เล่มที่ 2 บทที่ 41 สายตาหลักแหลม
ครึ่งชั่วยามให้หลัง หลี่ฉุนก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดออกมา ในตอนนี้เขากำลังนั่งหมดแรงที่พื้น เพื่อรอคำตัดสินจากอู๋เย่ว
อู๋เย่วไม่คิดชายตามองหลี่ฉุนเพียงสักนิด แต่กลับหันไปถามหลินเฟยอย่างสนอกสนใจแทน
“เป็เื่จริงอย่างนั้นหรือที่เ้าตัดเชือกโลกันตร์จนขาด ก่อนจะะโลงไปในเตาฟงอวี่แปดทิศนี้?”
“เรียนอาจารย์อา เื่นี้เป็ความจริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ข้ายอมรับว่าข้าตัดเชือกโลกันตร์จริง แต่ข้าไม่ได้จงใจโดดเข้าไปในเตาหลอม ที่เข้าไปอยู่ในนั้นเป็เพราะตกลงไปต่างหาก เตาหลอมของอาจารย์อานั้น แม้แต่แร่ขั้นโฮ่วเทียนยังสามารถหลอมละลายได้เลยด้วยซ้ำ แล้วคนดีๆที่ใดกัน จะอยากะโเข้าไป…”
เค้นความจริงให้ตายอย่างไร หลินเฟยก็ไม่คิดจะยอมรับ
การตัดเชือกโลกันตร์นั้นยังพอกลบเกลื่อนไปได้บ้าง เพราะก็มีหลายคนที่รู้จักฤทธิ์ของปราณกระบี่ไท่อี๋ ต่อให้ยอมรับว่าตัดเชือกเองก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร แต่เื่จงใจะโเข้าเตาหลอมนั้น จะสารภาพออกไปไม่ได้เด็ดขาด ก็มันเกี่ยวพันถึงเคล็ดวิชาบำเพ็ญของตนน่ะสิ อย่าว่าแต่ผู้าุโอู๋เลย ต่อให้เป็อาจารย์ของเขาถาม ก็ไม่สามารถบอกความจริงนี้ออกไปได้
“อ้อ?” อู๋เย่วไม่ถามอะไรต่อ เขาเพียงย่นดคิ้วขมวดลงเล็กน้อยพร้อมกับสายตาที่ยังคงมองหลินเฟย ก่อนจะออกปากชื่นชมพอเป็พิธี
“คิดไม่ถึงเลยว่าศิษย์พี่หลัวจะมีลูกศิษย์ที่เก่งกล้าเช่นนี้ แม้วิชาเชือกโลกันตร์ของข้าจะไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้น แต่หลายปีมานี้ เ้าเป็ผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวนเพียงคนเดียวที่หนีออกไปได้ ไม่เลวเลยทีเดียว…”
“ฮ่าๆ ขอบคุณอาจารย์อาที่ชมข้า” หลินเฟยหัวเราะกลบเกลื่อน ไม่ตอบอะไรออกมาอีก
“เห็นว่าเ้าอยากให้ข้าหลอมกระบี่ให้หรือ?” ความจริงอู๋เย่วไม่ได้เชื่อคำพูดของหลินเฟยแม้แต่น้อย ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาก็พอจะมองออกว่าเ้าหนุ่มคนนี้ค่อนข้างเ้าเล่ห์ ไม่เหมือนกับคนที่เสียสละเพื่อสำนักได้อย่างที่ซ่งเทียนสิงพูดเลย
‘เป็แค่ผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวน แต่ตกเข้าไปในเตาหลอมแล้วกลับรอดชีวิตมาได้ แค่เชื่อก็บ้าแล้ว…’
ถึงอย่างไรหุบเขาหมัวเจี้ยนก็เป็ฝ่ายผิดอยู่ดี เ้าศิษย์ไม่รักดีอย่างหลี่ฉุนถึงกับกล้าเล่นตุกติกต่อหน้าเขา คิดว่าเขาดูไม่ออกหรือไร? ตอนแรกก็จงใจปล่อยให้หลินเฟยมายั่วโมโหเขา แถมต่อมายังโกหกสร้างสถานการณ์อีก สำหรับคำโกหกก็ถือว่าแล้วไป แต่ดันถูกอีกฝ่ายเปิดโปงเสียได้ ต่อให้เขาหน้าหนาเพียงใด ก็ไม่กล้าไปขุดคุ้ยเื่ที่เกิดขึ้นหรอก…
อีกอย่างในฐานะผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยน หากเื่การไล่บี้กับศิษย์สายในคนหนึ่งแพร่กระจายออกไปข้างนอก ก็คงไม่น่าฟังเท่าไรนัก...
‘เ้าหนุ่มนี่จะต้องมีเคล็ดวิชาบางอย่างแน่…’
พอนึกขึ้นมาได้ อู๋เย่วก็อดที่จะหันไปมองหลินเฟยไม่ได้เลย เขาต้องรู้มาก่อนว่าเตาฟงอวี่แปดทิศนี้ ได้มาจากถ้ำาแห่งหนึ่ง ข้างในมีเปลวไฟแปดทิศ ซึ่งสามารถหลอมละลายทุกสิ่งได้ นอกจากนี้ยังเชื่อมกับไฟใต้พิภพอีก หากผู้บำเพ็ญต่ำกว่าขั้นจิงตันตกลงไป เกรงว่าจะกลายเป็เถ้าถ่านไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังเจอเหตุการณ์ไฟใต้พิภพปะทุขึ้นมาอีก…
แรงกดดันมหาศาลเช่นนั้น ต่อให้เขาตกลงไป ก็เกรงว่าจะสะบักสะบอมดูไม่จืดกลับมาแน่ๆ แล้วหลินเฟยทำได้อย่างไรกัน เป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวนแท้ๆ แต่กลับรอดออกมาได้โดยปราศจากรอยขีดข่วนอย่างที่เห็น…
อู๋เย่วกล้าเอาหัวเป็ประกันได้เลยว่า เ้าหนุ่มนี่จะต้องมีเคล็ดวิชาร้ายกาจบางอย่าง ไม่อย่างนั้น เพียงขั้นบำเพ็ญย่างหยวน ย่อมไม่อาจต้านเปลวไฟแปดทิศและเปลวไฟใต้พิภพได้แน่
สำหรับคนอื่นๆ เคล็ดวิชาลับนี้ก็ไม่ได้รุนแรงเท่าไรนัก เพราะทุกคนล้วนเป็ศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยน ที่มีจุดหมายบำเพ็ญคือหนึ่งกระบี่เอาชนะทุกสิ่ง ไม่ว่าเผชิญหน้ากับเคล็ดวิชาอะไร เพียงแค่สะบั้นกระบี่ไปแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องใช้เคล็ดวิชาอื่นอีก
แต่อู๋เย่วกลับแตกต่างออกไป ในฐานะผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยน เขาแบกรับภาระการหลอมกระบี่ให้สำนัก สามร้อยปีมานี้เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับของสองสิ่งเท่านั้น สิ่งแรกก็คือกระบี่ และสิ่งที่สองก็คือไฟ หรือเรียกได้ว่าเคล็ดวิชาลับของหลินเฟยนั้น สามารถทำให้ฝีมือการหลอมกระบี่ของเขาก้าวขึ้นไปอีกขั้น ทัดเทียมกับปรมาจารย์หลอมอาวุธของสำนักเสวียนเทียนได้เลยด้วยซ้ำ!
ช่างน่าเสียดาย ที่หลินเฟยกลับไม่ยอมพูดออกมา…
ถึงอย่างนั้นอู๋เย่วก็เป็อาจารย์อาคนหนึ่ง จะให้ไปบีบบังคับเขาได้อย่างไร?
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา อย่างไรก็อยู่สำนักเดียวกัน วันหน้ายังอีกยาวไกล สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วก็ต้องได้รู้ความจริงอยู่ดี หลังจากเสียดายอยู่สักพัก อู๋เย่วก็เลิกนึกถึงเื่นี้ในที่สุด
‘อีกอย่าง หลินเฟย้าให้เขาช่วยหลอมกระบี่ไม่ใช่หรือ…’
“ใช่แล้ว เ้าสำนักให้แร่ขั้นโฮ่วเทียนข้ามาก้อนหนึ่ง บอกให้มาหาอาจารย์อาให้ช่วยหลอมกระบี่คู่กาย น่าเสียดายที่ข้าดันสะเพร่า ทำมันหายไปเสียได้ แต่ยังดีที่ตอนอยู่ผาปากเหยี่ยว ข้าได้แร่ขั้นโฮ่วเทียนมาอีกก้อนหนึ่ง เลยต้องขอรบกวนอาจารย์อา…”
“ขอข้าดูหน่อย”
ถึงปากจะไม่พูดอะไรออกไป แต่อู๋เย่วก็ลอบส่ายหัวในใจ ต่อให้เขาเ้าเล่ห์ขนาดไหน สุดท้ายก็ยังเยาว์วัยอยู่มาก แร่โฮ่วเทียนที่เ้าสำนักให้มานั้น คงจะประมาณขั้นสามเห็นจะได้ เพราะถึงอย่างไรก็เคยสร้างคุณความดีให้สำนัก เอามาหลอมกระบี่คู่กายก็ถือว่ากำลังดีเลยทีเดียว แต่เ้าหนุ่มนี่กลับโง่ทำหายไปเสียได้…
‘แถมยังจะใช้แร่โฮ่วเทียนที่ผาปากเหยี่ยวแทนอีก…’
เหตุการณ์ที่ไปพบมาที่ผาปากเหยี่ยว จะพิสดารขนาดไหนกันเชียว?
‘อย่างมากก็เป็แค่แร่โฮ่วเทียนขั้นหนึ่งหรือขั้นสองเท่านั้น หากเอามาหลอมก็จะได้เพียงกระบี่คุณภาพต่ำเท่านั้น แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ก็ยังกังวลอยู่ด้วยซ้ำว่าจะชดใช้หนี้ที่ติดค้างได้อย่างไร’
อู๋เย่วลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจลงทุนเข้าเนื้อตัวเองหน่อยแล้วกัน เขาคิดไว้ว่าอีกเดี๋ยวจะเลือกแร่โฮ่วเทียนขั้นสามที่มีออกมาให้ ทำดีด้วยขนาดนี้แล้ว เ้าหนุ่มนี่อาจจะบอกเคล็ดวิชาลับให้ก็ได้
ทว่าพอหลินเฟยหยิบแร่ออกมา อู๋เย่วก็ตกตะลึงขึ้นมาอีก…
แร่โฮ่วเทียนที่เห็นเบื้องหน้านั้น มีความยาวประมาณหนึ่งฉื่อ พื้นผิวใสเป็มันวาวราวกับกระจก ตรงกลางมีรอยสีแดงคล้ายเื แต่มองอีกมุมก็คล้ายกับเปลวไฟ ภาพของมันเหมือนกับมัจฉากำลังแหวกว่ายอยู่ภายในวัตถุชิ้นนี้…
ถึงแม้อู๋เย่วจะผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเพียงใด แต่พอได้เห็นแร่โฮ่วเทียนก้อนนี้ กลับอดที่จะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้
“เหล็กเฟิ่งหวง?”
“โอ้ อาจารย์อาช่างสายตาหลักแหลมนัก…”
“เป็เหล็กเฟิ่งหวงจริงๆหรือ!” บัดนี้อู๋เย่วไม่สนฐานะผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยนแล้วของตัวเองอีกต่อไป สองมือที่สั่นเทาของเขาค่อยๆประคองเหล็กเฟิ่งหวงบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกัดนิ้วตัวเองเบาๆ ปล่อยให้เืหยดหนึ่งไหลลงไปที่เหล็ก ชั่วขณะที่เืหยดลงไป ก็ถูกเหล็กก้อนนั้นดูดกลืนเข้าไปด้วย ถึงภายนอกจะดูไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลวดลายสีแดงคล้ายมัจฉาแหวกว่ายนั้นกลับเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็เปลวไฟดวงน้อยๆ ท่ามกลางเปลวไฟนั้นเอง ก็มีภาพการคืนชีพของนกเฟิ่งหวงปรากฏขึ้นมา
เมื่อเห็นภาพนั้น อู๋เย่วก็รู้ดีว่าสิ่งนี้ไม่ผิดแน่ๆ นี่เป็เหล็กเฟิ่งหวงจริงๆ
แม้เหล็กเฟิ่งหวงจะเป็แร่โฮ่วเทียนขั้นสี่ แน่นอนว่าปกติแล้วมันไม่อาจทำให้อู๋เย่วตื่นตะลึงได้เช่นนี้ ถึงอย่างไรเขาก็เป็ถึงผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยน เคยเห็นแร่ขั้นสี่มาก็มากมาย แต่ที่ใขนาดนี้ก็เพราะเหล็กเฟิ่งหวงนั้นหายากมาก ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าเหล็กเฟิ่งหวงแปรเปลี่ยนมาจากแร่เฮ่ยเย่า แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่ามันสามารถแปรเปลี่ยนได้ด้วยวิธีใด…
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
