ท่ามกลางลมโชยพัดในยามเย็นย่ำ แสงอาทิตย์กำลังลับฟ้าสิ้นแสง
สายลมพัดพาความโกรธเกรี้ยวดุจคลื่นทะเลม้วนตัวเข้าปะทะ กระบี่กล้าที่จ่อตรงหน้าผากของซูอู่พลันแตกสลายเป็เสี่ยงๆ ด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เ้าเหล่าซานลอยคว้างออกไป มือขวาที่กำกระบี่แหลกละเอียด เืสาดกระเซ็น เสียงกรีดร้องระงมดังก้องกังวาน
เหตุการณ์พลิกผันอย่างฉับพลันสร้างความตกตะลึงให้กับเ้าจวิ้นเต๋อและเ้าเหล่าซื่อ และพวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ซูอู่เบิกตากว้างอย่างเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เดิมทีคิดว่าคงหนีไม่พ้นความตาย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ลมกระโชกแรงโหมกระหน่ำ เย็นะเืจนแทบจะกัดกินกระดูก
ห่างออกไปครึ่งลี้ ร่างสีฟ้าลอยละลิ่วมาดั่งสายฟ้าฟาดผ่าน คนผู้นี้ไร้ฝุ่นเกาะตามชายผ้า แม้ลมกระโชกแรงจะพัดปะทะ ทว่าร่างของนางยังนิ่งสงบ ใบหน้าถูกบดบังจนมองไม่เห็นแม้แต่เค้าโครง
“รีบหนีไป!”
เ้าจวิ้นเต๋อตะลึงจนหน้าซีดเผือด คนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา แน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
ทว่าเมื่อพวกเขาพยายามจะหนีกลับพบว่าร่างกายแข็งค้าง ดั่งถูกสาปจนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้แม้แต่น้อย
ซูอู่ถูกแทงทะลุหัวใจจนเืไหลรินอาบร่างกาย ทว่าเขายังคงนั่งตัวตรงจ้องมองเสาพายุที่พัดโถมเข้าหาด้วยสายตาอันเด็ดเดี่ยว
ความโกรธเกรี้ยวคุกรุ่นในใจของซูอู่ ทั้งคุ้นเคยและเ็ป
เมื่อลมกระโชกแรงพัดผ่านเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริง ร่างของซูอู่ผู้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานก็สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
“ิเยวี่ย? ปะ...เป็เ้า?”
“เป็ข้าเอง”
หลิ่วิเยวี่ยใจโศกเศร้า นางแบกเครื่องเซ่นไหว้มาเพื่อกราบไหว้ดวงิญญาของมารดา แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็ได้ยินคำว่า “หนิงเทียน” ดังเข้าหู ทำให้นางตกตะลึงและรีบรุดมายังต้นเสียง
ทว่านางกลับได้พบซูอู่
กระบี่ที่ปักอยู่บนหน้าอกของเขาพร้อมเืสีแดงฉานไหลรินจากาแ
หลิ่วิเยวี่ยผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์ เพียงเห็นแวบเดียวก็รู้ดีว่าซูอู่สิ้นหวังแล้ว
นางรีบปิดกั้นเส้นลมปราณของซูอู่ ชะลอความเร็วของเืที่ไหลเวียน แต่นั่นก็ช่วยยืดเวลาของเขาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
ซูอู่รู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น ก่อนจะเอ่ยด่วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ดี ดีเหลือเกินที่เ้ายังมีชีวิตอยู่ เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว”
หยาดน้ำตาคลอเบ้าของหลิ่วิเยวี่ย นางได้รับการเลี้ยงดูจากซูอู่มาั้แ่เด็ก แม้จะไม่มีสายเืผูกพัน แต่ซูอู่ก็รักนางดั่งลูกในไส้ บุญคุณที่เลี้ยงดูมาย่อมตรึงตราอยู่ในใจ
“ข้าควรกลับมาเร็วกว่านี้”
หลิ่วิเยวี่ยรู้สึกผิด หากนางมาเร็วกว่านี้ เหตุการณ์คงไม่เลวร้ายเช่นนี้
ซูอู่จ้องนางเขม็งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า “อย่าโทษตัวเอง เ้ากับมารดาของเ้าราวกับแกะสลักจากพิมพ์เดียวกัน ข้าไม่มีวันลืมภาพแรกที่ได้พบกับนาง นางงดงามดั่งเทพธิดาบน์ น่าเสียดายที่ข้าตาบอด ตบแต่งหญิงร้ายกาจเข้ามา นางยุยงให้ครอบครัวของนางปลอมตัวเป็โจรดักปล้นกลางทาง ทำร้ายมารดาของเ้า ข้าโกรธแค้นเสียจริง!”
ลมหายใจของซูอู่แ่เบาลงทุกขณะ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ความเสียใจ และความรู้สึกผิด
หลิ่วิเยวี่ยได้ยินคำพูดของเขา ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ก่อนจะร้องถามด้วยความตกตะลึง “ท่านแม่ของข้าถูกตระกูลเ้าฆ่าตายอย่างนั้นหรือ?”
ซูอู่ยื่นมืออันสั่นเทาขึ้นมาอย่างยากลำบากแล้วชี้ไปที่เ้าจวิ้นเต๋อ ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก “ขะ...เขาคือโจรทะ...ที่หนีไปในวันนั้น ข้าขอโทษแม่ของเ้า ขอโทษท่านพี่หนิงหยาง และขะ...ขอโทษเ้า เยวี่ยเอ๋อร์”
หลิ่วิเยวี่ยโกรธแค้นจนน้ำตาไหลริน นางคิดมาตลอดว่าการตายของมารดาเป็เพียงอุบัติเหตุจากการถูกโจรปล้นระหว่างทาง
แต่ใครจะคาดคิดว่าแท้จริงแล้วเื้ัคือแผนการอันโหดร้ายของเ้าเยี่ยนเหมย หญิงต่ำช้าผู้โเี้
ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านในใจของหลิ่วิเยวี่ย นาง้าแก้แค้นให้มารดา ้าให้ตระกูลเ้าชดใช้ด้วยราคาที่สาสม!
สายลมอันรุนแรงพัดโหมกระหน่ำจากตัวของนาง พายุหมุนวนรุนแรงฉีกท้องฟ้า โลกทั้งใบสั่นะเืด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ทำไม!”
หลิ่วิเยวี่ยคว้าคอของเ้าจวิ้นเต๋อ ยกตัวเขาขึ้นแล้วเหวี่ยงลงกับพื้นตรงหน้าซูอู่ แรงกระแทกทำให้เข่าของเ้าจวิ้นเต๋อแตกสลาย
ความเ็ปแสนสาหัสทำให้เ้าจวิ้นเต๋อร้องลั่นด้วยความทรมาน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“พวกเ้าสังหารท่านแม่ของข้าทำไม! ทำไมกัน?”
เสียงคำรามอันโกรธแค้นของหลิ่วิเยวี่ยดังก้องไปทั่ว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา
“เพราะความหึงหวงไงเล่า น้องสาวทนไม่ได้ที่ซูอู่ทำดีกับนางแพศยาคนนั้น และไม่อยากให้ลูกในท้องของนางผู้ต้อยต่ำมาแย่งชิงสมบัติของตระกูลซูไปจากลูกของนาง เลยคิดแผนดักฆ่ากลางทางขึ้นมา ใครจะไปคิดว่าเ้าบ้าหนิงหยางน่าตายนั่นจะบังเอิญผ่านมา...อ๊าก!”
เ้าจวิ้นเต๋อรู้ตัวว่าหนีไม่พ้น ถ้อยคำของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ไร้ซึ่งสำนึกผิด
หลิ่วิเยวี่ยโกรธจัด กระดูกทั่วร่างของเขาแหลกสลายด้วยพลังอันรุนแรง กะโหลกศีรษะแตกละเอียด
“ยะ...เยวี่ยเอ๋อร์ จะ...เ้าต้องอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข”
ลมหายใจของซูอู่รวยริน ชีพจรของเขากำลังเต้นช้าลง ท่ามกลางความมืดมิด สิ่งเดียวที่เขายังห่วงและไม่อาจวางใจก็คือหลิ่วิเยวี่ย
ดวงตาของหลิ่วิเยวี่ยอัดแน่นไปด้วยความโศกเศร้า นางจับมือของซูอู่ไว้แน่น พยายามกลั้นน้ำตาโดยไม่อาจเอ่ยคำใด
“วันนั้นยามที่พี่หนิงสิ้นลมหายใจ ข้าควรลงไปกับเขา บัดนี้ข้ามีโอกาสได้ไปขอขมาเขาเสียที”
น้ำตาไหลรินอาบแก้มซูอู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจและความขมขื่น
“ผ่านมาสิบหกปีแล้ว เยวี่ยเอ๋อร์เ้ารู้หรือไม่ ข้าคิดถึงแม่ของเ้าทุกวินาที บัดนี้ข้าจะได้ไปหานางแล้ว ข้าจะบอกนางว่าเ้าเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว”
น้ำตาของหลิ่วิเยวี่ยไหลริน นางััได้ถึงร่างกายของซูอู่ที่เริ่มเย็นลง
“เยวี่ยเอ๋อร์ เ้าจงมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข อย่าคิดแก้แค้นซูอวิ๋นเลย ยามนี้นางเป็ศิษย์ปรมาจารย์แล้ว สู้อย่างไรก็ไม่อาจเอาชนะนางได้...”
ริมฝีปากของหลิ่วิเยวี่ยสั่นระริก นางมองแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของซูอู่แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้าเองก็เป็ยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนผ่านภายใต้ตำหนักดาวเหนือ...”
“ขอบเขตเปลี่ยนผ่านหรือ? ดี ดีมาก เ้าช่างมีวาสนา นะ...ในที่สุดข้าก็สามารถ…สามารถอธิบายต่อหน้าแม่ของเ้าได้แล้ว”
หยาดน้ำตาไหลรินจากดวงตาของซูอู่ ใบหน้าของเขายังคงค้างอยู่กับรอยยิ้มนั้นตลอดกาล
หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มของหลิ่วิเยวี่ย นางร่ำไห้คร่ำครวญต่อหน้าร่างไร้ิญญาของบิดาผู้เลี้ยงดูนางมาหลายปี
แม้จะมิใช่สายเืเดียวกัน แต่ท่านกลับรักและเมตตานางดั่งบุตรสาวแท้ๆ แต่วันนี้ชีวิตอันล้ำค่าของท่านกลับต้องถูกพรากไปอย่างโเี้โดยน้ำมือของกองโจรตระกูลเ้า
แค้นนี้นางจะต้องทวงคืน!
ความแค้นของมารดาผสานกับความแค้นของบิดาบุญธรรม ล้วนเป็หนี้เืที่ไม่อาจลบล้าง
หลิ่วิเยวี่ยลุกขึ้นยืน ดวงตาของนางฉายแววเดือดดาลจ้องมองไปยังเ้าเหล่าซานและเ้าเหล่าซื่อ
“ข้าจะเอาหัวพวกเ้ามาเซ่นไหว้ดวงิญญาของมารดาให้จงได้!”
สองพี่น้องตระกูลเ้าตกตะลึง พวกเขาพยายามดิ้นรนต่อสู้แต่ก็ไร้ผล ชะตากรรมของพวกเขาถูกกำหนดไว้แล้ว
หลิ่วิเยวี่ยฝังร่างของซูอู่ไว้ที่ทุ่งหญ้าห้าต้นหลิว นับจากนี้มารดาและบิดาบุญธรรมจะได้อยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง
ยามค่ำคืนมาเยือน สายลมพัดโชยผ่าน เสียงโหยหวนดังก้องกังวาน
หมู่บ้านตระกูลเ้าสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ เสียงหัวเราะคึกคักดังก้องไปทั่ว เหล่าลูกหลานตระกูลเ้ามารวมตัวกันสร้างความอบอุ่นใจให้แก่เ้าเยี่ยนเหมยผู้เพิ่งเดินทางกลับมาถึง
“โอ้! มีคนมารอรับข้ามากมายเช่นนี้เชียวหรือ?”
ใบหน้าของเ้าเยี่ยนเหมยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม นางรู้สึกภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่ง
“เยี่ยนเหมย เ้ากลับมาได้อย่างไร?”
เ้าเยี่ยนเหมยอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “มิใช่มาต้อนรับข้าหรือ?”
“เ้ากลับมาได้ทันเวลาพอดี เ้าโง่ซูอู่นั่นมันไร้เหตุผล หาเื่ทะเลาะกับเ้าจวิ้นเต๋อจนเกิดการต่อสู้ขึ้น เหล่าซานกับเหล่าซื่อก็ตามไปช่วยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมา ข้ากำลังรวบรวมคนเพื่อออกตามหาอยู่”
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำเดินตรงปรี่เข้ามาด้วยใบหน้าแดงก่ำแห่งความโกรธ เขาคือเ้าจวิ้นเหว่ย พี่ชายคนโตของเ้าเยี่ยนเหมย
“อะไรนะ! ซูอู่ต่อสู้กับพี่รองหรือ? อยู่ที่ไหนกัน? ข้าจะไปจัดการเ้าคนนิสัยไม่ดีนั่นให้สิ้นซาก!”
เ้าเยี่ยนเหมยวางมือบนสะโพก ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
เ้าจวิ้นเหว่ยเอ่ยด้วยความโมโห “ข้าไม่รู้ว่าซูอู่เป็อะไรไปถึงได้คลั่งเสียสติสู้ไม่ยั้งมือ ทำให้คนในตระกูลเ้าของเราาเ็ไม่น้อย”
จางเฟิงหยางยืนอยู่ข้างเ้าเยี่ยนเหมย สายตาของเขาตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงวัตถุพุ่งผ่านอากาศดังวูบ
“ใคร?”
จางเฟิงหยางพลิกร่างทะยานสู่กลางอากาศ ก่อนจะคว้าสิ่งที่พุ่งมาในความมืดมิดได้อย่างคล่องแคล่ว สิ่งนั้นคือหัวมนุษย์จำนวนสองหัว
“นั่นคืออะไร? หัวใคร? อ๊าก! เหล่าซาน เหล่าซื่อ!”
เ้าจวิ้นเหว่ยตกตะลึงในตอนแรก แต่เมื่อมองดูศีรษะในมือของจางเฟิงหยางอย่างชัดเจน ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านด้วยความโกรธ
เ้าเยี่ยนเหมยตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
“ไอ้พวกชั่ว! ใครกล้าฆ่าพี่ชายของข้า! ออกมาให้ข้าเห็นหน้าเดี๋ยวนี้!”
ร่างของจางเฟิงหยางลอยลงสู่พื้น เขาวางศีรษะไร้ิญญาลงบนมือของเ้าจวิ้นเหว่ย ดวงตาของเขาฉายแววเย็นะเื มองออกไปนอกรั้วจวนแห่งนี้ แล้วเอ่ยคำพูดอันเย็นะเื “เ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาอาละวาดที่นี่? กินขี้หมาจนหน้ามืดแล้วหรือไร!”
ท่ามกลางความมืดมิด เงาร่างสีดำปรากฏขึ้นจากระยะไกล เสียงลมหวีดหวิวโหมกระหน่ำ พร้อมกับอุณหภูมิรอบข้างดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
สายลมสังหารอันเย็นะเืแผ่ปกคลุมทั้งหมู่บ้านตระกูลเ้า ทุกคนต่างหวาดกลัว ราวกับมีกระบี่แหลมคมลอยอยู่เหนือศีรษะ พร้อมที่จะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
เ้าจวิ้นเหว่ยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาะโลั่น “เ้าโจรใจทราม! เอาชีวิตน้องข้าคืนมา!”
“เ้าหนี้...”
เสียงอันเ็าแฝงไว้ด้วยความเกลียดชังสุดขีดของหลิ่วิเยวี่ยดังก้องกังวาน บ่งบอกถึงความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจ
เ้าเยี่ยนเหมยมองผู้มาเยือนด้วยสายตาตกตะลึง
“นางหญิงเลว เป็เ้า!”
ในยามนี้หลิ่วิเยวี่ยกลับมาสวมบทบาทเป็ซูิเยวี่ยดั่งเช่นอดีต นางจะใช้สถานะคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซูทวงคืนความยุติธรรมให้กับมารดาและบิดาบุญธรรม
จางเฟิงหยางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาเคยพบกับซูิเยวี่ย ความทรงจำที่เขามีต่อนางคือนางเป็หญิงสาวผู้อ่อนแอไร้พลัง เป็ไปได้อย่างไรที่นางจะสังหารพี่น้องตระกูลเ้าผู้มีพลังในขอบเขตจิตหยั่งลึกได้?
เ้าจวิ้นเหว่ยก็จำซูิเยวี่ยได้เช่นกัน ก่อนจะชี้หน้าด่าทอทันที “เ้าเด็กมารหัวขน! ข้าจะทําให้เ้าทุกข์ทรมานจนอยากตาย!”
หลิ่วิเยวี่ยยืนอยู่หน้าประตูหมู่บ้านตระกูลเ้า ดวงตาของนางมองเ้าเยี่ยนเหมยอย่างเ็า แววตาเต็มไปด้วยความโเี้
“สิบหกปีก่อนเ้าเป็ผู้บงการให้พี่ชายของเ้าสังหารท่านแม่ของข้า! วันนี้ข้าจะล้างแค้นให้กับท่านแม่ด้วยการสังหารทุกคนในตระกูลเ้า!”
“พูดจาไร้สาระ ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น ข้าจะฉีกปากเ้าให้เละ!”
เ้าเยี่ยนเหมยทั้งตกตะลึงและโกรธแค้น นางไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้เื่นี้ได้อย่างไร?
“ซูอู่อยู่ที่ใด! พี่ชายข้าอยู่ที่ใด!”
เสียงคำรามดังก้องจากเ้าจวิ้นเหว่ย ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปที่หลิ่วิเยวี่ยอย่างเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เ้าจวิ้นเต๋อเป็หนึ่งในผู้กระทำความผิดที่ดักสังหารท่านแม่ของข้า และเขารอเ้าอยู่ใต้ดินอยู่แล้ว”
“นางเด็กเลว ข้าจะฆ่าเ้า!”
เ้าจวิ้นเหว่ยโกรธแค้นจนสติแตก เขาพุ่งเข้าหาหลิ่วิเยวี่ย ยกกำปั้นขึ้นสูง เตรียมทุ่มลงบนหน้าอกของนางอย่างเต็มแรง
ในฐานะผู้บำเพ็ญขอบเขตจิตหยั่งลึกขั้นสอง เ้าจวิ้นเหว่ยนั้นโด่งดังไปทั่วในย่านนี้
ทว่าเขากลับไม่รู้ถึงพลังอันแท้จริงของหลิ่วิเยวี่ย หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังเหนือชั้น
เมื่อหมัดอันทรงพลังของหลิ่วิเยวี่ยพุ่งเข้าใส่ ร่างใหญ่ของเ้าจวิ้นเหว่ยก็ล้มพับคุกเข่าบนพื้นทันที พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องราวกับหมูถูกเชือด สร้างความตื่นใให้กับทุกคนในหมู่บ้านตระกูลเ้า
สำหรับหมู่บ้านตระกูลเ้า ผู้มีฝีมืออยู่ในขอบเขตจิตหยั่งลึกขั้นสองถือว่าเป็ยอดฝีมือแล้ว ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลิ่วิเยวี่ยกลับเปรียบเสมือนมดปลวกที่ไร้ค่า
เ้าเยี่ยนเหมยถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความใและโกรธแค้น นางร้องะโว่า “นางหญิงเลว เ้าคิดจะทำอะไร? ปล่อยพี่ชายข้าเดี๋ยวนี้!”
หลิ่วิเยวี่ยเอ่ยเสียงเ็า “ยามเ้าสังหารท่านแม่ของข้าเมื่อสิบหกปีก่อน คิดหรือไม่ว่าวันหนึ่งข้าจะกลับมาล้างแค้น ลบล้างตระกูลเ้าให้สิ้นซากเพื่อชดใช้หนี้เืของท่านแม่”
เ้าเยี่ยนเหมยตวาดลั่น “เ้ากล้า? ข้ามียอดฝีมือจากสำนักหานเทียนอยู่ที่นี่ เ้าคิดว่าจะมาอาละวาดได้ตามใจชอบหรืออย่างไร!”
ในที่เกิดเหตุ จางเฟิงหยางคือผู้ที่มีขอบเขตการบ่มเพาะสูงส่งที่สุด เขาเป็ผู้บำเพ็ญขั้นเก้าของขอบเขตผนึกดารา และเป็หนึ่งในยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงของสำนักหานเทียน
“ซูิเยวี่ย เ้าช่างอุกอาจ ยังไม่รีบหมอบลงรอความตาย!”
จางเฟิงหยางแผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมากดขี่ให้ทุกคนต้องยอมสยบต่อเขา
หลิ่วิเยวี่ยจ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธแค้นและเอ่ยเสียงแข็งว่า “วันนั้นหน้าจวนตระกูลซู เ้าคือผู้ที่สังหารท่านลุงหนิงและหนิงเทียนก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะน้ำมือของเ้า”
จางเฟิงหยางหัวเราะเยาะอย่างเ็า “แล้วอย่างไร?”
“ข้าจะจัดการเ้าให้สาสมก่อนแล้วค่อยคุยกัน”
หลิ่วิเยวี่ยเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่ง นางตวัดฝ่ามือออกมาจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับจางเฟิงหยางที่กระเด็นลอยกลางอากาศ ฟันทั้งปากร่วงหล่น และมึนงงไปทั้งตัว
เ้าเยี่ยนเหมยใขวัญผวาแล้วะโด่าว่า “นางหญิงหน้าเหม็น เ้า...อ๊าก!”
เพียงเสียงฝ่ามือดังสนั่นก้อง ใบหน้าของเ้าเยี่ยนเหมยก็ถูกตีจนหูอื้อ หน้ามืด เืสาดกระเซ็น ร่างกายลอยคว้างออกไป
“ทุกคนร่วมมือสังหารมันด้วยกันเถอะ!”
เสียงะโโหวกเหวกดังกึกก้อง บรรดาคนในตระกูลเ้ากว่าสิบคนกรูเข้าโจมตี แสงกระบี่วูบวาบ ไม้พลองฟาดฟันเข้าใส่
