เคอเสี่ยวหรูกลับมาที่บ้านเดิม ทั้งยังร้องไห้โฮต่อหน้าเคอเจิ้งหนานและหลินสืออู่มารดาของตน
ภายในใจของเคอเจิ้งหนานถึงกับสะอึก ลอบคิดในใจว่า : มิได้การแล้ว เห็นทีครั้งนี้สกุลต่งคงยากจะพ้นเคราะห์ภัย ตนกับสกุลต่งนับญาติกันผ่านการแต่งงานของบุตรสาว มิอาจนั่งรอความตายเช่นนี้ได้ จำต้องคิดหาหนทางจึงจะดี
“เอาละ เลิกร้องไห้ได้แล้ว” เคอเจิ้งหนานเอ่ยกับเคอเสี่ยวหรู “เ้าลองเล่าให้พ่อฟังเถิดว่ายามนี้สถานการณ์ของสกุลต่งเป็อย่างไร?”
เคอเสี่ยวหรูปาดน้ำตาและไม่คิดจะปิดบังอันใด นางบอกทุกเื่ที่รู้ออกไปจนหมด ซึ่งแน่นอนว่ายังมีอีกหลายเื่ที่นางไม่รู้ด้วยเช่นกัน
แต่สิ่งเ่าั้กลับไม่ส่งผลต่อการวิเคราะห์ของเคอเจิ้งหนาน เขาดึงเคอเสี่ยวหรูที่ซบอยู่ในอ้อมกอดของหลินสืออู่ให้เผชิญหน้ากับตนแล้วเอ่ยว่า
“บุตรสาวของข้า เ้าจงฟังสิ่งที่พ่อพูดให้ดี ครั้งนี้สกุลต่งจะต้องประสบปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน หากเรายังเกี่ยวข้องกับพวกเขาจะต้องพลอยลำบากไปด้วยเป็แน่ พวกเรากลับไปจวนสกุลต่งกันประเดี๋ยวนี้ ให้ต่งปี้อู่หย่าร้างกับเ้า ไม่แน่ว่าอาจจะพ้นภัยไปได้”
“ท่านพ่อ?” เคอเสี่ยวหรูเบิกตากว้าง ฟันกรามของนางกระทบกันขณะทอดมองไปทางเคอเจิ้งหนานอย่างมิอาจเชื่อ ตามด้วยเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมาราวกับกลองสั่น “ท่านพ่อ ข้าไม่อยากเป็สตรีที่ถูกทอดทิ้ง ข้าไม่อยากหย่าร้างเ้าค่ะ ฮือๆ...ฮือ...”
หลินสืออู่ปวดใจยิ่งนัก เอ่ยโน้มน้าวว่า “เจิ้งหนาน หากสตรีที่หย่าร้างจะหาสามีใหม่นับว่ายากเสียยิ่งกว่าการทะยานขึ้นฟ้า ท่านลองคิดดูอีกสักนิดเถิด นอกจากบุตรชายทั้งสอง พวกเราก็มีบุตรสาวผู้นี้เพียงคนเดียวแล้วนะเ้าคะ!”
กล่าวจบก็น้ำตาไหลรินตามเคอเสี่ยวหรูไปอีกคน
เคอเจิ้งหนานเอ่ยด้วยความโมโห “สตรีเช่นพวกเ้าล้วนแต่ผมยาวความคิดสั้น หากสกุลต่งพังลง สถานการณ์ของพวกเราย่อมต้องย่ำแย่เช่นกัน ไม่แน่ว่าอาจพลอยประสบปัญหาไปด้วย จำต้องปลีกตัวออกห่างโดยเร็ว”
ท้ายที่สุดเคอเสี่ยวหรูก็มิอาจทัดทานเคอเจิ้งหนาน ทำได้เพียงตอบรับทั้งน้ำตาและตามเขาไปยังจวนสกุลต่ง
สกุลต่งในยามนี้ยังจะมีเวลามาสนใจเื่หยุมหยิมเช่นนี้ได้อย่างไร ทันทีที่เคอเจิ้งหนานเอ่ยปาก ต่งปี้อู่ก็ตอบรับโดยพลัน
ตามด้วยยกพู่กันขึ้นเขียนหนังสือปลดอนุ โยนให้เคอเสี่ยวหรูก่อนจะรีบร้อนออกไปจัดการธุระข้างนอก
ขณะเคอเจิ้งหนานถือหนังสือปลดอนุแผ่นนั้น ใบหน้าถึงกับแดงเถือก โมโหจนปอดแทบจะะเิเสียแล้ว เขาลืมไปได้อย่างไรกัน
หลังหลินโส่วเสียนก่อความวุ่นวาย เคอเสี่ยวหรูก็มิใช่ภรรยาเอกอีกต่อไป ทว่าถูกลดฐานะลงกลายเป็เพียงอนุ
การที่เขาพาเคอเสี่ยวหรูมาก่อเื่ในวันนี้ นับว่าทำให้ตนเองขายขี้หน้าแล้ว
เคอเสี่ยวหรูทิ้งกายลงในอ้อมอกของหลินสืออู่ นางร่ำไห้จนท้ายที่สุดก็เป็ลมล้มพับไป
ระยะหลังมานี้เคอเจิ้งหนานทำสิ่งใดก็ไม่ราบรื่น ทั้งยังถูกหลินโส่วเสียนหอบเงินสองร้อยตำลึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจนมิอาจตามเอาเงินกลับมาได้
ส่วนบุตรสาวยังต้องมาพบเจอเื่เช่นนี้ จวนทั้งจวนวุ่นวายจนอยู่ไม่เป็สุข ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจส่งเคอเสี่ยวหรูกลับไปพักฟื้นกายใจที่หมู่บ้านเถาหยวน
......
ณ จวนสกุลต้วนแห่งหมู่บ้านเถาหยวน ไม่รู้ว่าผู้เฒ่าแพทย์พิษทั้งสองไปอยู่ที่ใด กระทั่งคืนนี้ก็ยังไม่กลับมาดังเดิม
มารดาสกุลต้วนยกมือป้องปากพลางทอดมองอิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า นางรู้สึกตื้นตันใจจนสั่นเทาไปทั้งกาย
มิใช่เื่ง่ายกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ นางประคองคนทั้งสองให้ลุกขึ้น หลังจากสอบถามสิ่งที่พวกเขาต้องประสบพบเจอมาตลอดสองปี มารดาสกุลต้วนก็หวนนึกถึงยามที่ตนต้องพาบุตรชายหลบหนีมาตลอดทาง ภายหลังจึงร้องไห้จนมิอาจเอ่ยสิ่งใดออกมาได้
ไป๋ซื่อกับหยวนซื่อไม่อยากนึกถึงเื่ราวต่างๆ ในอดีต จึงพากันปาดน้ำตาและกลับเข้าห้องของตนเองไปั้แ่ต้น
เพราะถูกต้วนเหลยถิงกำชับเอาไว้ระหว่างทางว่าให้เก็บเื่บ้านสวนเป็ความลับชั่วคราว มิอาจเปิดเผยต่อผู้ใดทั้งสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็
ดังนั้นอิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานจึงบอกเพียงว่าบังเอิญพบนายน้อยระหว่างทาง เมื่อเป็เช่นนี้จึงติดตามผู้เป็นายกลับมา มิได้ปริปากเอ่ยถึงเื่บ้านสวนแม้แต่คำเดียว
คนทั้งสองมองเรือนชาวนาหลังเล็กแห่งนี้ แค่มีข้ารับใช้เช่นพวกเขาเพิ่มมาอีกสองคนก็เบียดเสียดจนแทบอยู่ไม่ได้เสียแล้ว เมื่อนึกถึงความรุ่งโรจน์ในอดีตของสกุลต้วนก็อดรู้สึกเศร้าสร้อยมิได้
ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานจัดแจงห้องเก็บฟืนให้พวกเขาพักอาศัยเป็การชั่วคราว
เคอโยวหรานครุ่นคิด เห็นทีนางต้องวางแผนการก่อสร้างจวนในวันพรุ่งให้ดีสักหน่อย มิสู้ฉวยโอกาสนี้ซ่อมแซมจวนสกุลต้วนไปในคราเดียวเป็อย่างไร
ขณะกำลังใช้ความคิด อิ่งเอ้อร์พลันเอ่ยขึ้นว่า “นายน้อยสาม ท่านคิดจะจัดการกับสกุลต่งเมื่อใดหรือขอรับ?”
เคอโยวหรานโบกมือไปทางอิ่งเอ้อร์พลางเอ่ย “ยามนี้สกุลต่งเป็ดั่งตั๊กแตนหลังฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อีกประการหนึ่งคือควรปล่อยให้พวกเขาเต้นแร้งเต้นกาต่อไปอีกสักหน่อย หากสกุลต่งไม่ล่ม ผู้ที่อยู่เื้ัเขาก็ไม่มีทางคิดที่จะสร้างเสริมกองกำลังใหม่
ประจวบเหมาะกับพวกเราจะได้ฉวยโอกาสนี้พักหายใจสักนิด พวกเ้าจงเก็บแรงเอาไว้ให้ดี ภายหน้ายังคงมีโอกาสให้ได้แก้แค้น พวกเราค่อยเป็ค่อยไปเถิด ย่อมมิอาจกินคำเดียวแล้วอ้วนพีใช่หรือไม่?”
“ขอรับ ฮูหยินน้อยสาม ข้าน้อยใจร้อนเกินไปเสียแล้ว” อิ่งเอ้อร์ก้มหน้าลงด้วยความละอาย เขาคิดใคร่ครวญน้อยไปจริงๆ
อิ่งซานตบบ่าเขา ด้วยเข้าใจในความร้อนรนของอีกฝ่ายเป็อย่างดี แต่ก็เป็เช่นที่ฮูหยินน้อยสามกล่าวมา พวกเขาใจร้อนเกินไปอยู่บ้างจริงๆ
“พวกเ้าพักผ่อนให้ดี เื่อื่นค่อยว่ากันวันหลัง” เมื่อกล่าวจบ ต้วนเหลยถิงก็โอบเคอโยวหรานเดินกลับเข้าห้องไป
เพิ่งจะเข้าห้อง เคอโยวหรานก็รีบร้อนไปนั่งหน้าโต๊ะตำราแล้วเอ่ยว่า “ซานหลาง หลังจากพบเจอเื่ในวันนี้ ข้าพลันคิดว่าพวกเราไม่เพียงต้องสร้างจวนเก่าสกุลเคอขึ้นใหม่ แต่ทางฝั่งจวนสกุลต้วนก็ต้องต่อเติมด้วยเช่นกันเ้าค่ะ ข้าจะลงมือวาดภาพจำนวนหนึ่ง ท่านนอนไปก่อนเลยนะเ้าคะ”
วันนี้ประสบกับเื่ราวมากมาย ต้วนเหลยถิงเองก็นอนไม่หลับเช่นกัน ดังนั้นจึงนั่งขัดสมาธิฝึกกำลังภายในของคัมภีร์เคล็ดวิชาวิทยายุทธ์ชุดที่สาม...
เช้าตรู่วันถัดมา ยังไม่ทันถึงยามเหม่า เคอโยวหรานก็วาดขีดสุดท้ายจนเสร็จสิ้น นางบิดเอวไล่ความเกียจคร้านและลุกขึ้นยืดกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกันทางด้านต้วนเหลยถิงก็ฝึกเสร็จพอดี
เคอโยวหรานมองท้องฟ้าด้านนอกแล้วเอ่ยว่า “ซานหลาง พวกเราเปลี่ยนกระสอบธัญญาหารที่เอามาจากสกุลต่งแล้วส่งไปยังจวนผู้ใหญ่บ้านเฉินกันเถิด จะได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเฉินช่วยดูแลเื่อาหารทั้งสามมื้อของเหล่าช่างฝีมือด้วย ดีหรือไม่เ้าคะ?”
ต้วนเหลยถิงพยักหน้า “ข้ากำลังคิดเช่นนี้เหมือนกัน”
คนทั้งสองลงมืออย่างรวดเร็ว ใช้กระสอบป่านที่ซื้อมาสับเปลี่ยนกับกระสอบธัญญาหารของสกุลต่ง แยกบรรจุธัญพืชหลากชนิดเป็จำนวนไม่น้อย น้ำหนักโดยรวมประมาณสองพันจิน
ต้วนเหลยถิงเรียกอิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานให้เข้ามา ยกถุงธัญญาหารขึ้นไปบนรถเข็นทั้งสามคัน จากนั้นพวกเขาก็แบ่งกันเข็นออกไปคนละคัน
เคอโยวหรานถือตะกร้าลูกหมาป่า มุ่งหน้าเดินไปทางจวนผู้ใหญ่บ้านเฉินที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ
ครอบครัวชาวนาล้วนตื่นแต่เช้า โดยเฉพาะครอบครัวผู้ใหญ่บ้านเฉินที่ต้องส่งเต้าหู้ทุกวัน ยามนี้ลาตัวเล็กได้เริ่มลากหินโม่เสียแล้ว
ครั้นตัวคนมาถึง ผู้ใหญ่บ้านเฉินพลันรีบร้อนพาพวกเขาเข้าไปในลานเรือน หลังเห็นธัญญาหารมากมายถึงเพียงนี้ก็ได้ยินเคอโยวหรานอธิบายจุดประสงค์ของการมาเยือน
ผู้ใหญ่บ้านเฉินเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “โยวหรานเอ๋ย จิตใจของเ้าช่างกว้างขวางนัก ต่อให้ทำงานในตำบลหนึ่งวันก็มีข้าวแค่หนึ่งมื้อ แต่เ้ากลับเสนอถึงสามมื้อ นั่นต้องใช้เงินทองตั้งมากมายเท่าใดกัน?”
เคอโยวหรานโบกมือเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านผู้าุโเ้าคะ ข้าคิดดีแล้วว่าพวกเราเอากำไรถึงสี่ส่วน ย่อมมิอาจเสนอเพียงวิธีทำแล้วไม่ถามไถ่เื่อื่นๆ มิใช่หรือเ้าคะ?
เงินค่าสร้างโรงงานพวกเราจะเป็คนจ่ายเองทั้งหมด อีกทั้งที่ดินที่ใช้สร้างโรงงานก็ไม่ต้องใช้พื้นที่ส่วนรวมในหมู่บ้าน ท่านล้อมที่ดินฝั่งตะวันออกของแม่น้ำกับเนินเขาเล็กลูกนั้นเถิด พวกเราจะซื้อเอาไว้เองเ้าค่ะ”
“นี่มัน?” ผู้ใหญ่บ้านเฉินประหลาดใจ ลอบคิดในใจว่า : เด็กสองคนนี้ช่างเก่งกาจนัก ภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน นึกไม่ถึงว่าจะสามารถหาเงินได้มากมายถึงเพียงนี้?
“ท่านผู้าุโเ้าคะ ข้ายังมีอีกเื่หนึ่งที่อยากขอให้ท่านช่วยเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินได้สติกลับมาจากความประหลาดใจแล้วเอ่ยว่า “แม่นางน้อยยังมีเื่อันใดหรือ?”
เคอโยวหรานเอ่ยกับผู้ใหญ่บ้านเฉิน “ผู้ที่รับปากช่างฝีมือว่าจะเตรียมอาหารสามมื้อคือตัวข้า คนเราพูดแล้วย่อมมิอาจผิดสัจจะ ข้าอยากจะขอให้ท่านผู้าุโช่วยจัดหาสตรีในหมู่บ้านมาทำกับข้าว ค่าแรงวันละสิบอีแปะ สรุปยอดและจ่ายเงินทุกสิบวันเช่นเดียวกับช่างฝีมือเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินได้ยินก็ตอบรับอย่างมิอาจเอ่ยสิ่งใดได้มากนัก
“ได้ ข้าจะให้ภรรยาเ้าใหญ่ไปหาคนว่างงานมาจำนวนหนึ่ง บอกให้พวกนางทำกับข้าวของวันนี้เสียก่อน”
“ท่านผู้าุโเ้าคะ” เขากำลังจะเข้าไปเรียกคนในห้องทำเต้าหู้ ฉับพลันนั้นกลับถูกเคอโยวหรานดึงตัวเอาไว้ “ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อน ธัญญาหารเหล่านี้ให้เก็บไว้ในจวนของท่าน หลังจากผ่านไปอีกสองถึงสามวันข้าจะให้อิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานนำมาส่งเพิ่มเ้าค่ะ
ทว่าจุดทำอาหารที่ดีที่สุดควรจะอยู่ใกล้กับโรงงานเต้าหู้ วันนี้หาคนไปตั้งเตาหุงต้มและสร้างเพิงตรงเชิงเขาเสี่ยวชิง อาหารของเช้าวันนี้ก็ให้เหล่าช่างฝีมือกินที่นั่นเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินเอ่ยด้วยความลำบากใจ “แม่นางน้อย ประเดี๋ยวต้องตั้งเตา อีกประเดี๋ยวต้องสร้างเพิง นอกจากนี้ยังต้องทำอาหารเช้า เช่นนี้คงมีเวลาไม่พอหรอก!”
