“นี่คือไม้ตายของพวกเ้าหรือ? ก็เท่านี้เอง...”
น้ำเสียงเรียบเฉยของไป๋หยุนเฟยดังเข้าสู่โสตประสาทของทั้งสองคน ซูเซี่ยกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองว่า “เป็... เป็ไปได้อย่างไร! มันทำลายไม้ตายของพวกเราที่เป็เคล็ดิญญาสอดประสานได้!”
“ระวัง!”
ขณะที่ซูเซี่ยตื่นตะลึงอยู่นั้น ถังย่าก็ะโขึ้นพร้อมกับใช้มือผลักมันออกไป ก่อนจะถีบเท้าเพื่อหลบไปอีกด้าน
ไม่ทันขาดคำ แท่งแสงสีแดงเพลิงก็พุ่งวาบออกจากกลุ่มควันมาถึงตรงหน้า มิหนำซ้ำที่ปลายอีกด้านก็ยังมีเส้นสีทองยาวเหยียดรัดพันไว้
“หลบ!”
ถังย่ากับซูเซี่ยเพิ่งแยกห่างจากัน ทวนเปลวอัคคีก็พุ่งวาบมาถึงที่ซึ่งพวกมันยืนอยู่เมื่อครู่ ทั้งคู่ยังไม่ทันหายสูดหายใจเต็มปอด ทวนเปลวอัคคีซึ่งปักอยู่บนพื้นก็พลันะเิเปลวเพลิงออกมาดังสนั่นพร้อมกับพลังธาตุไฟอันดุดันทะลักออก
ผลกระทบเพิ่มเติมของทวนเปลวอัคคีระดับ +10 ะเิเปลวเพลิง!
หัวใจที่เต้นระรัวยังไม่ทันสงบลงก็ต้องเต้นแรงอีกครั้ง ถังย่าและซูเซี่ยทั้งสองคิดไม่ถึงว่าไป๋หยุนเฟยจะจู่โจมใส่อย่างรุนแรงได้ต่อเนื่องถึงสองครั้งติดต่อกันเช่นนี้ แม้ทั้งคู่จะยืนอยู่ขอบรัศมีการะเิแต่ยังคงััได้ถึงคลื่นความร้อนที่ทะลักออกมาได้อย่างชัดเจน พวกมันถึงกับลอยกระเด็นออกไป
ทวนนี้กลับกระตุ้นผลกระทบเพิ่มเติมให้บังเกิดขึ้น แม้แต่ไป๋หยุนเฟยเองก็ลอบประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าแตกตื่นเช่นเดียวกับศัตรูทั้งสอง เพียงถีบเท้าพุ่งออกไปอย่างเร่งร้อนพร้อมกับที่มือขวารั้งเชือกสารพัดนึกหดสั้นเข้ามา พริบตาเดียวทวนเปลวอัคคีก็กลับมาอยู่ในมืออีกครั้งขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าหาถังย่าที่อยู่ด้านขวาของตนทันที
……
ในใจซูเซี่ยเปี่ยมด้วยความตื่นตระหนก มันคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าแม้ฝ่ายตนทั้งสองคนจะอาศัยชัยภูมิอันได้เปรียบทั้งยังร่วมมือกันต่อสู้กับภูติญญาระดับปลาย แต่ไฉนกลับต้องเผชิญความลำบากเช่นนี้ได้! มือขวาของมันวาดฟันอย่างต่อเนื่องจนเบื้องหน้าคล้ายมีกำแพงสายลมคอยต้านทานพลังที่โหมเข้าใส่ แต่กระนั้นมันก็ยังคงถูกกดดันจนต้องล่าถอยออกไปจากเดิมหกเจ็ดวาค่อยยั้งร่างลงได้ ชั่วขณะที่มันจะรุกไปเบื้องหน้าเพื่อสู้ต่อ จู่ๆก็เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะกวาดตาไปมองทางด้านซ้าย
เห็นที่ห่างออกไปยี่สิบสามสิบวา มีเงาร่างคนผู้หนึ่งกำลังแอบย่องไปทางเสี่ยวฟางที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ --- คนผู้นั้นก็คือจู้จื่อ!
ที่แท้มันก็คิดจะอาศัย่ที่เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดเข้าไปช่วยเสี่ยวฟางออกมา!
ที่จริงในยามนี้ถังย่าและซูเซี่ยไม่มีความจำเป็ต้องใช้‘ตัวประกัน’อีกแล้ว เดิมทีพวกมันก็ไม่ได้คิดจะใช้เสี่ยวฟางเพื่อบีบให้ไป๋หยุนเฟยมอบวัตถุิญญาออกมา พวกมันเพียง้าล่อไป๋หยุนเฟยมาที่นี่ซึ่งมีชัยภูมิได้เปรียบเท่านั้น ยามนี้ต่อให้เสี่ยวฟางถูกช่วยเหลือออกไปก็ไม่ส่งผลอันใดต่อพวกมัน
แต่กระนั้นหลังจากซูเซี่ยนิ่งงันไปชั่วครู่ จู่ๆแก้วตามันก็พลันหดลงพร้อมกับที่ดวงตากลอกไปมาอย่างรวดเร็วราวครุ่นคิดถึงเื่บางอย่าง กระทั่งจู้จื่อลอบเข้าไปจนจะถึงตัวเสี่ยวฟาง ซูเซี่ยก็เผยยิ้มมีเลศนัยก่อนจะหันไปด้านข้างแล้วะโออกไป “คิดฉวยโอกาสช่วยคนหรือ?! อย่าได้เพ้อฝันไป! เ้าคนธรรมดาต่ำต้อย ตาย!”
กล่าวจบมีดจันทร์เสี้ยวในมือก็เรืองแสงสีเขียววาบขึ้นก่อนจะซัดออก ที่แท้มันก็ซัดมีดโค้งเข้าใส่เสี่ยวฟางที่นั่งพิงต้นไม้โดยที่ไม่อาจขยับตัวได้!
มันจงใจตะเบ็งออกไปสุดเสียงด้วยเจตนาชัดเจนยิ่ง คือ้าให้ไป๋หยุนเฟยซึ่งกำลังโหมจู่โจมใส่ถังย่าที่อยู่ไกลออกไปได้ยินและเสียสมาธิ เพื่อช่วยให้ถังย่ามีโอกาสที่จะโต้กลับ! หรือต่อให้ไป๋หยุนเฟยไม่แยแส ถังย่าก็ยังสามารถบังคับมีดจันทร์เสี้ยวให้บินเข้าไปโจมตีใส่ไป๋หยุนเฟยได้ ส่วนเสี่ยวฟางนั้น --- การสังหาร ‘คนธรรมดา’ต่ำต้อยคนหนึ่ง มันไม่คิดจะนำมาใส่ใจ
“สารเลว!!”
และก็เป็ดังที่คิด เมื่อไป๋หยุนเฟยเห็นว่ามันจู่โจมใส่เสี่ยวฟางสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง ก่อนจะละทิ้งการรุกไล่ถังย่าในทันที แต่ว่าจะไล่ตามมีดจันทร์เสี้ยวก็ไม่ทันการ ไป๋หยุนเฟยร้อนใจไม่มีเวลาจะครุ่นคิดมากความ ใช้มือซ้ายกุมทวนส่วนมือขวาสะบัดเรียกหนามธารน้ำแข็งซึ่งเดิมทีคิดจะใช้เป็ไม้ตายออกมา จากนั้นสะบัดมือซัดออกโดยหวังว่าจะสามารถเบี่ยงเบนทิศทางของมีดจันทร์เสี้ยวออกไปได้ แต่ชั่วพริบตาที่จะซัดออกไปนั้น ด้านหลังศีรษะก็มีลมกระโชกใส่ ที่แท้ถังย่าฉวยโอกาสใช้มีดจันทร์เสี้ยวอันแหลมคมลอบจู่โจมใส่ศีรษะของไป๋หยุนเฟย!
ภายใต้สถานการณ์วิกฤต ไป๋หยุนเฟยเบี่ยงศีรษะเล็กน้อย มีดจันทร์เสี้ยวจึงฟันใส่ไหล่ขวาจนเกิดประกายไฟแลบแปลบ เกราะิญญาไหมทองกลับไม่อาจต้านทานความคมกล้าของมีดจันทร์เสี้ยวจึงขาดเป็ช่องพร้อมกับที่คมมีดทิ่มแทงเข้าเนื้อจนโลหิตกระเซ็นซ่าน
ส่วนหนามธารน้ำแข็งที่ไป๋หยุนเฟยซัดออก เพียงกระทบมีดจันทร์เสี้ยวจนเบนออกเล็กน้อยแต่กลับไม่อาจหยุดมีดเอาไว้ได้
ถังย่าที่ยังกระชับมีดไว้ในมือก็รุกจู่โจมต่อด้วยการถีบใส่ท้องน้อย ไป๋หยุนเฟยที่ไม่ทันเกร็งกำลังต้านรับจึงกระเด็นออกไป าแบนไหล่ขวามันปรากฏโลหิตหลั่งไหลไม่หยุดแต่ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ได้นำพา ดวงตาทั้งคู่เพียงจ้องมองไปยังมีดโค้งที่พุ่งไปหาเสี่ยวฟางด้วยแววตาสิ้นหวัง --- หากเสี่ยวฟางต้องมาจบชีวิตที่นี่ ไป๋หยุนเฟยคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!
ยามที่มีดจันทร์เสี้ยวหมุนควงใกล้ถึงลำคอของเสี่ยวฟางนั้น ชั่วขณะที่หญิงสาวดีงามผู้นี้กำลังจะลาโลกไป จู่ๆก็พลันมีร่างคนผู้หนึ่งพุ่งออกมายืนขวางเบื้องหน้าพร้อมกับกางแขนบดบังร่างของเสี่ยวฟางเอาไว้ --- คนผู้นั้นก็คือจู้จื่อ!
“ฉัวะ!”
มีดจันทร์เสี้ยวกรีดผ่านหน้าอกของจู้จื่อพร้อมกับโลหิตที่กระเซ็นซ่าน จากนั้นถังย่าจึงบังคับมีดจันทร์เสี้ยวให้วกกลับไป แล้วจู้จื่อก็กระอักโลหิตออกจากปากหงายหลังล้มลงข้างกายเสี่ยวฟางที่น้ำตานองหน้า...
……
ไป๋หยุนเฟยที่ถูกถังย่าถีบกระเด็นออกไปก็พลันพลิกตัวกลางอากาศก่อนจะฟุบตัวลงกับพื้น มันงอขาทั้งสองเล็กน้อยพร้อมกับใช้มือขวาเท้าพื้น หลังจากไถลต่อไปอีกหลายวาจึงค่อยยั้งตัวลงได้
“ปัง!”
กลุ่มเปลวเพลิงโหมลุกขึ้นที่แขนขวาของไป๋หยุนเฟยจนพื้นดินที่ฝ่ามือััถูกแผดเผาเป็สีเทาดำ ยามที่มันทรงกายยืนขึ้นเปลวเพลิงก็ลุกลามออกไปจนทั้งร่างถูกกลืนกินด้วยเปลวอัคคี แต่ไฟที่ลุกท่วมนี้กลับไม่ส่งผลเสื้อผ้าหรือเส้นผมของไป๋หยุนเฟยแม้แต่น้อย พลังิญญาที่ดุดันเข้มแข็งกว่าเมื่อครู่พลันะเิออก มวลอากาศรอบกายถูกคลื่นความร้อนแผดเผาจนบิดเบี้ยว
ไป๋หยุนเฟยที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงเงยหน้าขึ้นอย่างแช่มช้า ก่อนจะใช้ดวงตาแดงก่ำที่แฝงจิตสังหารอันเปี่ยมล้นเขม้นมองไปยังถังย่าและซูเซี่ยซึ่งกำลังรวมตัวกัน
“พวกแก... ทำให้ข้ามีโทสะจริงๆแล้ว... สมควรตาย!!”
ยามเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของไป๋หยุนเฟย ถังย่ากับซูเซี่ยต่างก็ตกตะลึง แต่เมื่อได้เห็นไหล่ขวาของไป๋หยุนเฟยที่ยังคงหลั่งโลหิตไม่หยุดดูแล้วาแน่าจะสาหัสไม่น้อย จากสายตาของพวกมัน สถานการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าฝ่ายตนยังคงได้เปรียบ ดังนั้นพลังอันดุดันนี้จึงไม่อาจขู่ขวัญพวกมันให้หวาดหวั่นได้
“เฮอะ! เ้าเดือดดาลเพียงเพราะชีวิตของ‘มดปลวก’ตัวหนึ่งเท่านั้นหรือ ความเมตตาที่น่าสมเพชของเ้าช่างน่าขบขันนัก! มีโทสะแล้วจะเป็ไร? ก็แค่การดิ้นรนก่อนตายของเ้าเท่านั้น!” ซูเซี่ยหัวเราะเย้ยหยันพร้อมกับชูมีดจันทร์เสี้ยวขึ้นก่อนจะฟาดฟันลำแสงสีเขียวฝ่าอากาศใส่ จากนั้นแสงสีเขียวก็แปรเปลี่ยนเป็คมมีดสายลมสีเขียวมากมายพุ่งเข้าหาไป๋หยุนเฟย
ไป๋หยุนเฟยโคจรพลังิญญาเพื่อห้ามเืและเยียวยาาแบนไหล่ขวา ขณะเดียวกันมือซ้ายก็วาดทวนแทงออกถี่ยิบจนเกิดเงาทวนกระจายรอบทิศ คมมีดสายลมที่พุ่งเข้ามาก็สลายไปจนหมดสิ้น
แสงสีเขียวปรากฏขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้กลับมาจากด้านซ้าย เป็ถังย่าซัดมีดจันทร์เสี้ยวจู่โจมใส่อีกครั้ง ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงเ็ารั้งทวนกลับพร้อมกับหลบเลี่ยงปล่อยให้มีดโค้งเฉียดผ่านหัวไหล่ไป แต่ชั่วขณะที่มีดจันทร์เสี้ยวผ่านข้างศีรษะไปนั้น ไป๋หยุนเฟยก็พลันสะบัดมือขวาปล่อยลำแสงสีทองออก แล้วเชือกสารพัดนึกก็รัดพันด้ามจับของมีดจันทร์เสี้ยวเอาไว้ทันที
ซูเซียหน้าแปรเปลี่ยนในทันที มีดจันทร์เสี้ยวในมือมันเปล่งแสงสีเขียวเข้มขึ้นพร้อมกับส่งเสียงออกมาแ่เบา ขณะเดียวกันมีดอีกเล่มที่ถูกรัดพันอยู่นั้นก็สั่นสะท้านและดิ้นรนอย่างรุนแรงราวกับถูกเรียกหาให้พุ่งไปยังซูเซี่ย เชือกสารพัดนึกถูกดึงรั้งจนเป็เส้นตรง ทว่าไป๋หยุนเฟยยังคงกำเชือกแแ่จนเส้นเอ็นปูดโปน บนไหล่ขวาก็มีโลหิตทะลักออกมาอีกครั้ง แต่ไป๋หยุนเฟยราวกับไม่รู้สึกเ็ปทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือ
มีดจันทร์เสี้ยวเล่มนั้นลอยค้างกลางอากาศสูงร่วมห้าวาระหว่างกลางไป๋หยุนเฟยกับซูเซี่ย มัน‘ดิ้นรน’ไม่หยุดราวกับมีชีวิต แต่กระนั้นเชือกสารพัดนึกก็ยังคงรัดแน่น ไม่ว่าซูเซี่ยจะบังคับอย่างไรก็ไม่อาจหลุดออกได้
ถังย่าเห็นเช่นนั้นดวงตาก็เป็ประกายที่เห็นโอกาสสังหาร มันสะบัดมือขวาก็ปรากฏค้อนทองแดงขนาดใหญ่ราวกระทะเหล็กในมือ จากนั้นจึงพุ่งตรงเข้าหาไป๋หยุนเฟยที่กำลัง‘ชักเย่อ’กับซูเซี่ยก่อนจะชูค้อนทองแดงขึ้นแล้วเล็งไปยังศีรษะไป๋หยุนเฟยหมายจะทุบให้แหลก!
