ทดสอบการตอบสนองอย่างละเอียดแล้ว เ่ิูก็พบเมล็ดอัคคีพลังฝังลึกในทะเลทรายเหลืองอร่าม
ผลึกสกาวราวอัญมณีวับวาวนี้ได้หยั่งรากลึกไปในผืนทรายถึงหนึ่งจ้างแล้ว ปลดปล่อยพลังวังวนออกมา เปลี่ยนแปลงดินแข็งอย่างอุตสาหะ มันเป็ดั่งหัวเจาะ บุกทะลวงไม่หยุดหย่อน จวบจนถึงจุดที่เหมาะสมแล้วนั่นจึงกลายเป็ตาน้ำพุ ล้นเอ่อน้ำพุิญญาออกมาให้ได้เชยชม
เ่ิูเพ่งสมาธิจดจ่อแน่วแน่ รู้สึกถึงพลังปราณใต้หล้าทยอยมามิขาดสาย ผนวกรวมกับวิชาลมหายใจไร้ชื่อ ดึงพลังสู่ร่าง และนำพาไปเกาะกลุ่มที่เมล็ดอัคคีพลังด้วยเช่นกัน
นี่คือกระบวนการฝึกพลังวรยุทธ์
พลังปราณใต้หล้าที่สะอาดบริสุทธิ์ทยอยเข้าสู่รูปกาย ให้ความชุ่มชื้นแก่ต้นเมล็ดอัคคี กลายเป็อีกคุณประโยชน์ไป
การฝึกวิชาคือกระบวนการที่ช้าและยากลำบาก
เวลาเวียนไวดั่งติดปีก
สภาพการณ์ภายในนั้น เ่ิู ‘มองเห็น’ ได้ชัดเจน ยามพลังปราณใต้หล้าตรงเข้าโลกตันเถียน บนมวลอากาศแห่งทะเลทรายไร้ขอบเขต พัดหวนเป็พายุสลาตัน กระแสพลังรวมตัวกันที่เมล็ดอัคคีรวดเร็วว่องไว โลกาตันเถียนที่เงียบงันมาโดยตลอด กำลังอบอวลด้วยสายลมกรรโชก และฝุ่นทรายลอยคว้างคลอเวหา
และขณะเดียวกัน ต้นเมล็ดอัคคีเริ่มเปล่งแสงพราวระยับ ดูดพลังปราณใต้หล้ากลืนกินอย่างบ้าคลั่ง
“เป็พายุพลังชีวิตจริงๆ ไม่ค่อยเหมือนกับสายลมธรรมดาที่บรรยายไว้เลย ฉุนเฉียวไปหน่อยนะ...” เ่ิูประหลาดใจ
เขาเคยศึกษาเื่ทฤษฎีดึงพลังเข้าร่างรวมถึงผลงานศึกษาฝึกฝนของคนรุ่นก่อนในหอสมุดส่วนรวมมา
กล่าวได้ว่า เมื่อผู้ฝึกฝนผ่านการแข็งพลังสำเร็จแล้ว พลังที่แทรกเข้าร่างกายสู่โลกตันเถียนนั้นจะมีรูปลักษณ์ที่ดึงรวมกันไว้ ทว่าเป็แค่สายลมอ่อนเบาธรรมดา หรือไม่ก็หากคนใดเป็วาโยโหมพัดแรงที่หาได้ยากมากแล้ว ผู้ฝึกฝนย่อมจะเป็อัจฉริยะเพชรน้ำเอกโดยแท้...
และเ่ิูกำลังมองเห็นโลกตันเถียนของตัวเอง มีพายุสลาตัน ม้วนกลืนพลังปราณใต้หล้า
ฮ่าๆๆ หรือจะจับพลัดจับผลูกลายเป็ฟ้าประทานพลังวรยุทธ์หายากเข้าล่ะนี่?
เมื่อก่อนคิดมาตลอดว่าตนก็แค่แรงเยอะกว่าชาวบ้านเขา ฝึกฝนร่างกายหรือวิชายุทธ์คล่องแคล่ว ที่ไหนได้วรยุทธ์เข้าขั้นผิดมนุษย์ราวกับปีศาจ?
เ่ิูอารมณ์ดีมากนัก
พลังปราณใต้หล้าทรงพลานุภาพรวมตัวที่เมล็ดอัคคี ปริมาณพลังเข้มข้นขึ้นทุกวินาที ท้ายสุดก็มีกลุ่มพลังขุ่นข้นสูงหลายสิบเมตร โอบล้อมห่อหุ้มกล้าพลัง มีสัญญาณของเหลว...
เมล็ดอัคคีของเหลว!
นี่คือก้าวสำคัญของการบุกเบิกอาณาน้ำพุิญญา กลายเป็ของเหลวได้สัมฤทธิ์เมื่อใด เมล็ดอัคคีจะวิวัฒนาการเป็ตาน้ำพุ ให้น้ำพุพลังเอ่อท้น มอบความชุ่มฉ่ำสู่โลกาตันเถียน
น้ำคือชีวิต
คือทฤษฎีพื้นฐานหนึ่งของวรยุทธ์ตันเถียน
จากบ่อกลายเป็แอ่ง จากแอ่งกลายเป็นที จากนทีเป็ทะเลสาบ จากทะเลสาบเป็ทะเล ท้ายสุดแล้วโลกแห่งตันเถียนจะแปรจากทะเลทรายแห้งขอดเป็มหาสมุทรกว้างใหญ่ จมทุกสิ่งทุกอย่าง เรียกว่าทะเลระทม และเหล่านักยุทธ์ที่ผ่านจุดนี้แล้ว ก็จะก้าวข้ามอาณาน้ำพุิญญา สู่อาณาทะเลระทม
นี่คือกระบวนวิธีที่ทั้งยาวนานและมั่นคงเชื่อถือได้
เ่ิูเพิ่งจะก้าวเข้าก้าวแรกของวรยุทธ์เท่านั้นเอง
เวลาผ่านรวดเร็วทันตา
สายพลังแห่งใต้หล้ายังลอยเข้ากายเ่ิูไม่มีหยุด กลายเป็พายุพลัง ให้ความชุ่มชื้นแก่เมล็ดพันธุ์อัคคี
...
...
“อือ? พลังแบบนี้...”
หอพิจารณ์
กลางหอปลีกวิเวก
ัเีผู้มีเส้นผมยาวสีเดียวกับท้องฟ้า ลืมตาตื่นจากการฝึกตน
แววตานั้นฉงนน้อยๆ รวมทั้งใอีกหน่อย ก่อนพูดกับตัวเองว่า “จากกรรมวิธี น่าจะเป็คนที่เพิ่งซึมซาบพลังเข้าร่างครั้งแรก แต่ความเคลื่อนไหวมากไปหน่อยแล้ว แนวลมพลังอบอวลไม่แตกซ่าน สูงขึ้นฟ้าไปสิบกว่าเมตรแล้ว...เป็ใครกันแน่นะ?”
เขามองไปทางกำแพง
สายตาเห็นกำแพงหอสีดำสูง และแนวลมสีเงินดั่งัคลั่งบิดเบือนอยู่กลางอากาศ
“เฮ่อๆ ดูเหมือนว่า...ข้าจะได้เพื่อนบ้านที่น่าสนใจแล้วสิ เป็ใครกันน้า? บรรยากาศพลังแบบนี้ ไม่คุ้นเลย ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยน้า...” ัเีนั้น ใบหน้าแขวนรอยยิ้มปีศาจทรงเสน่ห์ตามฉบับ
เขาขยับร่างกายเล็กน้อย
พริบตาต่อมาก็มาถึงด้านล่างผนัง ะโฉับพลันสูงสามจ้าง มองเห็นคนเบื้องล่างได้พอดี ทว่าไม่ทันไรกระบวนอักขระกักขังก็เริ่มทำงาน อักขระดำเป็แถวเรียงร้อยเป็โซ่ตรวน ลุกลามมาจากกำแพง พื้นและอากาศโดยไร้สัญญาณเตือน เหมือนแส้เทพเ้า จับัเีไว้ดังปัง...
“โอ๊ย...เอาอีกแล้วเรอะ!”
ัเีร้องระงม ร่างกายเรืองแสงสีฟ้าเซกลับไปทางเดิม
“พวกปู่แก่หัวหงอกเอ๊ย กระบวนอักขระกักขังที่พวกตัวประหลาดเฒ่านั่นเนรมิตไว้จะรุนแรงเกินไปไหม...รอให้หายก่อนเถอะ จะทำลายหอพิจารณ์วุ่นวายมากเื่นี่เป็ชิ้นๆ เลย!” ชายหนุ่มกลับที่อย่างคับแค้นใจ หัวไหล่มีรอยแผลช้ำเืไหลบ่าขึ้นมาอีกครา ยังไม่ทันฟื้นสภาพดีก็เละอีกรอบแล้ว
ทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่
ราวกับว่าโลหิตที่ไหลออกมานั้นเป็ของคนอื่น
“ไม่นึกเลยนะว่าจะเป็เ้าเด็กนี่ถูกส่งเข้ามา” ัเีชักตื่นเต้น “ฮ่าๆ เ้าเด็กนี้ดุใช่ย่อยน้า กระทั่งลูกชายหลิวหยวนชั่งยังกล้าฆ่า คราวนี้ไปทำอะไรให้ฟ้าดินโกรธเคืองเข้าอีกก็ไม่รู้...”
...
วันเวลาผ่านไปทีละวันๆ
พริบตาต่อมา เ่ิูก็อยู่ที่หอเล็กในหอพิจารณ์มาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว
ตลอดหนึ่งเดือนนี้ เขาฝึกฝนทุกพื้นฐานผ่านมาหมด ทุกคราที่ถึงเวลาอาหารเช้า จะมีอาจารย์คุมกฎนำข้าวมาให้ เป็ข้าวธรรมดาๆ รสชาติไม่ได้ความ กระหายหิว ปริมาณน้อยเหลือใจ
ตะวันขึ้นยามเดือนลา
การฝึกของเ่ิูเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว
กลางทะเลทรายตันเถียนนั้น เมล็ดอัคคีได้หยั่งรากแฝงลึกอยู่ใต้พื้นดินแข็งกระด้าง กลายเป็ของเหลวเก้าในเก้าส่วนแล้ว ขาดเพียงก้าวสุดท้ายเท่านั้น จึงจะทำให้มันแปรเป็ตาน้ำพุได้สมบูรณ์
จากแข็งพลังถึงตาน้ำพุนั้น ศิษย์ฟ้าประทานธรรมดาต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี แต่เ่ิูใช้ไปแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ความเร็วระดับนี้ เป็ปีศาจะเืขวัญคนทั้งโลกชัดๆ
วันนี้เอง
ลมและอาทิตย์สดสวย
เ่ิูนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหอสีดำ
แนวลมตรงดิ่งสูงสิบกว่าเมตรพันรอบเขาไว้ใจกลาง อำนาจและความเข้มของพลังชนะตอนแข็งพลังคราแรกขาดลอย กายาเขาลอยสูงบนอากาศธาตุห่างจากพื้นครึ่งเมตร พลังปราณใต้หล้าหวานล้ำเข้าสู่ภายในอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ละลายเป็ของเหลว เหลือแค่ก้าวสุดท้าย...”
เ่ิูกัดฟันสุดแรง
การอัดจุเข้ามาอย่างบ้าคลั่งของพลังปราณใต้หล้านั้น ทำให้ร่างกายเขาทุกข์ทรมานดั่งถูกจิกเนื้อทึ้งออกทีละชิ้นๆ ทั้งเป็ กลางทะเลทรายตันเถียน เม็ดทรายเริ่มหลั่งขจายไปทุกทิศทุกทาง ลำแสงพลังสูงเสียดนภา สาดส่องรอบทิศสิ้นไร้ช่องว่าง ศูนย์กลางลำแสงนั้น มีเสียงน้ำไหลโกรก
นี่คือกุญแจสำคัญของการทำให้พลังกลายเป็น้ำ
เ่ิูไม่กล้าเอ้อระเหยแม้เพียงแวบเดียว
นับแต่พลังปราณใต้หล้าจุอัดเข้ากายเขามาอย่างบ้าคลั่ง เขาก็ไม่ขยับแม้สักนิด รักษาระดับจิตใจ มิให้ความเ็ปนั้นผ่านไป กระตุ้นเคล็ดลับวิถีทางสู่การบรรลุ กระตุ้นพลังที่เข้ามาในกาย ตรงสู่จุดรวมลำแสงนั่นระเรื่อย
เวลาเดินช้าจนเหมือนหยุดลง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ลำแสงนั้นถึงได้ค่อยๆ เหือดหาย สีสันมืดมนลงเรื่อยๆ
ภายในหอเล็กสีดำ แนวลมพลังคำรามบิดเบือนคลุ้มคลั่ง สลายหายไปเช่นกัน
ในตาภายในของเ่ิู มองเห็นทรายที่กระจัดกระจายและเปิดโล่งทุกสารทิศนั้นกลับปกคลุมลงมาใหม่ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน กระทั่งเมล็ดอัคคีที่ปลูกไว้ก้นบึ้งดินแข็งกระด้าง ก็ไม่รู้สึกถึงอีกแล้ว
“นี่มัน...อะไรกันเนี่ย? การเป็ของเหลวล้มเหลวแล้วหรือ?”
เ่ิูใ
ทว่า พริบตาต่อมา ธารน้ำพุก็ผุดขึ้นมาจากผืนทรายแห้งผากอย่างไม่ทันตั้งตัว ทิ่มแทงขึ้นแช่มช้า เอ่อท้นโกรกท่วม มอบความชุ่มฉ่ำแก่เม็ดทรายรอบข้าง...
“น้ำพุพิสุทธิ์!”
เ่ิูตะลึงครู่หนึ่งก็โพล่งออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นั่นคือน้ำพุพิสุทธิ์!
การกลายเป็น้ำสำเร็จแล้ว!
ไม่เพียงจะปลูกตาน้ำพุในดินแข็งเป็ผลสำเร็จเท่านั้น น้ำพุยังเนืองนองแล้วด้วย ผลลัพธ์นี้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากและมากนัก เรียกว่าก้าวเดียวขั้นครู น้อยคนนักที่จะละลายเป็น้ำสำเร็จแล้วยังทำให้น้ำพุผุดน้ำเนืองนองถึงผืนทรายได้
น้ำพุเนืองนอง คือสัญลักษณ์ของอาณาน้ำพุิญญาที่แท้จริง
นับแต่วินาทีเป็ต้นไป เ่ิูเข้าขั้นอาณาน้ำพุิญญาอย่างสมบูรณ์แล้ว
ถึงจะเป็เพียงก้าวแรกของอาณา แต่หากฝึกฝนต่อไปไม่ย่อท้อ ให้น้ำพุไหลนองไปเรื่อยๆ การจะเข้าถึงระดับกลางหรือสูงก็ไม่ใช่ปัญหา
ออกจากญาณทิพย์มองเนื้อใน เด็กหนุ่มะโโลดตื่นเต้นในห้องปิดตายนั่น
ในที่สุดก็มาถึงวันนี้จนได้
หากก่อนหน้านี้ ตอนสภาวะที่ฝึกจนเข้าถึงจุดยอดสุด ได้ลิ้มรสว่าตนก้าวเข้าสู่เส้นทางสายวรยุทธ์แล้วล่ะก็ วันนี้ที่เหยียบเข้าอาณาน้ำพุิญญาเต็มตัวแล้วนั้น ก็แสดงถึงการฝึกฝนวรยุทธ์ของตนเองว่าได้ผ่านเข้าระดับรู้ลึกรู้จริงแล้ว ในที่สุดก็ได้เปิดประตูบานนี้ออก กลายเป็ ‘ผู้ฝึกปรือ’ อย่างแท้จริง
เมื่อค่อยๆ ทำใจที่กระตือรือร้นให้สงบลงแล้ว เ่ิูหันหน้าไปมองปลอกของหอก กวักมือออกไป พลังเต็มตื้นตรงเข้าห่อหุ้มหอกไน่เหอทั้งสองส่วน
จิตคิดแวบเดียว หอกยาวก็บินมาหาถึงที่
เขากำลังลองชิมลางฝึกบริหารพลังบังคับสิ่งของ
การต่อสู้วันนั้น ฉินอู๋ซวงได้ใช้พลังของตัวเองควบคุมสั่งการดาบไร้ขอบเขตให้เหมือนมีชีวิต ดั่งแขนแท้ๆ ข้างหนึ่ง อำนาจยิ่งใหญ่นัก เ่ิูที่เข้าอาณาน้ำพุิญญาเช่นกัน ตามทฤษฎีแล้ว ย่อมจะบังคับควบคุมศาสตราของตัวเองได้
เ่ิูลองพลาง พินิจความเร้นลับของการควบคุมสิ่งของพลาง
เข้าใจในเร็วพลัน ว่าการทำเช่นนี้คือการสิ้นเปลืองพลังงาน
นักยุทธ์เข้าอาณาน้ำพุิญญาได้แล้วไซร้ ทุกคราที่แสดงล้วนต้องเร่งพลังออกมา ย่อมจะมีแต่ล้างผลาญพลังงานใต้หล้าซึ่งสะสมไว้ในตาน้ำพุที่จุดตันเถียน ใช้หนึ่งนาทีผลาญหนึ่งส่วน ้าเวลาระยะหนึ่งถึงจะเก็บกักและฟื้นฟูขึ้นใหม่ได้ ตามตำราบันทึกไว้ การสูญเสียพลังในตันเถียนทุกครั้ง มีผลเสียหายต่อเ้าของร่างมาก
กระบวนยุทธ์แม้พลังจะยิ่งใหญ่กล้าแกร่ง ประสิทธิภาพการฆ่าและทำร้ายสูงมาก แต่ก็แลกกับพลังมากมายเช่นกัน ใช้ไปครั้งเดียว มีโอกาสจะล้างพลังทั้งร่างให้หมดเกลี้ยงได้ ฉะนั้นห้ามใช้พร่ำเพรื่อ เช่นฉินอู๋ซวงที่หลังจากใช้หมื่นดาบสังหารติดต่อกันสองรอบแล้ว ก็หมดหนทางใช้มันอีกเป็ครั้งที่สาม
ฝึกอยู่พักหนึ่ง เ่ิูก็หันมาเพ่งสมาธิกับการหยุดอากาศ
เมื่อเหยียบย่ำอาณาน้ำพุิญญาได้แล้ว ทฤษฎีกล่าวขานว่าสามารถหยุดอากาศนิ่งสนิทได้ วันที่สู้อาละวาดวันนั้น ฉินอู๋ซวงก็ใช้วิชานี้ยืนอยู่บนนภา หลีกเลี่ยงการโจมตีต่อเนื่องของเด็กหนุ่ม ลงไม้ลงมือจากที่สูงกว่า นำพาปัญหาให้เด็กหนุ่มมากนัก
พอลองทำได้สองสามครั้ง เ่ิูก็ก้าวเหนือพื้นเก้ๆ กังๆ แล้วค่อยลอยขึ้นสูง
“ฮ่าๆ น่าสนใจจริง นี่ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้จะบินได้หรอกนะ?”
เ่ิูร้องว้ากอย่างตื่นเต้น
ความรู้สึกแบบนี้ช่างเยี่ยมยอดเหลือเกิน
เขาใช้พลังในกายตนเองพุ่งสูงเบื้องบนไปเรื่อยๆ ถึงกายจะส่ายไปส่ายมา แต่ก็ไม่ตกตุ้บลงมาแต่อย่างใด
ครึ่งเมตร...
หนึ่งเมตร...
สองเมตร...
สี่เมตร...
เ่ิูล่องลอย สูงขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ
กลางโลกาตันเถียน น้ำในน้ำพุประหนึ่งเดือดพล่านร้อนแรง หลั่งนองจ๊อกๆ น้ำพุพลังใสสะอาดกลายเป็หมอกขาวเข้มข้น แทรกซึมเข้าร่างครบส่วน ให้พลังไร้ขอบเขตแก่กายเ้าของ
หมอกสีขาวเหล่านี้เรียกว่ากำลังภายใน
กำลังภายใน คือแหล่งพลังงานแท้จริงของเหล่านักยุทธ์
ร่างกายเ่ิูไต่เต้ามาจนสูงแปดเมตร
มองยอดผนังที่ใกล้เข้ามาทุกที เขาก็เกิดความคิดแปลกๆ
หากลอยสูงกว่านี้ ทำไมจะะโออกจากหอกักขังนี้มิได้กันเล่า?
เขาไม่รอช้าที่จะลองะโดูสักตั้ง
ทันใดนั้นเอง
“ข้าแนะนะว่าอย่าทำเช่นนั้นเลย...” เสียงหนึ่งดังมาจากห้องข้างๆ กะทันหัน