หลินชิงถงดวงตาเบิกตากว้าง หัวใจของนางเต้นรัวอย่างรุนแรง นางก้าวออกมาหนึ่งก้าว พลังดาบปะทุขึ้นในร่าง เตรียมจะเรียกอาจารย์ของนางออกมาเพื่อเข้าไปช่วยจางเหวิน แต่ยังไม่ทันได้เคลื่อนไหว เงาร่างหนึ่งก็ขวางอยู่ตรงหน้า ออร่าของกึ่งจักรพรรดิแผ่กดดันลงมาอย่างหนักหน่วง ทำให้นางไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย
ขณะเดียวกันจางเหวินยิ้ม ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ยกแขนทั้งสองข้างออก สยายมือกว้างราวกับเปิดรับชะตากรรมทั้งปวง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยคราบเืของกู่อี้เซิง แต่แววตายังคงนิ่งสงบ ในมือขวายังคงกำร่างที่ไร้ิญญาของกู่อี้เซิงเอาไว้แน่น เืหยดลงจากปลายนิ้วยาวเป็สาย ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมาอย่างไม่เชื่อสายตา
“เข้ามาสิ” เสียงของเขาดังขึ้นชัดเจน
“พวกเ้าอยากได้ไม่ใช่หรือไง ทั้งเืและชีวิตของข้า วันนี้ข้าจะสลักชื่อของข้า จางเหวิน เอาไว้ในใจของพวกเ้าทุกคน”
ตูม!
ออร่าพลังระดับนักบุญหลายสิบสายะเิออกมาพร้อมกันจากบนเรือบิน ราวกับฟ้าถล่มใส่จุดเดียว คลื่นพลังมหาศาลพุ่งตรงเข้าหาร่างของจางเหวินจากทุกทิศทาง พื้นอากาศบิดเบี้ยว ความว่างเปล่ารอบตัวแตกเป็รอยร้าว ในบรรดานักบุญเ่าั้ ร่างหนึ่งโดดเด่นที่สุด ออร่าที่กดดันจนแทบทำให้มิติแทบแตกสลาย จางหลิงเยว่ นางเป็คนแรกที่เข้าถึงตัวจางเหวิน
ไม่มีคำพูดใดๆ ไม่มีความลังเลใดๆ ฝ่ามือของนางฟาดลงมาพร้อมพลังที่อัดแน่นจนกฎแห่งโลกสั่นะเื แขนซ้ายของจางเหวินแตกสลายหายไปทันที ก่อนที่แรงกระแทกจะซัดร่างของจางเหวินลอยกระเด็นไปกลางอากาศ ในขณะที่จางเหวินยังไม่ทันได้ตกถึงพื้น เงาของนักบุญอีกคนก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง เตะเข้าที่แผ่นหลังอย่างโเี้ จนกระดูกสันหลังแตกสลาย เืพุ่งออกจากปากยาวเป็สาย และร่างกายของกู่อี้เซิงก็ถูกชิงกลับไปโดยคนของตระกูลกู่
จางเหวินพยายามแปรสภาพร่างกายเป็น้ำ พลังสายน้ำไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง แต่ทันทีที่ร่างกายเริ่มกลายเป็เหลว ฝ่ามือของจางหลิงเยว่ก็กดลงมาอีกครั้ง พลังของนางแทรกซึมเข้าไปในแก่นแท้ของร่างกายของเขาทุกส่วน มันบดขยี้โครงสร้างพลังจนแตกสลาย วิชาแปรสภาพเป็น้ำที่เคยทำให้เขาเกือบเป็ะ กลับไร้ค่าโดยสิ้นเชิงต่อหน้านักบุญเหล่านี้
แขนขาขวาถูกหัก ขาซ้ายถูกบิดจนผิดรูป เส้นเอ็นขาดสะบั้น อวัยวะภายในแตกสลายทีละส่วน ทุกการโจมตีไม่ใช่เพื่อสังหารในทันที แต่เป็การทรมานอย่างช้า ๆ จางหลิงเยว่ลงมือด้วยความโกรธที่ปะทุจนควบคุมไม่อยู่ ราวกับ้าทำลายเขาให้หมดสิ้นทั้งร่างกายและจิติญญา
นักบุญหลายคนเริ่มหยุดการเคลื่อนไหว พร้อมมองไปที่จางหลิงเยว่ที่ปล่อยคลื่นพลังซัดใส่จางเหวินไม่หยุด เสียงะเิดังต่อเนื่อง ฟ้าะเื แผ่นดินไหว ป่าอสูรโบราณรอบข้างถูกทำลายจนราบเป็หน้ากลอง ร่างของจางเหวินถูกกระแทก ซัด ฟาด เหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เืสาดกระจายไปทั่วอากาศ
จางเหวินแสดงความเ็ปออกมา แต่เขากลับไม่มีท่าทีแสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อยและยังคงมีรอยยิ้มที่เ็าพร้อมท้าทาย ราวกับกำลังเยาะเย้ยชะตากรรมของจางหลิงเยว่
นักบุญหลายคนยืนล้อมวงการกระทำของจางหลิงเยว่อย่างเงียบงันราวกับถูกตรึงไว้ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของจางหลิงเยว่ที่กำลังทรมานชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ปรานี
ภาพที่พวกเขาเห็นทำให้แม้แต่นักบุญที่มีอายุมานานยังรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก พวกเขาไม่มีใครเข้าใจเลยสักนิด ทั้งๆ ที่ ทั้งสองคนก็เป็แม่และลูกชายกันแท้ๆ ทำไมถึงได้โหดร้ายกันได้ขนาดนี้ บางคนคิดว่าจางหลิงเยว่ทำเพื่อเอาใจตระกูลกู่ บางคนก็คิดว่าต้องมีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านั้น
จางเหวินในสภาพที่แทบไม่อาจเรียกว่ามนุษย์ได้อีกต่อไป ร่างกายทุกสัดส่วนเละจนไม่เหลือรูปทรง แขนขาบิดเบี้ยว กระดูกโผล่ เืชุ่มไปทั่วพื้น แต่บนใบหน้านั้นกลับยังคงมีรอยยิ้ม และจากลำคอที่แตกแห้ง เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาเป็่ ๆ ราวกับคนเสียสติ
“ฮ่า… ฮ่า… ฮ่า…”
เสียงนั้นไม่ดัง แต่กลับแทงลึกเข้าไปในหัวใจของผู้ฟัง
หลังจากทรมานจางเหวินมาระยะหนึ่ง จางหลิงเยว่ก็หยุดมือในที่สุด ออร่าที่ปั่นป่วนรอบกายของนางค่อย ๆ สงบลง นางก้าวเข้าไป กระชากร่างของจางเหวินขึ้นมาบีบหัวในท่าเดียวกับที่เขาเคยทำกับกู่อี้เซิง นิ้วเรียวรัดแน่น กล้ามเนื้อแขนเกร็งแข็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและคลุ้มคลั่ง
ร่างของจางเหวินห้อยอยู่กลางอากาศ เืหยดลงจากปลายเท้าเป็สาย เขาแทบไม่มีแรงต่อต้านแล้ว แต่ดวงตายังคงจ้องมองนางอย่างไม่ยอมแพ้
“เ็ปหรือเปล่า” เสียงของจางหลิงเยว่สั่นเล็กน้อย “นี่แหละคือสิ่งที่เ้า….”
ถุ!
จางเหวินถ่มเืสีเข้มใส่หน้าของจางหลิงเยว่อย่างจงใจ เืสีแดงสดสาดเปื้อนแก้มของนางจนทำให้นางชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที และในเสี้ยวนาทีนั้น เสียงหัวเราะแ่เบาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮ่า… ฮ่า…”
เสียงนั้นมันเหมือนเข็มนับพันเล่มที่แทงใส่จิตใจของจางหลิงเยว่ นางเริ่มออกแรงจะบีบหัวของจางเหวินให้แตก
ทันใดนั้นเอง จางหลิงเยว่รู้สึกถึงความผิดปกติ พลังภายในที่เคยไหลเวียนอย่างราบรื่นกลับสะดุด เืสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากอย่างไม่อาจควบคุม นางไออย่างรุนแรง ก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้น เสียงลมหายใจขาดห้วง
นักบุญทุกคนที่อยู่รอบด้านต่างเบิกตากว้าง ความงุนงงแผ่ซ่านไปทั่ว ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งพวกเขาบางคนที่เข้าไปโจมตีจางเหวินก่อนหน้านี้ก็ได้ล้มลงพร้อมกับพ่นเืออกมาเช่นกัน คนเหลือที่เห็นว่าท่าไม่ดีก็ะโออกห่างจากคนที่ล้มลงทันที
บนเรือบิน กู่หลานเยว่ขมวดคิ้วแน่น “เกิดอะไรขึ้นกัน…”
จางหลิงเยว่กุมหน้าอก เืเริ่มไหลออกมาจากดวงตา หู จมูก ปาก พร้อมกัน ความเ็ปแล่นกระแทกเข้ามาเหมือนคลื่นถาโถม
“พิษ… จากเืของมันงั้นหรือ…”
นางอาเจียนเืออกมาอีกครั้ง แต่ในวินาทีนั้นเอง ความเ็ปแปลบๆ ก็แล่นขึ้นที่ฝ่ามือ เมื่อนางเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจนางแทบหยุดเต้น
มันคือภาพของจางเหวินที่กำลังกัดมือของนางเอาไว้แน่น ฟันเปื้อนเืฝังลงในเนื้อ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยาแ ดวงตาของเขาเป็ประกายประหลาด ราวกับเขายังคงมีความหวังในสถานการณ์ตอนนี้
ในขณะเดียวกันนั้นเอง จางหลิงเยว่ััได้อย่างชัดเจน พลังของนางกำลังถูกดูดกลืน
ไม่ใช่การแย่งชิงอย่างหยาบกระด้าง แต่เป็การกลืนกินอย่างช้า ๆ แล้วก็เร็วขึ้น เร็วขึ้น พลังการบ่มเพาะระดับนักบุญที่สั่งสมมานับพันปีไหลออกจากร่างของนาง ผ่านฝ่ามือที่ถูกกัด อย่างกับท่อน้ำแตก
นางพยายามสลัดจางเหวินออก แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง พลังภายในของนางปั่นป่วนไปหมด กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนแทบจะเหมือนไม่มีอยู่ แม้แต่การขยับนิ้วก็ยากเย็นในเวลานี้
พลังชีวิตและพลังบ่มเพาะของจางหลิงเยว่ไหลออกจากมือของนางอย่างไม่อาจหยุดยั้ง เส้นพลังสีแดงเข้มผสมม่วงดำพุ่งออกจากฝ่ามือที่ถูกกัด
วิชาลับของจางเหวินเริ่มทำงานอย่างสมบูรณ์ เส้นพลังสีแดงดำปนฟ้าหม่นค่อย ๆ แผ่ไปทั่วร่างของเขา พวกมันไม่ไหลเป็สาย แต่บิดเบี้ยวเหมือนรากไม้ที่มีชีวิต รากพลังสีดำเ่าั้เต้นเป็จังหวะเดียวกับหัวใจของจางเหวิน ทุกครั้งที่มันเต้น พลังนักบุญของจางหลิงเยว่ก็ถูกดึงออกมาเป็ชั้น ๆ
นางพยายามจะส่งเสียงแต่มันกลับไม่มีเสียงใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย เส้นพลังปรานในร่างของนางเริ่มแตก รอยแยกปรากฏบนิั พลังนักบุญขั้นที่ห้าถูกฉีกออกก่อน ตามด้วยขั้นที่สี่ ขั้นที่สาม
ในเวลาเดียวกัน ร่างของจางเหวินเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ถึงแม้ร่างกายของเขาจะทำการรักษาตัวเองอยู่ตลอดเวลาแต่ความรู้สึกที่เขากำลังรับอยู่ตอนนี้ขอตายน่าจะดีกว่า
เส้นพลังภายในของเขาถูกพลังนักบุญอัดแน่นจนปริแตก เสียงกระดูกแตกดังต่อเนื่องเหมือนฟืนถูกหัก กล้ามเนื้อฉีกขาดแล้วก็สมานซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะฉีกขาดซ้ำในเสี้ยววินาทีถัดมา เืไม่ไหลเป็หยด แต่พุ่งออกจากรูขุมขนทั่วร่าง ร่างกายของเขาสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้
จากความทรมานนี้มันส่งผลให้การบ่มเพาะของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปชั่วคราวอย่างบ้าคลั่ง
ขั้นก่อตั้งิญญาถูกบดขยี้ราวกับไม่มีอยู่จริง ขั้นการรวมร่างถูกข้ามผ่านเหมือนเพียงก้าวเดียว ขั้นนิพพานปะทุขึ้นรอบตัวเขา เงาร่างของจางเหวินซ้อนทับกันหลายชั้น ภาพของการตายและเกิดใหม่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเขากำลังตายและฟื้นขึ้นมาพร้อมกันนับร้อยครั้ง
ฟ้าร้องคำราม เมฆสีดำรวมตัวเป็เกลียว ลำแสงฟ้าผ่าฟาดลงรอบตัวเขาไม่หยุด พื้นดินด้านล่างยุบตัวเป็แอ่งกว้าง ต้นไม้ในป่าอสูรโบราณถูกแรงกดดันบดจนแหลกเป็ผง ราวกับโลกใบนี้กำลังปฏิเสธการกระทำของจางเหวิน
จางหลิงเยว่ทรุดลงไปนอนกับพื้น เืไหลออกจากดวงตา หู จมูก ปากพร้อมกัน นางััได้ว่ารากฐานนักบุญของตนแตกสลายจากพิษที่ได้รับมา การบ่มเพาะของนางร่วงลงมาถึงนักบุญขั้นที่หนึ่ง ก่อนจะไถลลงสู่ระดับกึ่งนักบุญอย่างไม่อาจหยุดยั้ง จากทั้งการดูดกลืนพลังจากจางเหวินและพิษที่ตอนนี้กำลังทำลายร่างกายของนางอยู่ ความภาคภูมิ ความเย่อหยิ่ง และอำนาจที่สั่งสมมาทั้งชีวิตถูกฉีกออกไปต่อหน้าต่อตา
าานักบุญแห่งตระกูลกู่พุ่งเข้ามาในจังหวะนั้น พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาปะทุสูงสุด กระบี่ฟาดลงพร้อมอาคมสังหารนับสิบ คลื่นพลังสามารถบดขยีู้เาได้ในดาบเดียว แต่เมื่อมันพุ่งถึงร่างจางเหวิน กลับเฉือนผ่านไปเหมือนฟันใส่น้ำ
บางจังหวะ ร่างของจางเหวินแตกกระจายเป็สายน้ำ บางจังหวะบิดเบี้ยวเหมือนภาพสะท้อนในกระจกแตก โลกโดยรอบราวกับปฏิเสธการโจมตีทั้งหมด
เมื่อาานักบุญแห่งตระกูลกู่เห็นว่าการโจมตีจางเหวินไม่ได้ผลก็เปลี่ยนวิธีใหม่โดยการที่จะดึงจางหลิงเยว่ออกมาจากจางเหวินแต่มันก็สายไปแล้ว พลังของจางเหวินทะยานถึงถ้ำ์ขั้นที่เก้า
และในวินาทีสุดท้าย จางเหวินตัดสินใจเผาอายุขัยของตนเอง
ไม่ใช่บางส่วน แต่ทั้งหมด
พลังชีวิตะเิออกเหมือนดวงอาทิตย์ที่กำลังดับ แรงะเืทำให้ฟ้าดินหยุดนิ่ง เสียง์แผดร้องราวกับโกรธเกรี้ยว ลำแสงฟ้าผ่าฟาดลงตรงกลางร่างของเขา เส้นผมเปลี่ยนสีในเสี้ยววินาที
ตูม!!!
ออร่าที่แตกต่างจากทุกสิ่งที่เคยมีปรากฏขึ้น
จางเหวินก้าวเข้าสู่ระดับนักบุญชั่วคราว
ไม่ใช่นักบุญที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่นักบุญที่แท้จริง แต่เป็สภาวะชั่วคราวในระดับนักบุญที่เกิดจากการแลกทุกอย่าง ด้วยพลังที่แย่งมาจากจางหลิงเยว่อย่างฉับพลันนี้ทำให้เขามีพลังชั่วคราวในระดับนักบุญ
แต่ในความเป็จริงออร่าของเขามันดูบิดเบี้ยวอย่างน่าสยดสยองจนแทบจะเรียกว่านักบุญไม่ได้ด้วยซ้ำ มันควรเรียกว่านักบุญปลอมมากกว่า… และถ้าเอาจางเหวินในตอนนี้เทียบกับยอดฝีมือถ้ำ์ก็ยังให้ความรู้สึกด้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ว่าภาพของจางเหวิน ณ เวลานี้มันจะเป็ภาพที่คนที่ได้เห็นนั้นจะต้องจำไปจนตาย
เหล่านักบุญที่ไม่โดนพิษต่างถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของพวกเขาเลือกที่จะหนี ก่อนที่จิตสำนึกจะทันได้คิดตาม
เพราะในเสี้ยวนาทีนั้น ทุกคนเข้าใจตรงกันอย่างหนึ่ง
ชายตรงหน้าไม่ใช่แค่อัจฉริยะที่กำลังเติบโตต่ออีกต่อไป
แต่มันคือฝันร้ายที่ยอมเผาทุกอย่างเพื่อการมีชีวิตอยู่เพียงลมหายใจเดียว และฉุดทุกคนลงไปพร้อมกับตัวมัน
ฝันร้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว
