ผู้เข้มแข็งขั้นเสวียนเต๋าสองคนะเิพลัง รัศมีคลื่นพลังปกคลุมร้อยหลี่ ถึงอย่างไร วางความสามารถขั้นเสวียนเต๋าไว้ในเขตแคว้นใดก็ถือเป็ผู้เข้มแข็งระดับสุดยอด
ผู้เข้มแข็งขั้นเสวียนเต๋าสองคนเปิดศึก ย่อมดึงดูดความสนใจเป็วงกว้าง
วิ้งวิ้ง!
“กู่อวี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเ้านะ หากเ้าลงมือที่นี่ ต่อให้ข้าสังหารเ้า ข้าก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ทางที่ดีเ้าควรคิดดูให้กระจ่าง”
คนที่อยู่ด้านล่างหลีกทางให้นานแล้ว
การต่อสู้ของขั้นเสวียนเต๋าไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาแบกรับได้ หากไม่ระวังอาจจะได้รับผลกระทบ สถานเบาาเ็สาหัส สถานหนักอาจจะเสียชีวิตคาที่
ถึงอย่างไร นั่นคือผู้เข้มแข็งขั้นเสวียนเต๋าเก้าชั้นฟ้าระดับสูงสุดเชียวนะ!
มีความสามารถแข็งแกร่งอย่างน่ากลัว!
พวกเซียวเฉินย้ายไปอยู่เสียไกล ศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉินก็เช่นกัน
กู่อวี้บนท้องนภาก็เป็เช่นนี้ “จั๋นอวี่ พวกเราอยู่ขั้นเสวียนเต๋าระดับสูงสุดเหมือนกัน เ้าจะเอาอะไรมาสังหารข้าได้?”
ระหว่างที่พูดจา สภาวะของจั๋นอวี่ก็แผ่ไพศาลดั่งัเจียวลงสู่สมุทร ก่อกวนคลื่นลม ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าร้องทันที อัสนีแปรเป็ทรงพลัง โดยมีเขาเป็ผู้สั่งการ พริบตา กู่อวี้ก็แกร่งกร้าวทรงพลังดั่งเทพอัสนีลงสู่หล้า
รอบกายมีสายฟ้าหมุนวนดุจเทพเคารพ
ทว่าจั๋นอวี่กลับไม่เกรงกลัว แววตาใสกระจ่าง หว่างคิ้วเปล่งแสงวิบวับ ตลอดร่างดุจคลุมด้วยชุดสีทอง กระบี่ั์เล่มหนึ่งปรากฏในมือ คมกริบและทรงพลัง ดั่งกระบี่เทพที่สะบั้นทุกสรรพสิ่งได้
กระบี่เดียวของจั๋นอวี่สามารถผ่านภา!
คนทั้งสองลงมือพร้อมกัน พลังอัสนีปะทะกระบี่เทพ เกิดเสียงตูมดังสนั่น ฟ้าดินสั่นะเื ทุกคนที่อยู่ด้านล่างมีสีหน้าหวาดหวั่น
“นี่คือพลังของขั้นเสวียนเต๋าหรือ...”
เซียวเฉินมองดูการปะทะกันบนท้องฟ้าก็มีสีหน้าใสุดขีด ส่งเสียงพึมพำ
บนท้องนภา จั๋นอวี่และกู่อวี้ถูกกระแทกจนล่าถอยพร้อมกัน
จากนั้น กู่อวี้ก็ออกคำสั่งต่อคนเบื้องล่าง “ศิษย์สถานศึกษาเทียนเฉิน จับตัวเซียวเฉิน!”
ฟุ่บ!
มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางศิษย์สถานศึกษาเทียนเฉิน การปรากฏตัวของเงาร่างนั้นทำให้ใบหน้าศิษย์ทุกคนของสถานศึกษาเทียนเฉินฉายแววปีติยินดี และมองศิษย์สถานศึกษาชางหวงอย่างหยิ่งผยอง
เงาร่างของคนผู้นั้นคือ หยางชางหลัน ศิษย์สถานศึกษาเทียนเฉิน
ความสามารถขั้นเสวียนฟ้าหกชั้นฟ้าระดับสูงสุด แข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
ฝึกทั้งวิชายุทธร่างกายและพลังยุทธ!
เป็บุคคลอันร้ายกาจ เพิ่งผุดขึ้นในสถานศึกษาเทียนเฉินระยะนี้และกลายเป็บุคคลไร้เทียมทาน
ยามนี้ สายตาของเขาจับจ้องเซียวเฉิน
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงชืดชา “เ้าจะมาเองหรือให้ข้าจับเ้ามา!”
“หยางชางหลัน คู่ต่อสู้ของเ้าคือข้า!” สายตาของเซียวหวงจับจ้องหยางชางหลัน เซียวเฉินระดับต่ำกว่าเขาสองขั้น ดังนั้น เซียวหวงจึงปกป้องเซียวเฉินไว้ด้านหลัง
จากนั้น สถานศึกษาเทียนเฉินก็มีคนออกมาอีกหกคน
ทุกคนมีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสามชั้นฟ้าขึ้นไป ถึงอย่างไร พวกเขาล้วนเป็บุคคลผู้มีพร์โดดเด่นที่เข้าร่วมการประลองห้าสถานศึกษาในครั้งนี้
ส่วนซูเฉินเทียน ฉู่เฉินเฟิง และกู้สิงเฉินก็ก้าวออกมาต้านทานพร้อมกัน การประลองห้าสถานศึกษายังไม่เริ่มต้น แต่ศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองของสถานศึกษาเทียนเฉินและสถานศึกษาชางหวงเผชิญหน้ากันแล้ว พร้อมลงมือทุกเมื่อ
สายตาของเซียวเฉินมีเจตนาสังหารวาบขึ้น
ในเมื่อพวกเขาจะจับตน ดูสิว่าพวกเขามีความสามารถนั้นหรือไม่!
ทว่าเมื่อสองฝ่ายกำลังจะเปิดศึกอันดุเดือด พลันมีเสียงทรงอำนาจดังมาแต่ไกล
“หยุดนะ!”
ทุกคนมองไป เห็นลั่วเจิ้งอวี่เหยียบอากาศมา และยังมีไป๋เยี่ยซึ่งเป็องครักษ์ติดตามมาด้วย
ลั่วเจิ้งอวี่มองทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ในสายตาของพวกเ้ายังมีข้าอยู่หรือไม่ ยังมีฮ่องเต้อยู่หรือไม่? ที่นี่คือเมืองชางเซิ่ง ไม่ใช่สถานศึกษาเทียนเฉินหรือสถานศึกษาชางหวงของพวกเ้า อย่าลืมว่าพวกเ้ามาทำอะไร!”
เสียงของลั่วเจิ้งอวี่เคร่งเครียด ส่วนไป๋เยี่ยก็มาถึงข้างกายจั๋นอวี่ กระซิบอะไรบางอย่าง จากนั้น จั๋นอวี่ก็มองกู่อวี้แวบหนึ่งแล้วร่อนลงจากฟ้า
ลั่วเจิ้งอวี่มองกู่อวี้ กล่าวว่า “อาจารย์ใหญ่กู่ ข้าได้ตรวจสอบสาเหตุของเื่นี้กระจ่างแล้ว เที่ยงคืนวานนี้ ลี่โม่เฟิงและพวกซูเหอศิษย์สถานศึกษาเทียนเฉินของเ้าเป็ฝ่ายล่วงเกินสถานศึกษาชางหวงก่อน อีกทั้งเซียวเฉินยังสัญญากับลี่โม่เฟิงว่า ไม่ว่าฝ่ายใดาเ็หรือตายจะไม่เอาเื่อีกฝ่าย ตอนนี้อาจารย์ใหญ่กู่กระทำไม่ถูกต้อง ถอยออกไปเสียเถอะ”
“ชินอ๋อง แต่ว่า...”
กู่อวี้ยังอยากจะพูดจาก็สบเข้ากับสายตาของลั่วเจิ้งอวี่
“ข้าบอกว่า ถอยออกไป”
พริบตา อานุภาพน่าสะพรึงขั้นเสวียนเต๋าเก้าชั้นฟ้าระดับสูงสุดก็จู่โจมมา!
ชายชรากู่อวี้มองจั๋นอวี่และเซียวเฉินด้วยสายตาอำมหิต จากนั้นโบกมือให้ศิษย์สถานศึกษาเทียนเฉิน แล้วไปจากที่นี่ก่อน
ชินอ๋องสั่งแล้ว เขายังพูดอะไรได้อีก?
หรือจะต่อต้านคำสั่งของท่านอ๋อง?
อีกทั้งวันนี้ก็เสียหน้ามากแล้ว อยู่ต่อไปจะยิ่งเป็ที่ตลกขบขัน เมื่อเป็เช่นนี้ รีบจากไปเสียดีกว่า ตาไม่เห็นใจก็ไม่หงุดหงิด
หยางชางหลันมองเซียวหวง แล้วเอ่ยด้วยเสียงเ็า “ข้าจะรอเ้าในการประลองห้าสถานศึกษา!”
“ขอสนองคืนด้วยคำพูดเดียวกัน!”
เซียวหวงตอบหยางชางหลันไปแบบไม่เกรงกลัว
เมื่อคนของสถานศึกษาเทียนเฉินไปแล้ว ลั่วเจิ้งอวี่ก็พูดจากับจั๋นอวี่อย่างเ็าอยู่ครู่หนึ่งแล้วพาไป๋เยี่ยจากไป
หลังกลับถึงที่พัก จั๋นอวี่ก็มองทุกคน
“ในการประลองห้าสถานศึกษาอีกสองวัน สถานศึกษาเทียนเฉินจะไม่ยอมเลิกราเท่านี้แน่ ดังนั้น ข้าจะให้พวกเ้าเผชิญหน้ากับสถานศึกษาเทียนเฉิน ทุ่มสุดกำลัง ยอมสังหารอีกฝ่ายก็ต้องปกป้องตนเองให้ปลอดภัย”
จั๋นอวี่เอ่ยด้วยเสียงเ็า ในเมื่อสถานศึกษาเทียนเฉินฉีกหน้าสถานศึกษาชางหวง เขายังต้องครุ่นคิดอะไรอีก เดิมทีสถานศึกษาทั้งห้าก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ถึงฉีกหน้ากันแล้วอย่างไรเล่า?
หึหึ...
“ครับ/ค่ะ อาจารย์ใหญ่”
ใบหน้าของทุกคนเ็าเป็น้ำแข็ง รับคำโดยพร้อมเพรียง
“ออกไปเถอะ”
...
พริบตา เวลาก็ผ่านไปสองวัน
วันนี้ เมืองชางเซิ่งมีฝูงชนคลาคล่ำ ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยผู้คน
เพราะวันนี้คือเวลาที่สถานศึกษาห้าแห่งของแคว้นชางหวงชิงชัยกัน ไม่เพียงแต่เชื้อพระวงศ์ ชินอ๋อง ขุนนาง และชนชั้นสูงเท่านั้น แม้แต่ฮ่องเต้ ผู้ปกครองสูงสุดของแคว้นชางหวงก็เสด็จมางานนี้ด้วย ทำให้ทั่วแคว้นครึกครื้น
ฮ่องเต้เสด็จมาเปิดงานการประลองห้าสถานศึกษา
วันนี้ สถานศึกษาทั้งห้ามาถึงงานโดยพร้อมเพรียง
ศิษย์ของแต่ละสถานศึกษาเผชิญหน้ากัน เพราะศึกนี้พวกเขามาเพื่อเกียรติยศของสถานศึกษา ชนะได้แพ้ไม่ได้ นี่คือเป้าหมายของพวกเขา
บุรุษวัยกลางคนในเสื้อคลุมับนหอสูง ท่วงทีน่าเกรงขามไม่ธรรมดา มีคิ้วกระบี่ั์ตาดุจดวงดาว องอาจกล้าหาญ คนผู้นี้คือ ลั่วเทียนอู่ ฮ่องเต้แห่งแคว้นชางหวง!
ยามนี้ สายตาของลั่วเทียนอู่มองราษฎรนับแสนเบื้องล่างด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จากนั้นเอ่ยช้าๆ “วันนี้คือเหตุการณ์สำคัญของแคว้นชางหวงเรา เพราะถึงเวลาของการประลองห้าสถานศึกษาเพื่อจัดอันดับสถานศึกษาอีกครั้ง ไม่ต้องเอ่ยวาจามากมาย กฎเกณฑ์เหมือนกับปีก่อนๆ”
“ข้าขอประกาศให้การประลองห้าสถานศึกษาในปีนี้เริ่มต้นได้!”
ประโยคเดียวทำให้ทั่วทั้งเมืองเดือดพล่าน
เสียงร้องอุทานด้วยความยินดีดังขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน อาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาทั้งห้าต่างพาศิษย์ของตนนั่งประจำที่ ชายชราผู้หนึ่งเดินขึ้นเวทีประลองสูงร้อยจั้ง หลังจากคนของสถานศึกษาชางหวงเห็นชายชราผู้นั้น ใบหน้าของทุกคนก็เผยแววปีติยินดี
เพราะผู้ตัดสินชี้ขาดในปีนี้คือไป๋เยี่ย
“การประลองห้าสถานศึกษาเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ รอบแรกเป็การแข่งขันแบบแพ้คัดทิ้ง คัดทิ้งยี่สิบคน คัดผู้ชนะไว้สิบห้าคน คนหนึ่งในบรรดานั้นชนะบาย ตอนนี้เชิญศิษย์ของแต่ละสถานศึกษาขึ้นเวทีมาจับสลาก จับได้สีขาวชนะบายในรอบนี้”
ทุกคนลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นเวทีประลอง
เซียวเฉินจับสลากคนแรก หลังจากเขาจับสลากของตนเอง ก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น เพราะบังเอิญยิ่งนัก เขาชนะบายการแข่งขันแบบแพ้คัดทิ้งในรอบนี้
“โชคดีมาเยือน ถึงขวางก็ขวางไม่อยู่...”