ขิมม์ชวนคุย
“ก็พ่อแก่แล้ว… พอแล้วกับชีวิตที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ มีทรัพย์เยอะก็เหนื่อยดูแล… กะว่าอาจจะขายแล้วเก็บเอาไว้ใช้เองแค่ยี่สิบล้านก็พอ… ที่เหลือยกให้ไอ้ตุลย์ทั้งหมด”
คำพูดที่ได้ยิน…
ทำให้ขิมม์ถึงกับตาลุกวาว แอบบวกลบคูณหารเป็ตัวเลขอยู่ในใจ
หล่อนคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ตัดสินใจแต่งงานกับตุลย์ลูกชายของเขาแล้วจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง
“แล้วคุณพ่อจะทำพินัยกรรมเมื่อไรคะ… ”
ความอยากรู้บวกความโลภเร่งเร้าให้ถาม
“ยัง… อาจจะยังไม่ใช่เร็วๆ นี้… ”
เจสันกล่าว…
คำพูดที่ได้ยินชัดเจนเต็มสองหู ทำเอาความหวังของสะใภ้อย่างขิมม์ต้องดับวูลลงทันใด นึกว่าเขาจะยกสมบัติให้ลูกชายในวันสองวัน
และในระหว่างที่พ่อสามีกับสะใภ้กำลังยืนคุณกันอยู่ที่ระเบียงเทอเรสของบ้านสองชั้นหลังใหญ่อย่างถูกคอ เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังก็ทำให้ทั้งสองคนหันกลับมามองทางด้านหลัง
“สวัสดีครับพ่อ… อยู่ตรงนี้นี่เอง กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ… ”
ตุลย์เดินออกมาพร้อมกับแก้วกาแฟที่ถืออยู่ในมือ เดินเข้ามาใกล้พ่อผัวกับสะใภ้กำลังคุยกันอย่างออกรสชาติ
“พ่อกำลังบอกกับหนูขิมม์ว่าในอนาคตพ่อจะยกที่ดินและบ้านหลังนี้ให้แก… ”
เจสันมองสบตาลูกชาย
“ขอบคุณครับพ่อ… ”
ตุลย์ยกมือไหว้ รู้ว่ายังไงตนก็คือลูกชายคนเดียวที่จะได้รับมรดก แม้เจสันจะเป็แค่พ่อเลี้ยงที่มาแต่งงานกับแม่ของตนในภายหลัง แต่เขาก็รับรองบุตรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ไม่ต้องรีบครับ… ผมรู้ว่ายังไงพ่อก็ต้องยกให้ผมอยู่แล้ว”
ตุลย์กล่าวติดตลก…
แต่คนที่ไม่ตลกและแอบคิดเป็จริงเป็จังก็คือขิมม์ผู้เป็ภรรยา ถ้าได้เงินจากการขายบ้านและที่ดินผืนนี้ก็จะมีกินมีใช้ไปตลอดทั้งชาติ คงไม่ต้องทำงานบริษัทเอกชนอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้
“หิวกันหรือยัง… ไปกินข้าวกันเถอะอาหารมาพร้อมแล้ว… ”
เจสันเรียกลูกชายและสะใภ้…
เหลือบมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาส่งอาหารอย่างเช่นทุกวันจนเป็ภาพชินตา
เป็เพราะว่าอยู่คนเดียว เจสันก็เลยไม่ต้องทำอาหารกินเองให้ยุ่งยาก ทุกวันนี้จึงใช้วิธีผูกปิ่นโตกับร้านอาหาร
ซึ่งเป็วิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด สำหรับพ่อม่ายอย่างเจสันที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้
ในเวลาต่อมา…
ตอนค่ำ หลังจากนั่งดื่มและสนทนากันอยู่ที่ม้าหินอ่อนสีขาวตั้งอยู่กลางลานหญ้าหน้าบ้าน ตุลย์ก็เอ่ยชวนขิมม์ไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำหลังบ้าน
เป็สระว่ายน้ำขนาดย่อมที่เจสันสร้างเอาไว้ตอนปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ๆ หลังจากตัดสินใจแต่งงานกับนางวิไลแม่ของตุลย์ซึ่งเป็แม่หม้ายลูกติดคือตุลย์ ในตอนนั้นตุลย์เพิ่งมีอายุเพียงแค่สามขวบเท่านั้น
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพ่อ… ”
ตุลย์รู้สึกอยากเล่นน้ำ…
ด้วยอากาศในค่ำคืนนี้ค่อนข้างร้อนและอบอ้าวราวกับฝนใกล้จะตก จึงอยากชวนภรรยาลงเล่นน้ำคลายร้อน
“เอาเลย… ตามสบายนะ… เดี๋ยวพ่อจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วเข้านอน พรุ่งนี้จะได้มีแรงขับรถพาแกกับขิมม์เที่ยว”
เจสันกล่าว…
วางแผนเอาไว้ว่าพรุ่งนี้จะพาลูกชายกับสะใภ้ไปเที่ยวชมชายหาดปากน้ำปราณบุรีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน
“ขอบคุณมากครับพ่อ… เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
ตุลย์มองส่งร่างสูงใหญ่ของผู้เป็บิดาที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวเดินเข้าไปในบ้าน ตอนนี้ที่ม้าหินอ่อนก็เหลือแค่ตุลย์กับขิมม์เพียงสองคนเท่านั้น
“ที่รักจ๋าเราไปเล่นน้ำกันดีกว่า… ”
ได้เวลาที่รอคอย…
ตุลย์ชวนเสียงหวาน จูงมือหญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ พากันมาที่สระว่ายน้ำหลังบ้าน
ครู่ต่อมา…
เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอน…
ภายหลังเสร็จจากใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน เจสันทิ้งกายลงบนที่นอนทั้งสภาพที่ยังนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว
เขาพยายามข่มตาให้หลับ…
