ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจ เธอเลยลากจางเจียิไปที่บ้านของจางต้ากั๋ว แต่ยังไม่ทันเข้าไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะออดอ้อนของผู้หญิง
ทั้งคู่เดินไปดูด้วยความสงสัย เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งที่หลิวเยวี่ยเคยนั่งเมื่อวันนั้น ส่วนจางต้ากั๋วโค้งตัวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ความประทับใจแรกที่ฮั่วเสี่ยวเหวินมีต่อผู้หญิงคนนี้คือ ‘นารีเป็เหตุ’ หน้าตาสวยขนาดนี้ ขนาดเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างจางเจียิยังมองตาค้าง
ฮั่วเสี่ยวเหวินกลอกตาใส่เขา “ขืนยังมองต่อ น้ำลายคงได้ไหลออกมาแล้ว”
จางเจียิรีบก้มหน้า ใบหูค่อยๆ แดง
ฮั่วเสี่ยวเหวินะโเรียก “คุณอาต้ากั๋ว”
จางต้ากั๋วหันมาด้วยความใ เห็นชัดว่าไม่คิดว่าฮั่วเสี่ยวเหวินจะมาที่นี่ เขารีบแนะนำทั้งสองคน “นี่คือคุณน้าจาง มาจากเมืองเอกประจำมณฑล”
‘คุณน้าจาง’ ยิ้มบางๆ เผยให้เห็นฟันขาว “น้าชื่อจางหวา อย่าไปฟังที่อาต้ากั๋วของพวกเธอพูดเลยนะ เรียกคุณน้าอะไรกัน ฉันแก่ขนาดนั้นเชียวหรือ?”
จางต้ากั๋วลนลานขึ้นมา “ผมพูดไม่เก่ง คุณยังสาวอยู่จะแก่ได้อย่างไร?”
เห็นจางต้ากั๋วเป็เช่นนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดความสงสัย ก็แค่ชื่อเรียก พูดผิดก็ไม่เห็นต้องลนลานขนาดนี้กระมัง อีกอย่างคนในหมู่บ้านก็เรียกกันแบบนี้ทั้งนั้น
จางหวานำกระจกออกจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาส่อง ดูจะพึงพอใจในหน้าตาของตัวเองมาก
พวกเขาคุยกันไม่กี่ประโยค จางหวาก็กลับไป
รอจนหล่อนจากไป ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงค่อยพูดถึงเื่หลิวเยวี่ย “คุณอาต้ากั๋ว พวกเรารู้เื่คุณอากับคุณน้าหลิวแล้วค่ะ ในใจพวกเรารู้สึกผิดจริงๆ หากไม่ใช่เพราะพวกเรา…”
จางต้ากั๋วส่ายมือตัดบทฮั่วเสี่ยวเหวิน “จะพูดถึงหล่อนทำไม? หล่อนอยากไปก็ให้หล่อนไป หญิงที่ไม่รู้จักคิดเช่นนี้ไม่มีหล่อนแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้หรือ?”
นึกไม่ถึงว่าจางต้ากั๋วจะไม่สนใจขนาดนี้ บทพูดที่ฮั่วเสี่ยวเหวินเตรียมระหว่างมาที่นี่ต้องนิ่งค้างอยู่ในลำคอ
จางเจียิพูด “พวกเราคิดมาแล้ว พวกเราขอคืนเสบียงกลับไป จะทำให้คุณอาต้ากั๋วลำบากไม่ได้”
จางต้ากั๋วเริ่มหงุดหงิด พูดอย่างขอไปทีว่าอีกสองวันจะไปรับหลิวเยวี่ยกลับมา อย่างมากก็แค่ยอมเป็ฝ่ายผิด ทำอย่างกับว่าหล่อนจะแต่งงานใหม่ไปได้ มีแต่พวกเธอสองคนที่กังวลไม่เข้าเื่
ทั้งสองได้ยกูเาออกจากอก พวกเขาไม่ต้องคืนเสบียงแล้ว ทั้งสามคนคุยกันอีกสักพัก ทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วจึงกลับบ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินนั่งลงบนเตียงอิฐหน้าเครียด จางเจียิใช้นิ้วชี้จิ้มตัวเธอ แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่สนใจ เขาเลยจิ้มอีกรอบ รอบนี้เธอเบี่ยงตัวหลบ
“เสี่ยวเหวิน เธอเป็อะไร เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย เหตุใดจึงหน้าเครียดเช่นนี้?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองจางเจียิเห็นเขาทำหน้าประจบเอาใจ เธอก็หงุดหงิดต่อไม่ลง
ทว่าเธอแสร้งทำเป็โมโหต่อ “พี่เจียิ พี่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นสวยไหม?”
จางเจียิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจความหมายของเธอเลยตอบอย่างตรงไปตรงไปมาว่า ‘สวย’ พร้อมกับเงยหน้านึกถึงความสวยของผู้หญิงคนนั้น
“อายุแค่นี้ก็เ้าชู้แล้ว วันหน้าพี่เจอสาวสวยคงลืมฉันหมดสิ้นเป็แน่”
ได้ยินฮั่วเสี่ยวเหวินพูดน้อยใจเช่นนี้ จางเจียิรีบส่ายหน้า “หล่อนไม่สวย สวยไม่ได้ครึ่งของเสี่ยวเหวิน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินถอนหายใจ ความสัมพันธ์ที่มีมาหลายปีระหว่างเธอกับเขา วันหน้าจะต้องแพ้ให้กับหน้าตางั้นหรือ?
จางเจียิให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักเสี่ยวเหวินเพียงผู้เดียวตลอดไป ฮั่วเสี่ยวเหวินนิ่งเฉยไม่ตอบอะไร
เพราะตอนที่เขาสัญญาว่าจะรักเธอตลอดชีวิต เขาดูหล่อมากจริงๆ ทั้งคำพูดยังน่าตื้นตันใจมากเช่นกัน
จมูกของจางเจียิสูงโด่ง ผิวขาวดุจดังหยก หากมองข้ามรอยแผลน่ากลัวนั่นไปถือว่าเขาเป็หนุ่มหล่อเลยทีเดียว
ข่าวลือในหมู่บ้านขนาดเล็กน่ากลัวมาก เพียงไม่กี่วันก็มีข่าวลือเื่ ‘ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว’ ระหว่างจางต้ากั๋วกับจางหวาแพร่กระจายออกไป แต่ลือกันในเชิงเยาะเย้ยถากถางมากกว่า
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่สนใจ ในหมู่บ้านมีข่าวลือทุกประเภท อย่างเช่นตอนที่เธอกับจางเจียิไปอยู่บนูเาระยะหนึ่งยังมีข่าวลือว่าเธอตายแล้วเลยไม่ใช่หรือ?
กระทั่งมีอยู่วันหนึ่งฮั่วเสี่ยวเหวินเดินผ่านบ้านของจางต้ากั๋ว และบังเอิญหันไปเห็นว่าเขากำลังกอดกับจางหวาอยู่ในบ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินเข้าไปขัดจังหวะแบบยอมโดนด่า สองคนนั้นมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะผละออกจากกัน
จางหวายิ้มบอกว่า ยังมีธุระ ขอตัวกลับก่อน ฮั่วเสี่ยวเหวินพึมพำ “ยังมีหน้ามายิ้มอีก ไม่รู้หรือว่าการยุ่งกับสามีคนอื่นต้องถูกคนทั้งหมู่บ้านดูถูก?”
จางต้ากั๋วจัดการอารมณ์ตัวเองแล้วยิ้มออกมาเช่นกัน เป็ธรรมดาที่จะอายเมื่อถูกจับได้ เขาถามว่าเสี่ยวเหวินมาทำอะไรที่นี่?
ไม่รู้ฮั่วเสี่ยวเหวินไปเอาความกล้ามาจากไหน เธอเริ่มตำหนิจางต้ากั๋วขึ้นมา “คุณอาต้ากั๋ว เมื่อก่อนฉันให้ความนับถือคุณอามาก รู้สึกว่าคุณเป็ผู้ชายที่ดี ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะเป็ผู้ชายที่ยอมทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนอื่น”
จางต้ากั๋วหาที่นั่งลง เขาโน้มตัวอย่างหมดแรงพลางหยิบบุหรี่หนึ่งมวนออกมา “เสี่ยวเหวิน เธออย่านำเื่นี้ไปบอกใครนะ อากำลังสับสน” น้ำเสียงมีความวิงวอนและจิตตก
ฮั่วเสี่ยวเหวินสอนวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดให้กับเขา “คุณอาต้ากั๋วแค่นึกถึงคุณน้าหลิว นึกถึงเสี่ยวไป่ และนึกถึงครอบครัวให้มากแค่นี้ก็จะไม่สับสนแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นมีภรรยาแล้วแต่ยังทำแบบนี้ หน้าไม่อายจริงๆ ผู้หญิงแบบนี้ไม่คู่ควรค่ะ”
จางต้ากั๋วเอาแต่สูบบุหรี่ เขาก้มหน้าต่ำกว่าเดิมประหนึ่งจะก้มจนชนหน้าอกตัวเอง “ฉันชอบหล่อน ทำใจลืมหล่อนไม่ได้”
เขาพูดเสียงเบามาก ฮั่วเสี่ยวเหวินได้ยินแค่คำว่า ‘ฉันชอบหล่อน’
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าตัวเองออกจากบ้านของจางต้ากั๋วมาได้อย่างไร ไม่ว่าเธอจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร จางต้ากั๋วก็ฟังไม่เข้าหัว เขาเอาแต่สูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า
เธอคิดซ้ำไปซ้ำมาในหัว ‘คุณอาต้ากั๋วชอบหล่อนจริงหรือ? นอกจากหน้าตาแล้ว หล่อนยังมีอะไรดีอีก?’
ช่างเป็ฤดูที่มีเื่มากมายเหลือเกิน เื่ของจางต้ากั๋วทำให้ฮั่วเสี่ยวเหวินปวดหัวพออยู่แล้ว ยังจะมาเจอกับเ้าเป๋สามขาอีก
เ้าเป๋สามขายังคงมีท่าทีเหมือนเดิม หน้าตาไร้ยางอายชวนให้หงุดหงิด แม้เสื้อผ้าที่สวมอยู่จะไม่ได้ขาดเป็รูแต่กลับไปเลอะฝุ่นมาจากไหนไม่รู้ สกปรกขนาดนี้ พ่อแม่จะี้เีซักเสื้อผ้าให้ก็ไม่แปลก
เ้าเป๋ส่งยิ้มให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน ตอนแรกเขาอยากชวนเธอคุย “ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอกลับมาแล้ว”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่แม้แต่จะสนใจ เธอเดินผ่านตัวเขาไป เ้าเป๋จึงเลิกชวนคุยทันที เขาจับที่คอเสื้อด้านหลังของเธออย่างว่องไว
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาไม่ประสงค์ดี เธอเบี่ยงตัวหลบแล้วรีบวิ่งหนี เ้าเป๋ส่งเสียงด่ามาตามหลัง “ฉันให้สินสอดไปแล้ว ถ้าเธอไม่ยอมเป็ภรรยา ฉันจะไปแจ้งความ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินยิ้มเยาะ “ก็ไปสิ อยากรู้เหมือนกันว่าตำรวจจะมาจับฉันหรือจับนาย”
ที่เ้าเป๋ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเป็เพราะอย่างนี้นี่เอง ที่แท้ก็วางแผนจะใช้ไม้อ่อน
เ้าเป๋สามขาโง่ แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินลืมไปว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้โง่ทั้งยังมียายแก่ฮั่วผู้เ้าเล่ห์อีกคน
