ตอนที่ 3
เมื่อพวกมันเริ่มคุกคามหนักขึ้น ร่างบางจึงเลิกขัดขืน มือเรียวข้างซ้ายยังคงจับประตูรถเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้พวกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาอีกทาง
“กริ๊ก !”
เหมยอิงใช้มือขวาล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง เขาหยิบปืนที่พกติดตัวออกมาจ่อไปตรงบริเวณหน้าผากของชายฉกรรจ์ที่มุดเข้ามาทำร้ายตน นิ้วเรียววางในตำแหน่งที่พร้อมลั่นไกนั่นทำให้มันหยุดชะงักรวมทั้งคนขับรถ จะมีเพียงพวกที่อยู่ด้านนอกยังคงส่งเสียงเชียร์ด้วยความสนุกสนาน
“ถ้ายังเข้ามาอีก…กูยิง”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างดุดันเพื่อเตือนให้พวกมันได้รู้ว่าเขาทำจริง
“คนสวย เราคุยกันก่อนได้ เล่นของอันตรายแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”
มุมปากหนาที่เคยยกยิ้มหุบลงเมื่อเห็นว่าร่างบางกล้าทำอย่างที่พูด ััเย็นเฉียบที่บริเวณหน้าฝากทำให้รู้ว่าปืนที่อยู่ในมือเรียวเป็ของจริง ชายฉกรรจ์รีบปล่อยมือจากข้อเท้าเรียวทันทีก่อนจะยกมือขึ้นช้าๆ พยายามพูดจาหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็มิตร
“พวกแก…คิดว่าฉันกล้ายิงไหม ?”
เหมยอิงถามกลับอย่างหยอกล้อพร้อมมุมปากบางที่ยกขึ้นเล็กน้อยแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดัน เป็รอยยิ้มที่เยือกเย็นและน่ากลัว
“ฉันให้เวลาคิด 1…”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบ ทั้งยังบีบบังคับเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตน้า
“เลือกเอาว่าจะยอมขับรถกลับไปส่งหรืออยากเป็ศพ…2…”
ั์ตาคู่สวยที่มองมาอย่างไร้ความหวาดกลัวและมุ่งมั่นทำให้ชายฉกรรจ์ไม่กล้าแย่งปืนเพราะโอกาสสูงมากที่ปืนจะลั่นใส่ตัวเอง ดูจากท่าทางการจับปืนที่มั่นคง ชายฉกรรจ์มั่นใจมากว่าร่างบางตรงหน้าสามารถใช้มันได้ดี
“….3…”
“อย่า…อย่ายิง”
ชายฉกรรจ์ร้องบอกเสียงหลงในขณะที่นิ้วเรียวกำลังจะลั่นไกหลังพูดจบ
“ไปส่งฉันที่สถานีตำรวจ ส่วนแกลงไปจากรถแล้วปิดประตูซะ”
เหมยอิงสั่งเสียงดุ นิ้วเรียวยังคงประจำที่พร้อมลั่นไกทุกวินาที ต้องขอบคุณลูกน้องคนสนิทของป๊าที่ยื่นปืนให้กับเขาในตอนที่ยืนรอรถหน้าบ้าน คิดเอาไว้ว่าจะไว้ใช้ในยามฉุกเฉินแต่ไม่คิดว่ามันจะไวถึงเพียงนี้
“ก็ได้”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีเวลาให้แกได้หนี” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น
ชายฉกรรจ์ค่อยๆถอยตัวออกไปช้าๆ เสี้ยววินาทีที่คิดจะแย่งปืนแต่ดูเหมือนว่าร่างบางจะรู้ทัน สุดท้ายจึงต้องยอมทำตามที่เหยื่อ้าเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง
“ออกรถ”
เหมยอิงยกปืนเล็งไปยังคนขับก่อนกระดิกปลายกระบอกปืนเบาๆเพื่อออกคำสั่ง ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเหมยอิงก็มายืนอยู่หน้าสถานีตำรวจตามที่้า เขาเข้าไปแจ้งความไว้ก่อนจะไปหาโรงแรมเพื่อหลับนอนในคืนนี้
ชีวิตของเขามันวุ่นวายมากจนแทบไม่มีเวลาได้เศร้าเลยสักนิด ทันทีที่เข้ามาในห้องพักเหมยอิงก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้านอน พรุ่งนี้เขาจะต้องหารีบตื่นเพื่อหาที่พักและหางานทำเพราะเงินที่มีใช้ได้แค่ไม่กี่ปีก็คงหมด แต่ถ้าใช้ฟุ่มเฟือยแบบชีวิตที่ผ่านมาเงินก้อนนี้คงหมดภายในไม่กี่วัน
เหมยอิงไม่ได้เลือกที่พักหรูหราแต่เขาเลือกเช่าแบบที่พออยู่ได้โดยไม่ลำบาก เมื่อจัดของเข้าที่เสร็จเรียบร้อยจึงหางานในอินเตอร์เน็ต ระหว่างที่ยังไม่มีงานทำเหมยอิงก็ได้นิ่งคิดและทบทวนในสิ่งที่ตัวเองได้ทำผิดซ้ำๆ
“ฮึก”
เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างแ่เบา ใบหน้าสวยซุกซบกับผ้าห่มผืนหนาก่อนจะผล็อยหลับไปพร้อมคราบน้ำตา
เพียงแค่สามวันก็มีอีเมลตอบกลับจากร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เขาพยายามปรับตัวเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไป ตื่นเช้าไปทำงานและเลิกงานตามเวลาที่กำหนด
แต่ทว่าหลายวันมานี้เหมยอิงมักทานอะไรก็คลื่นไส้อาเจียน บางครั้งเพียงแค่ได้กลิ่นน้ำหอมก็พาลให้รู้สึกเวียนหัวอย่างไม่มีสาเหตุ
“อ๊วก !! อ๊วก !!!”
เหมยอิงอ๊วกหนักจนน้ำตาร่วง เรี่ยวแรงแทบไม่มีเหลือ สองมือเรียวยันตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงกองกับพื้น ล้างปากด้วยน้ำสะอาด เช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อยก่อนเดินออกจากห้องน้ำเพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาเลิกงานเขาจึงต้องอดทน
หลังจากเลิกงานเขาก็รีบเดินไปยังสถานีรถไฟเพื่อกลับห้องพัก แต่ทว่าเดินไปได้สักระยะกลับรู้สึกว่าพื้นมันเอียงๆ ดวงตาพร่าเบลอราวกับว่ามีหมอกหนาปกคลุม ร่างกายเริ่มโงนเงนก่อนสติจะดับวูบไป
“เห้ย ! คุณ ! คุณครับ”
ร่างบางล้มลงนอนกองอยู่ที่พื้น โชคดีที่เจอคนใจดีพาเหมยอิงมาส่งที่โรงพยาบาล
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งไปทั่วเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆจึงรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล เหมยอิงไม่รู้ว่าตัวเองนั้นหลับไปนานแค่ไหนเพราะฟื้นมาก็เห็นว่ามีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ที่หลังมือ ร่างบางกดเรียกหมอทันทีเมื่อนอนรออยู่นานก็ไม่มีใครเข้ามาเสียที
ที่เขาเป็ลมอาจเป็เพราะ่นี้มีแต่เื่เครียดๆ และพักผ่อนไม่เพียงพอ
“เป็ยังไงบ้างครับ คุณโอเคไหม ?”
คุณหมอเอ่ยถามเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มหล่อ ใบหน้าสวยเริ่มมีสีเืดูมีชีวิตชีวามากขึ้นแต่ั์ตาคู่สวยกลับดูเศร้าสร้อยราวกับว่าไม่้าอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
“ดีขึ้นแล้วครับ ผมเป็อะไร ?”
ใบหน้าสวยขยับขึ้นลงก่อนยิ้มตอบบางๆ ให้กับคุณหมอสุดหล่อ ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วอีกฝ่ายคงอายุมากกว่าเขาไม่เยอะ
“ยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้ 4 สัปดาห์”
คำพูดของคุณหมอเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ เหมยอิงไม่ได้สนใจฟังว่าคุณหมอพูดอะไรต่อ มือเรียวสั่นเทายกขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆอย่างทะนุถนอม ั์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส
“คุณโอเคไหมครับ หรือว่ายังวิงเวียนศีรษะ ?”
คุณหมอที่เห็นคนไข้เงียบไปจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ใบหน้าสวยซีดลงอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด
“เปล่า…ครับ”
ใบหน้าสวยส่ายไปมาเบาๆ อึกอักเล็กน้อยก่อนตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก ั์ตาคู่สวยยังคงจับจ้องไปยังหน้าท้องแบนราบของตัวเอง
“สามีของคุณละครับ เดี๋ยวจะต้องตรวจเืเพื่อตรวจสุภาพ”
คุณหมอเอ่ยถามพร้อมมองหาสามีของคนไข้ที่ควรอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด
“ไม่มีครับ”
เหมยอิงตอบกลับเสียงแ่เบาราวกับกระซิบก่อนช้อนตาขึ้นมองคุณหมอพร้อมรอยยิ้มเศร้า
“คุณกำลังจะบอกหมอว่า… ?”
คำตอบที่ได้รับทำให้คุณหมอมองคนไข้บนเตียงด้วยความสงสัย เขาไม่อยากคิดไปในทางที่ไม่ดี
“ครับ ผมไม่มีสามี”
“แล้วผู้ชายคนที่พาคุณมาส่งโรงพยาบาลละครับ หมอเห็นเขานั่งเฝ้าคุณอยู่นานเลย ดูเหมือนจะเป็ห่วงคุณมากๆ เพิ่งกลับไปก่อนคุณฟื้นไม่นาน ส่วนเื่ค่ารักษาพยาบาลเขาก็เป็ออกให้ทั้งหมด”
“แต่ผมไม่รู้จักเขาครับ”
เหมยอิงปฏิเสธเพราะเขามั่นใจว่าคนที่ช่วยตนไว้คงไม่ใช่อี้เฉินอย่างแน่นอน ที่สำคัญเขาไม่เห็นหน้าคนที่ช่วยชีวิตไว้ด้วยซ้ำ หากมีโอกาสก็อยากจะขอบคุณและตอบแทนที่ช่วยชีวิตเขากับลูกไว้
“ครับ”
“เด็กคนนี้เกิดมาจากความผิดพลาดครับ”
เหมยอิงเอ่ยออกมาด้วยความลำบากใจไม่น้อย ั์ตาคู่สวยมีแต่ความเสียใจซุกซ่อนอยู่ในนั้น
…………………………………………………
