เมื่อเห็นว่าเขายังไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง หงเหนียงก็ตะคอกเสียงดัง "ไป๋เฉิน! โทษทัณฑ์ของการอยู่ฝักฝ่ายเดียวกับจักรพรรดิมารนั้นร้ายแรงที่สุด มิใช่แค่เ้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ แต่คนสนิท ครอบครัวหรือแม้แต่คนสำคัญของเ้าจะติดร่างแหไปด้วย!"
"เพราะฉะนั้นเ้าจงไตร่ตรองเสียให้ดีและรีบนำสิ่งนั้นกลับคืนมาให้แก่ข้าเสีย และข้าจะทำเป็ว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น" หงเหนียงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว นางพยายามแสดงสีหน้าปกติที่ไร้ซึ่งความกลัวให้ปรากฏ
เมื่อได้ยินประโยคที่หงเหนียงกล่าวออกมา สีหน้าแววตาของไป๋เฉินส่องประกายแห่งความกระหายเือย่างฉับพลัน "โอ้? เ้ากล้าขู่ข้างั้นรึ?"
"วู้ม!"
จิตสังหารอันบ้าคลั่งแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ปกคลุมน่านฟ้าให้แปรเปลี่ยนเป็สีเื!
แรงกดดันมหาศาลและน่าสะพรึงกลัวขยายตัวออกไปหลายกิโลเมตร แรงกดดันนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างคุกเข่าและล้มลงทีละคน
หงเหนียงหน้าถอดสีเมื่อได้กลิ่นคาวคละคลุ้ง นางรีบปิดปากและมิให้อาเจียนออกมา
มิใช่แค่นางเท่านั้นแต่แม้แต่เยาวชนจากตระกูลโบราณและคนอื่นๆก็ตกอยู่ในสภาวะเฉกเช่นเดียวกัน
[คนผู้นี้นอกรีต เขาไม่สนใจสัจธรรมในทวีปแห่งนี้เลยหรืออย่างไร!?]
หากมีการกล่าวถึงจักรพรรดิมาร คนอื่นๆคงจะรีบคืนเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยกลับไปแล้ว แต่เขาไม่ใช่ เขาไม่ได้ใส่ใจกับข้อครหาของการเป็ฝักฝ่ายเดียวกับจักรพรรดิมารแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะสีหน้าของไป๋เฉินหรือแม้แต่อากัปกิริยาที่แสดงออกมาราวกับว่าเขาเป็กฏที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ไม่ว่าจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าหรือมีฐานะล้นฟ้าอย่างไรแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย!
ไป๋เฉินค่อยๆก้าวไปข้างหน้าตรงไปยังหงเหนียงที่ยืนตัวสั่นด้วยสีหน้าซีดเผือด "เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเกลียดอะไรที่สุดในชีวิต?"
โดยไม่รอให้นางได้ตอบไป๋เฉินก็กล่าวขึ้น "ประการแรกข้าเกลียดการถูกหักหลังเป็ที่สุด!"
"ประการที่สองข้าเกลียดคนที่กล้าใช้บุคคลอื่นมาข่มขู่ข้า!"
ในวินาทีนั้นไป๋เฉินยกเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยด้วยมือซ้าย โดยที่มือขวาทำท่าดึงสายเกาทัณฑ์โดยมีนิ้วชี้ นิ้วโป้งและนิ้วกลางบังเกิดเส้นใยสีเืค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
"ซู่!"
กระแสปราณสีเืหลั่งไหลจากรากปราณหมุนเวียนไปยังมือขวาและไหลไปยังสายเกาทัณฑ์บังเกิดคลื่นโลหิตที่ค่อยๆก่อตัวเป็คันศรที่น่าสยดสยอง!
จู่ๆจูเก่อหลิงเอ๋อร์ก็โพล่งออกมาราวกับว่านางกำลังตักเตือนเขาอยู่ "น้องชาย เ้าไม่ใช่ผู้สืบสกุลเซี่ย หากเ้าฝืนใช้งานมันเ้าจะได้รับาเ็สาหัสอย่างแน่นอน"
หงเหนียงก็มองค้อนไปยังจูเก่อหลิงเอ๋อร์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ ราวกับว่าหากจูเก่อหลิงเอ๋อร์ไม่ได้กล่าวขึ้น นางจะมีจังหวะให้สังหารไป๋เฉินในยามที่เขาได้รับผลกระทบจากเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยอย่างแน่นอน
เนื่องจากเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยมีไว้สำหรับสายเืของตระกูลเซี่ยเท่านั้น หากมีคนอื่นนอกเหนือจากสายเืตระกูลเซี่ยเปิดใช้งานและทำการปล่อยคันศร กระแสปราณนั้นจะย้อนกลับไปยังผู้ที่ใช้งานที่มิได้มีสายเืของตระกูลเซี่ยโดยทันที!
"โอ้?" ไป๋เฉินที่เหยียดแขนตึงพร้อมกับเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยก็อุทานเบาๆอย่างแปลกใจ ที่จูเก่อหลิงเอ๋อร์กลับกล่าวเตือนเขาทั้งที่เขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับนางด้วยซ้ำ
หงเหนียงเดือดดาลจนแทบจะคำรามออกมา!
[จูเก่อหลิงเอ๋อร์! เ้ามันแส่ไม่เข้าใจเื่!]
แต่ไม่ทันที่นางจะได้ตะคอก กระแสปราณโลหิตก็ค่อยๆหนาแน่นขึ้นบังเกิดคันศรโลหิตขนาดใหญ่ส่งผลให้อาณาจักรลับเกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง
มุมปากของไป๋เฉินยกเป็รอยยิ้มตามมาด้วยเสียงพึมพำแ่เบา "โอ้? ไม่เห็นจะมีผลกระทบอย่างที่คาดไว้"
กระแสปราณโลหิตโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง วินาทีนั้นเหล่าตระกูลโบราณทั้งหมด แม้แต่หงเหนียงและจูเก่อหลิงเอ๋อร์ก็หน้าถอดสี
"เป็ไปได้อย่างไร!?"
ปรากฏว่าไป๋เฉินสามารถเปิดใช้งานเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยได้อย่างไม่คาดคิด!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของเขาเกี่ยวข้องกับโลหิต ซึ่งข้อจำกัดทางสายเืตระกูลโบราณหรือมรดกตระกูลอะไรทำนองนั้นไม่เป็ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้มารเก้าเนตรไปบอกแก่เขาว่า เขาสามารถใช้ศาสตราวุธของตระกูลโบราณได้ทุกชิ้นโดยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในทวีปแห่งนี้โลหิตของเขามีความบริสุทธิ์สูงที่สุดในบรรดามนุษย์ทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ตระกูลโบราณ
และวิธีการใช้งานเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยคือการดูดกลืนเืที่ติดอยู่บนเกาทัณฑ์ซึ่งจะนำเอาสายเืตระกูลเซี่ยนั้นมาเป็ส่วนหนึ่งของเืในร่างกายของเขา นั่นเป็เหตุผลที่เขาไม่มีข้อจำกัดทางด้านสายเืและไม่มีผลกระทบย้อนกลับแม้นจะกำลังใช้งานเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยอยู่ก็ตาม
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเคล็ดวิชาตราประทับโลหิตของมารเก้าเนตรจะใช้งานได้หลากหลายถึงเพียงนี้ หากจะกล่าวได้ว่าเคล็ดวิชาที่มารเก้าเนตรสร้างขึ้นนั้นตอบโจทย์ทุกปัญหาในทวีปนี้ได้อย่างแท้จริง
มือขวาที่ดึงศันศรปราณโลหิตสุดสายก็ค่อยๆคลายออก พร้อมทั้งปล่อยคันศรไปยังทิศทางของหงเหนียงอย่างไร้ปราณี "ไป!"
"กระบวนท่าตราประทับโลหิต—คันศรโลหิต!"
สิ้นสุดเสียงแ่เบาคัรศรโลหิตพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศบังเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมพร้อมกับเสียงลมที่เสียดแทงแก้วหู!
ร่างของหงเหนียงแข็งทื่อเมื่อตระหนักได้ว่าคันศรโลหิตกำลังพุ่งตรงมาหาตนด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ไม่มีใครคาดคิดว่าไป๋เฉินจะกล้าเล็งคันศรไปยังหงเหนียงจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาเช่นกันเพราะเกรงกลัวว่าหากมีใคระโออกไปไป๋เฉินอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายกลางคันก็เป็ได้
"ฟู้ว!"
เมื่อคันศรโลหิตพุ่งตรงไป ทว่าเป้าหมายกลับมิใช่หงเหนียง หากแต่เฉียดผ่านแก้มของนางไปบังเกิดรอยถากบนใบหน้าที่บอบบาง
"ตู้ม!"
อาคารหลังเก่าด้านหลังของกลุ่มหงเหนียงพังทลายอย่างสิ้นซากด้วยคันศรโลหิต ตามมาด้วยแรงสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับพสุธาพลิกกลับ
ไป๋เฉินผิวปากอย่างพึงพอใจก่อนจะควงเกาทัณฑ์สีทองและนำมาสะพายไว้ด้านหลัง "ฮ่าๆๆๆ! อานุภาพแรงเกินกว่าที่คาดไว้ สมแล้วจริงๆที่เป็เกาทัณฑ์ระดับสูง"
ปรากฏว่าเขา้าทดสอบอานุภาพของเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยเท่านั้น และมิได้ตัดสินใจสังหารนางแต่อย่างใด
หงเหนียงและกลุ่มอดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อเย็นๆไหลผ่านใบหน้า แต่ทว่าในใจของนางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
แม้นจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่สังหารตน แต่นางก็ไม่ได้นำมาคิดให้วุ่นวาย
และนางคิดไปเองว่าไป๋เฉินอาจจะไม่กล้าพอที่จะเป็ศัตรูกับสำนักวัง์กระมัง
ไป๋เฉินถอยร่นออกมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับเฉินตงและเหยาชิงเฉิงที่ถอยร่นออกห่างจากเขาเกือบจะสิบก้าว
ก่อนที่ไป๋เฉินจะผายมือไปยังกลุ่มของหงเหนียงและจูเก่อหลิงเอ๋อร์ ราวกับว่ากำลังรอดูการแสดงดีๆที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ "เอาล่ะ พวกเ้าพูดคุยกันต่อเถิด"
เมื่อพูดจบไป๋เฉินเดินไปยังเศษหินก้อนใหญ่พลันหย่อนก้นลงนั่ง เขาอยากจะรู้เช่นกันว่าจูเก่อหลิงเอ๋อร์จะแก้ปัญหานี้อย่างไร แต่หากนางต้องเปิดฉากจู่โจมกับสามมหาอำนาจ เขาก็จะรีบเข้าไปสนับสนุนนางโดยทันที
ดูเหมือนว่ามีจุดประสงค์บางอย่างที่ไป๋เฉินไม่ได้สังหารหงเหนียง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงอยู่
แต่จู่ๆกลับมีวัตถุสีดำปรากฏขึ้นบนมือของเขาก่อนจะโยนเล่นอย่างไม่แยแส
ไป๋เฉินก็เหลือบมองไปด้านหลังด้วยรอยยิ้มสดใส "นางเซียนน้อย ขอขอบคุณสำหรับกุญแจ"
เหยาชิงเฉิงที่เผอิญมองเห็นกุญแจที่อยู่ในมือของเขาก็เกือบจะอาเจียนเป็เื!
[เป็มัน! มันขโมยกุญแจไปจากข้าได้อย่างไร!?]
แม้แต่หงเหนียงที่มองอย่างมึนงงก็ปรากฏการแสดงออกที่เกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
นั่นหมายความว่าไป๋เฉินชี้เป้าไปยังพวกมันด้วยจุดประสงค์บางอย่างว่าพวกนางขโมยกุญแจของเหยาชิงเฉิงไป
แต่ปรากฏว่าทุกอย่างเป็เพียงการแสดงละครตบตาเพื่อเปิดเผยตัวตนของนางเท่านั้น
แต่แล้วไป๋เฉินรู้ได้อย่างไรว่านางเป็ผู้ถือครองกุญแจสู่อาณาจักรลับอยู่?
คำถามนับร้อยวนเวียนอยู่ในหัวว่าไป๋เฉินมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
แม้นทุกคนจะรู้ดีกว่ากุญแจสู่อาณาจักรลับอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะขยับเขยื้อนไปจากจุดเดิม แม้กระทั่งความโลภในดวงตาของใครหลายๆคนได้หายไปโดยสมบูรณ์
บุคคลที่กล้าจะสังหารเซี่ยหยวนไป๋และซูหวินต่อหน้ามหาอำนาจทั้งสี่ บุคคลเช่นนี้สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่คำนึงผลที่ตามมา มีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่กล้าจะแย่งชิงกุญแจไปจากมือของเขา
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ในจุดต่ำสุดจู่ๆกลับบังเกิดกระแสลมดุจพายุงวงช้างขนาดใหญ่ปรากฏจากระยะสุดสายตาราวกับว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ร่างกายเสียการทรงตัว
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดผู้ถือครองกุญแจก็มาอยู่กันครบแล้วงั้นรึ!?"
จู่ๆกลับมีเสียงแหบแห้งมาพร้อมกับกระแสปราณสีเทาแผ่ซ่านมาแต่ไกล เผยให้เห็นร่างสีฟ้ามาพร้อมกับปราณสีเทาน่าขนลุก
ทุกสายตาเบิกกว้างเมื่อััได้ถึงบรรยากาศที่แปรปรวนอย่างฉับพลันราวกับมีปีศาจหลุดมาจากขุมนรก!
ทว่าปราณสีเทาที่วนเวียนรอบกายค่อยๆเลือนราง เผยให้เห็นร่างเงาของมนุษย์ที่เผยรอยยิ้มแสยะเห็นฟันขาวมาแต่ไกล "ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของข้า!"
เมื่อปรับสายตาได้ไป๋เฉินก็ต้องตกตะลึงเมื่อมองเห็นคนผู้นั้น
เพราะบุคคลที่เดินมาด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายคือฉินเหวินเทียน!
