“ตูม!”
ลูกปราณิญญาที่ไล่ตามคนทั้งสามพลันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าไปหาผู้ที่อยู่ขอบเขตกลาง์่ต้นคนนั้น แต่กลับะเิออกก่อนกลางทาง
สะเก็ดแสงห้าสีสาดกระเซ็นเต็มท้องฟ้าคล้ายฝนคะนอง ซึ่งก็ยังมีสะเก็ดแสงหลากสีกลุ่มหนึ่งที่สาดกระเซ็นไปโดนม่านแสงพลังิญญาของคนผู้นั้น
ม่านแสงพลังิญญาสีเทาแตกทลายออกในชั่วพริบตาเดียว สะเก็ดแสงสีเขียวและสีม่วงอ่อนเป็จุดๆ ยังกระทบเข้าไปที่ร่างของคนผู้นั้นด้วย
เรือนกายที่มีเืเนื้อของคนผู้นั้นคล้ายถูกพิษกรดกัดกร่อนไปทีละนิดจนเนื้อส่วนหนึ่งเละละเอียดมีควันลอยกรุ่น
สมาชิกกะโหลกเืที่ถือทวนยาวสีดำสนิทไว้ในมือฉวยโอกาสพุ่งหอกยาวออกมา
หอกยาวเป็เหมือนสายฟ้าสีดำเส้นหนึ่งที่ลอดทะลุเข้าไปตรงหน้าอกของคนผู้นั้นในชั่วพริบตา ปักร่างของเขาไว้กับก้อนหินสีเทาซีดก้อนหนึ่ง
เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ มองเห็นว่าคนผู้นั้นตายไปแล้วจึงหันขวับไปมองไช่โยว “นี่ถือว่าใครได้?”
“ฮ่าๆ!” ผู้ที่โยนทวนยาวสีดำออกมาแสยะปากหัวเราะเสียงดัง เอ่ยด้วยสีหน้าเบิกบาน “เป็ของเ้า! หินวิเศษแปดร้อยก้อนนั้นข้าจะเป็คนให้เ้าเอง!”
ผู้ที่ถือทวนยาวสีดำมีนามว่าหวังจัว ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่ปรากฏตัว เขาและจ้าวเฟิงเผชิญหน้ากับศัตรูห้าคนทำให้ตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่อย่างมาก
หลังจากที่จ้าวเฟิงใช้สายฟ้าโจมตีคนผู้หนึ่งให้าเ็สาหัส ตัวของจ้าวเฟิงเองก็ถูกอีกคนหนึ่งแทงทะลุหน้าท้องจนเป็รูเืน่าหวาดกลัว
หากเนี่ยเทียนไม่ปรากฏตัวกะทันหันและสังหารคนที่ถูกสายฟ้าโจมตีให้ตาย จากนั้นก็ลงมือติดต่อกันโดยใช้ลูกปราณิญญาะเิสังหารอีกคนหนึ่งจนกระทั่งส่งผลต่อคนสุดท้าย เกรงว่าหวังจัวและจ้าวเฟิงคงจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี
ตอนนี้เนื่องด้วยการมาถึงของเนี่ยเทียน ศัตรูห้าคนที่โจมตีพวกเขาสองคน สามคนที่มีตบะกลาง์่ต้นจึงได้ตายไปแล้ว
เมื่อเป็เช่นนี้ หวังจัวและจ้าวเฟิงจึงแค่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้สองคนเท่านั้น ความกดดันจึงหายไปในชั่วอึดใจ
หวังจัวเห็นว่าสถานการณ์ทางฝ่ายพวกเขามั่นคงขึ้นเพราะเนี่ยเทียน แน่นอนว่าย่อมอารมณ์ดีอย่างมาก ลำพังเพียงแค่หินวิเศษแปดร้อยก้อน เขาหวังจัวไม่เห็นอยู่ในสายตา และย่อมยินดีรับผิดชอบอย่างใจกว้างอยู่แล้ว
“เยี่ยมไปเลย!”
เมื่อเห็นว่าหวังจัวยินดีจ่ายหินวิเศษแปดร้อยก้อน เนี่ยเทียนก็หัวเราะฮ่าๆ แล้วก็รีบพูดต่อว่า “เดี๋ยวอีกครู่ทรัพย์สินที่อยู่บนร่างของคนผู้นั้นก็ต้องเป็ของข้าด้วย!”
“เป็ของเ้าหมดเลย!” หวังจัวไม่ถือสาความละโมบในเงินทองของเนี่ยเทียนแม้แต่นิดเดียว เขาขยับร่างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนผู้นั้น เมื่อดึงเอาทวนยาวสีดำที่เป็ของเขาออกมาแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับกำไลเก็บของที่อยู่บนมือของคนผู้นั้น
เมื่อทวนยาวมาอยู่ในมือ หวังจัวก็แสยะยิ้มดุดัน แสงสีดำเส้นหนึ่งพลันถูกพ่นออกมาจากในทวนยาว
เขาถือทวนยาวพร้อมไอสังหารที่ตลบอบอวลไปทั่วร่าง แล้วเข้าไปรับหน้ากับศัตรูของเขาอย่างสบายๆ
อีกฝั่งหนึ่ง จ้าวเฟิงถือกระบี่เล่มใหญ่ไว้ในมือทั้งสองข้าง ในร่างมีเสียงฟ้าร้องดังครั่นครืน และก็เริ่มตั้งใจรับมือกับศัตรูที่มีขอบเขตเดียวกันกับเขา
ไม่ว่าจะเป็หวังจัวหรือจ้าวเฟิงต่างก็เป็คนห้าวหาญของกะโหลกเืที่ผ่านการสู้รบมานับร้อยครั้ง พวกเขาสังหารผู้คนอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงเป็ประจำ ไม่ว่าจะเป็ศิลปะการต่อสู้หรือความกล้าหาญก็ล้วนเหนือล้ำเกินกว่าศัตรูที่อยู่รุ่นเดียวกัน
ศัตรูสองคนนั้นของเขาไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปอยู่ในกะโหลกเืของเมืองโพ่เมี่ย ในอดีตพวกเขาได้แต่ป้วนเปี้ยนอยู่รอบเมืองโพ่เมี่ย และคอยจับจ้องสังหารคนที่ออกจากเมือง
คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็อาวุธวิเศษหรือศิลปะการต่อสู้ก็ล้วนเทียบเคียงกับหวังจัวและจ้าวเฟิงไม่ได้
หากต่อสู้กันตัวต่อตัว เห็นได้ชัดว่าสองคนนั้นไม่ใช่คู่ต่อกร เนี่ยเทียนเพียงแค่มองอยู่ครู่เดียวก็รู้ว่าหากไม่มีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น หวังจัวและจ้าวเฟิงย่อมคว้าชัยชนะมาได้ในท้ายที่สุดแน่นอน
หลังจากผู้ที่มีขอบเขตกลาง์สามคนตายเพราะฝีมือเขาทั้งด้วยทางตรงและทางอ้อม เขาจึงไม่มีความคิดจะที่เข้าร่วมการต่อสู้อีก
เขาเก็บเอาไม้เท้าหัวเสือนั่นมาก่อน แล้วก็มาหยุดอยู่ข้างกายของคนที่ถูกสังหารด้วยสิ่งเจือปนจากต่างอาณาจักรหลายชนิดที่อยู่ในลูกปราณิญญา หลังจากถอดเอากำไลเก็บของของคนผู้นั้นมาแล้วก็ค้นหาที่กระเป๋าคาดเอวของเขาอีกครั้ง หลังพบว่าไม่มีอะไรซุกซ่อนไว้อีก เขาก็มาหยุดอยู่ข้างกายของคนสุดท้ายที่ถูกหวังจัวสังหาร
เขาบิดกำไลเก็บของของคนผู้นั้นออก แต่ไม่ได้รีบร้อนตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ข้างใน
“หัวเทียน! หัวเทียน! เ้าทำอะไรอยู่น่ะ?”
เขาได้ยินเสียงเรียกของหูหันดังมาจากหินส่งข้อความเสียง หูหันไปยังสถานที่ที่เขาฝึกตนแต่กลับไม่เจอเขา จึงดูร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าอยู่ที่...”
เมื่อหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาวางไว้บนปาก เนี่ยเทียนก็บอกกล่าวทิศทางให้กับอีกฝ่ายรู้
“เ้ารอก่อน! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” หูหันพูดเสียงดัง
“มีคนตามมาแล้ว!”
“กำลังเสริมของกะโหลกเื!”
“แย่แล้ว!”
ผู้ที่มีขอบเขตกลาง์่ท้ายสองคนที่โจมตีไช่โยวได้ยินบทสนทนาระหว่างเนี่ยเทียนและหูหัน คนทั้งสองก็ส่งสายตาให้แก่กันแล้วตัดสินใจได้ในทันที
“ไป!”
คนทั้งสองนั้นพลันละทิ้งไช่โยว ไม่ยืนหยัดที่จะต่อสู้ต่อ และพากันหนีหายไปคนละทิศละทาง
อีกสองคนที่ต่อสู้อยู่กับหวังจัวและจ้าวเฟิงพอเห็นว่าผู้นำถอยร่นก็รู้งาน รีบหนีไปจากที่แห่งนี้ด้วยความเร็วที่มากที่สุดทันที
“อย่าเพิ่งไปสิ!”
หวังจัวและจ้าวเฟิงไล่กวดคนทั้งสองไป ซึ่งตรงหน้าท้องของจ้าวเฟิงยังคงมีเืสดไหลออกมาไม่ขาดสาย
“ช่างมัน! กลับกันมาให้หมด!” ไช่โยวะโเสียงดัง “รอพวกเราฟื้นตัวแล้วยังมีโอกาสอีกมากที่จะไปหาเื่พวกเขา จ้าวเฟิง อาการาเ็ของเ้าค่อนข้างสาหัส จำเป็ต้องจัดการในทันที มิฉะนั้นจะตายเอาได้เพราะเสียเืมากเกินไป”
หวังจัวและจ้าวเฟิงเชื่อฟังคำสั่งของไช่โยวเป็อย่างดี พวกเขาจึงหยุดการไล่ล่าไว้เพียงเท่านั้น
จ้าวเฟิงนั่งแปะลงไปกับพื้น มือข้างหนึ่งถือกระบี่เล่มกว้าง มืออีกข้างหนึ่งหยิบเอายาหลายเม็ดออกมาจากในกำไลเก็บของแล้วกลืนลงไปรวดเดียว
ไช่โยวมาหยุดอยู่ข้างกายของจ้าวเฟิงอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบเอายาทาสำหรับภายนอกออกมาจากแหวนเก็บของ ทาลงไปบนรูเืที่หน้าท้องของจ้าวเฟิงอย่างระมัดระวัง
“นายน้อยไช่ ยาต่อกระดูกนี่ล้ำค่ามากเกินไป” จ้าวเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างใเพราะได้รับความเมตตาโดยไม่ทันคาดคิด
ไช่โยวโบกมือ บอกเป็นัยว่าเขาไม่ต้องพูด ส่วนตัวเองก็กล่าวว่า “เมื่อยาทาหลอมละลายเข้าไปในเืเนื้อ เ้าต้องรีบฟื้นตัวให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็ยาที่ล้ำค่ามากแค่ไหนก็ต้องนำมาใช้ใน่เวลาที่สำคัญที่สุดถึงจะมีคุณค่าอย่างแท้จริง พวกเราสามพี่น้องรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายปี แม้พวกเ้าจะเรียกข้าว่านายน้อย ทว่าในใจของข้าแล้วพวกเ้าก็คือพี่น้องของข้า”
ด้วยคำพูดประโยคนี้ของเขา จ้าวเฟิงพลันตาแดงก่ำ พยักหน้าแรงๆ และไม่พูดห้ามปรามอีก ทำเพียงแค่ตั้งใจหลอมละลายฤทธิ์ยาทาเท่านั้น
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าาแตรงหน้าท้องของจ้าวเฟิงที่เดิมทีน่าหวาดกลัว พอถูกทายาต่อกระดูกลงไปชั้นหนึ่ง เืสดก็ไม่เพียงแต่หยุดไหล แม้แต่เืเนื้อก็ยังเคลื่อนไหวผิดปกติ คล้ายกำลังประสานตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของจ้าวเฟิงจากเดิมทีที่ซีดขาวก็ค่อยๆ แดงปลั่งน้อยๆ
มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของจ้าวเฟิง ไช่โยวก็คลายใจลงไปได้มาก จึงโบกมือให้กับเนี่ยเทียนบอกเป็นัยให้เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้
“หินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อน เ้านับดูก่อนได้”
ตอนที่เนี่ยเทียนเดินมาถึง แหวนเก็บของของไช่โยวก็ส่องประกายแสงน้อยๆ จากนั้นบนพื้นดินเบื้องหน้าเขาก็มีหินวิเศษวางกองอยู่กองหนึ่ง
“นายน้อยไช่ ข้ารับปากเ้าเด็กนั่นว่าจะมอบหินวิเศษให้เขาแปดร้อยก้อน...” หวังจัวพูดมาได้ครึ่งหนึ่งกลับหยุดชะงักกลางคัน
ไช่โยวโบกมือ “หรือเ้าคิดจะเทียบความรวยกับข้า?”
หวังจัวหัวเราะ เข้าใจความหมายของไช่โยวแล้วจึงไม่ยืนกรานอีก
เนี่ยเทียนเห็นทุกการกระทำปลอบใจที่ไช่โยวมีต่อหวังจัวและจ้าวเฟิงอยู่ในสายตา ไม่ว่าไช่โยวผู้นี้จะทำลงไปด้วยความจริงใจหรือเสแสร้ง วิธีการจัดการเื่ราวของเขาก็ทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
ตอนที่เนี่ยเทียนเดินมาหาไช่โยวจึงแอบถอนพลังของสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงออกไป และกระตุ้นใช้พลังของกำไลหยกสีเขียว ใช้ม่านแสงสีเขียวขมุกขมัวชั้นหนึ่งมาปกป้องเรือนกาย
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ”
หลังจากเก็บเอาหินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนเข้าไปไว้ในกำไลเก็บของทั้งหมด เนี่ยเทียนก็เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ “กะโหลกเืของพวกเ้าอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงมานานหลายปี เหตุใดถึงเจอปัญหาแบบนี้ได้?”
แม้แต่เขาเองก็ยังได้รับหินส่งข้อความเสียงมาจากหูหัน เพื่อใช้เป็เครื่องมือในการสื่อสารกัน
ไช่โยวเป็ถึงนายน้อยของกะโหลกเื อีกทั้งยังเข้าออกเทือกเขาฮ่วนนคงอยู่เป็ประจำ ไม่น่าจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายได้มากนัก นี่ทำให้เนี่ยเทียนไม่เข้าใจอย่างมาก
“ที่ตั้งของกะโหลกเืในเทือกเขาฮ่วนคงอยู่ห่างจากที่นี่มาก” ไช่โยวอธิบาย “ข้ามีโรคประหลาดอยู่อย่างหนึ่งคือไม่ชอบถูกพวกผู้าุโเลี้ยงดูประคบประหงมราวกับดอกไม้ในเรือนกระจก ดังนั้นหลายปีมานี้เวลาอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง ข้ามักจะเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากที่ตั้งของกะโหลกเืเสมอ แล้วก็พบเจอเหตุการณ์อันตรายอย่างในวันนี้เป็ประจำ”
“ยังดีที่แต่ไหนแต่ไรมาข้ามักจะโชคดีเสมอ หลายปีมานี้แม้ว่าจะเจออันตรายหลายครั้งแต่ก็พ้นเคราะห์ไปได้ทุกครั้ง”
หลังจากตอบข้อสงสัยของเนี่ยเทียนแล้ว ไช่โยวก็มองประเมินเนี่ยเทียนด้วยความสนใจ “หากข้ามองไม่ผิดล่ะก็ เ้าน่าจะมีตบะเพียงแค่ท้าย์มิใช่หรือ?”
“ท้าย์่ท้าย ใกล้จะฝ่าทะลุขั้นแล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“ขอบเขตท้าย์...” ไช่โยวพยักหน้า แล้วก็พูดด้วยความแปลกใจมากกว่าเดิม “เ้าก็เป็คนเมืองโพ่เมี่ยของพวกเรารึ? เ้าชื่อว่าอะไร? ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเ้ามาก่อน”
“หัวเทียน” เนี่ยเทียนอมยิ้มน้อยๆ “ข้าเพิ่งมาอยู่เมืองโพ่เมี่ยได้ไม่นาน”
“เ้าฝีมือไม่เลว” ไช่โยวมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “หากเ้าอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยแล้วไม่มีที่ให้ไป ข้าสามารถแนะนำให้เ้ามาอยู่ในกะโหลกเื หลังจากกลายมาเป็สมาชิกกะโหลกเือย่างเป็ทางการแล้ว เ้าจะสามารถอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยได้นาน อีกทั้งไม่จำเป็ต้องจ่ายหินวิเศษเพิ่มเติมด้วย”
“เมื่อเป็สมาชิกของกะโหลกเืจะมีข้อดีหลายอย่าง สามารถยืมใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่พวกเราสร้างไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง และมาโผล่ยังที่แห่งนี้ได้โดยตรง”
“หากในการต่อสู้เ้าสามารถฆ่าผู้แข็งแกร่งของเดือนดับและเปลวอัคคีได้ คนที่ตายด้วยน้ำมือเ้า ไม่เพียงแต่สิ่งของของพวกเขาจะเป็ของเ้า กะโหลกเืยังมีของรางวัลอื่นให้อีกด้วย”
ไช่โยวพูดถึงความสะดวกและผลประโยชน์มากมายหลังจากที่ได้กลายเป็สมาชิกกะโหลกเืให้กับเนี่ยเทียนฟังทีละข้อ
ในสายตาของเขา เนี่ยเทียนคือต้นกล้าที่ดี หากขอบเขตของเขาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะกลายมาเป็สมาชิกคนหนึ่งที่เป็กำลังหลักให้แก่กะโหลกเื ดังนั้นจึงพยายามพูดหว่านล้อมอย่างสุดกำลัง
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิดนี้ ต่อไปหากมีข้าจะมาหาเ้าทันที” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
“ตกลง อันที่จริงข้าเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบบังคับใจใคร อีกอย่างนี่ยังเป็ครั้งแรกที่ข้าเป็ฝ่ายแนะนำให้คนเข้ามาร่วมกับกะโหลกเืของข้า” ไช่โยวกล่าว
“เจตนาอันดีนี้ข้าขอรับไว้” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณ
“อู้!”
และเวลานี้เอง เงาร่างของหูหันก็ปรากฏตัวขึ้นในที่สุด
พอหูหันมาถึงที่นี่ก็มองเห็นไช่โยวได้ในทันที ใบหน้าของนางพลันเปลี่ยนสี เอ่ยด้วยความตกตะลึง “ไช่โยว!”
ดูเหมือนว่าไช่โยวเองก็จะรู้จักนาง หลังจากที่เห็นนางปรากฏตัว ไช่โยวจึงขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วเอ่ยถามเนี่ยเทียน “เ้ามากับนางรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“คำพูดเมื่อครู่นี้ข้าขอถอนคืน กะโหลกเืของพวกเราไม่้าคนเช่นเ้า” พอรู้ว่าเนี่ยเทียนมากับหูหัน ท่าทีของไช่โยวก็เปลี่ยนแปลงไปในฉับพลัน ทั้งยังลุกขึ้นยืน กล่าวกับจ้าวเฟิงและหวังจัวว่า “ไปกันเถอะ พวกเราจากมานานเกินไปแล้ว ควรจะกลับกันไปได้แล้ว”
จ้าวเฟิงที่กำลังหลอมละลายยาต่อกระดูกก็ลุกขึ้นยืนทันทีเพราะคำพูดประโยคเดียวของเขา จากนั้นจึงหมุนกายจากไปพร้อมกับไช่โยว ไม่คิดจะสนใจเนี่ยเทียนอีก
ใบหน้าของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความงุนงงไม่เข้าใจ
ก่อนหน้าที่หูหันจะมาถึง เขายังััได้ถึงความเป็มิตรและความกระตือรือร้นจากไช่โยวอยู่เลย แถมไช่โยวก็ยังคิดจะรับตัวเขาให้เข้าไปอยู่ในกะโหลกเืด้วยซ้ำ
พอเห็นว่าหูหันปรากฏตัว รู้ว่าเขาเดินทางมาพร้อมกับหูหัน ท่าทีของไช่โยวก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
“หัวเทียน ข้ามีเื่อยากพูดกับเ้า พวกเราไปกันเถอะ” หูหันกล่าว
“อ้อ” แม้เนี่ยเทียนจะเต็มไปด้วยความแคลงใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เดินตามหูหันกลับไปยังทิศทางที่เขาฝึกตนอยู่ก่อนหน้านี้
ทว่าทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่เขาปลดปล่อยออกไปกลับติดตามไช่โยวไปอย่างเงียบเชียบ อยากรู้ว่าเหตุใดไช่โยวถึงได้มีท่าทีมึนตึงกับเขา
“นายน้อยไฉ่ ท่านรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือ?”
ระหว่างที่เดินทางกลับไปยังที่ตั้งของกะโหลกเื หวังจัวก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย “เหตุใดพอท่านได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นมาพร้อมกับหัวเทียนแล้วจึงแตกหักกับเขาทันที?”
ไช่โยวเองก็ไม่คิดจะปิดบัง เขาแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า “หญิงสาวผู้นั้นมีนามว่าหูหัน นางทำงานให้แก่หลีเหย่ เมื่อครึ่งปีก่อน เผยฉีฉีเคยไหว้วานให้ข้าสืบประวัติความเป็มาของผู้หญิงคนนั้น ดูจากข้อมูลที่ข้าได้มา ผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับหม่าจิ่วแห่งเดือนดับ ตัวนางเองมีปัญหาบางอย่าง”
“ที่นางมาทำงานให้กับหลีเหย่ก็เกรงว่าคงจะไม่ได้มีเจตนาดีเท่าไหร่นัก แต่ว่าเ้าอ้วนหลี่นั้นเป็คนฉลาด อีกทั้งยังอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยมาหลายปี แถมยังมีเผยฉีฉีคอยจับตามอง แน่นอนว่าย่อมไม่เกิดเื่อะไรขึ้นอยู่แล้ว”
“เ้าอ้วนหลี่ก็ใช้ความสามารถเล็กน้อยด้านการหลอมอาวุธของนาง ให้นางคอยทำงานให้ นางเองก็คงจะไม่ได้ข่าวอะไรที่มีประโยชน์จากหลีเหย่เท่าไหร่นัก ก็แค่ช่วยทำงานให้เปล่าๆ เท่านั้น”
หวังจัวตะลึง “มีความสัมพันธ์กับเดือนดับ?”
ไช่โยวพยักหน้า “ในเมื่อหัวเทียนมากับนางก็เป็ไปได้มากกว่าจะเป็คนที่เดือนดับส่งตัวให้มาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย ครั้งนี้ที่เขาให้การช่วยเหลืออาจเป็เพราะจงใจอยากมาตีสนิทพวกเราโดยที่ไม่ได้มีเจตนาดี”
“ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง” หวังจัวเข้าใจในที่สุด
“เดือนดับ...”
เวลาเดียวกันนั้น เนี่ยเทียนที่ใช้ทิพย์จักษุแอบฟังบทสนทนาระหว่างไช่โยวและหวังจัวก็มองไปยังแผ่นหลังของหูหันด้วยสายตาวาววับ เริ่มมีใจระแวดระวังหูหัน
ระหว่างที่เดินทางมายังเทือกเขาฮ่วนคง หลีเหย่เองก็กำชับเขาว่าอย่าไปเชื่อใจหูหัน ให้ระวังนางไว้ให้มาก
เมื่อเชื่อมโยงกับคำพูดนั้นของไช่โยว เนี่ยเทียนจึงเริ่มระมัดระวังมากขึ้น หลังจากที่สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง เขาก็พลันหยุดเดินและเอ่ยกับหูหัน “เอาล่ะ เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะ ข้ายังต้องบำเพ็ญตบะต่อ”
หูหันหมุนตัวกลับมาแล้วกล่าวว่า “ข้าจะพาเ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีเหมืองวิเศษที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ ข้าขุดคนเดียวไม่ไหว จำเป็ต้องขอแรงให้เ้าช่วย”
“ข้าไม่สนใจ” เนี่ยเทียนส่ายหัวแล้วพูดต่ออย่างหงุดหงิด “หินวิเศษข้ามีมากพอแล้ว อีกทั้งเป้าหมายหลักที่ข้ามาเทือกเขาฮ่วนคงก็คือฝึกบำเพ็ญตบะ อีกอย่างข้ามีตบะเพียงแค่ท้าย์จะไปช่วยอะไรเ้าได้?”
ระหว่างที่พูดเช่นนี้สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นก็ขยายไปถึงห้าเมตรแล้ว
หูหันขมวดคิ้ว จ้องเนี่ยเทียนอยู่ครู่หนึ่งก็พลันพูดขึ้นว่า “เ้าระวังตัวแบบนี้ไปทำไม? ข้ากินยากัดใจของหลีเหย่ไปแล้วย่อมไม่คิดลงมือกับเ้าแน่ มิฉะนั้นหากข้ากลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยก็จะไม่ได้ยาแก้มาจากหลีเหล่ และข้าก็ต้องถูกยากัดใจเขมือบกินหัวใจไปทีละนิดจนตาย”
“ข้าไม่สนว่าเ้าคิดจะทำอะไร สรุปแล้วก็คือข้าไม่สนใจ เ้าอย่ามารบกวนการฝึกบำเพ็ญตบะของข้าจะดีกว่า!” เนี่ยเทียนยิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
หูหันอึ้งงัน คล้ายตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง นางจึงถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจนใจ “ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็คงต้องล่วงเกินเ้าแล้ว”
พอนางเอ่ยจบ เนี่ยเทียนก็ไม่พูดมากความ หันตัวกลับได้ก็วิ่งไปยังทิศทางที่ไช่โยวสามคนมุ่งหน้าไปทันที
หูหันมีตบะต้น์ หากไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมที่พิเศษ เนี่ยเทียนก็ไม่มีความมั่นใจใดๆ ว่าจะเอาชนะหญิงสาวผู้นี้ได้ จึงทำได้แค่ฝากความหวังไว้ให้กับพวกไช่โยวสามคน
“เ้าหนีไม่พ้นหรอก” หูหันพูดขึ้นมาเบาๆ จากด้านหลังเขา
-----
