โดยเฉพาะหลี่เมิ่งเหยา ต่อให้หลงเหยียนมีความสามารถ ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางฝึกพลังจนพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งวันหรอก
เขากำลังรนหาที่ตาย
“หลงเหยียน เ้าตอบตกลงเขาจริงหรือ เ้ารู้หรือไม่ว่าสนามประลองมันเป็อย่างไร? นั่นคือสถานที่ที่ไม่สนความเป็ความตาย หากเ้าตายที่นั่นขึ้นมาจริงๆ ผู้ใดก็ขวางไม่ได้ ต่อให้เป็ใต้เท้าผู้นำก็ช่วยเ้าไม่ได้”
และเวลานี้เอง เว่ยเวยกำลังมองหลงเหยียนจากกระจกสะท้อนสีทอง เมื่อเขาตอบตกลงประลองกับเทียนหลาง หัวใจนางก็กระตุกวูบ
สำนักตงฟางไม่อนุญาตให้ศิษย์ภายในสำนักต่อสู้กัน หากมีความแค้นที่สะสางไม่ได้ ที่เดียวที่ไปได้ก็คือสนามประลอง ในสนามประลอง ผู้ต่อสู้เสี่ยงเป็และตายโดยที่คนภายนอกไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง
หลายปีมานี้ กฎนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเมื่อหลงเหยียนได้ยินคำว่าสนามประลอง เขาจะยอมอ่อนข้อ ทว่าตรงกันข้าม เขากลับบอกว่าเวลาแค่หนึ่งวันในการเปลี่ยนแปลง
คนแบบนี้ หากไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกว่าอะไร?
ตอนแรกเทียนหลางอยากเข้าไปในห้วงมิติเฉียนคุน จัดการหลงเหยียนที่นั่น ทว่าหลงเหยียนรนหาที่ตายเอง เช่นนั้นเขาก็คงต้องส่งเสริม
“เ้าว่าอีกสองวันต่อมา เ้าหลงเหยียนนั่นจะไปสนามประลองหรือไม่? คิดว่าตอนที่เขารู้ตัวก็คงสายไปแล้ว”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ทว่าในสนามประลอง ทั้งสองฝ่ายต้องลงนาม หากไม่ได้ลงนามก็เท่ากับไม่ผิดสัญญาในตอนแรก ข้าคิดว่าเขาน่าจะพูดไปเพราะความโมโห เพราะเป็คนที่มีพร์ดี วันนี้ถูกหยามศักดิ์ศรี ิ่ความทะนง เลยทำให้พูดโดยไม่ไตร่ตรอง”
นี่ถือเป็โอกาสที่หลงเหยียนเปิดให้เทียนหลางสังหารตน
“เ้าหมอนี่ต้องไม่ไปลงนามแน่ มีหรือที่เขาจะโง่เขลาถึงขั้นนั้น”
หลงเหยียนมองทุกคนที่มองตนราวกับคนเสียสติ หลงเหยียนคลายหมัดที่กำแน่นแล้วมองหญิงสาวอีกครั้ง
‘หากพวกเรามีความเกี่ยวข้องกันจริงๆ เ้าเป็น้องสาวข้า คนอย่างเ้าต่างจากหยุนฉีมากเกินไปแล้ว ข้าก็จะไม่เกรงใจเ้าเหมือนกัน สุดท้ายหากเ้ารู้ว่าข้าเป็พี่ชายเ้า คิดว่าเ้าต้องใไม่น้อย’
หลงหยียนไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ตน เดินออกจากสายตาทุกคนด้วยสภาพน่าอนาถ มองชายหนุ่มที่เดิมจากไปเพียงลำพัง ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
ซูจื่อมั่วอยากเข้าไปปลอบใจหลงเหยียน ทว่าหลิงเทียนอวี่ที่อยู่ข้างๆ กลับขวางไว้ก่อน
“ช่างเถอะ กลางคืนเราค่อยไปปลอบเขาดีกว่า!”
“ทุกคนแยกย้ายกันเถิด” หลิงเทียนอวี่โบกมือพร้ะโกนขึ้น
หลี่เมิ่งเหยาเดินตามเทียนหลางไป
“วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางปล่อยให้หลงเหยียนไปตายหรอก เ้าอยากฆ่าเขา มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก” หลี่เมิ่งเหยาพูดจบก็เดินจากไป
ในความคิดของนางเต็มไปด้วยคำพูดบ้าบอของหลงเหยียน นางไม่รู้ว่าควรกลับไปรายงานท่านผู้นำว่าอย่างไร
ส่วนมู่เอ๋อที่โมโหมากก็กัดริมฝีปาก กระทืบเท้าแรงๆ
“สมควรตายจริงๆ พี่เทียนหลาง ท่านว่าเ้าหมอนั่นจะกล้าลงนามยินยอมหรือไม่? หากอีกสองวันเขาไม่ปรากฏตัว แค้นนี้!”
เทียนหลางประกายแววตาที่ดุร้าย มองหลงเหยียนเดินจากไป
“วางใจเถิด เ้าหมอนั่นต้องมาแน่ คนแบบเขาช่างหัวรั้น ขอแค่เขากล้ามา ถึงตอนนั้น ข้าก็สามารถฆ่าเขาต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคนได้อย่างเปิดเผย แก้แค้นแทนเ้า แก้แค้นแทนสหายรักลั่วซางของข้า เป็การล้างความแค้นในใจข้าได้ดี”
่เที่ยงของอีกสองวันต่อมา ในสนามประลอง ด้วยพร์ของเทียนหลางมาสู้กับคนที่เพิ่งเข้าสำนักตงฟางใหม่ เกรงว่าถึงตอนนั้น ผู้นำจากหน่วยต่างๆ ต้องมาดูด้วยตัวเองแน่
เมื่อข่าวนี้กระจายออกไป คงต้องเป็ที่จับตามองของคนมากมาย หลายปีมาแล้วที่ศิษย์ในสำนักไม่ได้ปรากฏตัวในสนามประลองและสู้กันอย่างจริงจัง
หากสามารถสังหารหลงเหยียนได้ นับเป็การทำลายรังสีความดุดันของเรือนเหยากวาง
หลายปีมานี้ หน่วยต่างๆ ในสำนักตงฟางต่างก็รู้ว่านางนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ทั้งยังมีเื้ัที่แข็งแกร่งของนาง คนที่รู้เื่นี้กับผู้นำหน่วยอื่นนั้น ต่างก็ต้องยอมนางกันทั้งสิ้น
เกรงว่าเมื่อผ่านการต่อสู้ ชื่อของเทียนหลางต้องเป็ที่รู้จักและได้รับความชื่นชอบจากผู้นำหน่วยกฎระเบียบแน่ รวมกับพร์ที่มี สายเืที่สูงส่ง การมายังชั้นนอกของตระกูลถือเป็การฝึกอย่างหนึ่ง อนาคตยังสามารถฝึกกลายเป็คนชั้นในตระกูลได้
หลงเหยียนและสิงโตน้อยกลับไปยังที่พักในเรือนเหยากวาง การถูกหยามหน้าในวันนี้ หลงเหยียนจดจำไว้ในใจได้ดี ทว่าเมื่อนึกถึงเทียนหลางที่มีพลังระดับชีพธรณีก็ทำให้หลงเหยียนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
ดูเหมือนข้าต้องรีบฝึกตนเพื่อเพิ่มพละกำลังแล้วล่ะ
“พี่เหยียน ยังมีเวลาอีกหนึ่งวัน ท่านจะไปสู้กับเขาที่สนามประลองจริงหรือ?”
หลงเหยียนจับหัวสิงโตน้อยที่นุ่มฟู
“เ้าหรือข้ากันแน่ที่บ้า ตอนนี้ข้าไม่ได้มีพละกำลังพอที่จะสู้กับเขาเสียหน่อย อย่าว่าแต่หนึ่งวัน สองวันก็เป็ไปไม่ได้”
สิงโตน้อยพยักหน้า “ข้าก็นึกว่าท่านจะไปจริงๆ เสียอีก”
“ไป ไปกับผีน่ะสิ ถึงตอนนั้นข่าวนี้ต้องกระจายไปทั่วสำนักตงฟาง เชื่อว่าบุคคลสำคัญมากมายต้องมารอดู หากข้าผิดนัดเทียนหลางต่อหน้าคนมากมาย เชื่อว่าเขาต้องโมโหมากแน่”
เมื่อพูดจบหลงเหยียนก็เริ่มฝึกกาย ไม่อยากสนใจเื่ของเทียนหลางอีก
“อยากให้ข้าขายหน้า เช่นนั้นข้าก็คงต้องทำให้เ้าขายหน้าก่อนแล้ว”
เมื่อพูดจบหลงเหยียนก็หยิบหญ้าวิเศษที่ได้มาจากห้องโทษรางวัลออกมา
“สิงโตน้อย หญ้าวิเศษนี้มีค่าเทียบเท่าสามสิบผลงาน มูลค่าที่สูงเพียงนี้ มันมีประโยชน์อะไรบ้าง? มันพิเศษอย่างที่เ้าพูดจริงหรือ?”
หลงเหยียนอยากรู้จนรอไม่ไหวแล้ว นอกจากรักษาาแแล้ว มันยังใช้อะไรได้อีกบ้าง
“พี่เหยียน สถานที่เล็กๆ ของพวกท่านมีของสิ่งนี้ เป็เื่ที่เป็ไปได้ยากนัก ข้าคิดว่าหากคนอย่างพวกท่านรู้สรรพคุณที่แท้จริงของมันละก็ มูลค่าของมันต้องสูงมากเหมือนต้นเซียนหอมหมื่นลี้ในเมืองั”
“ไม่หรอก ก็แค่หญ้าวิเศษต้นเล็กๆ อย่างกับใบไม้ใบเดียวเนี่ยนะ?”
หลงเหยียนหยิบมันขึ้นมาดู เขาไม่อาจััได้เลยว่ามันมีอะไรพิเศษ
“หญ้าดูดิญญา ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดมันถึงมีชื่อนี้ คาดว่าทั้งเมืองหยุนจงก็คงไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรมันถึงถูกเรียกเช่นนี้ ‘ดูดิญญา’ แน่นอนว่าเป็การดูดิญญาของผู้อื่น ส่วนิญญาคือรากฐานของผู้ฝึกยุทธ์ ข้าไม่ได้หมายความว่าสามารถดูดิญญาฝ่ายตรงข้ามมาได้จริงๆ ทว่าเป็การยืมิญญาของคนอื่นเพื่อช่วยให้ตัวเองฝึกวิชาสำเร็จอย่างไรเล่า”
“คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ใช้พลังปราณมาหลอมเพื่อรักษาอาการาเ็ ใช้ิญญายุทธ์ไปัั เช่นนั้นถึงจะฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัวก็สามารถดึงิญญายุทธ์กลับสู่จุดเริ่มต้น”
กลับสู่จุดเริ่มต้น หลงเหยียนไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
ความหมายโดยคร่าวก็คือ เมื่อไรที่าเ็หนัก ให้ใช้พลังขับเคลื่อนกลับสู่จุดเริ่มต้น พลังปราณทั้งหมดที่เสียไป รวมถึงอาการาเ็ ทั้งหมดจะกลับสู่จุดเริ่มต้น ไม่เพียงเท่านี้ มันยังเป็การควบคุมิญญายุทธ์ของฝ่ายตรงข้าม ทำให้พละกำลังลดลง และนี่ก็คือสรรพคุณของหญ้าดูดิญญาต้นนี้
สิงโตน้อยพูดจนจบ หลงเหยียนลองนึกตามจึงเข้าใจแล้วว่าการกลับสู่จุดเริ่มต้นหมายความว่าอะไร
“นี่ นี่เป็เหมือนวิชาลับแขนงหนึ่งเลยนะ ทั้งยังใช้ได้หลายครั้งด้วย”
--------------------
