ฮองเฮาไม่เพียงยืนขึ้น แต่ยังเดินไปที่ด้านข้างของโลงศพเย็น และใช้มือหนึ่งกดลงไปบนฝาโลง นางมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างเ็า “เ้าเป็ฆาตกร ข้าไม่มีทางให้เ้ารบกวนฉางผิง!”
เวลาหนึ่งวัน ตอนนี้ผ่านไปแล้วครึ่งวัน เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งวัน หากถึงตอนกลางคืนแล้ว หานอวิ๋นซีไม่สามารถค้นหาความจริงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของพิษได้ นางจะต้องรับผิดชอบ!
ฮองเฮาเกลียดจนอยากจะลากหานอวิ๋นซีออกไปตลอดเวลา เพื่อให้นางไม่สามารถทำอะไรได้
หานอวิ๋นซีที่หมดความอดทน นางได้รับความอยุติธรรมที่อธิบายไม่ได้แบบนี้มามากพอแล้ว แต่ในเวลานี้ นางเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับฮองเฮาด้วย
ฮองเฮาเป็แม่แท้ๆ ของฉางผิง ดังนั้นความเ็ปจากการสูญเสียบุตรสาวจึงเป็สิ่งที่เข้าใจได้ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผิดปกติไปคือการกล่าวหานางอย่างเอาแต่ใจและไม่สมเหตุสมผล!
ในฐานะแม่ นางไม่อยากรู้ความจริงหรือไร? ทำไมถึงได้เอาแต่ยืนยันว่านางเป็ฆาตกร!
แม้ว่าจะเชื่ออย่างแน่วแน่ แต่นางก็ควรรีบหาหลักฐานมาไม่ใช่หรือ?
ระหว่างทางมาที่นี่ หลงเฟยเยี่ยบอกว่า เวลาห้าวันห้าคืนที่ผ่านมา ทั้งขุนนางชันสูตรศพหรือหมอพิษก็ไม่สามารถเข้าใกล้ร่างของฉางผิงได้ ฮองเฮาไม่อนุญาตให้ใครทำการชันสูตรศพ
“ฮองเฮา หากท่านมีทัศนคติแบบนี้ ข้าคงทำได้แค่กลับไปที่ศาลต้าหลี่ แต่ได้โปรดอย่าทรมานข้าเพื่อคำสารภาพตามใจชอบก่อนที่ท่านจะพบหลักฐาน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฮองเฮาของอาณาจักรควรทำ!” หานอวิ๋นซีเตือนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา คนรับใช้หลายคนก็มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกเขารู้เพียงว่าฮองเฮาเสด็จไปศาลต้าหลี่เพื่อทรมานและ้าคำสารภาพ
หลงเทียนโม่ขมวดคิ้วแน่น ก้าวไปข้างหน้าและดึงฮองเฮากลับมา “เสด็จแม่ เสด็จพ่อตกลงกับเสด็จอาฉินแล้วว่าจะปล่อยให้นางสอบสวน”
อย่างไรก็ตาม ฮองเฮากลับนอนลงบนโลงเย็นและร้องว่า “ไม่ได้ จะให้ฆาตกรััฉางผิงได้อย่างไรกัน? ข้าเป็แม่ของนาง ทำไมข้าจะปกป้องฉางผิงไม่ได้!”
หลงเทียนโม่ที่ไม่สามารถโน้มน้าวใจได้ จึงหันหน้ามองไปที่ไท่เฮา ไท่เฮาก็มองไปที่ฮองเฮา ทว่าก็ไม่สนใจและไม่ได้ตั้งใจที่จะห้ามปรามนาง
อารมณ์ของฮองเฮาราวกับแตกสลายไปแล้ว แต่ไท่เฮากลับยังคงสงบนิ่ง
นางได้ตรวจสอบใน่ห้าวันที่ผ่านมา วันส่งท้ายปีเก่า ในวังมีการป้องกันอย่างเข้มงวดที่สุด โดยเฉพาะตำหนักคังหนิงของนาง ตำหนักซีเซียงอยู่ทางฝั่งตะวันตกของตำหนักคังหนิง ไม่น่าเป็ไปได้ที่มือสังหารจะบุกเข้ามาได้ ต่อให้จะทำการสังหารแบบเงียบๆ มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายอยู่ดี
นอกจากนี้ ฉางผิงยังเป็ถึงองค์หญิง วงสังคมของนางก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าตระกูลที่มีอำนาจ คนประจบสอพลอก็ไม่ได้มี มักจะเป็คนอื่นๆ มากกว่าที่ทำให้นางขุ่นเคือง ไม่ใช่นางที่รุกรานผู้อื่น เหตุใดถึงเกิดการฆาตกรรมเช่นนี้ได้
และในวัง พิษที่หายากเช่นนี้จะปรากฏขึ้นมาได้อย่างไรกัน แล้วใครกันที่กล้าวางยาฉางผิง?
หลังจากการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดหานอวิ๋นซี ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านพิษก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นหานอวิ๋นซีก็เป็คนเดียวที่มีความแค้นกับฉางผิง
ดีจริงๆ หานอวิ๋นซี ข้ายังไม่ทันจะได้ลากเ้าเข้ามาเป็พวก เ้าก็ฆ่าหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของข้าเสียแล้ว ข้ามองเ้าผิดไปจริงๆ!
ไท่เฮายังคงเงียบ ฮองเฮาเองก็นอนราบอยู่บนโลงเย็น แน่นอนว่าไม่มีคนรับใช้คนใดกล้าเปิดโลงศพ เวลาก็ผ่านไปทีละน้อย
่บ่ายของฤดูหนาวนั้นสั้นมาก หากยังยืดเยื้อออกไป ท้องฟ้ามันก็จะมืด
หานอวิ๋นซีรู้สึกโกรธอยู่ในใจ จึงพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ฮองเฮา ท่านจะปล่อยหรือไม่?”
ฮองเฮามองหานอวิ๋นซีอย่างขุ่นเคือง และไม่ขยับเขยื้อนใดๆ
หานอวิ๋นซีหันหลังกลับและเดินไป “ท่านอ๋อง โปรดส่งข้ากลับไปที่ศาลต้าหลี่เถิด”
ใครจะรู้หลงเฟยเยี่ยมองไปที่ฮองเฮาและถามอย่างเ็าว่า “ฮองเฮา ท่านกำลังปกปิดความผิดอะไรอยู่หรือไม่?”
ไม่ใช่แค่หานอวิ๋นซี แต่หลงเฟยเยี่ยเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน ด้วยนิสัยปกติของฮองเฮาแล้ว ไม่ว่าจะเศร้าแค่ไหนนางก็จะไม่ไร้เหตุผลและสร้างปัญหาเช่นนี้ แม้แต่คุณสมบัติการควบคุมอารมณ์ที่มารดาของอาณาจักรควรมีก็หายไป
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮองเฮาก็ปล่อยมือโดยไม่รู้ตัว “ข้าเปล่านะ!”
“ไม่เปิดโลงศพให้ชันสูตรศพ เวลาก็ผ่านมาครึ่งวันแล้ว ท่านกลัวอะไรหรือไม่? หรือกลัวว่าหานอวิ๋นซีจะพบหลักฐานอย่างนั้นหรือ?” หลงเฟยเยี่ยถามต่อไป
คำพูดของหลงเฟยเยี่ยทำให้ทั้งไท่เฮาและหลงเทียนโม่ประหลาดใจ ไท่เฮาตบโต๊ะเสียงดัง “ตึง” ทันที “ฉินอ๋อง เ้าหมายความว่าอย่างไร? ฮองเฮากำลังเสียใจกับการจากไปของบุตรสาว เ้าไม่เพียงแต่ไม่เกรงใจเท่านั้น แต่ยังหยาบคายอีกด้วย พวกเ้าสองสามีภรรยารังแกผู้คนมากเกินไปหรือไม่?”
โดยไม่คาดคิด หลงเฟยเยี่ยก็ตบโต๊ะเสียงดัง “ตึง” สายตาที่เ็าของเขาจ้องมองตรงไปที่ไท่เฮาและพูดด้วยความโกรธว่า “ข้าแลกเปลี่ยนคำสั่งสิทธิพิเศษของฮ่องเต้ผู้ล่วงลับเพื่อโอกาสนี้ การที่ฮองเฮาขัดขวางเช่นนี้ ถือเป็การเหยียดหยามคำสั่งสิทธิพิเศษของฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ แล้วจะให้หมายความว่าอย่างไรอีก?”
คำสั่งสิทธิพิเศษ?
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา คนรับใช้ทุกคนในที่นี้ก็คุกเข่าลงทันที
พระเ้า ฉินอ๋องโกรธแล้ว ฉินอ๋องถึงกับเชิญฮ่องเต้ผู้ล่วงลับออกมา?
ฮองเฮาอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง และรีบถอยห่างทันที คุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว “ข้ามิบังอาจ! ข้ามิบังอาจอย่างแน่นอน!”
และไท่เฮายังคงยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยความงุนงง ไม่รู้จะพูดอะไรอยู่พักหนึ่ง
หากไท่เฮาจำไม่ผิด นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นฉินอ๋องโกรธ ฉินอ๋องผู้ที่ไม่แยแสมาตลอด โกรธมากจนต้องเชิญคำสั่งสิทธิพิเศษจากฮ่องเต้ผู้ล่วงลับออกมา
เพียงเพื่อหานอวิ๋นซีเท่านั้นหรือ? สตรีที่นางยัดเยียดให้กับเขาน่ะหรือ?
เ้าชอบหรือใจกว้าง?
ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชม หลงเฟยเยี่ยออกคำสั่งอย่างเ็า “ทหาร เปิดโลงศพ!”
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีที่กำลังอึ้งไม่แพ้กันก็หันกลับมาอย่างช้าๆ ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าทำไมตัวเองและหลงเฟยเยี่ยถึงสามารถเดินออกจากศาลต้าหลี่ได้อย่างราบรื่น
เมื่อมองยังใบหน้าของหลงเฟยเยี่ยที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง หัวใจของหานอวิ๋นซีก็เต้นระรัว
นี่ไม่ใช่ความฝัน ทำไมชายผู้นี้ถึงปฏิบัติกับนางดีขนาดนี้?
“หานอวิ๋นซี เ้ายังนิ่งอยู่ทำไม?” หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง เขาไม่ได้อารมณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความโกรธอยู่เสมอ และท่าทีก็ยังคงเ็าเช่นเดิม
เวลานี้ โลงเย็นถูกเปิดออก หานอวิ๋นซีกลับมามีสติโดยไม่สนหัวใจที่เต้นแรง และรีบตรวจสอบทันที
ระหว่างทางมาที่นี่ นางได้สะสางความคิดของนางแล้ว สิ่งแรกที่นางต้องทำคือค้นหาตำแหน่งของสารพิษ
ตำแหน่งสามารถระบุวิธีการวางยาพิษได้ และวิถีของการวางพิษก็แสดงถึงวิธีการวางยาพิษ
นี่เป็ขั้นตอนแรกและเป็ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
หานอวิ๋นซีเข้าไปใกล้และเปิดใช้งานระบบสแกนเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด หากไม่ตรวจสอบอย่างละเอียดก็ไม่สามารถรู้ได้จริงๆ การตรวจสอบนี้ นางได้ค้นพบว่าในห้องซีเซียงคืนวันส่งท้ายปีเก่า ข้อมูลสำคัญที่นางพลาดไปตอนที่นางตื่นตระหนกคืออะไร!
ตำแหน่งของพิษอยู่ที่มือของฉางผิง ซึ่งเป็พิษจากการติดเชื้อที่าแ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่ใช่คนจงใจวางยาพิษ แต่ฉางผิงมีาแที่มือและััแหล่งที่มาของพิษ!
หานอวิ๋นซีมีความสุขอยู่ในใจ นางรู้ว่าการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากในวันส่งท้ายปีเก่า จะไปมีนักฆ่าบุกรุกเข้ามาได้อย่างไร ในตอนนั้นนางรีบวิ่งไปทันทีที่ได้ยินเสียง แต่ก็ไม่เห็นใครเลย และหน้าต่างทั้งหมดในห้องนั้นปิดสนิท!
ไม่มีใครวางยาพิษ แต่เป็องค์หญิงฉางผิงที่บังเอิญััยาพิษ เดินไปไม่กี่ก้าวก็ล้มลงกับพื้นและทำชั้นวางของล้ม ดังนั้นนางจึงได้ยินเสียงนั้นดังขึ้น และรีบวิ่งเข้าไปดูที่เกิดเหตุในทันที
การค้นพบที่น่าประหลาดใจนี้ทำให้เื่ทั้งหมดง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ต้องรู้ว่า หากมีนักฆ่าวางยาพิษก็ต้องหานักฆ่าคนนั้นให้เจอ ไม่เช่นนั้นนางก็คงจบเห่แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม การได้รับพิษโดนบังเอิญและค้นหาแหล่งที่มาของพิษ สำหรับผู้เชี่ยวชาญอย่างหานอวิ๋นซีแล้ว มันไม่ง่ายเลย
ในเวลาเดียวกัน ความสนใจของทุกคนอยู่ที่หานอวิ๋นซี นางแอบชำเลืองมองไปที่หลงเฟยเยี่ยและทำการตรวจสอบต่อไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
แหล่งที่มาของพิษมีสองประเภท ประเภทที่หนึ่งคือแหล่งพิษจากธรรมชาติ เช่น พืชและสัตว์ที่มีพิษตามธรรมชาติ และอีกประเภทคือแหล่งพิษเทียม ซึ่งคือพิษที่สกัดขึ้นเอง
พิษของ “ต้นยางน่อง” นั้นหายากอย่างมาก และมักปรากฏในพื้นที่ชายแดนใต้ มีน้อยคนนักที่จะรู้จักมัน แต่มันมาปรากฏอยู่ในพระราชวังได้อย่างไร?
หานอวิ๋นซีรู้สึกสับสน เริ่มเก็บลิ่มเืแห้งจากาแบนมือขององค์หญิงฉางผิงเพื่อทดสอบ
ศพถูกเก็บไว้เป็เวลาห้าวันแล้ว ลิ่มเืจึงผสมกับสิ่งสกปรกจำนวนมาก ซึ่งหมอพิษทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้ โชคดีที่หานอวิ๋นซีมีเพื่อนสนิทอย่างระบบล้างพิษคอยช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตามหลังจากวิเคราะห์ผลลัพธ์ หานอวิ๋นซีก็ใ นางไม่เคยคิดเลยว่าแหล่งที่มาของพิษจะเป็เช่นนี้!
ไม่น่าเชื่อ!
หานอวิ๋นซีซ่อนความใไว้ในใจ ก้าวถอยหลังอย่างเงียบๆ ถอดถุงมือออกและล้างมือ
ในเวลานี้ห้องเงียบมากเรื่อยๆ เมื่อครู่ทุกคนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หานอวิ๋นซีไม่ได้ทำอะไรเลยเพียงแค่เก็บลิ่มเืด้วยเข็มสีทองเท่านั้น
การชันสูตรศพของนางจบลงแล้วหรือ? นางตรวจเจออะไรหรือไม่?
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหานอวิ๋นซีดูไม่สู้ดีนัก ไท่เฮาจึงเป็คนแรกเอ่ยปากพูดว่า “หานอวิ๋นซี เ้าตรวจพบอะไรหรือไม่?”
ฮองเฮามองไปด้วยความกระวนกระวาย แววตาก็แววประหม่าออกมา
หานอวิ๋นซีเหลือบมองไปที่ไท่เฮาและฮองเฮา แต่ไม่ได้ตอบอะไร และหันไปหาหลงเฟยเยี่ยแล้วพูดว่า “พาข้าไปที่ตำหนักซีเซียงหน่อย”
หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ถามคำถามใดๆ ลุกขึ้นและเดินไปกับหานอวิ๋นซี ทิ้งให้ผู้คนในห้องงงงวย
“นาง...เป็อะไร?” ไท่เฮาบ่นอย่างไม่พอใจ
ดวงตาของฮองเฮาเต็มไปด้วยความซับซ้อน หลงเทียนโม่พูดเบาๆ ว่า “เสด็จย่า เราไปดูกันเถอะ”
เมื่อหานอวิ๋นซีเข้าไปในตำหนักซีเซียง สีหน้าของนางก็เคร่งเครียด นางมองไปรอบๆ ราวกับว่ากำลังมองหาบางอย่าง เพียงแต่ในไม่ช้าก็มองไปทางอื่นและตรงไปที่ห้องที่องค์หญิงฉางผิงที่ถูกสังหาร
ในเวลานี้ หลงเฟยเยี่ยรู้สึกสงสัยและถามเบาๆ ว่า “เป็อย่างไร?”
“แหล่งที่มาของพิษต้องอยู่ในตำหนักนี้” สีหน้าหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความจริงจัง หลังจากที่นางตรวจสอบห้องและเดินออกไป ไท่เฮาและคนอื่นๆ ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
หานอวิ๋นซีที่ไม่ได้พูดเสียงเบา คำพูดเมื่อครู่ ไท่เฮาและคนอื่นๆ ได้ยินสิ่งที่นางพูดได้อย่างชัดเจน
คนที่ตื่นเต้นที่สุดคือหลงเทียนโม่ “เสด็จอาหญิงฉิน ท่านพูดว่าอะไรนะ?”
“แหล่งที่มาของพิษต้องอยู่ในตำหนักนี้ หากไม่ใช่ในตำหนัก แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติ!”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ไท่เฮาก็ใ เป็ไปได้หรือไม่ว่าหานอวิ๋นซีถูกใส่ร้ายจริงๆ?
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็หามันสิ!” ไท่เฮาพูดอย่างเ็า จู่ๆ ฮองเฮาที่ยืนอยู่ข้างนางก็สั่นสะท้าน หลงเทียนโม่รีบประคองนาง “เสด็จแม่ ท่านเป็อะไรหรือไม่?”
หานอวิ๋นซีเหลือบมองไปที่ฮองเฮา และยังคงรู้สึกแปลกๆ แต่นางไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเื่นี้ในเวลานี้
“สาวใช้ส่วนตัวของฉางผิง ซวงหงมานี่ซิ” นางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เ้าจะทำอะไร?” ไท่เฮากระวนกระวาย
“ไท่เฮาไม่ต้องกังวลไป ก่อนฟ้ามืด ฉางผิงต้องตายตาหลับอย่างแน่นอน” หานอวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนมั่นใจในสิ่งที่นางพบมากขึ้น ไท่เฮาเม้มปาก “เอาเถอะ ข้ารออยู่!”
ฮองเฮาจ้องมองที่หานอวิ๋นซีอย่างไม่วางตา และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกัดฟันแน่น ร่างกายก็เกร็งไปทั้งร่าง
หลงเฟยเยี่ยอยู่ด้านข้าง ถูคางของเขาอย่างใจเย็น มองปฏิกิริยาของฮองเฮาในมุมกว้าง
หลังจากองค์หญิงฉางผิงสิ้นพระชนม์ ซวงหงก็ล้มป่วย ใช้เวลาสักพักกว่าที่คนรับใช้ในวังสองคนจะช่วยพยุงนางออกมา
ทันทีที่เห็นหานอวิ๋นซี ความเกลียดชังของซวงหงก็ขึ้นมาทันที แม้ว่าจะคุกเข่าอยู่ แต่สายตาก็จ้องไปที่อีกฝ่ายอย่างโกรธเกรี้ยว
อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีกลับนั่งยองลงและถามอย่างจริงจังว่า “ซวงหง ในวันส่งท้ายปีเก่า ตอนที่องค์หญิงฉางผิงให้เ้าออกไปเอาของ เ้านำอะไรออกไปจากห้องนี้หรือไม่?”
หานอวิ๋นซีมั่นใจมากว่าพิษที่ฉางผิงถูกวางคงอยู่ได้ไม่นาน และแหล่งที่มาของพิษต้องอยู่ในห้องนี้ คืนนั้นนางตรวจสอบมันแล้วแต่ไม่พบ และวันนี้ก็ยังไม่พบ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันถูกนำออกไป
ทันทีที่คำพูดออกมา ซวงหงที่ยังไม่ทันจะตอบ ทว่าขาของฮองเฮากลับอ่อนแรงและทรุดลงในอ้อมแขนของหลงเทียนโม่
“เสด็จแม่! เสด็จแม่เป็อะไรไป!” หลงเทียนโม่ตื่นตระหนก
