วาจานี้กล่าวได้เ็าเป็อย่างยิ่ง สายตาของฮวาเหยียนพลันเย็นเยียบลงทันที “ไม่มีใครติดหนี้ใคร? หม่อมฉันใช้โอสถต่อชีวิตกับพระองค์ถึงสามเม็ด ช่วยชีวิตพระองค์จากภัยพิบัติทั้งปวง อีกทั้งยังเปิดโปงตนเอง พระองค์กลับตรัสว่าแลกเปลี่ยนกันสำเร็จแล้ว ตี้หลิงหาน เหตุใดพระองค์ถึงได้กล้าตรัสเช่นนี้เพคะ?”
ฮวาเหยียนบันดาลโทสะแล้ว น้ำใจมนุษย์ช่างยิ่งใหญ่นัก ชัดเจนว่าตี้หลิงหาน้าผิดสัญญา ดวงตาของนางพลันถูกแผดเผาด้วยไฟโทสะโหมกระพือ
“ดังนั้นเปิ่นกงจึงให้พรสามประการแก่เ้า ยัง้าอันใดอีก?”
ตี้หลิงหานมองมา ดวงตาคู่นั้นของเขาราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ประสบพายุลมฝนล้วนไม่ใ
ใบหน้าของฮวาเหยียนขมวดเกร็ง เพียงฟังที่เขาพูด ทันใดนั้นนางพลันเข้าใจความหมายของตี้หลิงหาน เพราะเขาโมโหที่นางใช้คำว่า ‘บุญคุณช่วยชีวิต’ มาเยาะเย้ยบีบบังคับเขา ตานี้เขาจึงส่งกองทัพมาเพื่อจัดการตัวหมากแม่ทัพของนาง...
ตี้หลิงหานผู้นี้...
ฮวาเหยียนที่ได้ฟังวาจานี้พลันคว่ำปากทันที คนผู้นี้คิดคำนวณไว้อย่างดีจริงๆ
ทว่าถึงอย่างไร คำพูดที่ตี้หลิงหานกล่าวก็ทำให้ฮวาเหยียนเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขาเล็กน้อย นางยังคิดว่าคนผู้นี้จะไม่ยอมรับหนี้บัญชีที่ตัวเขาติดค้างไว้ มิเช่นนั้นก็ไม่ยอมรับพรสามประการที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้า หรือยอมรับเพียงข้อเดียวเท่านั้น แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะกล่าวออกมาเองต่อหน้านาง
“พรสามประการ ขอเพียงองค์รัชทายาทไม่ทรงบิดพลิ้วก็พอเพคะ”
ฮวาเหยียนพูดขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกาย
“ไม่มีทาง คำพูดของเปิ่นกงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ในเมื่อรับปากเ้าแล้ว ย่อมไม่เสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน เ้ามีข้อเสนอใด ขอเพียงกล่าวมาก็พอ”
ตี้หลิงหานกล่าว
มุมปากของฮวาเหยียนหยักโค้ง นางยังคิดว่าตี้หลิงหานจะไม่ยอมรับพรสามประการนี้เสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะเป็ตนเองที่คิดมากเกินไป ตี้หลิงหานผู้นี้นับว่ายังมีข้อดีอยู่บ้าง อย่างน้อยคำพูดของเขาก็เชื่อถือได้
“รับปากทุกอย่าง ไม่ว่าเื่ใดก็ตาม จริงๆ หรือเพคะ?”
ฮวาเหยียนโน้มตัวไปเบื้องหน้าเขาก่อนเอ่ยถาม
ชั่วขณะนั้นนางอยู่ใกล้ตี้หลิงมาก จนแม้แต่ลมหายใจที่ร้อนเล็กน้อยของนางก็รินรดลงบนใบหน้าเขา ตี้หลิงหานเครียดเกร็งขึ้นมาทันที เขายื่นมือออกมาโดยไม่รู้ตัวและผลักใบหน้าของฮวาเหยียนให้ถอยห่างออกไป ก่อนกล่าวด้วยความโมโหว่า “มู่อันเหยียน เ้ามีเื่ใดก็พูดออกมา อย่าเข้ามาใกล้เปิ่นกง”
น้ำเสียงแข็งกระด้าง ใบหน้าขมวดเกร็ง
ฮวาเหยียนถูกเขาผลักออกจนสะดุ้ง จากนั้นก็ได้ยินประโยคนี้จากเขา มุมปากของนางพลันบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
ตี้หลิงหานผู้นี้ ตกลงแล้วทราบหรือไม่ว่าสิ่งใดที่เรียกว่าสุภาพบุรุษผู้มีอารยะ กลับกล้าที่จะใช้มือผลักใบหน้าของสตรีที่ได้ชื่อว่างดงามหยาดเยิ้ม
ช่างน่าโมโหเสียจริง!
แต่เมื่อฮวาเหยียนมองอย่างละเอียด ปรากฏว่านางเห็นใบหูของตี้หลิงหานกลายเป็สีแดงก่ำ ทว่าใบหน้าของเขากลับเรียบเฉย
ฮวาเหยียนพ่นเสียงออกมาหนึ่งเสียง ลืมเื่ที่โมโหไปเสียสิ้น ราวกับว่านางได้ค้นพบเื่น่าสนุกแล้ว!
ดังนั้นฮวาเหยียนจึงคิดย้อนกลับไปว่าเมื่อครู่นางทำสิ่งใด?
อ้อ ใช่แล้ว! เมื่อครู่นางเพียงเป่าลมหายใจร้อนใส่เขาเท่านั้น แค่นี้เขาก็เขินหรือ? ล้อเล่นแล้วกระมัง! องค์รัชทายาทผู้สังหารคนมานับไม่ถ้วน เ้าเล่ห์มากแผนการ ถลกหนังคนโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า จะเขินอายเพียงเพราะนางเข้าใกล้เป่าลมหายใจร้อนใส่เขานี่นะ?
ฮวาเหยียนรู้สึกราวกับตนอยู่ในนิยายจอมยุทธ์แฟนตาซี
ดังนั้นนางจึงกระแอมไอ ดวงตาคู่งามกลอกกลิ้ง จากนั้นพลันส่งเสียงออกมาว่า “องค์รัชทายาท พรสามประการนั้นพระองค์จะทรงรับปาก ไม่ว่าจะเป็เื่ใดก็ตามจริงๆ หรือเพคะ?”
นางถามด้วยน้ำเสียงคลุมเครือเล็กน้อย หากฟังให้ดีจะพบว่ามันแฝงการหลอกล่อเอาไว้
“พูด”
ตี้หลิงหานเพียงโยนวาจาออกมาหนึ่งคำ
พริบตาถัดมาพลันเห็นฮวาเหยียนโน้มตัวลงมาตรงหน้าเขา ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยจิติญญา นางคลี่ยิ้มงดงามก่อนกล่าวว่า “หากหม่อมฉันขอให้พระองค์อภิเษกสมรสหม่อมฉันเป็พระชายาองค์รัชทายาท พระองค์ก็ทรงยินยอมหรือ?”
ทันทีที่สิ้นเสียงนาง พลันเห็นแววตาหนักอึ้งของเขา ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งมหาสมุทร สายตาเ็าตกลงบนร่างของนาง...
สายตาสองคู่พลันสบประสาน ราวกับว่ามีบางสิ่งขยับไหวระหว่างพวกเขา
ชั้นสองทั้งชั้นพลันไร้เสียงใด มีเพียงเสียงลมหายใจที่เกี่ยวกระหวัดกันของทั้งสองคน
“นี่คือคำขอของเ้าหรือ?”
ทันใดนั้นก็ได้ยินคำถามจากตี้หลิงหาน น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำ มีเสน่ห์ราวอิสตรี หลอกล่อหัวใจคนจนคันยุบยิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาที่ลึกล้ำคู่นั้นของเขา ราวกับหลุมดำที่ล่อลวงดึงดูดผู้คนให้เข้าไป
ฮวาเหยียนตัวสั่น นางกำลังพูดจาแทะโลมตี้หลิงหาน ทว่าเหตุใดจึงเกือบถูกเขาหลอกล่อเสียเองเล่า
นางส่งเสียงเย็นทันที พลางเหยียดยิ้มชั่วร้าย “ฝันไปเถิดเพคะ!”
คำที่ไม่ไว้หน้าห้าพยางค์นี้สิ้นเสียงลง
ตี้หลิงหานกะพริบตา ขนตาที่ยาวยิ่งของเขาขยับไหวสองสามครา ทว่ากลับเห็นริมฝีปากหยักโค้งเ็า “เปิ่นกงเองก็มิใช่คนที่จะชอบหมาแมวที่ใดก็ได้เช่นกัน”
ฮวาเหยียนสำลัก นางโมโหคำพูดของตี้หลิงหานจนเกือบหัวใจวายตาย
ฮวาเหยียนหัวเราะอย่างโกรธจัดเข้าแล้วจริงๆ หากกล่าวถึงผู้ที่วาจาเป็พิษ ทำให้คนโมโหจนตายโดยมิอาจเรียกค่าเสียหายได้ แต่ไรมาความสามารถนี้ถือเป็จุดแข็งของนาง แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากที่ได้พบตี้หลิงหาน เขากลับมีความสามารถถึงขั้นพูดเพียงสามประโยคก็ทำให้นางโมโหจนตายได้แล้ว
ฮวาเหยียนหอบหายใจอย่างอดกลั้น นางจ้องจนศีรษะของตี้หลิงหานแทบจะทะลุไปถึงท้ายทอย
ทว่าตี้หลิงหานกลับทำราวกับไม่มีเื่ใดเกิดขึ้น เขาเพียงยืนพิงอยู่ข้างหน้าต่าง มองไปยังถนนด้านนอกที่จอแจ แต่ชั่วขณะนั้นจิตใจของเขามิอาจสงบลง ในสายธารความคิดปรากฏภาพดวงตางดงามของสตรีตรงหน้า และเสียงของนางที่ดังว่า ‘หากหม่อมฉันขอให้พระองค์อภิเษกสมรสหม่อมฉันเป็พระชายาองค์รัชทายาท พระองค์ก็ทรงยินยอมหรือ?’
ในยามนั้น แท้จริงแล้วเขาไม่คิดที่จะปฏิเสธ
ไม่ ไม่ใช่ในยามนั้น แต่เป็หลังจากที่เขาคิดโดยละเอียดแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธมัน
จากนั้นยังไม่ทันที่เขาจะคิดให้ถี่ถ้วนจนเข้าใจว่านี่เป็ความรู้สึกอันใด ก็พลันได้ยินสตรีผู้นั้นกล่าวต่อว่า ‘ฝันไปเถิดเพคะ!’
หัวใจที่ลอยขึ้นสูงถูกวางลงอีกครั้ง ราวกับมีร่องรอยของบางอย่างที่หล่นหาย เป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
ตี้หลิงหานยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตนเอง อีกด้านหนึ่งฮวาเหยียนที่จ้องจนศีรษะเขาแทบทะลุไปถึงท้ายทอย ทว่าสุดท้ายอีกฝ่ายกลับไม่แม้แต่จะหันศีรษะมามองนาง ช่างเป็เื่ที่ลุงทนได้ป้าทนไม่ได้เสียจริง [1] ทันใดนั้นนางพลันพ่นลมหายใจเ็าออกมาเบาๆ แล้วดึงแขนของตี้หลิงหาน ทำให้สายตาของเขามองมาที่นางได้สำเร็จ จากนั้นจึงได้ยินเสียงของฮวาเหยียนกล่าวว่า “ตี้หลิงหาน พระองค์ทรงวางใจเถิด พระองค์ไม่โปรดหม่อมฉัน หม่อมฉันยิ่งไม่พึงใจในตัวพระองค์ สี่ปีที่แล้วไม่ชอบ สี่ปีต่อมาได้รับรู้ว่าชีวิตน้อยๆ ของพระองค์แค่สะอึกก็ตาย นั่นยิ่งทำให้หม่อมฉันไม่มีทางชอบพระองค์ได้ ผู้ใดจะทราบ เกิดมีวันใดไม่ระวังขึ้นมา ก็อาจกลายเป็ม่ายได้โดยไม่ทันตั้งตัว!”
คำพูดของฮวาเหยียนไม่มีความเกรงใจเลยสักนิด
ใบหน้าของตี้หลิงหานมืดครึ้มลงทันที
ราวกับจะมีพายุก่อตัวขึ้นในแววตาของเขา
ฮวาเหยียนไม่กลัว นางจ้องเขากลับด้วยดวงตาคู่งาม มาเลย ตัวต่อตัว!
คนทั้งสองสบประสานสายตาเ็าท่ามกลางหออู๋ิที่ไร้ผู้คน เ้ามองข้า ข้ามองเ้า ไม่มีผู้ใดหันเหสายตาไปทางอื่น
จีอู๋ซวงเดินหาวขึ้นมา ก่อนจะพบฉากตรงหน้าเข้า
ไอ้หยา...การที่เ้ามองข้า...ด้วยสายตาลึกล้ำ...ข้าก็มองกลับไปที่เ้า ท่าทีใกล้ชิดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?
“นี่ นี่มันเกิดเื่ใดขึ้น? พวกเ้าสองคนกำลังทำอันใดอยู่หรือ?”
เขากะพริบตา ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าบางสิ่งไม่ถูกต้อง บรรยากาศระหว่างคนสองคนราวกับมีเพลิงลุกโหม ผู้ใดจะทราบว่าทันทีที่สิ้นเสียง ก็เห็นคนทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างหันศีรษะกลับมาพร้อมกัน ใบหน้าหนึ่งเ็าหาใดเทียบ อีกใบหน้าโมโหไฟลุกท่วม ทั้งสองกล่าวขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน “หุบปาก!”
จีอู๋ซวง “...!”
“พวกเ้าปรึกษากันเรียบร้อยแล้วหรือ?”
เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้ทั้งสองคนไม่สนใจเขา พลันพ่นลมหายใจเ็าออกมาและหันหน้าหนีทันที ไม่มองหน้า ไม่พูดจา ท่าทางแสนรังเกียจและคร้านจะสนใจนั่นทำเอาจีอู๋ซวงแปลกใจยิ่ง มีผู้ใดบอกเขาได้หรือไม่ว่า่เวลาที่เขาไม่อยู่นั้น ที่ชั้นสองนี้เกิดเื่อันใดขึ้น?
จีอู๋ซวงมองตี้หลิงหาน จากนั้นก็มองฮวาเหยียน เขากระแอมไอออกมา “ตอนข้าไม่อยู่ พวกเ้าอยู่ที่ชั้นสองนี่ทำเื่ลับลมคมในกันหรือ?”
เชิงอรรถ
[1] ลุงทนได้ป้าทนไม่ได้ หมายถึง หากทนเื่นี้ได้ ไม่ว่าเื่ใดย่อมอดทนผ่านมันไปได้ เพราะว่าเื่นี้คือเื่ที่อดทนได้ยากที่สุด
