ภายในบ้านสวน พื้นที่การทำงานยังแบ่งตามแผนที่ของที่ดินภายในสวน แยกออกเป็ทั้งหมดสองส่วนโดยตั้งชื่อว่าเขตหนึ่งและเขตสอง
ผู้คนในบ้านสวนแบ่งออกเป็สองร้อยกลุ่มเล็ก แต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้ากลุ่มและรองหัวหน้ากลุ่ม
โดยทุกๆ หนึ่งร้อยกลุ่มจะมีหัวหน้าใหญ่และรองหัวหน้าใหญ่คอยชี้นำ
เคอโยวหรานคร้านจะตั้งชื่อจึงใช้ชื่อว่าขบวนใหญ่ที่หนึ่งกับขบวนใหญ่ที่สอง
ทางด้านกลุ่มเล็กก็เช่นกัน แบ่งเป็กลุ่มหนึ่งของขบวนใหญ่ที่หนึ่ง กลุ่มสองของขบวนใหญ่ที่หนึ่ง...
กลุ่มหนึ่งของขบวนใหญ่ที่สอง กลุ่มสองของขบวนใหญ่ที่สอง...และยึดหลักการแบ่งแยกย่อยเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไม่เพียงสะดวกต่อการจดจำ แต่ยังง่ายต่อการควบคุมดูแลด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังเฉลี่ยคนที่รู้หนังสือให้เข้าไปในขบวนใหญ่ทั้งสองขบวน โดยมอบหมายให้รับหน้าที่เป็เ้าหน้าที่ทำเอกสารกับหัวหน้ากลุ่มย่อย
และยังร่างแผนงานสำหรับงานที่ต้องทำในบ้านสวนเป็ตารางงานแผ่นหนึ่ง จัดการวางแผนการพัฒนาระยะยาวเอาไว้อย่างชัดเจน
ในแต่ละขบวนใหญ่ยังให้สตรีรวมตัวกันเป็สองกลุ่มพิเศษ มีหน้าที่คอยรับผิดชอบดูแลคนแก่และเด็กๆ ภายในบ้านสวน
เมื่อเป็เช่นนี้ ยามทุกคนทำงานก็ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง สามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับงานได้
เคอโยวหรานยังเขียนข้อบังคับอีกจำนวนไม่น้อยและร่างกฎเกณฑ์ของบ้านสวนออกมา เงินค่าแรงของทุกคนจะคิดตามคุณภาพงาน ท้ายที่สุดยังเขียนรายละเอียดออกมาได้หลายร้อยข้อ
ต้วนเหลยถิงที่มองอยู่ด้านข้างถึงกับอุทานว่าอัศจรรย์เหลือเกิน นางคิดใคร่ครวญได้ละเอียดกว่าเขาเสียอีก การมีภรรยาที่เป็ดั่งสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ผู้ใดแต่งผู้นั้นถึงจะเข้าใจ กล่าวได้ว่าช่างสุขสำราญใจยิ่งนัก
เคอโยวหรานกำลังร่างแผนงาน ต้วนเหลยถิงจึงได้มองสำรวจแผนที่ของบ้านสวนโดยละเอียดเช่นกัน
หลังจากมองสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก็อดยกยิ้มกว้างขึ้นมามิได้
“ท่านดีใจอันใดหรือเ้าคะ?” เคอโยวหรานเงยหน้าเอ่ยถามหลังจากเขียนอักษรตัวสุดท้ายและวางพู่กันลง
ต้วนเหลยถิงชี้ลงบนแผนที่แล้วเอ่ยว่า “เ้าลองดูนี่ จากบ้านสวนทะลุผ่านป่านี้จะไปถึงเชิงเขาของเขาลูกเล็กใกล้กับูเาต้าชิง หลังตรงไปตามที่ราบลุ่มในเขาก็จะสามารถไปถึงจวนได้
อีกทั้งตรงนี้ยังมีทางสายเล็ก หลังตัดแต่งพุ่มไม้รอบข้าง การบังคับรถม้าไปกลับบ้านสวนจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ
ที่ดินผืนนี้ถูกพวกเราซื้อเอาไว้หมดแล้ว บ้านสวนแห่งนี้ช่างราวกับถูกสร้างขึ้นเพื่อพวกเราก็มิปาน”
ต้วนเหลยถิงกล่าวจบก็โอบกอดเคอโยวหรานด้วยความยินดี ตามด้วยกดร่างของนางลงบนโต๊ะตำราก่อนจะประทับจูบปิดริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนางเอาไว้...
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเปลี่ยนตัวเ้าสาวของแม่เฒ่าเคอจะทำให้เขาได้ครองสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ถึงขั้นมิอาจนับไหวแล้วว่านี่เป็ความยินดีครั้งที่เท่าใด
ยามนั้นซื้อเขาต้าชิงตามความคิดที่ผุดขึ้นชั่วขณะของเคอโยวหราน และยามนี้ซื้อบ้านสวนเพราะเชื่อฟังคำภรรยา ยังมิต้องเอ่ยถึงเื่ตามหาอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาจนพบ แต่ที่นี่ยังเชื่อมโยงกับป่าเขาทั้งลูก
นี่มันออกจะประจวบเหมาะเกินไปแล้วกระมัง?
ยามนี้ต้วนเหลยถิงไม่มีเรี่ยวแรงจะไปคิดใคร่ครวญถึงเื่อื่น เพราะความนึกคิดจิตใจทั้งหมดล้วนแต่หมายจะกินจอมยั่วยวนผู้นี้ลงท้องไปเสีย
เคอโยวหรานรับรู้เพียงว่าวิงเวียนศีรษะ ร่างทั้งร่างอิงแอบเข้าหาหนึ่งอ้อมกอดอบอุ่น ถูกบุรุษปกป้องรอบด้านเช่นนี้ ร่างกายนางพลันอ่อนยวบดั่งสายน้ำ ไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือแม้แต่นิด
“นายน้อย บ่าวกลับมาแล้วขอรับ” ในขณะที่คนทั้งสองกำลังจะสูญเสียการควบคุม ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงของหลี่จงเฉวียนที่ดังขึ้น
ต้วนเหลยถิงได้สติกลับมา ชายหนุ่มจดจ้องสตรีตรงหน้าด้วยแววตาพร่าเลือน
์ ยามนั้นเคยกล่าวว่าจะรอแม่นางน้อยผู้นี้เติบใหญ่อีกสักหน่อย จู่ๆ ก็เกือบจะสูญเสียการควบคุมเสียแล้ว
ทำอย่างไรดี ภรรยางดงามเกินไป เช่นนี้จะควบคุมตนเองได้อย่างไร?
ต้วนเหลยถิงฝังศีรษะลงบนซอกคอของเคอโยวหรานพลางหอบหายใจไม่หยุด มิใช่เื่ง่ายกว่าจะปรับอารมณ์ของตนให้สงบลง จากนั้นจึงช่วยนางจัดระเบียบเครื่องแต่งกายและสวมผ้าปิดหน้ากับผ้าคลุมศีรษะให้นาง
หลังจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเสร็จถึงเอ่ยว่า “เข้ามา”
หลี่จงเฉวียนรออยู่นาน ยังนึกว่าผู้เป็นายไม่อยู่ข้างใน ขณะกำลังจะไปตามหาโดยรอบพลันได้ยินเสียงขานรับ เขาถึงกับชะงักก่อนจะค้อมกายเดินเข้าไปในห้อง
หลังชำเลืองมองคนทั้งสองเพียงแวบเดียวก็รีบก้มหน้าลงไม่กล้ามองอีก
์ คุณชายสามที่นิสัยใจคอสุขุมเยือกเย็นและไม่ใกล้ชิดสตรีของเขาเปลี่ยนเป็เช่นนี้ั้แ่เมื่อใด?
ไม่เพียงให้ฮูหยินน้อยนั่งอยู่บนตัก มือทั้งสองข้างยังโอบรอบเอวนางเอาไว้มั่น คุณชายสามคงมิได้ถูกผู้อื่นสับเปลี่ยนตัวแล้วกระมัง?
ใบหน้าภายใต้ผ้าปิดหน้าของเคอโยวหรานแดงระเรื่อ หญิงสาวลอบหยิกต้วนเหลยถิงไปหนึ่งหน
ล้วนเป็เพราะเขากอดแน่นเช่นนี้ ทำเอาตนต้องอับอายต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเสียแล้ว
“อย่าเพิ่งขยับ ให้ข้ากอดอีกสักประเดี๋ยวเถิด” น้ำเสียงอู้อี้ของต้วนเหลยถิงดังขึ้นข้างใบหูของนาง
เคอโยวหรานััได้ถึงความผิดปกติบนกายเขา จึงยอมนั่งอย่างว่าง่ายไม่กล้าขยับเขยื้อน
หลี่จงเฉวียนเห็นคนทั้งสองไม่เอ่ยสิ่งใด จึงหยิบตั๋วเงินที่ใช้ไม่หมดออกมาจากอกเสื้อของตน
“เรียนนายน้อยกับฮูหยินน้อย บ่าวหาซื้อเสบียงอาหารภายในเมืองได้แค่หนึ่งพันกว่าจิน ซื้อผ้าเป็เงินหนึ่งพันกว่าตำลึง นี่คือเงินที่เหลือและสมุดบัญชี ขอนายน้อยกับฮูหยินน้อยโปรดตรวจสอบด้วยขอรับ”
กล่าวจบก็ก้มหน้าส่งสมุดบัญชีวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะถอยไปด้านข้างเพื่อรอฟังคำสั่ง
ต้วนเหลยถิงเอนศีรษะหนุนไหล่ของเคอโยวหรานพลางเอ่ย “จงเฉวียน เ้าเก็บเงินที่เหลือเอาไว้ ใช้เป็ค่าใช้จ่ายภายในบ้านสวนเสียก่อน
ยามนี้ยกบ้านสวนให้เ้าดูแลเป็การชั่วคราว ส่วนเื่อื่นๆ ฮูหยินน้อยเขียนเอาไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แค่ทำตามนั้นเป็พอ ทีนี้ก็ไปเรียกอิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานให้มาพบข้า
นับจากวันนี้เป็ต้นไปให้พวกเขาคอยติดตามข้ารอฟังคำสั่ง หลังผ่านไปอีกสักระยะหากข้ามีเวลาว่างจะมาที่บ้านสวนอีกครั้ง”
“ขอรับ นายน้อย” หลี่จงเฉวียนค้อมกายรับคำสั่ง
ช่างดีเหลือเกิน พวกเขาทุกคนต่างลากถูลู่ถูกังคนทั้งครอบครัวให้มาร่วมใช้ชีวิตยากลำบาก ยามนี้ได้ตามหาแก่นหลักของหัวใจพบเสียที
เมื่อมีการชี้นำของนายน้อย เชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลับไปแก้แค้นให้นายท่านอย่างแน่นอน
หลังสั่งการเสร็จสิ้น ต้วนเหลยถิงก็อุ้มเคอโยวหรานในท่าองค์หญิงพร้อมกับหิ้วตะกร้าลูกหมาป่าเดินออกจากห้องตำราไป
ความภักดีของผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้ไม่มีอันใดให้ต้องสงสัย พวกเขาล้วนผ่านการทดสอบของกาลเวลา ติดตามเขาและบิดาล้มลุกคลุกคลานมาตลอดทางแล้ว
สำหรับผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้ แม้คนทั้งครอบครัวจะถูกข่มเหงรังแกหรือถูกผู้อื่นทรมาน พวกเขาก็ไม่มีทางทรยศผู้เป็นาย ต้วนเหลยถิงเชื่อมั่นในเื่นี้เป็อย่างยิ่ง
ยามนั้นสกุลต้วนประสบเคราะห์ภัย บิดาของเขาคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงบอกให้คนสนิทข้างกายแยกย้ายกันหลบหนีไปเสียก่อน
ทว่าคนเหล่านี้กลับยอมตกตายตามกัน ท่านพ่อจึงบอกว่าตราบใดที่มีชีวิตย่อมต้องมีความหวัง รักษาความแข็งแกร่งเอาไว้แล้วค่อยหวนกลับมาใหม่ในภายหลัง พวกเขาถึงได้ยอมจากไปตามคำสั่ง
ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดสองปีมานี้ ต้วนเหลยถิงไม่อยากให้พวกเขาต้องหวนนึกถึง่เวลาแห่งความทุกข์ทรมาน ดังนั้นจึงไม่เอ่ยถามแม้แต่ประโยคเดียว
ตัวเขาเองก็ผ่านพ้นการหลบหนีเอาชีวิตรอดมาเช่นกัน ย่อมเข้าใจถึงความลำบากยากแค้นของชีวิตเป็อย่างดี หากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้หวนนึกถึงอดีตอีกครั้ง เช่นนั้นก็ไม่ต่างกับการทรมานพวกเขาจริงๆ
สิ่งที่ต้วนเหลยถิงอยากทำในยามนี้คือสะสมกองกำลัง พาพวกเขาหลุดพ้นจากทะเลทุกข์ของการล้างแค้นและพันธนาการของโชคชะตา...
ครั้นต้วนเหลยถิงอุ้มเคอโยวหรานมาถึงรถม้า อิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานที่ได้รับแจ้งจากหลี่จงเฉวียนก็มารออยู่ก่อนแล้ว
ต้วนเหลยถิงถีบปลายเท้าแ่เบาะโเข้าไปในรถม้า บอกเส้นทางมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเถาหยวนโดยละเอียดกับคนทั้งสอง จากนั้นมีอิ่งเอ้อร์กับอิ่งซานเป็คนบังคับรถม้า
......
เวลานี้ จวนสกุลต่งที่อยู่ภายในตัวเมืองอำเภอได้เกิดความวุ่นวายเสียแล้ว
ข้ารับใช้จำนวนมากที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีต่างรีบเก็บข้าวของและฉวยโอกาสหนีไปในยามโกลาหล
นับั้แ่นายท่านผู้เฒ่าต่งรู้ว่าภายในห้องเก็บสมบัติใต้ดินของตนว่างเปล่า เพลิงโทสะพลันจู่โจมหัวใจ หลังหมดสติไปจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ฟื้น
นายท่านต่งลากร่างกายเจ็บป่วยประกาศคำสั่งยาวเหยียดออกไป ทว่าได้ผลน้อยนิดยิ่งนัก
มีข้ารับใช้และคนคุ้มกันจวนจำนวนไม่น้อยที่หน้าไหว้หลังหลอก ใช้กำลังปล้นชิงทรัพย์ผู้อื่นอยู่ในตัวเมืองโดยอ้างชื่อสกุลต่ง ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาผู้คน
ทางด้านต่งปี้อู่หลังหอบเงินหนึ่งแสนตำลึงกลับมาจากโรงนายหน้าก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องตำราเพื่อหารือสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้กับนายท่านต่ง เรียกได้ว่าไม่มีเวลามามัวสนใจข้ารับใช้ในจวนสกุลต่งแม้แต่นิด
