เว่ยเวยหยุดหายใจแล้วจึงพูดต่อ “ลุงใหญ่หลงห่าวรู้เื่นี้จึงโกรธมาก นำเื่นี้ไปฟ้องผู้าุโ ตาแก่นั่นกลับอยากฆ่าข้า พ่อเ้าร้องขออ้อนวอนเขา จึงช่วยชีวิตข้าไว้ได้ ถึงอย่างไรก็ถูกนำตัวไปขังไว้ในคุก ตอนนั้นท่านยายของเ้าตาย ข้าเริ่มเคียดแค้นคนตระกูลหลง เพราะพ่อเ้ารู้สึกผิดต่อข้าจึงแอบปล่อยตัวข้าไป”
“ข้าหมดหนทาง หลังจากออกจากตระกูลหลง ข้าก็พยายามฝึกฝนให้แกร่งขึ้นแล้วค่อยกลับตระกูลหลงอีกครั้ง หากกลับตระกูลหลงอีกครั้ง นั่นต้องเป็การล้างตระกูลหลงด้วยเื ข้าท่องพเนจรไปทั่ว สุดท้ายก็พบไต้ซือที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปโฉมได้ ท่านจึงช่วยข้าเปลี่ยนแปลงหน้าตา เมื่อรู้มาว่าท่านพ่ออยู่ตระกูลอู่ตี้ ได้กลับสู่ตำแหน่งแล้ว เขาจึงส่งคนไปตามหาข้า”
“เมื่อกลับตระกูลอู่ตี้อีกครั้ง ข้าอาศัยพร์ของตน ก้าวมาถึงจุดนี้ทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งได้ยินมาว่าเมืองอู่ตี้้ารับคนเข้ามาใหม่ ข้าจึงไปเมืองั ประการที่หนึ่งคืออยากพาเ้ามา ส่วนประการที่สองคือทำลายตระกูลหลงอู่ ทว่าหลังจากเจอเ้า ความโกรธแค้นทั้งหมดที่เคยมีมาก็ถูกทิ้งไปเป็เื่รอง พร์ของเ้า ความแข็งแกร่งของเ้าคือสิ่งที่ข้าคาดไม่ถึง”
“เหยียนเอ๋อ ข้าอยากเข้าไปหาเ้ามากเท่าไรก็ทำไม่ได้ ข้าไม่อยากทำให้พ่อเ้าลำบากใจ เ้าเข้าใจใช่หรือไม่ ตอนนั้นที่เขาปล่อยข้าไป ในตระกูลหลงอู่นั้นถือเป็โทษถึงตายเชียวนะ”
เมื่อเว่ยเวยพูดจบ ความสงสัยของหลงเหยียนก็คลี่คลายทันที คล้ายความรู้สึกหลงเหยียนถูกปลดปล่อยแล้ว สิ่งที่ติดค้างในใจมานานถูกปลดออกแล้ว มิน่าล่ะ หลังจากผู้าุโรู้ว่ามารดากลับมา ใบหน้ากลับแสดงออกถึงความกลัวเล็กน้อย ในความรู้สึกของผู้าุโ มารดาคือคนไร้ยางอาย เขาแค่ฟังมาจากคำพูดของลุงใหญ่เท่านั้น กลับข้ามรายละเอียดไปมากมาย
หลงเหยียนหลับตาลง เวลาผ่านไปนานยิ่งนัก ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้นมองหน้าเว่ยเวย
มือทั้งสองข้างกอดเว่ยเวยแน่น พวกเขาสองแม่ลูกโอบกอดกัน ในที่สุดทั้งคู่ก็ไม่ต้องแสร้งเป็คนแปลกหน้าแล้ว
“เหยียนเอ๋อ ข้าทำผิดต่อเ้า ถึงอย่างไรตอนนั้นข้าจะพาเ้าออกมาด้วยไม่ได้ ข้าเป็เพียงสตรีที่อ่อนแอ หลายปีมานี้ ข้าคิดถึงเ้ามาโดยตลอด หลายปีมานี้ ข้าเป็คนทำให้เ้าต้องรอคอย…”
เว่ยเวยร้องไห้ ร่างกายสั่นเทา นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเหยียนเห็นเว่ยเวยร้องไห้ จากนั้นนางก็ประคองหน้าหลงเหยียนขึ้น มองอย่างจริงจัง ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้ม หลงเหยียนยืนนิ่งอยู่กับที่ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี เมื่อก่อน ในทุกครั้งที่คิดว่าจะเจอท่านแม่ เขาก็มีคำพูดมากมายอยากเอื้อนเอ่ย ทว่าตอนนี้ เมื่อมารดาอยู่ตรงหน้าแล้ว เขากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่กล้าออกแรงกอดด้วยซ้ำ กลัวว่าเมื่อตื่นจากความฝันนี้ ทั้งหมดจะกลายเป็เพียงฝันที่งดงามเท่านั้น สิบหกปีที่ผ่านมา เขารู้สึกเหมือนเมื่อก่อนเป็เพียงความฝันที่แสนยาวนาน ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมาจากฝัน เพราะทุกอย่างในเวลานี้คือความจริง
“ท่านแม่ ในบางครั้งข้าก็มักรู้สึกอารมณ์ไม่ดีอย่างไม่มีเหตุผล ในตระกูลนั้น ข้าไม่อยากคุยกับใครเลย อยากนั่งเหม่อลอยคนเดียวเงียบๆ บางครั้งก็อยากซ่อนตัว ไม่อยากให้ใครเห็นมุมที่อ่อนแอของข้า ไม่อยากให้พวกเขาเห็นว่าข้ากำลังเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกมุมในจวน เงาที่คุ้นเคยทั้งหมดล้วนเป็สิ่งที่ข้าไม่้าทั้งสิ้น บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าครู่เดียวตัวเองก็โตแล้ว จนกระทั่งข้ามีิญญายุทธ์ จนกระทั่งได้เจอท่าน”
“ท่านแม่ ความจริงหลายปีมานี้ เป็ท่านต่างหากที่ลำบากที่สุด ยังโชคดีที่ตอนนั้นท่านปู่ไม่ได้ลงโทษท่านหนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่อภัยให้เขาแน่ ท่านบอกว่าท่านยายป่วยตาย ท่านปู่ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ บางครั้งเขาอาจรู้แล้วว่าตนทำผิดไป”
เว่ยเวยเงยหน้าขึ้น ใช้ฝ่ามือที่อุ่นและนุ่มประคองหน้านุ่มๆ ของหลงเหยียน
“ผ่านไปนานเพียงนี้ ความแค้นของข้าก็หมดลงไปนานแล้วละ มีเพียง…”
“มีเพียงอะไรหรือขอรับ?”
เว่ยเวยถอนหายใจ “มีเพียงเซียวกงเป้าตายเพราะน้ำมือเ้า ตอนนั้นเขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้!”
หลงเหยียนร้อนรนขึ้นมาทันที “ใช่สิ เขาตายแล้ว ทั้งยังตายไม่เหลือซากด้วยน้ำมือของข้าเอง เขาก็เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเซียวกงเป้าที่ท่านเคยรู้จัก ตระกูลเซียวเองก็ล่มสลาย”
เมื่อพูดถึงเื่ทั้งหมด ความแค้นระหว่างสองตระกูลนั้น สุดท้ายยังเกิดขึ้นเพราะเว่ยเวยเพียงคนเดียว
ในที่สุดหลงเหยียนก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดที่ผ่านมาเซียวกงเป้าถึงไม่ชอบหน้าตนเลย
“จริงด้วย ก่อนมาที่นี่ ท่านพ่อฝากให้ข้ามาบอกท่านว่าเขาคิดถึงท่านมาก เขาหวังให้เราทั้งสองเป็พ่อและแม่ที่อยู่ข้างกายลูก”
เว่ยเวยส่ายหน้า “เกรงว่าเราคงกลับไปอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว หลายปีมานี้ เขาไม่แต่งงานใหม่ ส่วนข้าก็ยังไม่ได้ออกเรือน ข้าเคยชินกับการอยู่ตัวคนเดียวแล้ว นอกเสียจากทั้งสำนักตงฟางสกุลเว่ย หรือไม่ เขาก็ต้องมีพละกำลังมากพอที่จะบุกเข้าตระกูลอู่ตี้ หากเป็เช่นนั้น เรายังพอมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นความหวังก็คงเลือนราง”
จากน้ำเสียงและคำพูดก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเขาไม่อยากให้เื่นี้เกิดขึ้น อาศัยพละกำลังของหลงอีเพียงคนเดียว เมื่อเทียบกับที่นี่แล้ว พละกำลังระดับนั้นถือว่าอ่อนแอมาก ต่อให้จะเป็บิดาของเว่ยเวยเองก็คงไม่ยินยอม ยิ่งไม่ยอมปล่อยให้นางออกจากที่นี่
หลงเหยียนถามด้วยความสงสัย “ท่านแม่ แล้วท่านตาเป็คนนิสัยอย่างไร?”
เว่ยเวยใช้มือเรียวๆ ที่งดงามปิดปากหลงเหยียนไว้
“เหยียนเอ๋อ จำเอาไว้ เขาคือผู้แข็งแกร่ง อย่างน้อยเ้าในตอนนี้ก็แตะไม่ถึง รออีกหน่อยข้าจะบอกเ้าเอง ข้าหวังว่าเ้าจะเติบโตและพัฒนาตัวเองที่นี่ อาศัยพละกำลังของตนก้าวขึ้นไปในจุดที่สูงสุดทีละก้าว ทีละก้าว”
หลงเหยียนพยักหน้า “วางใจเถิดท่านแม่ ข้าต้องทำให้ได้! ถือว่าทำเพื่อท่านพ่อ ทำเพื่อการกลับมาของพวกท่านทั้งสอง ข้าต้องทำให้ทั้งเมืองัเปลี่ยนเป็สกุลหลง”
แน่นอนว่าจะให้ใครรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่ได้ หลงเหยียนเองก็ไม่อยากเติบโตเพราะอาศัยผู้อื่น เขาอยากใช้พละกำลังของตนเป็การยืนยันว่าเขาสามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จได้
ตอนนี้หลงเหยียนมีเป้าหมายที่แน่ชัด ข้อแรกคือการแข็งแกร่งขึ้นในที่แห่งนี้เพื่อให้บิดาและมารดาเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นก็รับท่านพ่อเข้าตระกูลอู่ตี้ ข้อสองคือการตามหาหลงหลิง หญิงสาวที่ทำให้เขาใจเต้นเป็ครั้งแรก เซียนหญิงที่มีชีวิตท่ามกลางเมฆหมอก
จนกระทั่งกลางดึก หลงเหยียนยังคงไม่อยากจากไป ทว่าก็ต้องเดินออกจากเรือนที่สร้างขึ้นด้วยหยกิญญา เขาในตอนนี้อารมณ์ดียิ่งนัก เพราะในที่สุดเขากับมารดาก็ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว
…
กลับมาถึงที่พัก เมื่อเปิดประตูออก ภายในห้องก็ปรากฏชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่มองหลงเหยียนด้วยรอยยิ้ม หลงเหยียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เดินถอยกลับไปสองก้าว เมื่อมองป้ายชื่อที่หน้าประตูอย่างละเอียดแล้ว เขาก็มั่นใจว่านี่คือห้องของตน
“ข้าเข้าผิดห้องหรือ?”
หลงเหยียนผลักประตูเข้าไปอีกครั้ง ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องทำให้หลงเหยียนใ
“พี่เหยียน เป็อย่างไร พอใจกับรูปร่างข้าไหม หน้าตาหล่อเหลาเหมือนกันหรือไม่?”
เมื่อได้ยินชายคนนั้นเรียกตนว่าพี่เหยียน น้ำเสียงนี้ช่างคุ้นเคยนัก หลงเหยียนนึกขึ้นได้ เขาใจนแทบตัวลอย ทั้งเบิกตาโพลงและอ้าปากค้าง หลงเหยียนไม่รู้จะพูดอะไร
รอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืนมาก อ้าปากกว้างเป็รูปวงกลมราวกับหุ่นที่ถูกตั้งอยู่ตรงนั้นไม่มีผิด
“เ้า เ้าคือใคร? สิงโตน้อยหรือ” การเปลี่ยนแปลงที่เหนือความคาดหมาย ทำให้หลงเหยียนใ ผ่านไปนานก็ยังตั้งสติไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“แหะๆ ข้าหลอมต้นเซียนหอมหมื่นลี้นั่นไปแล้ว เมื่อแปลงกายเป็มนุษย์ หน้าตาข้าก็ประมาณนี้ละ”
น้ำเสียงของราชสีห์หิรัณย์ยังเหมือนเดิม กลิ่นอายบนตัวเปลี่ยนไป บนตัวเขากระจายรังสีที่ดูร่ำรวย หลงเหยียนตั้งสติพักใหญ่ มองรูปร่างราชสีห์หิรัณย์หลังกลายเป็มนุษย์ด้วยความตั้งใจ
--------------------
