ในใจของหลี่ชิงชิงรู้สึกเต็มตื้นเล็กน้อย นางเอ่ยถาม “ท่านมีคนรู้จักในอำเภอเหอหรือเ้าคะ?”
“ไม่มี” หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยตามความจริง “ข้าไม่เคยไปที่อำเภอเหอเลยสักครั้ง ข้าแค่คิดว่าอำเภอเหออยู่ใกล้บ้านสามีของเ้า จึงได้วางแผนจะไปทำงานในอำเภอเหอ”
“ข้าจำได้ว่าเดิมทีท่านทำงานให้กับชาวประมงในแม่น้ำเซียง ครานี้ท่านจะไปทำงานใดที่อำเภอเหอหรือเ้าคะ?”
“ข้าไม่รู้หนังสือ อีกทั้งยังทำบัญชีไม่เป็ ข้าตั้งใจจะเข้าไปทำงานประเภทใช้แรงงานที่นั่น” หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยถึงตรงนี้ก็ก้มศีรษะลง
ดวงตาของเขามีรอยบากเสียโฉม ยามที่มองก็ให้ความรู้สึกถึงความดุร้ายเล็กน้อย และนั่นทำให้ทั้งเหลาอาหาร โรงเตี๊ยมขนาดเล็ก หรือร้านค้าไม่รับเขาเป็พนักงานบริการหรือเด็กทำธุระ
ทันทีที่หลี่ชิงชิงได้ยินว่าหลี่เอ้อร์หลินตั้งใจจะไปขายแรงงาน ทำงานประเภทที่ต้องลำบากทรมานเช่นนั้น ในใจพลันอ่อนลง นางเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เมื่อก่อนท่านเคยช่วยชาวประมงขายปลาใช่หรือไม่เ้าคะ?”
หลี่เอ้อร์หลินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง และตอบว่า “เคยขาย”
“ขายอย่างไรหรือ ร้องเร่ะโขายใช่หรือไม่เ้าคะ?”
“ใช่ ข้าก็แค่ขนปลาไปตามหมู่บ้านแล้วะโขาย นับว่าขายได้ไม่เลวเลยทีเดียว” ดวงตาของหลี่เอ้อร์หลินทอประกายด้วยความมั่นใจ
หลี่ชิงชิงเอ่ยว่า “หลังจากที่ครอบครัวของข้าซ่อมแซมบ้านเสร็จก็จะเริ่มขายซาลาเปา เมื่อถึงเวลานั้นท่านช่วยบ้านข้าขายซาลาเปา ข้าจะให้เงินค่าแรงท่าน รวมถึงอาหารและที่พัก ท่านโปรดวางใจ เงินค่าแรงที่ข้าให้ท่านย่อมมากกว่าค่าแรงที่ท่านทำงานในอำเภอเหอแน่นอนเ้าค่ะ”
ความรู้สึกแรกของหลี่เอ้อร์หลินคือปีติยินดี ทว่าหลังจากที่ตระหนักได้ว่าหลี่ชิงชิงไม่คิดจะสอนวิธีการทำซาลาเปาให้เขา ในใจของชายหนุ่มพลันเศร้าหมอง
หลี่ชิงชิงเอ่ยถาม “พี่สามไม่อยากทำหรือเ้าคะ?”
หลี่เอ้อร์หลินคิดถึงบุตรสาวบุตรชายทั้งสี่ที่เขายังต้องเลี้ยงดู สุดท้ายก็เอ่ยว่า “ข้าอยากจะเรียนรู้วิธีการทำซาลาเปาไปขายข้างนอกบ้าง ข้าจะไม่ขายใกล้ๆ กับบ้านสามีของเ้า จะไปขายที่ไกลๆ หน่อย รับรองว่าจะไม่ให้มีผลกระทบต่อการค้าซาลาเปาบ้านเ้า และจะไม่ให้กระทบกับพี่รองและหลานหลานด้วย ข้าแค่อยากหาเงินเพื่อเลี้ยงปากท้องของครอบครัวเท่านั้น”
“การค้าซาลาเปามิใช่เื่ที่คนเพียงคนเดียวจะทำได้สำเร็จนะเ้าคะ บ้านพี่รอง เป็นางที่ลงแรงทำกับสามี ส่วนบ้านพี่สี่เป็นางที่ร่วมแรงทำกับสามีและพี่น้องทั้งสาม แต่บ้านท่านมีท่านเพียงคนเดียว หากให้เอ่ยอีก บ้านพี่รองและพี่สี่อยู่ใกล้ทั้งตำบลและอำเภอมาก แต่บ้านของท่านกลับอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน แม้แต่ถนนที่ใช้เดินทางยังไกลถึงสิบลี้”
หลี่เอ้อร์หลินเผยอปาก ทว่ากลับไร้คำพูดใดที่สามารถโต้แย้ง
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างจริงจัง “ท่านไม่มีทั้งทุน ไม่มีทั้งแรงงาน บ้านก็ไกลจากตำบลหรืออำเภอ ข้าแนะนำให้ท่านตามข้าไปขายซาลาเปาก่อน สังเกตดูสักสองสามวัน หากการค้าไม่ขาดทุน ขายดีตลอด เช่นนั้นท่านก็ตัดสินใจขายซาลาเปาเสีย เมื่อถึงเวลานั้น เื่ต้นทุนท่านก็คงจะมีเพียงพอสำหรับเช่าบ้านในเมืองหรือหมู่บ้านใกล้ๆ เมือง หลังจากนั้นก็พาพี่สะใภ้สามกับลูกๆ ไปอยู่ด้วย เช่นนี้ท่านก็สามารถทำการค้าซาลาเปากับพี่สะใภ้สามได้แล้ว”
เฝิงต้าจู้ทำงานในอำเภอิเฉิง ทำตลอดทั้งวันแต่ได้ค่าแรงเพียงหกเหรียญทองแดง และยังไม่รวมค่ากินค่าที่พัก
อำเภอเหอเจริญกว่าอำเภอิเฉิง ทว่าค่าแรงจากทำงานกลับไม่คุ้มเลยแม้แต่น้อย หากหลี่เอ้อร์หลินไปทำงานในอำเภอเหอจริง อย่างมากที่สุดก็คงจะได้วันละเจ็ดเหรียญทองแดง โดยที่ไม่รวมค่าอาหารและที่พัก
หากหลี่เอ้อร์หลินตกลงที่จะช่วยครอบครัวสกุลหวังขายซาลาเปา หลี่ชิงชิงจะให้ค่าแรงเขาสิบเหรียญทองแดงต่อวัน พร้อมให้อาหารและที่พักด้วย
ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถหาเงินได้ถึงสามร้อยเหรียญทองแดงต่อเดือน ผ่านไปสามเดือนหลี่เอ้อร์หลินจะสามารถหาเงินได้ถึงหนึ่งตำลึง เพียงพอที่จะเช่าบ้านหลังเล็กๆ ในอำเภอ หลังจากนั้นก็พาทั้งิซื่อและบุตรชายบุตรสาวทั้งสี่มาขายซาลาเปาด้วยกัน มาใช้ชีวิตคืนวันร่วมกันที่นี่
ชาติที่แล้วมีชาวบ้านชนบทมากมายจากเมืองอื่น เดินทางมาเปิดร้านซาลาเปาและทำอาหารในเมืองใหญ่และใช้ชีวิตกันเช่นนี้
หลี่ชิงชิงกำลังช่วยวางแผนชีวิตให้หลี่เอ้อร์หลิน
แต่คิดไม่ถึงว่าหลี่เอ้อร์หลินจะเห็นโลกมาน้อยนัก เขาไม่กล้าตัดสินใจในทันที เอ่ยว่า “น้องสาว ข้าขอคิดให้ดีก่อน”
คนที่เขารู้จักในชีวิตนี้ไม่เคยมีใครทำเช่นนี้มาก่อน
ในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่ค่าครองชีพต่ำถึงขนาดนั้น เขายังไม่อาจเลี้ยงดูบุตรสาวบุตรชายทั้งสี่ชีวิตให้ดีได้ หากออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนไป ค่าใช้จ่ายย่อมเพิ่มขึ้นมาก เช่นนั้นเขาจะสามารถอยู่รอดได้จริงๆ หรือ?
จางซื่อล้างจานเสร็จเรียบร้อย นางรวบสองมือกุมต่ำเดินเข้ามาเอ่ยว่า “ชิงชิง ปลาที่พี่ชายของเ้ามอบให้ ท่านแม่มิอาจหักใจกินได้ลง บอกว่าจะรอจนกว่าเ้าจะกลับมากิน ข้าจึงเอาปลาไปทำเป็ปลาเค็มแล้ว เ้าช่วยมาดูตรงนี้กับข้าที”
หลี่ชิงชิงเคยเห็นปลาเค็มมาสองสามตัว ในใจของนางคำนวณแล้วว่าหากนำปลาเค็มไปขายในเมือง จะขายได้ในราคายี่สิบเหรียญทองแดง ดังนั้นความประทับใจที่นางมีต่อหลี่เอ้อร์หลินจึงยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน นางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “พรุ่งนี้ข้าจะทำปลาเค็มกินให้หมดเลยเ้าค่ะ”
เวลาทำปลาเค็มหรือปลาหมักดอง ยิ่งตัวโตเท่าไรรสชาติก็ยิ่งอร่อยล้ำเท่านั้น
เนื้อของปลาใหญ่จะหนา ส่วนปลาเล็กจะบาง โดยเฉพาะปลาหลี่เงินซึ่งมีทั้งหนามและก้างที่ใหญ่ หากนำปลาหลี่เงินที่หนักกว่าหนึ่งจินไปตากให้แห้ง ก็จะเหลือเพียงกระดูกส่วนกลางและก้างเท่านั้น ไม่เหลือเนื้อที่ใช้ได้เลยสักนิด
หากนาง้าทำปลาเค็มหรือปลาหมักดอง ต้องใช้ปลาตัวใหญ่อย่างน้อยห้าจินมาทำ จะเป็ปลาเฉาฮื้อหรือปลาหลี่ก็ล้วนได้ทั้งสิ้น แต่ย่อมไม่ใช่กับปลาหลี่เงิน
หวังพั่นตี้พี่น้องนำของมาวางตรงหน้าหลี่ชิงชิง “พี่ชิงชิง นี่คือตั๊กแตนสานกับตะกร้าสานที่ท่านลุงเอ้อร์หลินมอบให้เราเ้าค่ะ”
ยามที่แมลงและตะกร้าสานสูญเสียน้ำไป สีของมันจะเปลี่ยนจากสีเขียวสดเป็เหลืองเขียว หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็จะกลายเป็สีเหลืองกรอบ
หลี่ชิงชิงเอื้อมมือออกไปลูบตั๊กแตนสานและตะกร้าสาน นอกจากจะชื่นชมฝีมือการประดิษฐ์อันเก่งกาจของเขาแล้ว นางยังชื่นชมอีกว่าเขาสามารถสร้างสรรค์หญ้าที่อยู่ทุกแห่งให้กลายเป็ของเล่นที่น่าสนใจได้ แม้ว่ามันจะไม่มีราคาค่างวดใด แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและความพยายาม ดังที่หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยว่าทั้งหมดนี่คือน้ำใจจากเขา
จางซื่อนึกถึงเื่ที่หลี่ชิงชิงไม่เอ่ยพูดถึงบิดามารดาหรือพี่ชายน้องชายของนางเลย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เดิมทีพี่ชายของเ้าตั้งใจจะไปทำงานที่อำเภอเหอ แต่เห็นบ้านพวกเรากำลังซ่อมแซมอยู่ ก็เลยทิ้งความคิดที่จะไปทำงานแล้วมาช่วยพวกเราสร้างบ้านแทน พี่ชายคนนี้ดีต่อเ้านักชิงชิง”
“ใช่เ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงตั้งใจเอ่ยโดยเฉพาะว่า “พรุ่งนี้พี่ชายของข้าจะไม่ไปทำงานในอำเภอเหอแล้วเ้าค่ะ แต่จะช่วยพวกเราซ่อมแซมบ้านจนกว่าบ้านจะเสร็จ”
หลังจากฟังจบ จางซื่อก็ยิ่งรู้สึกว่าเื่การซ่อมแซมบ้านของครอบครัวสกุลหวังนั้นเป็เื่ใหญ่ นางควรจะขอความช่วยเหลือจากบ้านเดิมของตนบ้าง
แม้บ้านเดิมของนางจะไม่มีเงินทองมากมาย ทว่าที่มีไม่ขาดก็คือแรงงานคน
คืนนั้นหวังจื้อจึงถูกจางซื่อไว้วาน ให้ไปแจ้งเื่ที่บ้านเดิมสกุลจางของนาง
เช้าวันรุ่งขึ้น บิดาของจางซื่อ พี่ใหญ่ พี่รอง หลานชายคนโตก็เดินทางมาถึงบ้านตระกูลหวัง และเข้าร่วมกลุ่มก่อสร้าง
เดิมทีหลิวซื่อค่อนข้างไม่พอใจที่จางซื่อมักจะสนใจดูแลครอบครัวเดิมของนางเสมอ ทว่าคราวนี้เมื่อได้เห็นคนทั้งสี่จากตระกูลจางที่มาช่วยเหลือ ความคับข้องหมองใจจึงเบาบางลงไปไม่น้อย
ด้วยจำนวนคนมากขึ้น กำลังแรงก็มากขึ้นตาม ไม่ถึงสองวันเรือนอิฐส่วนที่สองก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงห้องน้ำในส่วนที่สามเท่านั้น
“ครอบครัวของเราค้าขายอาหาร ย่อมต้องใช้น้ำในปริมาณมาก ทำให้ต้องไปตักน้ำที่บ่อน้ำในหมู่บ้านบ่อยๆ ผ่านไปนานวันเข้าก็เกรงว่าครอบครัวอื่นจะครหาเอาได้ มิสู้พวกเราขุดบ่อน้ำเอง เพื่อใช้น้ำจากบ่อนี้ได้อย่างอิสระเต็มที่ ทั้งอยู่ใกล้ และไม่จำเป็ต้องสิ้นเปลืองทั้งแรงและเวลาเลยนะเ้าคะ” หลี่ชิงชิงถือโอกาสโน้มน้าวใจหลิวซื่อ อีกทั้งยังบอกให้หลิวซื่อไปหว่านล้อมผู้เฒ่าหวังอีกที ชักชวนให้ลองขุดบ่อน้ำในลานหน้าบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากครัวนักดู
เมืองเซียงมีพื้นที่ที่เป็ลุ่มแม่น้ำอยู่มากทีเดียว ตราบใดที่ไม่ใชู่เาสูง เพียงสามารถหาพื้นที่ราบแล้วขุดลงไปสองสามหมี่ ก็สามารถรองรับน้ำมาใช้ได้แล้ว
บริเวณที่ตั้งของบ้านสกุลหวังในหมู่บ้านหวังนั้นเป็ที่ราบที่ถือว่าค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงทำให้ต้องขุดลึกลงไปกว่าห้าหมี่
เมื่อมีบ่อน้ำ หวังจื้อก็ไม่จำเป็ต้องไปที่บ่อน้ำในหมู่บ้านทุกวันเพื่อตักน้ำแล้ว สบายขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
ครอบครัวสกุลหวังสร้างเรือนอิฐรวมทั้งห้องน้ำ และยังขุดบ่อน้ำอีก เื่เหล่านี้ถูกส่งผ่านปากต่อปากจากคนในตระกูลหวัง ไม่นานก็กระจายไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน
มีคนว่างงานหลายคนตั้งใจมาชมเรือนอิฐที่หมู่บ้านหวังโดยเฉพาะ เพียงพริบตาเดียว ตระกูลหวังก็โด่งดังในชั่วข้ามคืน
“ตระกูลหวังบ้านใดหรือ?”
“ก็ตระกูลหวังบ้านที่บุตรชายคนโตพิการ และยังแต่งภรรยาคนที่สามในฐานะสะใภ้ใหญ่อย่างไรเล่า!”
“อ้อ ครอบครัวนั้นมิใช่ว่าแต่ก่อนยากจนยิ่งนักหรือ เหตุใดเพียงพริบตาก็ร่ำรวยขึ้นมาได้เล่า?”
“ผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขาโชคดีอันใด จู่ๆ ถึงได้ร่ำรวยจนสามารถสร้างเรือนอิฐและขุดบ่อน้ำเช่นนี้ได้”
