช่แล้ว ข้ารู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหน อยู่ ๆ ก็ได้มาอาศัยอยู่ในที่ ๆ ไม่ใช่โลกเดิมของตนเองด้วยตัวคนเดียว ข้าจึงเข้าใจได้ ที่เ้าพยายามจะปิดความลับนี้ จากใครต่อใคร " กาบรินัสพูดจบเอามือลูบหัวเด็กชายตัวน้อยที่เป็ลูกศิษย์ของเขาด้วยความเอ็นดู
" ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะ " กาบรินัสพูด " เ้ายอดเยี่ยมแล้ว "
" พวกข้าจะเป็กำลังให้เ้าเอง " โซวิโลพูดขึ้นตาม
พลันความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้นข้างในอก เด็กชายก้มหน้าลง พลันก็มีน้ำใส ๆ ไหลออกจากตาทั้ง 2 ข้าง และมีเสียงสะอึกสะอื้นเล็ดลอดออกมา
