ไม่ใช่ซูอี้เฉิง
ลั่วเสี่ยวซียังไม่ทันได้รู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นคนตรงหน้าเธอก็ตั้งท่าจะปิดประตูทันที ทว่าฟางเจิ้งกลับยื่นมือมาขวางเอาไว้
“หึหึคุณลั่ว คุณไม่สงสัยเหรอว่าทำไมรองเท้าของคุณถึงขาด?”
แววตาของลั่วเสี่ยวซีเปลี่ยนเป็เย็นเยียบในพริบตา“คุณไปรู้อะไรมา”
“วันนี้หลังจากที่คุณถอดรองเท้าหลังซ้อมเสร็จเลขาของผมเห็นว่ามีคนไปยุ่งกับรองเท้าของคุณ” ฟางเจิ้งกล่าว“ตอนนั้นเลขาของผมไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเห็นคุณเกิดอุบัติเหตุบนเวทีเธอเลยฉุกคิดขึ้นได้ว่าคงเป็คนๆนั้นที่ทำอะไรสักอย่างกับรองเท้าของคุณ”
เื่ที่รองเท้าของเธอขาดไม่ใช่แค่เื่บังเอิญจริงๆ ด้วย
“ใครมายุ่งกับรองเท้าของฉันคะ?”ลั่วเสี่ยวซีถาม
“เื่นี้น่ะเหรอผมว่าพวกเรานั่งคุยกันดีไหม?” ฟางเจิ้งยิ้มร่าโดยไม่ปิดบังสิ่งที่้าในแววตาสักนิด
“ค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีรู้สึกคลื่นไส้เกินทน แต่เพราะมั่นใจว่าสามารถรับมือกับชายคนนี้ไหวอีกทั้งตอนนี้เธออยากรู้มากว่า ใครกันแน่ที่ทำแบบนี้กับเธอ
คนๆนั้นเกือบทำให้เธอต้องตกรอบถ้าแค้นนี้ไม่ชำระ เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไง?
ฟางเจิ้งคิดไว้แล้วว่าลั่วเสี่ยวซีต้องตกลงเขาจึงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือเพื่อปิดประตูตามหลังทว่าลั่วเสี่ยวซีกลับยืนขวางเอาไว้
“ผอ.ฟางแค่คุยกันคงไม่ต้องปิดประตูมั้งค่ะ เดี๋ยวใครจะเข้าใจผิด” ลั่วเสี่ยวซีพูดพลางยิ้ม
ฟางเจิ้งแสยะยิ้มก่อนจะมองสำรวจลั่วเสี่ยวซีั้แ่หัวจรดเท้าเขาส่ายหน้าพลางเอ่ย
“เพอร์เฟกต์ช่างเพอร์เฟกต์จริงๆ”
ลั่วเสี่ยวซีอดก่นด่าในใจไม่ได้เพอร์เฟกต์บ้านแกสิ! นึกว่าตัวเองเป็อาจารย์จินซิง1หรือไง!
เธอคว้าเสื้อคลุมตัวบางมาคลุมไหล่ก่อนจะเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“คนๆนั้นเป็หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันใช่ไหมคะ?”
“ที่จิ่วสือเม่าพลาซ่ามีภัตตาคารแห่งหนึ่งรสชาติไม่เลวเลย” ฟางเจิ้งทำเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่ลั่วเสี่ยวซีกล่าวเขาพูดเองเออเอง “คุณลั่ว ถ้าไม่ว่าอะไร ผมขอพาคุณไปเลี้ยงข้าวสักมื้อได้ไหมครับ”
ฟางเจิ้งจงใจไม่ตอบคำถามลั่วเสี่ยวซีนิ่งไปสักพักก่อนจะเน้นย้ำอีกครั้งอย่างอดกลั้น
“ผอ.ฟาง่นี้ดิฉันต้องควบคุมอาหารทั้งสามมื้อ คงไม่สามารถออกไปกินข้าวตามร้านอาหารได้”
ฟางเจิ้งลากเก้าอี้มานั่งลงข้างกายลั่วเสี่ยวซีก่อนจะพูดอย่างเห็นใจ
“ผมคิดมาตลอดว่าคุณลำบากเกินไปคุณลองคิดดูสิ ทุกวันต้องออกกำลังกายอย่างหนัก อยากจะกินอะไรก็กินไม่ได้เดินแบบก็เหนื่อย เสี่ยวซี ทำไมคุณไม่มาอยู่กับผม ขอแค่คุณเชื่อฟังผมรับรองว่าเงินที่คุณจะได้ไม่น้อยไปกว่าการที่คุณต้องทนลำบากอยู่ในวงการนี้”
“ตกลงเลขาของคุณเห็นจริงหรือเปล่าคะว่าใครเป็คนมายุ่งกับรองเท้าของฉัน?” ลั่วเสี่ยวซีมองหน้าเขาอย่างไม่เกรงใจ“ดิฉันไม่เวลามานั่งคุยเล่นเป็เพื่อนคุณหรอกนะคะ ถ้าคุณรู้ก็รีบบอกฉันมาแต่ถ้าไม่ก็เชิญออกไปได้แล้วค่ะ! ฉันไม่มีเวลามาพูดเื่ไร้สาระกับคุณ”ความอดทนของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที
ฟางเจิ้งเห็นลั่วเสี่ยวซีเริ่มโมโหจึงยิ้มก่อนพูดว่า“อย่ารีบร้อนสิครับ คนคนนั้นคือหลี่อิงหยวน”
หลี่อิงหยวนคือใคร?
ลั่วเสี่ยวซีี้เีไปผูกมิตรกับบรรดานางแบบสาวคนอื่นเลยไม่ค่อยสนิทสนมกับใครเธอนึกอยู่นานกว่าจะนึกหน้าออก ลั่วเสี่ยวซีขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอเคยคุยกับหลี่อิงหยวนไม่ถึงสามคำ แถมยังเป็แค่คำพูดทักทายตามมารยาท ระหว่างเธอกับหลี่อิงหยวนไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกันแล้วทำไมหลี่อิงหยวนต้องทำกับเธอแบบนี้?
“ผมบอกคุณไปแล้วงั้นคราวนี้ได้เวลาพูดเื่ของผมบ้าง ว่าไงครับ คุณลองคิดดูหรือยัง?”ฟางเจิ้งยิ้มตาหยีพลางยื่นมือออกมาจนเกือบจะจับโดนขาของลั่วเสี่ยวซี
ลั่วเสี่ยวซีรีบเบี่ยงขาหลบทันที“ขอบคุณนะคะผอ.ฟาง ถ้าไม่มีอะไรแล้ว คุณจะไปได้หรือยังคะ”
เธอ้าอยู่เงียบๆ เพื่อใช้ความคิดว่าเธอเคยไปทำอะไรให้หลี่อิงหยวนไม่พอใจหรือเปล่า
“อะไรกันครับ”ฟางเจิ้งขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ลั่วเสี่ยวซีมากกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความสนิทสนม
“คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยว่าเมื่อไรคุณจะยอมรับข้อเสนอของผมสักที”
ลั่วเสี่ยวซีขมวดคิ้ว“คุณไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพูดเหรอคะ? อาจจะมีคนอื่นที่สนใจในเงินของคุณคุณควรไปหาคนพวกนั้น ถ้ายังมายุ่มย่ามกับฉันอีกฉันจะแจ้งตำรวจว่าคุณกำลังคุกคามทางเพศ”
ผู้หญิงปกติที่ไหนที่กันจะพูดออกมาตรงๆ ขนาดนี้หึ ยัยลั่วเสี่ยวซีนี่กำลังเสแสร้งอยู่มากกว่า! ฟางเจิ้งคิด
“เสี่ยวซีคุณคงอายล่ะสิใช่ไหม?” ฟางเจิ้งยังคงโน้มน้าวต่ออย่างใจเย็น “ผมจะบอกคุณให้ว่าเื่พวกนี้เป็เื่ปกติของวงการนี้ ไม่มีใครเอาไปแพร่งพรายหรอก หรือต่อให้มีคนเอาไปนินทาลับหลังก็เพราะอิจฉาที่ผมชอบคุณ”
“......”ลั่วเสี่ยวซีชักจะหงุดหงิดเกินทน เธอไม่อยากพูดให้เปลืองน้ำลาย ตอนนี้เธออยากต่อยคนสักหมัด
ฟางเจิ้งเอาสมองส่วนไหนไปคิดว่าเธอกำลังร้อนเงิน?เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเธอจะตอบตกลง?
ในขณะที่ลั่วเสี่ยวซีใกล้จะทุ่มโต๊ะใส่คนตรงหน้ามือถือของฟางเจิ้งก็ดังขึ้น เขากดรับสายก่อนจะรีบเดินออกไป โดยไม่ลืมทิ้งทายบอกกับลั่วเสี่ยวซีว่าเดี๋ยวไว้เจอกัน
ลั่วเสี่ยวซีใช้ขาเตะปิดประตูพลางก่นด่าในใจ
ชาติหน้าก็ไม่อยากเจอโว้ย!
แต่เธอก็ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีเสียงปิดประตูดังขึ้น หรือประตูของที่นี่เป็แบบเก็บเสียง?
ขณะที่เธอกำลังสงสัยประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ ตามมาด้วยรูปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ปรากฏตรงหน้า
ซูอี้เฉิง?!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะมาหาเธอแล้วงั้นเหรอ?
คิดแล้วลั่วเสี่ยวซีก็ยิ่งโมโหจึงถามไปอย่างกวนประสาท“นายมาที่นี่มีธุระอะไร”
“ถ้าไม่มีธุระก็มาหาเธอไม่ได้งั้นเหรอ?”ซูอี้เฉิงตอบอย่างกวนประสาทยิ่งกว่า “ทำไม? ฉันมารบกวนเธอกับฟางเจิ้งหรือไง?”
ทำไมเขาถึงรู้ว่าฟางเจิ้งมาหาเธอ?
พอคิดถึงสายโทรศัพท์ที่ทำให้ฟางเจิ้งรีบร้อนเดินออกไปลั่วเสี่ยวซีก็ถามซูอี้เฉิงอย่างแคลงใจ
“นายเป็คนทำให้เขาออกไป?”
ซูอี้เฉิงเดินเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูดังปังพร้อมกับล็อกกลอนเรียบร้อย
เขาทำทุกอย่างโดยไม่หันกลับไปมองประตูด้วยซ้ำสายตาของเขาจับจ้องแต่เพียงลั่วเสี่ยวซี
ลั่วเสี่ยวซีเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีจึงค่อยๆ เดินถอยหลังจนกระทั่งตัวชนขอบโต๊ะเครื่องแป้ง
“นะนายจะทำอะไร?”
ซูอี้เฉิงมองไปที่เท้าของหญิงสาวตอนนี้เธอเปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยแล้ว
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
ลั่วเสี่ยวซีส่ายหน้าอย่างอึ้งๆก่อนจะกลับมาทำสีหน้าเย่อหยิ่งทะนงตน
“ฉันไม่มีทางาเ็ง่ายๆหรอก”
เธอผ่านอะไรมาเยอะ!เพราะสวมรองเท้าส้นสูง เธอเคยขาพลิกและหกล้มมานักต่อนัก เื่พวกนี้เธอผ่านมันมาได้ั้แ่อายุ20แล้ว
“ทำไมรองเท้าของเธอถึงได้ขาด?”ซูอี้เฉิงถาม
หลี่อิงหยวนชื่อนี้เกือบจะหลุดปากแต่สุดท้ายลั่วเสี่ยวซีก็ไม่ได้พูดออกไป
อย่างแรกก็เพราะมันเป็สิ่งที่เธอได้ยินมาจากฟางเจิ้งถ้าซูอี้เฉิงรู้ล่ะก็คนที่จะซวยคนแรกคงไม่ใช่หลี่อิงหยวน ไม่ใช่ฟางเจิ้งแต่เป็เธอ
สองเธอยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อคำพูดของฟางเจิ้งได้หรือเปล่า ถ้าเธอบอกข้อมูลที่ไม่เป็ความจริงกับซูอี้เฉิงสุดท้ายคนที่จะซวยก็เป็เธออยู่ดี
“ฉันเองก็ไม่รู้”ลั่วเสี่ยวซียักไหล่ “อาจเพราะรองเท้าไม่ได้มาตรฐานก็ได้...”
ซูอี้เฉิงไม่ตอบเขาแค่มองจ้องลั่วเสี่ยวซีอยู่อย่างนั้นราวกับจะเตือนอะไรบางอย่างกับเธอ จนจู่ๆลั่วเสี่ยวซีก็รู้สึกร้อนตัวขึ้นมา
ผ่านไปชั่วอึดใจซูอี้เฉิงก็ถามต่อว่า“ทำไมฟางเจิ้งถึงมาอยู่ในห้องแต่งตัวกับเธอสองต่อสอง พวกเธอสนิทกัน?”
“นายจะไม่ยอมจบใช่ไหม?”ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้“แล้วทำไมนายถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่? เอ๋ หรือว่านายเป็เตรียมห้องนี้ให้ฉัน?”เมื่อกี้เธอก็แอบสงสัยว่าทำไมทางรายการถึงได้ใจดีจัดห้องส่วนตัวให้กับเธอกระทันหัน
ซูอี้เฉิงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้“นอกจากฉัน ยังจะมีใครสามารถจัดการเื่นี้ได้อีกล่ะ”
ลั่วเสี่ยวซีััได้ถึงกลิ่นอายอันแสนคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความอันตรายของเขาเธอจึงได้แต่ยิ้มแห้งพลางเอ่ย “ขอบคุณนะฉันกำลังอยากจะได้ห้องพักนั่งคิดอะไรเงียบๆ อยู่พอดี...”
“เวลาอยากอยู่เงียบๆต้องอยู่กับฟางเจิ้งด้วยงั้นเหรอ?” ซูอี้เฉิงไม่ปล่อยให้ลั่วเสี่ยวซีรอดไปได้ง่ายๆ
“เขามาหาฉันเองนะฉันจะเตะเข้าออกจากห้องเลยก็ไม่ได้” ลั่วเสี่ยวซีพยายามอธิบาย “ถึงยังไงเขาก็เป็สปอนเซอร์อันดับสองของรายการต่อให้ฉันไม่อยากเอาใจเขา ก็ต้องเคารพเขาบ้าง”
ที่เกินความคาดหมายก็คือซูอี้เฉิงไม่โมโห แถมยัง...ยิ้มออกมา
“เธอพูดแบบนี้แล้วฉันที่เป็สปอนเซอร์หลักล่ะ”ซูอี้เฉิงยันแขนทั้งสองข้างกับโต๊ะเครื่องแป้งเผื่อขังเธอเอาไว้ “แบบนี้เธอก็ควรเอาใจฉันสักหน่อยจริงไหม?”
ลั่วเสี่ยวซีตาโตอย่างใก่อนจะตีเข่าไปที่ท้องน้อยของซูอี้เฉิง“เอาใจบ้านนายสิ!”
ซูอี้เฉิงไหวตัวทันจึงจับหัวเข่าของเธอไว้พลางเตือน“ต่อจากนี้ไป อยู่ให้ห่างๆ ฟางเจิ้งซะ เขากำลังเล็งเธออยู่”
เื่นี้ลั่วเสี่ยวซีจะไม่รู้ได้ยังไง?เธอยิ้มก่อนจะพูดว่า
“พูดแบบนี้ฉันก็ควรอยู่ให้ห่างจากนายด้วยถึงจะถูก เพราะนายเองก็เล็งฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง?”
“มันไม่เหมือนกัน”ซูอี้เฉิงยิ้มมุมปาก “ฟางเจิ้งกำลังเพ้อฝันในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ไม่เหมือนกับฉันที่ยังไงก็ต้องได้เธอมาครอง”
ถึงภายนอกลั่วเสี่ยวซีจะกล้าสบตากับซูอี้เฉิงอย่างไม่สะทกสะท้านแต่หัวใจของเธอตอนนี้เต้นแรงไม่หยุด
ซูอี้เฉิงไม่เหมือนลู่เป๋าเหยียนที่ชอบใช้อำนาจข่มคนแต่เวลาที่เขาทำตัวไร้เหตุผลขึ้นมาก็ไม่ได้เป็รองจากลู่เป๋าเหยียนเลยสักนิด
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูอย่างร้อนใจดังขึ้นตามมาด้วยเสียงของแคนดี้“เสี่ยวซี เธอจะล็อกประตูทำไม?”
ลั่วเสี่ยวซีเบิกตากว้างมองหน้าซูอี้เฉิงจบกัน ถ้าแคนดี้เข้ามาจะต้องเข้าใจผิดแน่...
เธอมองไปรอบๆ ก่อนจะดันซูอี้เฉิงให้เข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดทว่าซูอี้เฉิงกลับรวบเอวเธอไว้ และเพราะไม่ทันตั้งตัว เธอจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาทันที
เธอไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาจึงได้แต่ถลึงตาใส่เขาให้ปล่อยเธอ
ซูอี้เฉิงไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเขาก้มหน้าลงมาจูบเธอราวกับ้าลงโทษ
เขาเป็คนจูบเก่งแถมยังแรงเยอะไม่ว่าลั่วเสี่ยวซีจะดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด ในไม่ช้าเธอก็ถูกเขาจูบจนไร้เรี่ยวแรงตัวอ่อนยวบอยู่ในอ้อมกอดของเขาถ้าไม่ใช่เพราะซูอี้เฉิงโอบเอวเธอไว้ เธอคงล้มไปกองกับพื้นแน่ๆ
“เสี่ยวซี?”แคนดี้เคาะประตูอีกครั้ง “เธอเป็อะไรหรือเปล่า?”
ลั่วเสี่ยวซีพยายามขืนตัวและผลักซูอี้เฉิงให้ออกห่างในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยมือพลางทำสีหน้าราวกับไม่รู้สึกผิดสักนิด
คนที่โดนเอาเปรียบคือเธอแท้ๆแล้วทำไมต้องมาหน้าแดงเอาตอนนี้ด้วยเนี่ย
เธอตกหลุมรักเขาั้แ่แรกพบและตามตื๊อเขามานานหลายปีเธอรู้ดีว่าซูอี้เฉิงไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น
ลั่วเสี่ยวซีโมโหจนอยากจะกระทืบลงไปบนเท้าของเขาสักทีแต่เขากลับหรี่ตาอย่างข่มขู่จนเธอไม่กล้า
ตอนนั้นเองซูอี้เฉิงก็เดินไปที่ประตูและเปิดมันออกโดยที่ลั่วเสี่ยวซียังตั้งตัวไม่ทัน
ลั่วเสี่ยวซีกับแคนดี้ประสานสายตากัน
แคนดี้ช็อกจนเผลออุทานในใจ
WTF!
ส่วนลั่วเสี่ยวซีนั้นช็อกกว่า
ตาบ้านี่จงใจให้แคนดี้เข้าใจผิดใช่ไหมเนี่ย!
*********************************
1 โค้ชประจำรายการโทรทัศน์ชื่อดังของประเทศจีน
