แม่เฒ่าร่างใหญ่เอวอวบอ้วนตอบเสียงดังว่า “เ้าค่ะ!” จากนั้นนางก็พาแม่เฒ่าสองสามคนโยนของในถุงผ้าทิ้งออกมาด้านนอกห้องพระ
ชิ้นส่วนสีดำมีกลิ่นเืรุนแรง กลิ่นเหม็นคาวลอยคลุ้งไปทั่วทั้งสนามทันที
ที่แท้มันคือศพแมวตายหลายร้อยตัว! อีกทั้งยังเป็แมวดำ!
ภายในห้อง สีหน้าของทุกคนพลันแปรเปลี่ยน สาวใช้อายุน้อยหลายคนแทบเป็ลมเพราะความใ แม้แต่คนที่ไม่หวาดกลัวก็อดไม่ได้ที่จะหน้าซีด พวกเขาพากันหันหลังกลับและถอยเท้าหนีทันที
ฮูหยินเฒ่าไป๋โกรธจัด นางตบโต๊ะแล้วพูดว่า “หลานรอง เ้าหมายความว่าอย่างไรถึงเอาของสกปรกพวกนี้ออกมา! อย่าทำให้โถงพระแห่งนี้แปดเปื้อนมลทิน!”
ที่นี่คือห้องพระ การให้เหล่าเทพเห็นสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็มลทิน อีกทั้งหญิงชรากลัวการเห็นสิ่งเหล่านี้มากที่สุด
ไป๋ชิงโหรวกวาดตาไปรอบๆ ความคิดของนางชั่วร้ายมากกว่าสิ่งอื่นใด นางจะกลัวสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ในเวลานี้ ดวงตาของนางก็จับจ้องไปที่ไป๋เซียงจู๋ ก่อนจะพูดว่า “ท่านย่าเ้าคะ ท่านอย่าได้เข้าใจข้าผิด สิ่งเหล่านี้ถูกเก็บมาจากเรือนของพี่หญิงใหญ่ พวกมันทั้งหมดตายในเรือนของพี่หญิงใหญ่ ถ้าหากมันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นักบวชเต๋ากล่าว เช่นนั้นจะอธิบายเื่แมวดำพวกนี้อย่างไรเ้าคะ”
"โบราณว่าแมวดำอัปมงคล"
"แมวดำมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น..."
“ไม่แปลกใจที่พอท่านนักบวชเจอคุณหนูใหญ่แล้วจะใถึงเพียงนั้น”
"ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!"
ฝูงชนพลันแตกฮือทันใด เสียงถกเถียงดังก้อง
คำพูดของไป๋ชิงโหรวน่าตกตะลึงยิ่งกว่าคำพูดใด
คำพูดของนักบวชลัทธิเต๋าสามารถบอกได้ว่าดูผิด ทว่าแมวดำเหล่านี้เล่า?
เพียงตัวสองตัวก็ช่างมันเถิด แต่นี่มีแมวดำมากกว่าหนึ่งร้อยตัว ทั้งหมดเป็แมวดำ แมวดำหมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ แมวดำคือสิ่งโชคร้าย มันมองเห็นสิ่งแปลกๆ ถ้าพวกมันเห็นคุณหนูใหญ่ หลังจากนั้นก็ถูกฆ่าตายเล่า?
แขนของไป๋ซื่อที่โอบไป๋เซียงจู๋รัดแน่นกว่าเดิม นางฟังคำพูดรอบตัว ในใจหวาดกลัวจนทนแทบไม่ไหว แต่นางก็มั่นคง หากพวกเขาทำอะไรบางอย่างกับจู๋เอ๋อร์จริงๆ นางจะไม่ปล่อยมันไปแม้ว่าจะตายก็ตาม จะไม่ยอมปล่อยแน่
อวี๋ซื่อขมวดคิ้วและตำหนิไป๋ชิงโหรว "โหรวเอ๋อร์ ชื่อเสียงของพี่หญิงของเ้าไม่อาจทำให้เสื่อมเสียได้ พี่หญิงใหญ่ของเ้าคือคุณหนูใหญ่ผู้เป็บุตรีแห่งภริยาเอก แมวเหล่านี้อาจถูกวางยาพิษโดยการกินสิ่งที่ไม่สะอาดเข้าไปกระมัง เฝิงซาน เ้ารีบพาคนไปทำความสะอาดศพเ่าั้ อย่าให้ดวงตาของฮูหยินเฒ่าต้องแปดเปื้อน” นางเป็เหมือนท่านป้าที่ดี มีความคิดดีและห่วงใยดูแลลูกหลานของนาง
ไป๋ซื่อเหลือบมองอวี๋ซื่ออย่างซาบซึ้ง ก่อนจะขอบใจนางด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา "ขอบใจน้องสะใภ้รอง... "
“ขอบจงขอบใจอันใด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดตระกูลไป๋จึงกระสับกระส่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วยังทรุดโทรมลงเรื่อยๆ อีกทั้งยามนี้ก็เงินเก็บก็ร่อยหรอ พวกเราจะผ่านวันเวลาเหล่านี้ไปได้อย่างไร ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงเป็เช่นนี้ ต้องรอทั้งครอบครัว... จริงๆ ถึงจะยอมรับหรือ ”ไป๋ฉางชิงยืนขึ้นทันที เขาะโใส่ฮูหยินเฒ่าไป๋
ร่างของฮูหยินเฒ่าไป๋สั่นสะท้าน ดวงตาของนางมองมาที่แม่ลูกไป๋ซื่อด้วยท่าทีที่สับสน
“ท่านแม่ ท่านย่า นี่คือแมวดำหลายร้อยตัวที่ตายในชั่วข้ามคืน และพวกมันทั้งหมดก็อยู่ในเรือนไห่ถังของพี่หญิงใหญ่ เดิมทีข้าเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน แต่ท่านนักบวชอาสาเข้ามาโดยไม่คิดเก็บเงิน เขาตั้งใจขับไล่ิญญาชั่วร้ายและชี้เจาะจงไปที่พี่หญิงใหญ่ ยามนี้มีบางอย่างผิดปกติเรือนไห่ถัง ข้าส่งคนไปค้นหามัน ทั้งเรือนเป็เสมือนทะเลเื ดังนั้นถ้าพี่หญิงใหญ่มิใช่ดาวหายนะจริงๆ จะอธิบายเื่แมวดำเหล่านี้ได้อย่างไร" ไป๋ชิงโหรวมุ่งมั่นเป็อย่างยิ่ง
ศพแมวเหล่านี้ย่อมเป็สิ่งอัปมลคล และยังคงเป็แมวดำอัปมงคลถึงร้อยตัว! นี่พาให้คนที่ได้ยินตื่นตระหนก ทำให้หัวใจสั่นะเืไม่อาจสงบนิ่ง
เมื่อเห็นว่าไป๋เซียงจู๋มิได้โต้แย้งใดๆ ไป๋ชิงโหรวรู้สึกโล่งใจ นางคงไม่คิดว่าแมวดำเหล่านี้จะตายในสวนไห่ถัง นางคงสงสัยว่าตนคือตัวซวยหรือกาลกิณีจริงๆ ใช่หรือไม่อยู่กระมัง
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ความโกรธและความตื่นเต้นในดวงตาของไป๋ชิงโหรวก็ไม่สามารถปกปิดได้ นางจึงตัดสินใจเติมไฟเข้าไปอีกครั้ง “ท่านย่า อย่าลืมนะเ้าคะ ครานี้ท่านปู่และคนอื่นๆ เกือบจะไม่ได้กลับมาจากชายแดน ถ้าไม่ใช่เพราะพี่หญิงใหญ่ที่เป็ดาวหายนะ เช่นนั้นแล้วพวกเราจะได้รับคำสั่งให้ไปเสี่ยงอันตรายที่ชายแดนได้อย่างไร”
“หลานรอง หยุดพูดได้แล้ว!” ฮูหยินเฒ่าไป๋เลิกคิ้วขึ้นทันที นางดูไม่พอใจอย่างยิ่ง
มุมปากของไป๋ซื่อกระตุก ลำคอแห้งผากจนพูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่เมื่อกำลังจะพูดก็พบว่าบุตรสาวในอ้อมแขนบีบมือนางเบาๆ นางจึงหยุดทันที
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตอนนี้นางทำได้แค่เชื่อใจบุตรสาวของนางเอง จู๋เอ๋อร์กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นนางต้องคิดหาวิธีตอบโต้ได้แล้วเป็แน่
ดวงตาของไป๋เซียงจู๋หรี่ลงเล็กน้อย ไป๋ชิงโหรวกล้าที่จะพูดถึงคนที่ฮูหยินเฒ่าห่วงใยมากที่สุดในหัวใจ แม้ว่าท่านยายจะเริ่มโปรดปรานนาง แต่นางก็ยังคงมีความรอบคอบและความสงสัยต่อตนอยู่
สายตาที่ทุกคนรอบตัวใช้มองไป๋เซียงจู๋เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะบอกว่าไป๋เซียงจู๋คือความอัปมงคลอย่างถ่องแท้! ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็แฝงไปด้วยท่าทีป้องกันตัวเพราะกลัวว่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับนาง
ไป๋เซียงจู๋ยิ้มเยาะเย้ยเบาๆ คนเหล่านี้แล่นเรือไปตามลม ปรับตัวไปตามสถานการณ์ ฟังเสียงลมกลายเป็สายฝน เดิมทีก็ไม่สนใจว่าคำพูดเหล่านี้จะน่าเชื่อถือหรือไม่
เกรงว่าหากจัดการไม่ดี อีกไม่กี่วันาชายแดนและกับดักของฮ่องเต้คงจะเข้ามาพัวพันกับนาง เกรงว่าดวงชะตาชีวิตของนางไม่ดี และแปดเปื้อนจนทำให้ทั้งต้าฉีโชคร้ายไปด้วย
“ท่านนักบวช ท่านลองบอกสิว่าจะจัดการคนเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ไป๋ชิงโหรวไม่้าให้โอกาสไป๋เซียงจู๋ได้หายใจและไม่้าให้โอกาสไป๋ซื่อได้คิด คราวนี้นางต้องชนะและนางจะโค่นไป๋เซียงจู๋ลงอย่างที่มิอาจลุกขึ้นยืนได้อีกเลย
หลังจากได้รับการขานนามแล้ว นักบวชเต๋าก็ปัดฝุ่นในมือ ค้อมกายโค้งคำนับด้วยมือเดียวพลางเอ่ยว่า "ดวงแปดอักขระ [1] ของคุณหนูใหญ่ตระกูลเ้าคือความอัปมงคล ชะตากรรมของนางนั้นรุนแรงยิ่งนัก นางมีดวงมาตุฆาตปิตุฆาต บ้านจะไม่สงบสุข ครอบครัวจะวอดวาย นี่ถือเป็ลางร้ายขั้นรุนแรง"
ฮูหยินเฒ่าไป๋หน้าซีด ก่อนที่ห้องพระที่เคยมีเสียงดังเป็ระยะๆ พลันตกอยู่ในความเงียบ พวกเขาก้มหน้าครุ่นคิด แต่ละคนแสดงออกหลากหลายน่าดูชม
ไป๋ชิงโหรวเห็นว่าท่านย่าที่เผชิญหน้ากับไป๋เซียงจู๋มาโดยตลอดหยุดเงียบ นางรู้สึกพึงพอใจอย่างหาใดเปรียบ
ไป๋เซียงจู๋ นางแพศยา เ้ากล้ายั่วยุข้า ตราบใดที่ข้ากำจัดเ้าได้ ข้าจะกลายเป็อันดับสองในเมืองหลวงทันที จะไม่มีใครกล้าทำอะไรข้า วันนี้เป็วันโชคร้ายของเ้า ต่อให้เ้าไม่ตายก็ตาม ทว่าครึ่งชีวิตของเ้าก็ก้าวเข้าไปในโลงแล้ว
ไป๋ซื่อคุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าขาวซีดน้ำตาคลอเบ้า “ท่านแม่ จู๋เอ๋อร์ไร้เดียงสา นางไม่ได้ทำร้ายท่าน และไม่ได้ทำร้ายตระกูล ขอร้องท่านแล้ว ได้โปรดอย่า...”
เกิดความเงียบขึ้นทั่วทั้งเรือน ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงหน้าผากของไป๋ซื่อที่กระแทกพื้นด้วยความรุนแรง "ปึง! ปึง! ปึง!" มันเหมือนกับมีดที่เฉือนหัวใจของไป๋เซียงจู๋
“ท่านแม่หยุดเถิด ลุกขึ้นมาเถิดเ้าค่ะ!” นางข่มความเ็ปในใจ และก้มลงเพื่อช่วยพยุงไป๋ซื่อให้ลุกขึ้น ไป๋เซียงจู๋หันหน้าไป และพูดช้าๆ กับฮูหยินเฒ่าไป๋ที่กำลังลังเลว่า “ท่านยายเ้าคะ ท่านเชื่อพวกเขาจริงหรือ หากเป็อย่างที่พวกเขาพูด ท่านยายจะไล่พวกเราออกไป หรือจะตัดพวกเราออกจากวงศ์ตระกูล” เสียงนั้นไม่ดัง อีกทั้งยังแฝงไปด้วยรอยยิ้มเสมือนไม่ยิ้ม
ฮูหยินเฒ่าไป๋รู้สึกอับจนหนทางอยู่บ้าง นางมองไป๋เซียงจู๋ ล่าสุดหลานสาวคนนี้เป็ที่โปรดปรานของนางมาก แต่ถ้าเป็อย่างที่คนพวกนี้พูดจริงๆ...
เชิงอรรถ
[1] 八字 ดวงแปดอักขระ หรือ ปาจื่อ คือวิชาทำนายดวงชะตาอันมีที่มาจากประเทศจีน โดยมีประวัติความเป็มานับพันปี ปาจื่อมีวิธีการทำนายโดยการใช้ตัวอักษรแทนสัญลักษณ์วัน เดือน ปี และเวลาเกิด มีอักษรจีนทั้งสิ้น 8 ตัวอักษร ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า 八字 ซึ่งแปลว่า “แปดอักขระ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “สี่แถว” โดยจัดแบ่งเป็ราศีบนกับราศีล่าง เรียกว่า “กิ่งฟ้า” และ “ก้านดิน” เพียงใช้ 8 ตัวอักษรนี้ สามารถทำนายครอบคลุมบุคลิก ลักษณะ ท่าทาง นิสัยใจคอ ความร่ำรวย ยากจน รุ่งเรือง ต่ำต้อย มีโชค ตกอับ อายุยืน อายุสั้น ครอบครัว ญาติมิตร พ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา บุตรธิดา บริวาร เพื่อนฝูง สังคม เป็ต้น ปาจื่อเป็ศาสตร์แห่งอภิปรัชญาจีนโบราณที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์โชคชะตาของคนคนหนึ่งบนพื้นฐานของแผนภูมิโชคชะตาของคนคนนั้น
