ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าถึงกระดูกจนโมบายสะดุ้งตื่น เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความงัวเงียว่าเผลอเปิดแอร์แรงเกินไปหรือเปล่า
“หนาวจัง...” หญิงสาวหลับตาพริ้มพลางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยื่นมือไปคลำหารีโมทแอร์ที่ควรจะวางอยู่บนหัวเตียงตามความคุ้นชิน แต่ััที่ได้รับ กลับเป็เพียงผนังปูนเย็นเยียบและเนื้อไม้จากหัวเตียง
โมบายขมวดคิ้วฉับพลัน เธอรีบลืมตาขึ้นปรับสายตาเข้ากับแสงสลัว ภายในห้องนอนกว้างขวางที่เธอพบนับว่าแปลกตานัก ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีตดูคลาสสิกและมีกลิ่นอายโบราณ แม้ของทุกอย่างจะดูใหม่เอี่ยมแต่มันไม่ใช่ห้องนอนในโลกที่เธอรู้จักเลยสักนิด
หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ความทรงจำสุดท้ายกระแทกเข้ากลางใจ... ใช่แล้ว! เธอตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? เธอติดเชื้อซอมบี้และจบชีวิตลงท่ามกลางเปลวเพลิงจากการะเิ แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงยังมีสติ และมาติดอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ในห้องนอนประหลาดนี่!
โมบายก้มมองมือทั้งสองข้างของตน มันขาวเนียนผุดผ่อง ไร้ซึ่งรอยแผลจากการต่อสู้หรือร่องรอยการกลายร่างเป็ซอมบี้แม้แต่น้อย เธอรีบถลาไปที่กระจกบานใหญ่ริมห้องทันที
ภาพที่สะท้อนกลับมาคือหญิงสาวผู้งดงามดูสวย ใบหน้าเรียวเล็กรับกับจมูกโด่งรั้นที่ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงนิสัยดื้อดึงเอาแต่ใจ ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ดวงตากลมโตฉายแวววาวราวกับดวงดาว สตรีผู้นี้น่าจะมีอายุราว 17 - 18 ปี ร่างกายโปร่งบางสูงประมาณ 165 เิเ ดูอ้อนแอ้นบอบบางจนน่าทะนุถนอม
ทันใดนั้น ความทรงจำมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมอง จนโมบายต้องยกมือกุมขมับ..
ในความทรงจำ ทำให้เธอรู้ว่าร่างที่เธอเข้ามาอยู่มีชื่อว่าเฝิงหนาน เป็คุณหนูผู้เอาแต่ใจแห่งตระกูลเฝิงในปักกิ่ง เธอแต่งงานกับชายหนุ่มฐานะดี และมีลูกชายวัยสามขวบด้วยกันหนึ่งคน แต่เพราะนิสัยรักสนุก และไม่ชอบเลี้ยงลูก เธอมักจะชอบออกไปเที่ยวเตร่กับกลุ่มเพื่อนๆ เช่นไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐหรือไปกินข้าวที่โรงแรมของรัฐเป็ประจำ ทำให้เธอไม่มีเวลามาดูแลลูกหรือสามี
และเป็เหตุผลที่เธอทะเลาะกับสามีเป็ประจำ และครั้งนี้เป็การทะเลาะกันที่รุงแรงกว่าครั้งไหนๆ
ทำให้เฝิงหนานคนเดิม ประชดประชันสามีด้วยการหอบลูกกลับบ้านแม่ และปล่อยให้แม่ของเธอเลี้ยงลูกให้ ส่วนตัวเองก็ออกไปใช้ชีวิตคบค้า ดื่มสุราไม่เว้นแต่ละวันกับเพื่อนฝูง
ทว่าเมื่อสองวันก่อน สามีของเธอบุกมาที่บ้านในตอนเช้าขณะที่เธอยังไม่ตื่น และพาลูกชายกลับไป เฝิงหนานที่ตื่นมากลางวันแล้วไม่พบลูกก็อาละวาดใส่แม่ตัวเองอย่างหนัก ก่อนจะขังตัวเองไว้ในห้องนอนด้วยความแค้นเคือง และหัวใจวายตายไปอย่างโดดเดี่ยวในคืนที่ผ่านมา สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ... โดยที่ไม่มีใครในบ้านล่วงรู้เลยว่าิญญาข้างในได้ถูกเปลี่ยนคนไปเสียแล้ว
“เดี๋ยวนะ... นี่มันปี 1965 ยุค 60 ของประเทศจีน!”
โมบายแทบสิ้นสติเมื่อลำดับเหตุการณ์ได้ แม้ครอบครัวเฝิงและครอบครัวสามีจะเป็ข้าราชการที่มีฐานะ แต่เธอก็อ่านนิยายและดูซีรีส์มามากพอที่จะรู้ว่า อีกไม่นาน ‘การปฏิวัติวัฒนธรรม’ ที่แสนโหดร้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น! ครอบครัวที่มีอำนาจและตำแหน่งสูงเช่นนี้ย่อมตกเป็เป้าหมายสำคัญ
ในความตื่นตระหนก โมบายเผลอจับข้อมือตัวเองพลางนึกถึงกำไลหยกมิติที่เธอเคยมีในชีวิตก่อน หากมันตามมาด้วย เธอคงพอมีทางรอดจากการถูกยึดทรัพย์และทำลายของมีค่าในอนาคต
สิ้นความคิดนั้น ประกายสีเขียวมรกตก็วูบวาบขึ้นที่ข้อมือขาวนวล
“อะไรกัน! เมื่อกี้ยังไม่มีอยู่เลยนี่!” โมบายอุทานด้วยความดีใจจนลืมหายใจ กำไลหยกสีเขียวสดใสปรากฏขึ้นเด่นชัดราวกับปาฏิหาริย์
“ตามมาจริง ๆ ด้วย... เรามีทางรอดแล้ว!” เฝิงหนานคนใหม่คลี่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างมีความสุขในห้องที่เงียบสงัด อย่างน้อย์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอนัก
