บทที่ 112 ความเศร้าโศกของคนงาม
ในพื้นที่ิญญาศักดิ์สิทธิ์ มันกว้างใหญ่และลึกลับ พลังที่วุ่นวายหมุนวนอย่างช้าๆ ก่อนจะจางหายไป ฉู่อวิ๋นนั่งขัดสมาธิ คุ้นเคยกับการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อมองไปไกลๆ ทะลุผ่านความว่างเปล่า ข้ามป่าสนธยา และทอดยาวไปหลายพันลี้ มองเห็นสถานที่แห่งหนึ่ง เป็เมืองขนาดใหญ่ที่งดงาม ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ตระหง่านและตระการตา
ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถม้าและคนเดินเท้า บรรยากาศดูมีชีวิตชีวา
แต่ในยามนี้ ภายนอกลานกว้างอันสง่างามแออัดไปด้วยผู้คนและเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวของนักรบหนุ่มผู้ทรงพลัง
ถัดจากพวกเขาแต่ละคนต่างมีคนรับใช้หลายคนถือกล่องของขวัญที่บรรจุอย่างสวยงาม บอกได้ทันทีว่าของขวัญพวกนี้มีมูลค่าไม่น้อย
ดูเหมือนทุกคนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่ บางคนบ่น บางคนหลับตาตั้งสมาธิ และบางคนก็ะโ ดูวุ่นวายมาก ชายหนุ่มเหล่านี้ไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน บางคนถึงกับเริ่มทะเลาะกันด้วยซ้ำ
“ฮึ่ม! ข้ารออยู่ที่นี่มานานแล้ว คงจริงใจพอแล้วกระมัง? เหตุใดคุณหนูฉู่จึงไม่มาต้อนรับอีก พูดมา เ้าไม่ได้ไปเรียกนางใช่หรือไม่?!”
นักรบหนุ่มโกรธมาก เขาชี้ไปที่คนรับใช้ที่ประตูแล้วตะคอก ใจร้อนเกินจะรอไหว
“เอ่อ... ข้า... ข้าน้อยไม่กล้า ข้าไปบอกแล้วขอรับ บางทีคุณหนูอาจจะป่วย ก็เลย... อยู่แต่ข้างใน ปิดประตูสนิทไม่รับแขกเลยขอรับ” คนรับใช้ที่เฝ้าประตูใมาก เหงื่อเย็นไหลอาบเพราะกลัวคนกลุ่มนี้ หากเขาพูดไม่เขาหูหน่อยอาจจะโดนตีได้
ในฐานะผู้ดูแลประตูลานแห่งนี้ ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้เห็นกับตาตัวเองว่านักรบหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ถูกปฏิเสธโดยหญิงงามแห่งยุค รอคอยนางอย่างตายทั้งเป็
เด็กหนุ่มชนชั้นสูงบางคนหมกมุ่นกับนางมาก ราวกับถูกครอบงำ เขาถึงกับตั้งค่ายหน้าประตูลานเพื่อแสดงความรัก ไม่เห็นคนงามไม่ยอมตาย ทำให้ผู้คนถึงกับพูดไม่ออก
“เฮ้อ! รอเถอะ ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน แม้ชั่วชีวิตข้าก็จะรอ! ความงามราวกับเทพธิดาจาก์นี้ ั้แ่ข้าเห็นนาง ข้าก็กินอะไรไม่ได้เลย!” ขุนนางหนุ่มคนหนึ่งถอนหายใจ
“ฮึ่ม! ข้าไม่เคยเห็นผู้หญิงถือตนสูงส่งขนาดนี้มาก่อน ข้าเป็ถึงคุณชายของคฤหาสน์ิเจี้ยน หญิงสาวนางไหนได้เห็นมีหรือจะปฏิเสธข้าที่งามยอดเยี่ยมเช่นนี้? ยกเว้นไม่กี่คน ที่แม้แต่จะเข้าไปในลานบ้านก็ยังทำไม่ได้!”
ชายหนุ่มที่ถือกระบี่อีกคนพูดประชดประชัน ยืนเอามือไพล่หลัง เหลือบมองไปที่ยามเฝ้าประตูที่กลัวมากจนเหงื่อไหล ลนลานขอโทษขอโพย
“คำพูดนี้ผิดแล้ว ความงามของแม่นางฉู่นั้นหาที่เปรียบไม่ได้ จะเทียบกับบรรดาหญิงสาวที่หยาบคายได้อย่างไร? ใจร้อนกินเต้าหู้ไม่ได้[1] บางทีนางอาจกำลังทดสอบเราอยู่?”
“ใช่แล้ว แม่นางฉู่สมบูรณ์แบบเสียขนาดนั้น ใต้หล้าไหนเลยจะมีความงามเช่นนี้ให้ได้ยลอีก? งดงามปานนั้น องค์เอวปานนี้ ฮิฮิ... หากใครสามารถแต่งนางได้ นั่นคือพรที่แลกมาด้วยชั่วโครต!”
ทุกคนเริ่มพูดสนทนากัน ต่างก็คิดเกี่ยวกับเื่นี้ จิตใจพะวงถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยงามน่าทึ่งนั้น
“กุบกับ--"
ทันใดนั้น เสียงกีบเท้าม้าก็ดังขึ้นราวกับฟ้าร้อง รถม้าคันสีดำทองก็เข้ามาใกล้ โดยมีม้าัสองตัวเป็พาหนะ เสียงคำรามของสัตว์ปีศาจสั่นะเืท้องฟ้า ดูองอาจสง่าผ่าเผย
ประตูรถม้าเปิดออก ชายหนุ่มคมคายค่อยๆ ก้าวออกมาช้าๆ เขาสวมชุดสีขาวพลิ้วไหว อ่อนโยนและสง่างาม ใบหน้ายิ้มแย้ม ในมือถือพัดสีฟ้าอ่อนมีอัญมณีสีน้ำเงินฝังอยู่ที่ด้ามจับ แลดูสูงส่ง ไม่สูญเสียความสง่างาม
ชายหนุ่มคนนี้มีท่าทีสงบราวกับกุมทุกอย่างอยู่ในกำมือ การปรากฏตัวของเขาทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่นักรบหนุ่มทันที มีแม้กระทั่งร่องรอยของความเป็ศัตรู
“ฮึ่ม เกินหน้าเกินตาอีกแล้ว ลานนี้อยู่ไม่ไกลจากจวนเ้าเมือง แต่ทุกครั้งที่เขามาที่นี่ คล้ายกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้เื่นี้ ลากรถม้าพากองกำลังทหาร น่ารำคาญจริงๆ!”
“ชู่ว! เบาเสียงลงหน่อย แม้ว่าคุณชายเสวี่ยจะเป็คนถ่อมตัวและไม่ใส่ใจเื่ซุบซิบพวกนี้ แต่พวกเราก็อย่าสร้างปัญหาจะดีกว่า!”
“ครั้งนี้งานแต่งของตระกูลฉู่จัดขึ้นที่เมืองชุยเสวี่ย ทำให้เขาได้เปรียบจริงๆ นั่นแหละ! คนเอาเปรียบทำคนรำคาญ!”
ทุกคนมองดูแผ่นหลังของคุณชายเสวี่ยในขณะที่เขาเดินตรงเข้าไปในลานบ้านด้วยสีหน้าอิจฉาและโกรธเคือง พวกเขารู้ว่าที่พักอาศัยแห่งนี้ เ้าเมืองเสวี่ยจัดเตรียมไว้สำหรับตระกูลฉู่ ดังนั้นคุณชายเสวี่ยผู้นี้จึงมีโอกาสเข้าไปเป็คนแรก
ในเวลานี้ เมื่อคุณชายเสวี่ยได้ยินสิ่งที่คนเหล่านี้พูด เขาก็ไม่ได้ติดใจหาเื่ เพียงแต่หัวเราะออกมาแล้วเดินเข้าไปในลานพร้อมโบกพัดขนนก
นี่คือลานภายในที่มีสะพานเล็กๆ น้ำใสไหลริน หินและพืชพรรณเขียวขจีทำให้ดูเงียบสงบเป็พิเศษ
ที่นี่ยังมีทะเลสาบเล็กๆ ราวกับหยกหินเรียบๆ ที่ไม่มีคลื่น ตรงกลางทะเลสาบมีศาลาตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเป็อิสระ
ในศาลาเรียบง่ายกลางทะเลสาบ หญิงนางหนึ่งสวมชุดผ้าแพรต่วนสีชมพูกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หิน นางอ่อนโยนและเงียบสงบราวกับบทกวี นางเท้าแขนลงกับโต๊ะหิน ดูอ้างว้าง เงียบเหงา เศร้าหมอง ขับไล่ผู้คนให้ห่างออกไปไกลหลายพันลี้
หญิงสาวนางนี้งามยิ่งนัก ผมยาวสลวยและดวงตาที่นุ่มนวล
แต่ดวงตาที่สวยงามของนางกลับจดจ้องไปที่ทะเลสาบ ใบหน้านิ่งงันเหม่อลอย และในขณะเดียวกัน น้ำตาก็ไหลรินออกมาช้าๆ
“อวิ๋นเอ๋อร์... เ้าอยู่ไหน? พี่คิดถึงเ้านัก... อยากกอดเ้าเหลือเกิน...” ฉู่ซินเหยาสะอื้น ดวงตาคู่งามของนางแดงก่ำ และพูดกับตัวเองว่า “ผู้คนที่นี่หน้าซื่อใจคด พี่กลัวเหลือเกิน...พวกเขาล้วน้าพี่ ถ้าถึงวันหมั้น พี่คงไม่อาจทนได้..."
ทุกวันนี้ ฉู่เจิ้นหนานขังนางไว้ที่นี่ในขณะที่เขาออกไปเจรจากับกองกำลังหลักและหารือเกี่ยวกับของหมั้น ทำให้ฉู่ซินเหยามีโอกาสที่จะหลบเลี่ยงคู่ครองบางคน
อันที่จริงสิ่งที่เรียกว่าดูตัวนี้เป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น คู่หมั้นตามรายชื่อเ่าั้ตกจากอันดับนานแล้ว คนที่ตัดสินใจเลือกคู่แต่งงานให้จริงๆ คือฉู่เจิ้นหนาน
ใครก็ตามที่จ่ายราคาสูงกว่า จัดหาทรัพยากรได้มากกว่า และให้การสนับสนุนการพัฒนาของตระกูลฉู่ได้ดีกว่า ก็สามารถพาคนงามกลับบ้านได้
นี่เป็เพียงการค้า และฉู่ซินเหยาก็ถูกควบคุมอยู่ในฐานะสินค้าที่บอบบาง
“อวิ๋นเอ๋อร์... เ้าสบายดีหรือไม่? คนตะกละเช่นเ้าไม่มีอาหารที่พี่หญิงปรุงให้จะกินได้หรือไม่? อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เ้าได้สวมเสื้อผ้าเพิ่มหรือไม่? ที่นี่เหน็บหนาวยิ่งนัก...”
“เมืองชุยเสวี่ยแห่งนี้หนาวมาก หนาวมากๆ…”
ในขณะที่พูด ฉู่ซินเหยาก็หลั่งน้ำตา มือสีชมพูของนางกำแน่น ลำตัวสั่นสะท้าน
ยามนี้ เกิดความวุ่นวายมาแต่ไกลจนทำลายความเงียบสงบของที่นี่ มองเห็นสาวใช้สองคนที่หน้าตาพริ้มเพราแต่เคร่งขรึมเดินมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามตามมาข้างหลัง
ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณชายแห่งเมืองชุยเสวี่ย คุณชายชุยเสวี่ย เสวี่ยหานเฟย
“ฮ่าๆ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว แม่นางฉู่ อยู่คนเดียวในศาลาหลังนี้ ท่านไม่กลัวจะเป็หวัดหรือ?” หลังจากสาวใช้สองคนพาเสวี่ยหานเฟยไปที่ศาลา เขาก็ทักทายนางทันทีอย่างอ่อนโยนและสุภาพ มีมารยาท
“ลำบากคุณชายกังวลแล้ว ไม่กลัว” ฉู่ซินเหยาไม่แม้จะหันกลับมามอง นางเ็ามากและไม่สนใจที่จะตอบด้วยซ้ำ
ฉู่ซินเหยารู้สึกหงุดหงิดมากกับการปรากฏตัวของคนคนนี้ เมื่อมองเผินๆ คุณชายชุยเสวี่ยมีนิสัยอ่อนโยน แต่ความจริงแล้วเขากลับมาเยี่ยมนางทุกวัน และเพราะเขาเป็เ้าเมืองหนุ่ม ฉู่เจิ้นหนานจึงสั่งให้คนไม่ต้องไปรบกวน
แม้ว่าเสวี่ยหานเฟยไม่ได้ทำอะไรที่ไม่เหมาะสม และยังสุภาพต่อผู้อื่น มักจะให้รางวัลคนรับใช้โดยไม่เสแสร้งใดๆ แต่ฉู่ซินเหยากลับเกลียดเขา มันเป็ความไม่ชอบโดยสัญชาตญาณ
ยกเว้นฉู่อวิ๋นแล้ว ฉู่ซินเหยารู้สึกแปลกแยกจากผู้ชายทุกคนและไม่เต็มใจที่จะพูดคุยกับพวกเขาทั้งสิ้น
ในโลกนี้ ฉู่อวิ๋นเป็คนเดียวที่ปฏิบัติต่อนางอย่างจริงใจ
“แม่นางฉู่สบายดีก็ดีแล้ว แต่ข้าก็ยังกลัวว่าท่านจะเป็หวัด เลยสั่งให้คนรวบรวมขนศักดิ์สิทธิ์ของนกกระจอกไฟมาทำเสื้อคลุมขนนกอันงดงามมาให้ท่านเป็พิเศษ”
เมื่อพูดเช่นนั้น เสวี่ยหานเฟยก็หยิบกล่องผ้าไหมออกมาจากมือของสาวใช้ ด้านในมีชุดที่งดงามถูกวางไว้อย่างประณีต ััได้ถึงความอบอุ่น แวววาวประกายแสง เขากำลังสาวเท้าไปข้างหน้าและมอบมันให้กับฉู่ซินเหยาด้วยตัวเอง
นกกระจอกไฟเป็าาแห่งสัตว์อสูร ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับนักรบระดับสูงขั้นมหาสมุทร ขนหางของมันมีพลังไฟลึกลับ คุ้มค่ากับเม็ดเงิน การใช้มันมาทำเสื้อผ้า ย่อมหรูหราตระการตา
“ข้าบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าให้อยู่ห่างจากข้าห้าก้าว! อย่าเข้ามาใกล้!”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับสมบัติล้ำค่าอันสวยงามนี้ ฉู่ซินเหยาไม่แม้แต่จะเหลียวมอง นางดุออกมาตรงๆ แม้ว่าเสียงจะอ่อนแอ แต่ก็เผยให้เห็นถึงความเด็ดขาด
เมื่อได้ยินการดุด่าอย่างเ็านี้ เสวี่ยหานเฟยก็ไม่ได้ตำหนินางเลย สีหน้าของเขายังคงเดิม จากนั้นเขาก็หัวเราะเบาๆ หยุดเดินชั่วคราว ถอยกลับไปหลายก้าวแล้วพูดว่า “ข้าละเลยแล้ว ขออภัยแม่นางด้วย เช่นนั้นข้าจะวางชุดไว้ตรงนี้ ชอบก็ใส่ได้ ถ้าไม่ชอบก็โยนทิ้งไป…”
“พูดจบแล้วหรือ?” ก่อนที่เสวี่ยหานเฟยจะพูดจบ ฉู่ซินเหยาก็ขัดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเ็าราวกับแผ่นน้ำแข็งที่ไม่อาจละลายได้ “พูดเสร็จก็กลับไปเถอะ ข้าอารมณ์ไม่ดี ร่างกายเจ็บป่วย ไม่สะดวกจะพบแขก คุณชายเสวี่ยรีบกลับเถอะ”
ทันทีที่พูดจบ ฉู่ซินเหยาก็หันกลับมาอีกครั้ง ้าส่งเสวี่ยหานเฟยออกไปราวกับส่งเทพโรคระบาด ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยและยิ้มค้างไปครู่หนึ่ง
ดวงตาของคุณชายชุยเสวี่ยสั่นไหวสักพักแล้วก็กลับมายิ้มอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง เขาโค้งคำนับแล้วพูดว่า “ต้องขอโทษที่ข้ามารบกวนแม่นางฉู่ ข้าจะกลับไปแล้ว ท่านก็ควรดูแลตัวเองดีๆ นะ”
“ไปเถอะ ไม่ส่ง” คำพูดของฉู่ซินเหยาเ็ามาก ราวกับหนามแหลมที่เย็นะเื แม้แต่สาวใช้ยังสับสน ไม่คิดว่าจะเป็เช่นนี้
ในด้านของภูมิหลังครอบครัว คุณชายชุยเสวี่ยเป็ถึงคุณชายของเมืองชุยเสวี่ย ซึ่งเป็เมืองระดับสอง ภายภาคหน้า เขาจะกุมอำนาจทางทหาร ดูแลเมือง และนำกองทัพ
ในด้านอุปนิสัย คุณชายชุยเสวี่ยมีบุคลิกดี มีความรู้ อัธยาศัยดี ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างกรุณา เป็แบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่
ในด้านรูปลักษณ์ภายนอก คุณชายชุยเสวี่ยหล่อเหลา ดวงตาดุจดาราบนนภา ใบหน้าอ่อนโยนและสง่างาม ชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหว เขาเป็คนรักในฝันของสาวๆ นับพันคน
ในด้านความแข็งแกร่ง คุณชายชุยเสวี่ยยิ่งโดดเด่น ไม่อาจมีผู้ใดเทียบได้
แต่เหตุใดฉู่ซินเหยาถึงยังไม่สะทกสะท้าน? คนงามที่ไม่มีใครเทียบได้นี้ตาบอดหรือโง่เขลา นางแกล้งทำเป็เล่นตัวหรืออย่างไร?
หรือนางมีตัวเลือกสามีที่ดีกว่าอยู่ในใจ?
“ก็ได้ ข้าขอตัวก่อน” ในเวลานี้ หลังจากได้ยินคำพูดเ็าของฉู่ซินเหยาแล้ว เสี่ยวหานเฟยก็หันหลังกลับและจากไป เขาดูองอาจและอ่อนโยน ไม่โกรธเพราะเหตุนั้น และยังทักทายคนรับใช้ที่ยิ่งชอบเขามากขึ้น
หลังจากนั้น ฉู่ซินเหยายังคงจ้องมองทะเลสาบอันเงียบสงบต่อไป จมจ่อมอยู่กับความคิด
สายลมพัดผ่านทำให้เกิดระลอกคลื่นบนพื้นผิวทะเลสาบ และในดวงตาของฉู่ซินเหยาดูเหมือนจะมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น มันเป็รูปลักษณ์ของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมใคร คิ้วกระบี่หนักแน่นและดวงตาสดใสเป็ประกาย
นั่นคือรูปลักษณ์ของฉู่อวิ๋น
“เ้าอยู่ไหน? อวิ๋นเอ๋อร์... พี่คิดถึงเ้าเหลือเกิน...” ฉู่ซินเหยารำพันและร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
----------
[1] ใจร้อนกินเต้าหู้ไม่ได้ หมายถึง ต้องมีความอดทนรอคอย เพื่อที่จะทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จลงได้