พื้นที่ของชั้นที่เก้ากว้างขวางมาก ทั้งยังเปี่ยมล้นด้วยพลังบริสุทธิ์มหาศาล พลังงานจำนวนมากหลอมรวมกันจนใกล้จะเปลี่ยนเป็รูปธรรมหมอกสีม่วงล่องลอยไปในอากาศ
ด้านในนี้เป็ดินแดนสมบูรณ์ที่พบเจอได้ยากมาก ผู้คนที่อยู่โลกภายในล้วนแต่ดวงตาเป็ประกาย ทว่าชั้นเก้านี้ไม่ใช่ชั้นที่ใครก็จะเข้ามาได้ ด้วยแรงกดดันที่น่ากลัวสูงสุด ทั้งยังมีหมอกพลังแห่งกฎควบคุมอยู่
อีกทั้งพลังแห่งกฎนี้ยังน่ากลัวมาก ในตอนที่เต้าหลิงเดินเข้ามา เขาก็รู้สึกเหมือนกับร่างถูกเสียดแทงจนแทบจะแหลกสลาย
เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปหนึ่งหยด ทั่วร่างพลันเปล่งแสงสว่าง รูขุมขนคายแสงหมอกออกมา โดยรอบโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น เพียงแค่หยดเดียวก็เต็มไปด้วยพลังที่มากมายขนาดนี้ ทั้งปากและจมูกของเขามีพลังมหาศาลไหลเวียนไปมา
พลังของเต้าหลิงพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด เขาแผดเสียงคำรามออกมา ฝีเท้าก้าวเข้าไปข้างใน ภายในใจพลันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เขารู้สึกได้ว่าพลังฟ้าดินที่ปกคลุมอยู่ที่นี่ถ้าอยู่นานเกินไปอาจจะถูกพลังเ่าั้บดขยี้จนตายได้
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มผมม่วงนั่นถึงไม่ให้ข้าเข้ามา ที่แท้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์จะสามารถทนได้” เต้าหลิงกล่าว ร่างของเขามีเืไหลออกมาเพราะถูกพลังแห่งกฎเสียดสี
ทว่าเพราะเขาได้ดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่า ทำให้มีพลังมหาศาลอัดแน่นอยู่ในร่าง ร่างกายของเขาจึงฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
เต้าหลิงไม่กล้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เขาหาก้อนหินก้อนใหญ่พลางนั่งขัดสมาธิลงไป ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงเพื่อเริ่มฝึกฝน
หากเป็คนภายนอกคนอื่น พวกเขาไม่กล้ามาฝึกฝนพลังอยู่ที่นี่ เพราะความน่ากลัวของหมอกแห่งกฎที่สามารถฆ่ามนุษย์ให้ตายทั้งเป็ได้ แต่ว่ากับเต้าหลิงนั้นไม่เหมือนกัน คุณสมบัติร่างกายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของที่นี่อย่างรวดเร็วเพื่อใช้มันกลั่นหลอมพลัง
พื้นที่ของชั้นที่เก้ากว้างใหญ่มาก ที่นี่ยังมีวิหารโบราณตั้งอยู่ บนกำแพงเต็มไปด้วยกลิ่นไอโบราณเก่าแก่ ไม่รู้ว่ามีมาอยู่แล้วกี่ยุคสมัย
มียอดยุทธ์บางคนที่ได้มรดกบางอย่างจากชั้นที่เก้าไป บ้างก็ได้วิชาโบราณชั้นยอด คนที่ได้ไปส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า
ในพื้นที่แห่งนี้ทั้งอ้างว้างและเงียบสงบ มีเพียงแค่สถานที่โบราณที่มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งยังมีเสียงโลหะกระทบกันคล้ายกับว่ามีคนตีเหล็กอยู่
ชั่วพริบตา วันเวลาสิบวันก็ผ่านไป เต้าหลิงยังคงฝึกฝนร่างกายอยู่ พลังชีวิตภายในร่างกายของเขานั้นเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด ิัปลดปล่อยหมอก์ออกมา ทั้งยังโอบล้อมไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่น
เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน พลังฟ้าดินก็ยังคงไหลเข้าไปในร่างกายของเต้าหลิงอย่างบ้าคลั่ง แรงดูดกลืนพลังของเขายิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งกล้า
พลังบริสุทธิ์ของเขาะเิทะลวงขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด เขาััได้ถึงขีดจำกัดที่น่ากลัวเหมือนกับยอดสูงสุดของห้วงมหาสมุทร ยากที่จะทะลวงฝ่าออกไป
“ถึงขีดจำกัดแล้ว” เต้าหลิงลืมตาทั้งสองขึ้น เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกฝน ด้วยพลังที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายทำให้ความเร็วในการฝึกของเขาพุ่งขึ้นไปอย่างก้าวะโ
ในเวลานี้ พลังทั่วร่างของเต้าหลิงได้เปลี่ยนไป หมอก์สีเขียวมรกตถูกปลดปล่อยออกมาทั่วร่างของเขา เหมือนกับน้ำพุชีวิตที่ส่องแสงผสานเข้ากับพลังฟ้าดินโดยรอบ ซึ่งนี่ก็คือสัญญาณที่กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญา
“พลังต้นกำเนิดเหมือนว่าจะถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างใน ข้าััได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่เหมือนกับท้องมหาสมุทร” เขาหันหน้ามองไปข้างหน้าท่ามกลางหมอกสลัวๆ เขามองเห็นประตูที่น่ากลัวอยู่บานหนึ่ง
เต้าหลิงยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้างหน้า แรงกดดันภายในยังคงน่ากลัวอยู่ โดยเฉพาะพลังแห่งกฎ ถึงแม้จะเป็สัตว์อสูร์ก็คงไม่กล้าอยู่ที่นี่นาน ไม่เช่นนั้นจะต้องได้รับาแแสนสาหัส
ทว่าเต้าหลิงไม่กลัว เพราะเขาสามารถใช้พลังงานต้นกำเนิดมาฟื้นฟูร่างกายของเขาได้
เขาเดินเดินหยุดหยุด จนหลายวันผ่านไป เขาก็เพิ่งจะมาถึงใกล้ประตูเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าแรงกดดันนี้น่ากลัวมากขนาดไหน
เต้าหลิงรู้สึกได้ว่าเขาได้ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ทว่าเขาก็ยังััได้ว่าตนจะสามารถทะลวงขึ้นไปได้อีก แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา
อีกทั้งในครั้งนี้ เขาััได้ว่าเขาจะต้องใช้พลังศักยภาพของตัวเองในการทำลายขีดจำกัดนี้ เพราะดูเหมือนว่าวิชาสยบฟ้านั้นจะถึงจุดสูงสุดแล้ว
เบื้องหน้ามีประตูสีทองอร่ามปรากฏขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผา ปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัวและศักดิ์สิทธิ์ ข้างในเหมือนกับเป็พระราชวังของเทพ์
“เป็ที่ที่น่ากลัวมาก หรือว่าจะเป็ชั้นที่สิบ?” เต้าหลิงอึ้งไปด้วยดวงตาที่สั่นไหว เขาััได้ว่าพลังงานของหอคอยผ่านจิตนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากที่นี่
อีกทั้งพลังบริสุทธิ์ที่พรั่งพรูออกมาจากหน้าประตูนั้นแต่ละเส้นพลังเต็มไปด้วยความลึกลับ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังิญญา
“ฝึกฝน” เต้าหลิงกำหมัดพลางเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่มีทางเลือก ทั้งเขายัง้ากลั่นหลอมพลังทั้งหมดนี้
การกลั่นหลอมพลังในครั้งนี้สมบูรณ์มากกว่าครั้งก่อน อวัยวะภายในทั้งห้าเปล่งแสงออกมาคล้ายกับล้อ์ กระดูกเปล่งประกายระยิบระยับดุจอัญมณี เส้นผมแต่ละเส้นประกายแสงสีทองอร่าม ทั่วร่างของเขาอาบไปด้วยแสงทองคำ ฝีเท้าเหยียดก้าวออกไป
เพียงแค่ฝ่าเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไปที่พื้น ขนทั่วร่างของเต้าหลิงลุกซู่ เหงื่อเย็นไหลออกมาก่อนรีบยกขาขึ้นอย่างโดยเร็ว
ทว่าการเคลื่อนไหวของเขาช้าเกินไป ประตูที่เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ลุกโชนพลังน่ากลัวที่อยู่ภายในได้ตื่นขึ้น มันพุ่งทะลักออกมาเหมือนกับมหาสมุทรที่โหมปะทะเข้าใส่ร่างของเขา
“อั่ก” เต้าหลิงอาเจียนเป็เืออกมากองใหญ่ ร่างของเขากระเด็นลอยออกไป ทั่วทั้งร่างะเิออก เืไหลนองออกมา กระดูกแต่ละซี่แตกหักไม่เป็ชิ้นดี
ฟ้าดินได้เกิดการผันผวน แรงกดดันของพลังแห่งกฎกำลังบดขยี้ร่างกายของเขา
เต้าหลิงแผดเสียงคำรามลั่น เส้นผมเปรอะเปื้อนไปด้วยเืปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ดีที่เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าไปก่อนหน้านี้แล้ว มันจึงเริ่มรักษาาแของเขาอย่างบ้าคลั่ง ถ้าช้ากว่านี้มีหวังได้ตายอยู่ที่นี่จริงๆ แน่
พลังบริสุทธิ์โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ มันรักษาอาการาเ็อย่างรวดเร็ว ทว่าด้วยาแที่แสนสาหัสเพราะแรงพลังของกฎในชั้นที่เก้า ทำให้เต้าหลิงยากที่จะต้านทานมันไหว เขาใช้เวลารักษาหนึ่งวันเต็มจากนั้นอาการของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น
เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงประตูของชั้นที่สิบอีกครั้ง เขาดูดซับพลังงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเพื่อมารักษาาแ ซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมดสามวันเต็ม
“เข้าไปไม่ได้” เต้าหลิงถอนหายใจ ที่นี่น่ากลัวเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะฝึกฝนในชั้นเก้ามาหนึ่งเดือน เขาก็คงจะตายไปแล้ว
“แท้จริงแล้วต้นตอของพลังนั้นคืออะไรกันแน่นะ?” เต้าหลิงเกาหัว ภายในใจยังไม่ยอมแพ้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างในเพราะอยากจะรู้ว่าในส่วนลึกของชั้นเก้านั้นมีอะไรอยู่
หลังจากที่เดินไปเดินมา เขาก็มองเห็นวิหารโบราณแห่งหนึ่ง ประตูทองแดงเต็มไปด้วยสนิม ไม่รู้ว่าใครเป็คนสร้างที่แห่งนี้ขึ้นถึงได้อยู่มานานจนถึงตอนนี้
เขาใช้มือลูบจมูกคิดอยากจะผลักประตูเข้าไป ทว่าประตูนี้หนักเกินไปมากยากที่จะเปิดออก
“ใช่แล้วเมื่อครู่เ้าผมม่วงนั่นบอกว่าที่นี่มีมรดกอยู่ เดาว่าจะต้องใช้โชคชะตาถึงจะเปิดมันได้” เต้าหลิงส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าไปในส่วนลึก หวังว่าจะได้มรดกมาสักชิ้นหนึ่ง
เบื้องหน้ามีสระน้ำโบราณปรากฏขึ้นเหมือนตาน้ำชีวิต แต่น่าเสียดายที่ของที่อยู่ในนี้ถูกคน่ชิงไปแล้ว น้ำแห้งเหือดมาได้ไม่รู้กี่ปี
ระหว่างทางเขาก็เห็นทุ่งสมุนไพรอยู่ไม่น้อย ทว่าข้างในนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
ยิ่งเดินไปลึกเท่าไรวิหารโบราณก็ยิ่งน้อยลง ทว่าวิหารโบราณที่อยู่ด้านในนั้นล้วนไม่ธรรมดา ถึงด้านนอกวิหารจะมีสนิม แต่ข้างในกลับใหม่สะอาดคล้ายกับว่าทำมาจากแร่หินชนิดหนึ่ง
“ของมรดกสืบทอดข้างในนี้จะต้องน่ากลัวมากแน่” เต้าหลิงกล่าวพึมพำ เขาเดินไปมาข้างในอยู่หลายวัน ในที่สุดเขาก็เข้ามาถึงส่วนลึก ตรงนั้นมีวิหารโบราณตั้งอยู่ห้าแห่ง ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม แสงสีทองเปล่งประกายสว่างไสวจนพื้นถูกอาบไปด้วยแสงราวกับว่าเป็ที่อยู่ของเหล่าเทพ์
ในตอนนั้น เขาก็มาหยุดอยู่ที่วิหารแห่งหนึ่ง ตรงกลางวิหารโบราณเต็มไปด้วยพลังิญญาเก่าแก่ซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเต้าหลิงมาก
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติ เขาลองผลักประตูเข้าไปดู จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก
“หรือว่าที่นี่จะมีมรดกสืบทอดของข้าอยู่” เต้าหลิงดีใจมากเพราะเขารู้ว่าวิหารทั้งห้านี้ต่างก็เป็วิหารโบราณที่น่ากลัวที่สุด มันจะต้องมีมรดกตกทอดที่น่าสะพรึงอยู่แน่
ยอดยุทธ์อัจฉริยะทั้งหลายต่างก็อยากมาที่นี่ แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามรดกตกทอดของที่นี่น่ากลัวมากขนาดไหน ตระกูลขุนนางโบราณต่างก็ตาร้อนผ่าว ทว่าก็ยังมีของอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ถูกคน่ชิงไป เห็นได้ชัดว่ามันเอาไปได้ยากแค่ไหน
ภายในห้องวิหารใหญ่โบราณว่างเปล่า แต่กลับอัดแน่นไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามเหมือนสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เต้าหลิงรู้สึกว่าพลังที่อยู่ภายในนี้เหมือนกับพลังของเขามาก
เขามาถึงส่วนลึกสุดของวิหารใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมา มรดกสืบทอดของที่นี่มีคน่ชิงไปแล้ว เขามองเห็นกล่องหยกอยู่ใบหนึ่งซึ่งภายในนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย
“หลอกกันหรือยังไง ของอะไรก็ไม่มีแล้วจะให้ข้าเข้ามาทำไม” เต้าหลิงขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
หลังจากนั้น สายตาของเขาก็ฉายประกายความสงสัยออกมา ถ้ามรดกสืบทอดถูกเอาไปแล้ว ประตูก็ถูกเปิดสิ แล้วทำไมมันถึงได้ปิดอยู่ล่ะ
“หรือว่าคนที่เอาไปจะเอาไปไม่หมด?” เขากำหมัดเล็กน้อย เพื่อรับประกันว่าการคาดเดาของตนนั้นไม่ผิด เขาจึงเดินไปรอบๆ ตรงประตูที่อยู่ข้างๆ ซึ่งน่าเสียดายที่ตรงนั้นไม่ได้มีของอะไรอยู่เลย
เต้าหลิงรู้สึกว่าที่ประตูข้างๆ นี้น่าจะเป็มรดกชิ้นที่สอง วิหารหลักต่างหากล่ะถึงจะมีมรดกของจริงอยู่
ที่นี่มีลานอยู่แห่งหนึ่ง ภายในมีต้นไม้หยาบกร้านสูงใหญ่ เขาเดินไปมารอบๆ ในตอนนั้นเขาเห็นร่องรอยการถูกค้น ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น คนอื่นคงไม่ได้เป็คนโง่ พวกเขาจะต้องเอาของทั้งหมดที่นี่ไปแล้วแน่
เมื่อเดินมาถึงส่วนลึกสุด เต้าหลิงก็มองไปทางห้องปรุงโอสถห้องหนึ่งแล้วส่ายหัว “ห้องที่สำคัญขนาดนั้นจะต้องมีคนเข้าไปแล้วแน่ อย่าหวังเลยว่าจะโอสถหลงเหลืออยู่”
เขาคิดที่จะหันหลังเดินกลับ ทว่าฝีเท้าก็ก้าวเข้าไปข้างในเองอย่างอดไม่ได้
อุณหภูมิภายในห้องนั้นร้อนมาก บนแท่นหยกทั้งหมดว่างเปล่า ตรงกลางมีเตาโอสถอยู่อันหนึ่ง
ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงฉายสีความตกตะลึงออกมา คิดไม่ถึงว่ายังจะมีเตาโอสถหลงเหลืออยู่ หรือว่าคนที่เข้ามาไม่ได้เอาเตาโอสถไป?
“หรือว่ามันจะหนักเกินไป?” เต้าหลิงเกาหัวพลางใช้มือทั้งสองจับไปที่ฝาเตา แล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีออกแรงดึงมันออก
ใครจะไปคิดละว่าฝาเตาจะถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย เขาซวนเซจนเกือบจะล้ม เขาถือฝาเตาเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ดำมืด มีเสียงเกร๊งดังขึ้นมา เขามองเข้าไปภายในเตาก็พลันเห็นกระดาษใบหนึ่งที่เขียนเอาไว้ด้วยตัวหนังสือสีทองหมอก์เปล่งแสงสว่างจ้า แต่ละตัวอักษรโบราณโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง
“มรดกสืบทอด” เต้าหลิงดีใจมาก ในขณะที่กำลังจะหยิบมันขึ้นมานั้น เขาก็ััได้ถึงพลังที่น่ากลัวจนทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกซู่ ฝีเท้ารีบก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วเพราะเขาััได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาเยือน
