ด้วยความเฉลียวฉลาดของจ้าวอี้ เขาจะไม่เข้าใจเจตนาของฮองเฮาอวี่เหวินได้อย่างไร
นางตั้งใจให้อวี่เหวินหรูเยียน สตรีน่ารำคาญผู้นี้มาเป็ชายาของตนหรือ?
หึเขาจะไม่ทำตามความตั้งใจของพวกเขาอย่างเชื่อฟังแน่
จ้าวอี้ดื่มชา หงุดหงิดไม่สบอารมณ์เล็กน้อยใบหน้าราบเรียบเฉยเมยเช่นนี้ ทำให้คนตรงนั้นสีหน้าเปลี่ยนไป ่เวลาสั้นๆบรรยากาศก็จะดูมาคุแปลกประหลาดขึ้นมาไม่น้อย
"อี้เอ๋อร์เ้าปฏิบัติกับแขกเช่นนี้หรือ?" ฮองเฮาอวี่เหวินใบหน้ามืดมนจ้าวอี้ผู้นี้ หลายปีมานี้หลงระเริงทำแต่เื่ไร้สาระ นิสัยเช่นนี้ภายภาคหน้าจะสามารถรวมแคว้นได้อย่างไร?
เมื่อคิดถึงเื่นี้สีหน้าของฮองเฮาอวี่เหวินก็ยิ่งดูจริงจังมากขึ้น ยิ่งเขามีนิสัยทำตามใจตนเองเช่นนี้นางก็ยิ่งต้องหาชายาที่มีความคิดละเอียดอ่อนที่สามารถช่วยเหลือเขาได้มากเท่านั้น
และอวี่เหวินหรูเยียน...
“ฮองเฮาอย่ากล่าวโทษเลยเพคะ"อวี่เหวินหรูเยียนเร่งรีบคำนับให้ฮองเฮาอวี่เหวิน แม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดบังใบหน้าไว้ทว่าก็ยังคงมองเห็นความกังวลฉายชัด "เหนียงเหนียง[1]เพคะเื่เมื่อสี่ปีก่อน เป็เพราะหรูเยียนประมาทเลินเล่อเอง ท่านอ๋องจะจดจำไม่ได้ ก็เป็เื่ปกติเพคะ"
แม้ถูกปฏิบัติเช่นนี้ ทว่าก็ยังคงพูดแทนจ้าวอี้สิ่งนี้ทำให้ฮองเฮาอวี่เหวินที่มองดูอยู่ รู้สึกพึงพอใจในตัวนางมากขึ้นไปอีก
จ้าวอี้เหลือบมองอวี่เหวินหรูเยียนอย่างไม่พอใจผู้ใดร้องขอให้นางพูดแทนเขา?
เขา ''จ้าวอี้'' ้าให้นางมาพูดขอร้องแทนตนตอนไหน?
จ้าวอี้ในใจรู้สึกหงุดหงิดร้อนรนอย่างอธิบายไม่ถูกส่งเสียงไม่พอใจด้วยความเ็า และเอ่ยกับฮองเฮาอวี่เหวินอย่างตรงไปตรงมาว่า“เสด็จแม่ ข้ายังไม่อยากแต่งพระชายา แม้ต้องแต่ง ข้าก็อยากแต่งกับหญิงสาวที่ตัวข้าเองชื่นชอบถ้าเสด็จแม่อยากจะเลือกหญิงสาวสักคนจากคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงในสวนวันนี้ เช่นนั้นก็เลือกให้พี่ใหญ่กับพี่รองไปเถิดไม่เช่นนั้นก็เลือกสนมให้เสด็จพ่ออีกสักคนก็ยังได้"
กล่าวจบ จ้าวอี้ก็โค้งคำนับให้ฮองเฮาและไม่แม้แต่เหลือบมองดูอวี่เหวินหรูเยียนสักนิดจากนั้นก็หันหลังก้าวเท้าออกไปจากตำหนัก
"เ้า...เ้าเด็กโง่...เ้าหยุดนะ!"ฮองเฮาอวี่เหวินลุกยืนขึ้นอย่างรีบร้อนทันที นางจ้องมองแผ่นหลังนั้นตัวสั่นด้วยความโกรธกับคำพูดของเขา "หญิงสาวที่ชื่นชอบงั้นหรือ? เหนียนยวี่คนเมื่อครู่หรือ?"
จ้าวอี้ที่เพิ่งเดินไปถึงประตูเมื่อได้ยินชื่อของเหนียนยวี่ สีหน้าท่าทางที่ดูสบายๆ เรียบง่ายในอดีตก็แปรเปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจัง
เหนียนยวี่หรือ?
“เช่นนั้นเปิ่นกงบอกเ้าไว้เลยว่าคนที่เหมาะจะถูกเลือกให้เป็พระชายามู่อ๋องนั้น เหนียนยวี่ไม่มีวันได้เป็แน่”ฮองเฮาอวี่เหวินโกรธอย่างที่สุด นางะโออกมาอย่างเด็ดขาด
จ้าวอี้ขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดครู่หนึ่งไม่สนใจคนที่อยู่ข้างหลังและก้าวเท้าออกจากประตูไป
"นี่..."ฮองเฮาอวี่เหวินจ้องมองจ้าวอี้ที่เดินหายลับไปจากสายตา สีหน้านางก็ยิ่งดูไม่น่ามอง
อวี่เหวินเจี๋ยที่ดื่มชาอยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งเงียบมาตลอดราวกับไม่มีเจตนาจะพูดสิ่งใด ทว่าอวี่เหวินหรูเยียนกลับเดินไปข้างๆฮองเฮาอวี่เหวิน กล่าวปลอบใจอย่างอ่อนโยน "ฮองเฮาเพคะ ท่านอย่าโกรธเคืองไปเลยนิสัยของท่านอ๋องมู่ทรงทำตัวตามใจตนเองจนเคยชินคงทนการถูกผูกมัดไม่ได้น่ะเพคะ"
“แต่เื่การสมรสจะปล่อยให้เขาทำโดยพลการได้อย่างไร?” อวี่เหวินหรูเยียนคอยประคองฮองเฮาอวี่เหวินให้นั่งลง “เหนียนยวี่คนนั้นแม้จะเป็บุตรีบุญธรรมขององค์หญิงใหญ่ก็ตามทว่าถึงอย่างไรก็เป็แค่บุตรีอนุสกุลเหนียน ไร้อำนาจหนุนหลัง จะมาอยู่เคียงข้างจ้าวอี้ได้อย่างไรส่วนเหนียนอีหลาน แม้จะมีอำนาจหนุนหลังมากกว่าเหนียนยวี่ทว่าตระกูลหนานกง..."
ตระกูลหนานกงมีอำนาจไม่น้อย แต่ก็ไม่ดีเท่ากับคนของแคว้นตงหลีที่ทำให้นางสบายใจได้มากกว่า
ฮองเฮาอวี่เหวินขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆยามที่มองดูอวี่เหวินหรูเยียน วงคิ้วนั้นค่อยๆ คลายออกจากกัน "หรูเยียนข้ารู้ว่าเ้าเป็คนละเอียดอ่อน เ้าต้องคิดหาหนทางให้จ้าวอี้สังเกตเห็นเ้าให้ได้ตำแหน่งพระชายามู่อ๋อง เ้าจะต้องแย่งมันมาให้ได้"
ฮองเฮาอวี่เหวินมีความคิดแน่วแน่ดูเหมือนว่าอวี่เหวินหรูเยียนจะกลายเป็ตัวเลือกที่เพียบพร้อมดีงามที่สุดในใจนางแล้ว
ทว่าอวี่เหวินหรูเยียนกลับแสดงออกมาอย่างราบเรียบ"ฮองเฮาเพคะความสนใจของท่านอ๋องมู่ที่มีต่อเหนียนยวี่อาจเป็เพียงความรู้สึกชั่วคราว และเขาจะต้องเข้าใจความลำบากใจของฮองเฮาแน่เพคะ"
และนาง...
ภาพเงาร่างของมู่อ๋องจ้าวอี้ผุดขึ้นในหัวนางทั้งภาพในคืนที่ฝนตกเมื่อสี่ปีก่อน มือที่ยื่นออกมา ยามที่นางหมดสิ้นความหวังและไร้หนทาง...
มุมปากภายใต้ผ้าคลุมหน้าของอวี่เหวินหรูเยียนแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย
พระชายามู่อ๋องงั้นหรือ?
สิ่งที่นาง้าไม่ใช่ตำแหน่งชายามู่อ๋องที่ว่างเปล่าและไม่ใช่ความร่ำรวยมีเกียรติที่ติดมากับฐานะนี้แต่เป็การที่ได้อยู่ร่วมกันกับเขา
ค่ำคืนวันที่ฝนตกวันนั้น หัวใจของนางก็สูญเสียให้กับบุรุษผู้แสนใจดีคนนี้แล้วคืนนั้นแทรกซึมเข้าไปในจิตใจนางแล้ว
เพราะฉะนั้น บนเส้นทางสายนี้...นางจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางนางได้ทว่าเหนียนยวี่...
อวี่เหวินหรูเยียนขมวดคิ้วแพขนตางามงอนกะพริบสั่นไหว บดบังอารมณ์หวาดหวั่นในดวงตา
ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วที่เหล่าคุณหนูและฮูหยินตระกูลขุนนางเข้ามาในวังหลวง
ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของงานเลี้ยงในสวนคืองานเลี้ยงฉีเฉี่ยว
ตามกฎแล้วงานเลี้ยงที่จัดในตำหนักฉวินฝางจะจัดงานเลี้ยงสุราต่อเนื่องกันั้แ่เที่ยงวันจนถึงเย็นงานเลี้ยงสุราครานี้ แฝงความหมายมากมายนับไม่ถ้วน
สำหรับแคว้นตงหลี เป่ยฉีและหนานเยวี่ย งานเลี้ยงครานี้เปรียบเสมือนการทดสอบระหว่างแคว้น
สำหรับคุณหนูตระกูลขุนนางทุกคนที่ได้รับเชิญมาในวันนี้หากพวกเขาสามารถสร้างชื่อให้ตัวเองในงานเลี้ยงนี้ได้ ก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังหรือจะหาคู่ครองที่ดีสักคนก็ยังได้
ด้านนอกตำหนักฉวินฝาง ผู้คนมากมายกำลังรอเข้าพระตำหนัก
ก่อนที่เหนียนยวี่จะมาถึงตำหนักนางเห็นดอกไม้หลากสีสันในสวนจากที่ไกลๆ เหลือบมองเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางเ่าั้งดงามยิ่งกว่าสวนยวี่ฮวาทว่าใบหน้าของทุกคนกลับมีสีหน้าแตกต่างกันไป
บางคนเต็มไปด้วยความมั่นใจ บางคนกังวลบางคนตื่นเต้น บางคนก็เรียบเฉย และบางคนถึงกับกระตือรือร้นที่จะลองแข่งขัน
"ดูเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางพวกนี้สิ...หึงานเลี้ยงฉีเฉี่ยวในวันนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่"
เสียงขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอดังขึ้นข้างๆเหนียนยวี่ กล่าวแทนความในใจของเหนียนยวี่ออกมา
ณ เวลานี้ในชาติภพก่อน นางถูกเนรเทศ ทุกวันเป็วันที่ยากลำบากต้องคอยระวังการลอบสังหารจากผู้ที่อยากจะปลิดชีวิตนางครั้งแล้วครั้งเล่าไหนเลยจะได้มี่เวลาที่สุขสบาย คอยชมงิ้วสนุกๆ ครบรสเช่นนี้ในวังหลวงได้
"ต้องไม่ธรรมดาแน่เพคะ ยามนี้มีเวลาว่างพอดีได้ฆ่าเวลาน่าเบื่อ แถมไม่ต้องเสียเบี้ยให้คนมาเล่นงิ้วให้ชมเลยเพคะ"เหนียนยวี่กล่าวอย่างอ่อนโยน
“เล่นงิ้วหรือ? ฮ่า วิธีการพูดเช่นนี้แปลกใหม่ดี” องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเหลือบมองเหนียนยวี่ คิดดูจริงๆแล้ว ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ในเมื่อเป็งิ้ว เช่นนั้นข้าจะคอยรับชมว่างิ้ววันนี้ตระกูลผู้ใดที่จะชนะและตระกูลผู้ใดจะพ่ายแพ้ไป"
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เป่ยฉี ตงหลีและหนานเยวี่ย ทั้งสามแคว้น แม้จะเกี่ยวดองกันจากการสมรสร้อยปีสงบสุข ทว่าในราชสำนักระหว่างแคว้นแต่ไหนแต่ไรมากลับมีคลื่นใต้น้ำสาดซัดตลอดเวลา
เมื่อนึกถึงเื่การลอบสังหารฉางไทเฮาที่นอกประตูเมืองวันนั้นองค์หญิงใหญ่ชิงเหอก็ขมวดคิ้ว ในดวงตาที่ฉายแววเฉียบแหลมนั้น มีบางสิ่งที่ยากจะหยั่งถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
เหนียนยวี่ยกยิ้มมุมปาก ชาติที่แล้วในยามที่นางอยู่ใน่ที่ถูกเนรเทศก็ได้ยินว่าฮ่องเต้หยวนเต๋อได้พระราชทานรางวัลให้คุณหนูใหญ่สกุลเหนียนที่แสดงออกมาได้ดีนับว่าเป็ตระกูลที่ชนะได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในงานเลี้ยงฉีเฉี่ยว ดูแล้วพี่สาวคนนี้ของนาง วันนี้คงจะทำทุกอย่างที่ทำได้อย่างเต็มที่
นางจะตั้งหน้าตั้งตารอชมว่าวันนี้พี่สาวผู้นี้ของนางจะงดงามและเปล่งประกายเพียงใด
[1]เหนียงเหนียงคือคำที่ใช้เรียกฮองเฮาหรือพระสนม