บทที่ 129 สายเืศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
“เ้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นทำไม? ข้าขอเตือนเ้าไว้ หากเ้ากล้าทำให้หลิงอู่ไม่พอใจ ข้าจะสังหารเ้าเสีย!” เฉียนหลิงเทียนมองฉินชูด้วยแววตาไม่พอใจ
เพราะคิดว่าเฉียนหลิงเทียนน่าหมั่นไส้เกินไป แววตาของฉินชูจึงฉายประกายระแวดระวังและดูแคลน เื่นี้ย่อมไม่อาจปิดเฉียนหลิงเทียนได้ เขาเป็ผู้ใดกัน เป็ถึงผู้ปกครองราชวงศ์เฉียน เื่จิตใจคนย่อมเข้าใจเป็ที่สุด
เมื่อถูกเฉียนหลิงเทียนข่มขู่ ฉินชูก็ไม่ได้กล่าวอะไร ไม่ควรมีเื่กับคนผู้นี้! เฉียนหลิงเทียนผู้นี้ไม่เพียงแต่มีพลังตบะสูง ทั้งยังช่ำชองการใช้เล่ห์กล เป็คนเหี้ยมโดยสมบูรณ์ ต่อไปต้องอยู่ให้ห่าง หากไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องพบเจอเฉียนหลิงอู่ให้น้อยลงด้วย
“เสด็จพี่ ท่านอย่าขู่เขาเลย หากขู่เขาอีก สหายเพียงคนเดียวของน้องคงหนีจากข้าไป” เฉียนหลิงอู่ปรายตามองฉินชูก่อนกล่าว นางสังเกตเห็นว่าฉินชูกำลังกลอกตาไปมา เข้าใจว่าฉินชูไม่ได้กล่าวอะไร ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความคิดอะไร
“ฮ่าฮ่า! ฉินชู ข้าแค่หยอกเ้าเล่นเท่านั้น!” เฉียนหลิงเทียนหัวเราะพร้อมกล่าว
ไปหยอกกับน้องสาวเ้าสิ! หลังจากแอบก่นด่าหนึ่งประโยค ฉินชูจึงแย้มรอยยิ้มบนใบหน้า ประสานมือคำนับเฉียนหลิงเทียน ภายในใจเขารู้ดี ว่าเฉียนหลิงเทียนไม่ได้ล้อเล่นแน่นอน ใครทำให้เฉียนหลิงอู่ไม่พอใจ เขาต้องลงมืออย่างเหี้ยมโหด
“ภายในใจวิจารณ์ผู้อื่น แต่ยังเผยรอยยิ้มบนใบหน้าได้นี่ นับเป็ผู้มีความสามารถเหมือนกัน” เฉียนหลิงเทียนมองฉินชูพร้อมกล่าว
“ท่านจักรพรรดิเฉียนยังมีธุระอะไรอีกหรือไม่? หากมีธุระ ท่านกับองค์หญิงคุยกันไปก่อน” ฉินชูกล่าว
เฉียนหลิงอู่ดึงแขนเสื้อของฉินชูทีหนึ่ง ห้ามฉินชูอย่าพูดต่อ วาจาของฉินชูหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าหากไม่มีธุระท่านก็ไปเถอะ หากท่านมีธุระข้าจะไปเอง ปล่อยให้พวกท่านคุยกันเอง
เฉียนหลิงเทียนลูบคางทีหนึ่ง ฉินชูแสบมากนัก หากไม่ใช่เพราะเฉียนหลิงอู่อยู่ด้วย หรือต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเฉียนหลิงอู่ เขามีวิธีการนับร้อยที่จะจัดการฉินชู แต่ตอนนี้จะทำเช่นนั้นไม่ได้
หลังจากลูบคางทีหนึ่ง เฉียนหลิงเทียนหัวเราะเบา “ไม่มีธุระอะไร เพียงแค่มาเยี่ยมพวกเ้าเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเ้าไม่ต้อนรับข้ากระมัง?”
“ฉินชูไหนเลยจะกล้า! ท่านเป็จักรพรรดิเฉียน ท่านเป็เ้าผู้ครองอาณาเขตราชวงศ์เฉียน ใครกล้าไม่ต้อนรับท่านบ้าง?” ฉินชูกล่าว
“พวกท่านนั่งก่อน ข้าจะชงน้ำชา!” เฉียนหลิงอู่กล่าว นางพบว่าวาจาของสองคนนี้ไม่ค่อยปกตินัก ต้องทำให้สงบลงก่อน
หลังจากชงน้ำชา เฉียนหลิงอู่นั่งลงตรงกลางระหว่างฉินชูและเฉียนหลิงเทียน หากวาจาของใครผิดปกติ นางก็จะพูดขัด
“น้องหญิง เ้าระวังหน่อย สำนักใหญ่ทั้งสามคิดว่าพี่อ่อนหัด ไม่ว่าจะกระทำการใด ก็ไม่มีทางคำนึงถึงพี่ แต่จะเห็นเ้าเป็ภัยคุกคาม ไม่แน่ว่าอาจลงมือกับเ้า!” หลังจากดื่มน้ำชาหนึ่งกา เฉียนหลิงเทียนจึงลุกขึ้นยืน คิดจะไปแล้ว เขาเองก็ไม่มีทางมีเื่กับฉินชูอย่างแท้จริง ในสายตาเขา ฉินชูยังเป็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น
“เสด็จพี่ก็ต้องระวังนะเ้าคะ” เฉียนหลิงอู่พยักหน้า จากนั้นจึงส่งเฉียนหลิงเทียนออกไปพร้อมกับฉินชู
เดินถึงประตูลานที่พัก เฉียนหลิงเทียนจึงหันกลับมามองฉินชู “นอกจากจะซื่อไปบ้าง ด้านอื่นนับว่าไม่เลว”
เฉียนหลิงเทียนไปแล้ว เฉียนหลิงอู่และฉินชูก็กลับเข้าไปในลาน
“เ้าจะหาเื่เขาไปทำไม?” เฉียนหลิงอู่ถลึงตาใส่ฉินชูทีหนึ่ง
“ไม่ใช่ เพียงแค่รู้สึกว่าท่านพี่ของท่านน่ากลัวเกินไป ไม่เพียงแค่มีพลังความสามารถ ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมไม่น้อย!” ฉินชูกล่าว
“นั่นเป็เสด็จพี่ของข้า เ้าเห็นแก่หน้าข้า ให้ความเคารพเขาบ้างได้หรือไม่!” เฉียนหลิงอู่กล่าวด้วยท่าทางจนใจ นางเองก็รู้สึกว่าเฉียนหลิงเทียนน่ากลัว แต่ถึงอย่างไรก็เป็เสด็จพี่ของนาง
“ขอโทษด้วย ต่อไปข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก” เมื่อเห็นเฉียนหลิงอู่ที่มีท่าทีลำบากใจ ฉินชูจึงเอ่ยปากกล่าว
เฉียนหลิงอู่ดึงแขนเสื้อของฉินชูให้นั่งลง “จะว่าอย่างไรดี ตัวเขาเองต้องดูแลราชวงศ์เฉียนที่กว้างใหญ่ มีทั้งความกังวลภายในและภัยคุกคามจากภายนอก เื่บางอย่างเขาจำต้องทำ”
ฉินชูฟังอย่างสงบ เขาคิดว่าเฉียนหลิงอู่กล่าวได้ถูกต้อง ยืนอยู่ในตำแหน่งของเฉียนหลิงเทียน สามารถจัดการเื่ต่างๆ ให้ดีถือว่าสำคัญที่สุด ส่วนขั้นตอนและวิธีการจะเป็เช่นไร กลับไม่สำคัญเท่าไร
สำนักใหญ่ทั้งสามยังคงต่อสู้ฟาดฟันอย่างดุเดือด ครั้งนี้สู้จนเกิดเพลิงโทสะ สู้โดยแลกด้วยชีวิต สาเหตุหลักเพราะเฉียนหลิงเทียนสังหารเ้าสำนักศาลาดาวฤกษ์ เื่นี้ทำให้ผู้นำระดับสูงของราชวงศ์ดาราเหมันต์และศาลาดาวฤกษ์เกรี้ยวกราด จึงให้ขั้นหวางเจ่อสังหารบุคคลสำคัญของสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่า
เื่นี้จะไม่บานปลายใหญ่โตได้หรือ? เพราะเื่นี้เกี่ยวโยงถึงความสัมพันธ์ทางสายเื เ้าสำนักศาลาดาวฤกษ์ที่ถูกเฉียนหลิงเทียนสังหาร เป็หลานชายที่จักรพรรดิราชวงศ์ดาราเหมันต์ชื่นชมที่สุด สำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่าก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ดังนั้นทั้งสามฝ่ายไม่มีฝ่ายไหนจะสงบลงได้ ไม่มีฝ่ายไหนยอมรามือ
สถานการณ์ในตอนนี้ จักรพรรดิเฉียนเองก็จนใจ เพราะหากต่อสู้เช่นนี้ ผู้ฝึกตนภายในอาณาเขตราชวงศ์เฉียนจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่นี่เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ นี่คือผลจากการที่กลุ่มอิทธิพลของแคว้นหนานฮวางและแคว้นหนานหลีแทรกซึมเข้ามา ต้องแบกรับสิ่งที่จะเสียไป นี่ก็คือสาเหตุที่จักรพรรดิเฉียนคิดจะร่วมมือกับสำนักชิงหยุน อาณาเขตนี้ต้องมีสำนักของตัวเอง สำนักที่ไม่โดนกลุ่มอิทธิพลภายนอกควบคุม
ฉินชูฝึกฝนอย่างพากเพียรทุกวัน ทั้งพลังปราณ และพลังต่อสู้ล้วนพัฒนาขึ้น เขาสามารถใช้กระบี่พันคลื่นได้อย่างอิสระแล้ว
ในขณะที่ฉินชูกำลังนั่งสมาธิฝึกฝนอยู่ เฉียนหลิงอู่ก็ได้มาหา นางวางกำไลมิติวงหนึ่งลงบนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าฉินชู “ในนี้มีสมุนไพรฤทธิ์เย็นจำนวนหนึ่ง เ้าลองดูว่าสามารถหลอมเป็โอสถอะไรได้”
ฉินชูพยักหน้าให้เฉียนหลิงอู่ ก่อนนำสมุนไพรออกมาเริ่มวิเคราะห์ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้ข้อสรุป “มีสมุนไพรฤทธิ์เย็นครบครัน เดิมทีข้าคิดจะหลอมโอสถปราณเย็น ตอนนี้สามารถหลอมโอสถจิตเย็นได้แล้ว”
หลังจากกล่าวจบ ฉินชูจึงนำเตาหลอมโอสถออกมา แล้วเริ่มหลอมโอสถ ส่วนสูตรหลอมโอสถ เมื่อหลายวันก่อนเขาถามโม่เต้าจื่อ โม่เต้าจื่อจึงช่วยหาสูตรหลอมโอสถมาให้เขาสองสูตร
เมื่อนำเตาหลอมออกมา ฉินชูก็เริ่มหลอมโอสถภายใต้สายตาของเฉียนหลิงอู่ที่ฉายประกายผิดคาด แม้แต่โม่เต้าจื่อและหลิงหยุนจื่อก็มาชม
ท่ามกลางคนที่มาดูชม ฉินชูหลอมโอสถจิตเย็นออกมาหนึ่งเตา แต่เขาไม่ค่อยพอใจนัก เนื่องจากโอสถอยู่ในระดับกลาง
หลังจากหลอมเตาที่สองออกมา ฉินชูจึงพึงพอใจ เป็โอสถจิตเย็นระดับสูง ไม่เพียงสามารถสะกดพิษอัคคีได้ ทั้งยังมีพลังสนับสนุนการฝึกฝนด้วย
“ฉินชู ความสามารถในศาสตร์หลอมโอสถของเ้าใช้ได้เลย!” หลิงหยุนจื่อมองฉินชูพร้อมกล่าว
“เรียนรู้กับอาจารย์ถางมาระยะหนึ่ง นับว่าพอมีประสบการณ์บ้าง แต่ยังไม่เข้าใจในด้านนี้มากนัก หากไม่มีสูตรหลอมโอสถ ก็ไม่อาจหลอมโอสถขั้นสูงออกมาได้” ฉินชูกล่าวไปพลาง หลอมโอสถไปพลาง
“สูตรโอสถหรือ ข้าจะช่วยเ้าหาเอง คิดไม่ถึงว่าเ้าจะมีพร์ในด้านนี้ด้วย” เฉียนหลิงอู่กล่าว นางรู้สึกผิดคาดอย่างแท้จริง พร์ด้านการฝึกฝนของฉินชูน่าตกตะลึงมากแล้ว บัดนี้ยังแสดงให้เห็นถึงพร์ด้านการหลอมโอสถด้วย
เมื่อมีโอสถจิตเย็นอยู่กับตัว ฉินชูจึงรู้สึกเบาใจลง เขาไม่รู้ว่าความร้อนแผดเผานั่นจะปะทุขึ้นเมื่อใด ฉินชูรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ทั้งยังถึงขั้นแน่ใจว่าสายเืศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองเป็ของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง หงส์เพลิงธาตุไฟ บนกายเขามักจะมีพลังความร้อนปะทุขึ้น เป็ลักษณะของธาตุไฟ นอกจากนั้น สตรีชุดขาวที่ปกป้องคุ้มครองเขาในอดีตก็เป็คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
