เซียวหนิงหลงที่ตามลงมาถึงหมู่บ้านอันผิงทีหลัง เพราะต้องคอยควบคุมตัวเชลยจากแคว้นตงหนานที่ยอมแพ้ พอมาถึงในหมู่บ้านได้เห็นว่าคนที่ได้รับาเ็ ต่างทำแผลกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากการต่อสู้จบลง เมื่อกลับลงมาถึงหมู่บ้านจึงได้ทานโจ๊กที่พ่อครัวเตรียมไว้ให้ พร้อมกับทานยาที่ครอบครัวของชิงเอ๋อร์ฝากมา เพื่อช่วยรักษาทหารเหล่านี้ ยาที่ฝากมาคงจะมีสรรพคุณ สำหรับการรักษาแผลโดยเฉพาะเป็แน่ ส่วนเชลยที่พากลับมาจำนวนหนึ่งพันกว่าคน เขาก็เตรียมที่ทางไว้แล้ว และให้ทหารนำโจ๊กไปแจกจนครบด้วยเช่นกัน
อันที่จริงข่าวที่ชาวบ้านคนนั้นได้ยินมา อาจจะคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย เพราะตอนที่ต่อสู้กันบนเขาเมื่อแยกทหารและชาวบ้านออกจากกัน เขาพบว่าทหารแคว้นตงหนานที่ขึ้นเขามา มีไม่ถึงหนึ่งหมื่นนายชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาก็เช่นกัน แต่ไม่อาจประมาทได้
เซียวหนิงหลงสั่งให้ทหารที่ยังไร้รอยขีดข่วน กินให้อิ่มท้องและพักผ่อนในคืนนี้เสียก่อน พรุ่งนี้เช้าจะจัดแบ่งกลุ่มใหม่อีกครั้งเพื่อสลับกันขึ้นไปเฝ้าระวังสถานการณ์บนเขา โดยจะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่ากองทัพใกล้จะมาถึงชายแดน เขาจะไม่ถอนกำลังกลับไปทั้งหมดอย่างแน่นอน
จะจัดทหารให้ประจำการอยู่ที่นี่ครึ่งหนึ่ง ป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากมีทหารของอีกฝ่ายแอบบุกเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งเซียวหนิงหลงไม่ลืมที่จะส่งข่าวถึงบิดาในเื่นี้ด้วยเช่นกัน
“ทุกคนหลังจากทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว แยกย้ายไปพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้จะมีการจัดกลุ่มเฝ้าระวังบนเขากันอีกครั้ง”
“ขอรับ!!!”
“ตันเจียง เ้าไปสอบถามทหารที่จับตัวมาได้ สักสองสามคนว่าครั้งนี้คือการบุกมาเพียงครั้งเดียว หรือยังมีกำลังสำรองเหลืออยู่อีกฟากของูเา พวกเราจะได้วางแผนรับมือได้ทันการณ์ สอบถามได้ความอย่างไรเข้าไปรายงานข้าด้านในกระโจมทันที” เขายังต้องหาข้อมูลจากพวกทหารเหล่านี้อีกสักหน่อยเพื่อความมั่นใจ
“ขอรับซื่อจื่อ” ตันเจียงรีบไปทำตามที่เซียวหนิงหลงสั่ง ถึงแม้จะชนะแต่ยังไม่อาจวางใจได้
เซียวหนิงหลงมอบหน้าที่ เฝ้าดูแลเชลยศึกเหล่านี้ให้กับทหารรักษาเมือง เพราะพวกเขายังมีเรี่ยวแรงมากพอ สำหรับการยืนเวรยาม ด้านตันเจียงเองก็มาเลือกตัวเชลยสองสามคน ที่ดูท่าทางจะเป็ระดับนายกองออกมา และพาไปอีกมุมหนึ่งเพื่อสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับแผนการบุกชายแดนผ่านูเาลูกนี้ตามที่เซียวหนิงหลง้า
“พวกเ้าสามคนใครพอจะบอกได้หรือไม่ว่า อีกด้านหนึ่งของูเายังมีทหารหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ พูดความจริงรอดหากพูดโกหกจะถูกตัดหัวทิ้งเสียตอนนี้” ตันเจียงใช้วิธีสอบถามแบบข่มขู่ไปด้วยเล็กน้อย
“พะ พะ พี่ชายทหารและชาวบ้าน ที่ตามรองแม่ทัพสุ่นขึ้นเขามาครั้งนี้ คือทั้งหมดที่ถูกส่งมาแล้วขอรับ คราแรกแม่ทัพใหญ่จะส่งเป็ทหารทั้งหมดห้าหมื่นนายมาจริง ๆ แต่เมื่อลองคิดทบทวนแล้ว จึงเห็นว่าส่งทหารมาเพียงแปดพันคน และให้พวกเรามาเกณฑ์ชายฉกรรจ์ตามหมู่บ้านชายแดนเพิ่ม คงเพียงพอกับการเข้ามายึดตำบลหย่งฝู และเมืองหย่งจินที่มีกำลังทหารรวมกันไม่ถึงสองพันนายขอรับ”
“สหายของข้าพูดความจริงนะพี่ชาย เพราะแม่ทัพใหญ่้าใช้กำลังทหารจำนวนมาก เพื่อจัดการเซียวชินอ๋องในศึกครั้งนี้ ถึงกับบอกว่าจะโค่นเซียวชินอ๋อง ให้ลงมาคุกเข่าต่อหน้าของตนด้วยขอรับ”
“ใช่ขอรับ ถึงแม้้าใช้กำลังทหารมากมายเพียงใด ก็รวบรวมได้เพียงสี่แสนนายเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์การแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายเริ่มวุ่นวาย ฮ่องเต้แคว้นตงหนานจึงต้องมีกำลังทหาร เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ รวมถึงควบคุมเหล่าขุนนางที่แบ่งฝ่ายเข้าร่วมกับองค์ชายอีกด้วยขอรับ” พวกเขาไม่มีอะไรจะเสียขอเพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ เพื่อมีโอกาสกลับไปหาครอบครัวอีกครั้ง จะให้พวกเขาทำอะไรพวกเขายอมทุกอย่าง
“อืม หากเป็จริงอย่างที่พวกเ้าพูดมาแล้วละก็ โอกาสกลับไปหาครอบครัว เมื่อาจบก็มีมากเช่นกัน เอาล่ะตอนนี้กลับไปรวมกับคนอื่นได้แล้วขอบใจมากสำหรับข้อมูล” สถานการณ์ภายในแคว้นวุ่นวายถึงเพียงนี้ ยังคิดทำาอีกเป็ฮ่องเต้แบบไหนกัน
“ขอบคุณพี่ชาย ๆ” พวกเขาสามคนโล่งใจที่ยังมีลมหายใจอีกครั้ง เมื่อยอมบอกความจริงออกไป
ตันเจียงนำตัวสามคนนี้กลับมา รวมกับกลุ่มเชลยแล้วก็รีบเดินไปพบเซียวหนิงหลง เพื่อรายงานข้อมูลที่ตนสอบถามมาได้ทันที
“ซื่อจื่อ ข้าน้อยตันเจียงขอรับ” ก่อนเข้าไปด้านในกระโจมตันเจียงเอ่ยรายงานตนเองเสียก่อน
“อืม เข้ามาได้”
“เรียนซื่อจื่อข้อมูลที่ได้มาคือทหารที่ขึ้นเขามากับชาวบ้าน เป็จำนวนทั้งหมดที่นำมาในครั้งนี้แล้วขอรับ เพราะแม่ทัพใหญ่ของแคว้นตงหนาน ้าสังหารท่านอ๋องให้ได้ จึงต้องใช้กำลังทหารจำนวนมากและล้มเลิกแผนเดิม จากนั้นส่งทหารมาที่เขาลูกนี้เพียงแปดพันคนเท่านั้น ยามนี้สถานการณ์ภายในของแคว้นตงหนานกำลังระส่ำระสายขอรับ
ด้วยฮ่องเต้ของพวกเขาหวาดระแวง ระหว่างที่แม่ทัพใหญ่ออกมาทำศึก จึงทำให้บรรดาองค์ชายทั้งหลายฉวยโอกาสนี้ชิงบัลลังก์ จึงมิได้มอบทหารทั้งหมดให้กับแม่ทัพใหญ่ ทหารอีกครึ่งยังรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ส่วนทหารที่แม่ทัพใหญ่
นำมาได้ คือจำนวนสี่แสนนายตามที่สายของเราส่งข่าวมาขอรับ”
“แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นตงหนาน คงคิดว่าท่านพ่อของข้ายังคงถอนพิษออกไม่หมด และยังไม่บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุดกระมัง ถึงได้พูดออกมาเช่นนั้น ก็ดีเหมือนกันปล่อยให้เขาได้พบเจอ ความน่ากลัวของเทพาไร้พ่ายที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสุด สามารถสังหารคนได้ร้อยคนภายในหนึ่งจิบชา ครั้งนี้ชื่อเสียงของท่านพ่อ คงจะน่าเกรงขามเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนแคว้นใกล้เคียงที่คิดจะทำา เช่นเดียวกับแคว้นตงหนานต้องยำเกรง ไม่กล้าผลีผลามยกทัพมาประชิดชายแดนอย่างแน่นอน” คิดจะสังหารบิดาของเขางั้นรึพวกเ้าคิดผิดแล้ว
“ซื่อจื่อจะให้ส่งข่าวนี้ถึงท่านอ๋องหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจะได้จัดการเตรียมเ้าเสี่ยวไป๋ไว้ให้ท่าน” ถ้าท่านอ๋องได้ทราบข่าวนี้ คงจะหัวเราะเยาะเย้ยฝั่งศัตรูจนน้ำตาไหลกระมัง
“อืม เ้าจัดการส่งข่าวนี้ไปให้ท่านพ่อของข้าด้วย พรุ่งนี้เช้าหลังจากจัดการแบ่งกลุ่มทหาร เพื่อเฝ้าระวังบนเขาเสร็จพวกเราจะกลับเข้าเมืองหย่งจิน เพื่อแจ้งข่าวนี้และประกาศบอกชาวบ้าน ให้เก็บของเตรียมตัวกลับบ้านของตนเองเสียที ทั้งยังต้องไปขอบคุณครอบครัวของชิงเอ๋อร์ที่ส่งยาดี ๆ มาช่วย สำหรับการรักษาาแของทหารที่าเ็อีก” และเขาก็ยังคิดถึงนางมากไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้จะเกิดเื่อะไรขึ้นกับนางระหว่างที่เขาไม่อยู่หรือไม่
ตันเจียงที่ได้ยินเซียวหนิงหลง พูดถึงคุณหนูลู่ชิงก็ได้แต่กลอกตาไปมาแล้วคิดในใจว่า ‘ซื่อจื่อ ท่านอย่าหาข้ออ้างเื่งานบังหน้าเลยขอรับ แค่ยอมรับความจริงว่าท่านคิดถึง และเป็ห่วงคุณหนูลู่ชิงเท่านั้นเองจะพูดอ้อมไปเื่อื่นด้วยเหตุใดกัน เฮ้อ คนไม่มีคู่อย่างเราก็ได้แต่อิจฉาเขาอยู่เช่นนี้แหละ’
“เ้าจัดการเื่จดหมายให้เรียบร้อย และพักผ่อนได้อีกประเดี๋ยวข้าก็จะเข้านอนแล้วเช่นกัน” ทุกคนเหนื่อยกันมาหลายวัน สมควรได้พักผ่อนร่างกายเสียหน่อย
“ขอรับ”
และคืนนี้ที่หมู่บ้านอันผิงทหารที่เหน็ดเหนื่อย และาเ็จากการสู้รบก็ได้นอนพักผ่อนจริง ๆ เสียที อีกทั้งไม่ต้องกังวลกับการตื่นมาเปลี่ยนเวรยามอีก เพราะมีทหารรักษาเมือง ที่มาช่วยทำหน้าที่นี้แทนพวกเขาแล้ว
เมื่อยามเช้ามาถึงทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านอันผิงต่างตื่นนอนทำธุระส่วนตัว พ่อครัวก็เร่งมือทำอาหารสำหรับคนปกติ และคนที่าเ็รวมไปถึงเชลยที่ถูกจับตัวมา นี่เป็เสบียงทั้งหมดที่เหลืออยู่ เพราะซื่อจื่อแจ้งว่ายามเซินของวันนี้ จะนำตัวเชลยกลับไปที่เมืองหย่งจิน
หลังจากประกาศให้ชาวบ้านที่อพยพไปอยู่ในเมืองกลับบ้านของตนได้แล้ว เซียวหนิงหลงที่ตื่นนอนมาแต่เช้า ได้จัดการแบ่งกลุ่มทหารที่ไม่าเ็ เพื่อขึ้นไปเฝ้าระวังบนูเาเป็ที่เรียบร้อย ก็ควบม้าเข้าเมืองหย่งจินทันที งานอื่น ๆ ที่เหลือเขามอบหมายให้ตันเจียงเป็คนทำแทนไปก่อน
ด้วยความเร็วของม้าเหงื่อโลหิต ทำให้เซียวหนิงหลงมาถึงเมืองหย่งจิน โดยใช้เวลาไปเพียงหนึ่งเค่อนิด ๆ เท่านั้น ทหารบนกำแพงที่เคยเห็นหน้าตาของเซียวหนิงหลงมาก่อนแล้ว รีบะโสั่งสหายที่อยู่คุมด้านล่างเปิดประตูออก เพื่อให้ม้าวิ่งเข้ามาในเมืองได้
เซียวหนิงหลงชะลอม้า หยุดตรงหน้าทหารที่เปิดประตูคนหนึ่ง และฝากข้อความไปแจ้งแก่เ้าเมืองไป๋ว่า ให้มาพบเขาที่กระโจม เพราะมีเื่้าให้ท่านเ้าเมืองจัดการโดยด่วน ทหารคนนี้เมื่อได้รับฝากข้อความสำคัญ ก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปยังที่ว่าการอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาควบม้าตรงไปยังกระโจมของครอบครัวลู่ชิง เพื่อบอกข่าวดีซึ่งทุกคนกำลังจะทานมื้อเช้า และเป็เวลาที่เซียวหนิงหลงควบม้ามาถึง จึงทำให้เขาทันได้ร่วมทานมื้อเช้ากับทุกคนอีกครั้ง
“กุบกับ กุบกับ กุบกับ ยู๊ววว ตุบ คารวะท่านน้าทั้งสองขอรับ” เซียวหนิงหลงไม่รอช้ารีบะโลงจากหลังม้า และเข้าไปทักทายบิดามารดาของลู่ชิงอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายเซียว!!”
“ซื่อจื่อ!!”
“อาเซียวทำไมถึงมาแต่เช้าเช่นนี้ได้ หรือว่าบนูเาไม่สามารถรับมือได้ไหวหรืออย่างไร!” ลู่เวินที่เห็นว่าจู่ ๆ เซียวหนิงหลงก็มาหาพวกเขา จึงพาลคิดไปว่าบนเขาพวกทหารคงต้านศัตรูไม่อยู่เป็แน่
“ท่านน้าอย่าได้ใไป พวกเราทุกคนปลอดภัยดีมีาเ็เล็กน้อย แต่สามารถจัดการทหารแคว้นตงหนานได้แล้วขอรับ และยังจับตัวทหารของศัตรูมาเป็เชลยอีกหนึ่งพันคน ตอนนี้พวกเขายังอยู่ที่หมู่บ้านอันผิงขอรับ” เขาต้องรีบอธิบายก่อนที่ทุกคนจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“แสดงว่าตอนนี้ตำบลหย่งฝูกับเมืองหย่งจิน ก็ปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่ขอรับซื่อจื่อ” เจียวมิ่งถามเ้านายด้วยความตื่นเต้น
“อืม ถือว่าชนะได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากศัตรูนำทหารมาไม่ถึงหนึ่งหมื่นนายด้วยซ้ำ ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมาก ที่ถูกเกณฑ์มาร่วมรบในครั้งนี้ แต่ข้าปล่อยชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว และสังหารรองแม่ทัพแคว้นตงหนานได้เช่นกัน
ที่รีบเข้าเมืองมาเพื่อจะแจ้งให้กับทุกคนได้ทราบ ว่าสามารถเก็บของเตรียมเดินทางกลับบ้านได้แล้ว แต่บนูเาด้านหลังหมู่บ้านอันผิง ยังต้องเฝ้าระวังสังเกตการณ์ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีทหารข้ามเขามาอีก ซึ่งข้าได้จัดทหารออกเป็กลุ่ม สำหรับการเฝ้าระวังเอาไว้แล้วพวกท่านสบายใจได้ขอรับ” พอทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจมีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเดิม
“ช่างเป็ข่าวดีสำหรับเช้านี้จริง ๆ อาเซียวมานั่งเร็วเข้า เ้ารีบเข้าเมืองมาแต่เช้าเช่นนี้ คงยังไม่ได้ทานอะไรมาใช่หรือไม่ รีบมานั่งลงก่อนพวกเราจะได้ทานมื้อเช้าด้วยกัน จากนั้นค่อยแยกย้ายช่วยกันเก็บสัมภาระ เพราะมีงานทำความสะอาดที่ร้านรอพวกเราอยู่นะ” ฟางซินดีใจที่จะได้กลับไปที่ร้านของครอบครัวเสียที ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่นางนอนไม่ค่อยหลับเอาเสียเลย
“พี่ชายเซียวมาทานตอนที่อาหารยังร้อน ๆ อยู่ดีกว่าขอรับ ถ้าหายร้อนแล้วจะไม่อร่อยเอาได้นะขอรับ” ลู่จื้อเอ่ยเรียกเซียวหนิงหลงมานั่งทานข้าวด้วยกันอีกคน
เซียวหนิงหลงพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มบาง เดินไปนั่งที่ว่างข้างลู่ชิงพอดี เจียวมิ่งตักข้าวใส่ถ้วยวางให้ตรงหน้าเขา จากนั้นทุกคนจึงได้ลงมือทานมื้อเช้าอย่างอารมณ์ดีกันถ้วนหน้า พอทานมื้อเช้าเสร็จเ้าเมืองไป๋ก็มาขอพบได้จังหวะพอดิบพอดี ทุกคนไม่รั้งเขาไว้ต่อปล่อยให้เซียวหนิงหลง ไปจัดการเื่งานกับเ้าเมือง เป็การส่วนตัวที่กระโจมของตนเอง ส่วนคนอื่น ๆ ต่างแยกกันไปเก็บสัมภาระ เตรียมกลับเข้าไปอยู่ที่เรือนของพวกเขาเช่นเดิม
“ซื่อจื่อให้ทหารไปตามข้ามาพบ มีเื่ด่วนอันใดหรือไม่ขอรับ แล้วสถานการณ์บนเขาเป็อย่างไรบ้าง มีทหาราเ็มากน้อยเพียงใดขอรับ” เ้าเมืองไป๋ยังไม่กล้าสู้หน้าเซียวหนิงหลงนัก เพราะเื่ที่ฮูหยินและบุตรสาวของเขาทำลงไปนั่นเอง
“อืม ท่านให้ทหารไปป่าวประกาศ ตามที่พักของชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ในเมืองหย่งจิน บอกทุกคนเก็บสัมภาระให้เรียบร้อย และเตรียมตัวทยอยเดินทางกลับบ้านของตนเองได้ทันที เพราะทหารแคว้นตงหนานบนูเาหลังหมู่บ้านอันผิง ถูกพวกข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ท่านต้องจัดระเบียบการออกจากเมืองให้ดี เนื่องจากยามเซินวันนี้ ทหารที่หมู่บ้านอันผิงจะนำตัวเชลยกลับมาคุมขังที่เมืองหย่งจิน รบกวนท่านช่วยเตรียมพื้นที่สำหรับคน จำนวนหนึ่งพันกว่าคนไว้ให้ข้าด้วย” เขาตอบคำถามเ้าเมืองไป๋ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“โอ้ นะ นะ นี่ช่างเป็ข่าวดีจริง ๆ ขอรับ เช่นนั้นข้าจะรีบไปจัดการ ส่งทหารไปป่าวประกาศให้ทั่วเมือง และจะเตรียมสถานที่ไว้สำหรับคุมตัวเชลยเ่าั้ ข้าขอตัวก่อนขอรับ” เ้าเมืองไป๋เมื่อได้ฟังข่าวดีก็รีบออกจากกระโจมไปทันที
หลังจากเ้าเมืองไป๋ออกไปได้ไม่นาน เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ บางคนดีใจจนน้ำตาไหลที่พวกเขาจะได้กลับบ้านแล้ว ส่วนครอบครัวลู่ชิงที่ช่วยกันเก็บสัมภาระของตน ก็ไม่ลืมจะช่วยกระจายข่าวที่เซียวหนิงหลงนำมาบอกกับตน โดยมีลู่จื้อกับลู่เสียนเดินไปบอกกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ได้รู้อีกทาง คราแรกชาวบ้านยังไม่ค่อยเชื่อแต่พอเห็นว่าครอบครัวของลู่ชิง เริ่มเก็บข้าวของขึ้นรถม้าก็หันไปจัดการสัมภาระของตนบ้าง
ผ่านไปเพียงไม่นานก็มีทหารวิ่งะโป่าวประกาศบอกว่า ทุกคนสามารถกลับบ้านได้จึงเชื่อแล้วว่าที่ครอบครัวลู่ชิงบอกมานั้นเป็เื่จริง และเสียงโห่ร้องอย่างดีใจของชาวบ้านก็ดังขึ้นจากทุกมุมของเมืองหย่งจิน
