ต้วนต้าหลางออกปากห้าม “ซานหลางไม่จำเป็ต้องไป ข้าสอบถามเื่นี้มาเรียบร้อยแล้ว ภายในอำเภอมีสำนักศึกษาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
แม้จะเป็สำนักศึกษาระดับอำเภอ แต่ท่านอาจารย์เมิ่งภายในสำนักศึกษาทำการสอนมากว่าสามสิบปี ได้รับคำสรรเสริญอย่างยิ่ง
ภายในสำนักศึกษาของเขาเปิดชั้นเรียนระดับต้น
ยามนี้ประจวบเหมาะกับมีบัณฑิตกลุ่มหนึ่งจะสอบถงเซิง หลานชายทั้งห้าของผู้ใหญ่บ้านเฉินล้วนอยู่ในชั้นเรียนนี้เช่นกัน เมื่อท่านอาเคอไปเรียนก็จะได้มีคนคอยเคียงข้างพอดี”
เคอโยวหรานเอ่ยด้วยความยินดี “เช่นนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ มิสู้วันพรุ่งพวกเราไปดูเป็เพื่อนท่านพ่อ จะได้จัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยเ้าค่ะ”
ต้วนต้าหลางกับเคอเจิ้งตงพากันพยักหน้า เคอเจิ้งตงถึงขั้นอยากไปสำนักศึกษาโดยมิอาจรีรอเสียแล้ว
โดยเฉพาะหลังจากได้เห็นน้องรองเคอเจิ้งหนานในวันนี้ ความคิดที่จะสอบเคอจวี่ของเขาก็รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
น้องรองของเขาเป็เพียงนายทะเบียนตำแหน่งเล็กๆ เท่านั้น แต่เมื่อคนในหมู่บ้านเห็นเคอเจิ้งหนานกลับทำเหมือนหนูเห็นแมวก็มิปาน ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าทุกคนพากันว่านอนสอนง่ายเพียงใด
หากภายหน้าเขาสอบชิงจอหงวนจนได้รับราชการ เช่นนั้นก็จะสามารถปกป้องถงซื่อ ปกป้องบุตรสาวทั้งสามให้ไม่ต้องถูกรังแกอีกต่อไป
มิเช่นนั้น เขาคงต้องกลายเป็พี่ใหญ่ที่ถูกน้องชายของตนกดข่มเอาไว้ ไม่ว่าจะคิดเช่นไรก็รู้สึกไม่ดีอย่างยิ่ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังหารือเื่นี้กันอย่างยินดี ข้างนอกพลันมีเสียงร้องด้วยความร้อนรนใจของต้วนเอ้อร์หลางดังขึ้น
“ซิ่วเอ๋อร์...ซิ่วเอ๋อร์...เ้าเป็อันใดไป? อย่าทำให้ข้าใเช่นนี้...รีบฟื้นเร็วเข้า...”
“พี่สะใภ้รอง?” เคอโยวหรานสะดุ้งโหยง รีบใช้พลังลมปราณทะยานกายออกไป โดยมีต้วนเหลยถิงไล่ตามติดอยู่ทางด้านหลัง
ครั้นต้วนเอ้อร์หลางมองเห็นเคอโยวหราน เขาก็รู้สึกราวกับพบแกนหลักของหัวใจ พลันโอบกอดไป๋ซื่อพร้อมทั้งเอ่ยด้วยความร้อนรนใจว่า
“น้องสะใภ้ ขอร้องเ้าช่วยตรวจดูซิ่วเอ๋อร์ทีเถิด นางเป็อันใด? เหตุใดจู่ๆ ถึงได้หมดสติไปเสียแล้ว”
เคอโยวหรานไม่กล้ารีรอ นางสาวเท้าเข้าไปจับชีพจร หัวใจที่ตื่นตระหนกพลันวางใจลงทันใด
ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นต้วนเอ้อร์หลางตื่นตระหนกจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก นางก็คิดในใจว่า :
นับเป็เื่หาได้ยากยิ่งนัก บุรุษผู้นี้ที่ปกติไม่ค่อยจะเอ่ยสิ่งใด เพื่อสตรีที่ตนรัก ฉับพลันนั้นกลับเอ่ยวาจายาวเหยียดถึงเพียงนี้ ทั้งยังถึงขั้นใช้คำว่าขอร้องอีกด้วย
ต้วนเหลยถิงยืนอยู่ด้านหลังเคอโยวหราน เมื่อััได้ถึงความร้อนรนใจของพี่รองจึงกล่าวว่า
“โยวหราน เป็อย่างไรบ้าง? อาการของพี่สะใภ้รองเป็อย่างไร?”
เคอโยวหรานปล่อยมือออก จากนั้นฉีกยิ้มกว้างเอ่ย “ขอแสดงความยินดีกับพี่รองด้วยเ้าค่ะ พี่สะใภ้รองตั้งครรภ์แล้ว ท่านจะได้เป็พ่อคนแล้วเ้าค่ะ”
ความน่ายินดีครั้งใหญ่หล่นกระแทกศีรษะของต้วนเอ้อร์หลางจนหน้ามืดตาลาย เขาทอดมองสตรีในอ้อมแขนอย่างตะลึงงัน ริมฝีปากสั่นระริกอยู่เนิ่นนาน มิอาจเอ่ยสิ่งใดอยู่นาน
มารดาสกุลต้วนกับถงซื่อที่ได้ยินเสียงร้องของต้วนเอ้อร์หลางเพิ่งจะวิ่งออกมาจากห้องครัวก็ได้รับรู้ข่าวอย่างกะทันหัน พวกนางต่างโอบกอดกันพลางร้องไห้ด้วยความยินดี
หลังผ่านไปเนิ่นนาน มารดาสกุลต้วนจึงปล่อยถงซื่อแล้วพนมมือเอ่ยว่า “อมิตาภพุทธ พระโพธิสัตว์คุ้มครอง ในที่สุดสกุลต้วนของพวกเราก็มีทายาทสืบสกุลแล้ว”
หลังกล่าวคำจากใจจบ มารดาสกุลต้วนก็กุมมือของเคอโยวหรานแล้วเอ่ยทั้งน้ำตาคลอหน่วย
“โยวหราน แม่ขอบคุณเ้ามาก เป็เพราะเ้าเชิญท่านหมอเทวะกับท่านเซียนพิษมารักษาบุตรชายทั้งสามของข้าจนหายดี ถึงได้มอบชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา
หากไม่มีเ้า เกรงว่าชั่วชีวิตนี้ของเอ้อร์หลางคงมิอาจมีทายาทสืบเชื้อสายเสียแล้ว ฮือๆๆ...”
สิ้นคำกล่าว มารดาสกุลต้วนยังจับจูงมือเคอโยวหรานและเอ่ยต่อ “โยวหราน รอกระทั่งพี่สะใภ้รองของเ้าฟื้นขึ้นมา แม่จะต้องให้นางไปกล่าวขอบคุณเ้า จะต้องให้นางไปขอบคุณเ้าอย่างแน่นอน... ฮือๆ...”
เคอโยวหรานตบหลังมือมารดาสกุลต้วนเบาๆ “ท่านแม่ไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้เ้าค่ะ พี่สะใภ้รองกำลังตั้งครรภ์ สามเดือนแรกเป็่สำคัญเ้าค่ะ
พี่สะใภ้น้องสะใภ้เช่นพวกเราล้วนเป็พี่น้องบ้านเดียวกัน ไม่จำเป็ต้องขอบคุณเพราะเื่เล็กน้อยเช่นนี้เ้าค่ะ
ให้นางนอนพักอยู่บนเตียงให้มากสักหน่อย ข้าจะจัดเทียบยาบำรุงครรภ์ไม่กี่ชุด ทำให้ครรภ์ของนางสงบลงเสียก่อนแล้วค่อยว่ากันนะเ้าคะ”
“ใช่ๆ เป็แม่ที่สะเพร่าเสียแล้ว” มารดาสกุลต้วนยกยิ้มจนมิอาจหุบได้ลง จากนั้นเรียกต้วนเอ้อร์หลางแล้วเอ่ยว่า
“เอ้อร์หลาง เ้ายังมัวยืนนิ่งอยู่ที่นี่ด้วยเหตุใด ยังไม่รีบอุ้มไป๋ซื่อเข้าไปในห้อง สตรีตั้งครรภ์ร่างกายอ่อนแอเป็ที่สุด หากปล่อยให้นางต้องอากาศเย็นจะทำเช่นไร?”
“หา? อ้อ...” ต้วนเอ้อร์หลางเพิ่งจะได้สติกลับมา จากนั้นอุ้มไป๋ซื่อกลับเข้าไปในห้อง
ต้วนเหลยถิงทอดมองใบหน้าเรียวขาวซีดของไป๋ซื่อ แววตาฉายแววลุ่มลึกก่อนจะก้มหน้าจมลงสู่ห้วงความคิดของตนเอง
ยามสตรีตั้งครรภ์จะร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หากภายหน้าเคอโยวหรานของเขาตั้งครรภ์จะเป็อย่างไร?
เมื่อคิดเช่นนี้ ต้วนเหลยถิงก็ลอบบอกกับตนเองว่า นับแต่นี้เป็ต้นไปตนจะต้องดูแลโยวหรานให้ดี ต้องบำรุงร่างกายนางให้มากสักหน่อย
เพื่อมิให้ภายหน้ายามโยวหรานตั้งครรภ์ต้องเป็เช่นพี่สะใภ้รอง บนใบหน้าไม่ซับสีเืแม้แต่นิด
ยามนี้พี่สะใภ้รองตั้งครรภ์ โยวหรานสามารถคอยดูแล ทว่าหากภายหน้าโยวหรานตั้งครรภ์ เช่นนั้นผู้ใดจะช่วยดูแลนาง?
เมื่อคิดเช่นนี้ ต้วนเหลยถิงพลันเงยหน้ามองไปทางเขาต้าชิงและคิดในใจว่า :
รอกระทั่งหมอเทวะกลับมา เขาจะต้องขอคำชี้แนะจากอีกฝ่ายเื่วิชาหมอสักหน่อย ต้องปกป้องโยวหรานผู้เป็แม่ทูนหัวของเขาเป็อย่างดี มิอาจปล่อยให้นางต้องทรมานเพราะตั้งครรภ์
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นยินดีเพราะการตั้งครรภ์ของไป๋ซื่อ หยวนซื่อที่อยู่ภายในห้องได้ฉีกทึ้งเสื้อตัวเก่าจนขาดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียแล้ว
ดวงตาทั้งสองข้างของนางเต็มไปด้วยเส้นเืฝอย จดจ้องประตูห้องด้วยความเกลียดชัง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงและคิดอย่างแค้นเคืองว่า
เคอโยวหราน ประเสริฐนักเคอโยวหราน มียาทำให้ครอบครัวเ้ารองสามารถตั้งครรภ์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่กลับไม่เอาของดีๆ มาให้พี่สะใภ้ใหญ่เช่นตน
ดีนัก ช่างดีจริงๆ ยามนี้ครอบครัวเ้ารองชิงมีบุตรตัดหน้าไปหนึ่งคนจนขึ้นมาขี่อยู่บนหัวของตนเสียแล้ว
หึ ไป๋ซื่อคงอยากคลอดบุตรกระมัง? ตั้งครรภ์ต้องใช้เวลาสิบเดือน ข้าจะคอยดูว่าเ้าจะสามารถคลอดบุตรออกมาได้ปลอดภัยหรือไม่
ครอบครัวใหญ่ของข้ายังไม่ทันมีทายาท ครอบครัวรองของพวกเ้าก็ชิงตัดหน้าไปก่อน จงระวังเถิดว่าจะได้กลายเป็หนึ่งร่างสองศพจนมิได้สิ่งใดทั้งสิ้น ฮ่าๆ...
ในขณะที่หยวนซื่อราวกับถูกปีศาจเข้าสิง ข้างนอกพลันมีเสียงร้องด้วยความใของเคอเจิ้งตงดังขึ้น “แม่ของลูกข้า เ้าเป็อันใดไป?...”
“ท่านแม่...” เคอโยวหรานร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก
“หึๆๆ...” หยวนซื่อป้องปากหัวเราะไร้เสียง
นางลอบคิดในใจว่า : เคอโยวหรานนะเคอโยวหราน ผู้ใดใช้ให้เ้ากำแหง ยามนี้เกิดเื่กับมารดาของเ้าเสียแล้วกระมัง ฮ่าๆๆ...
ไม่รอให้หยวนซื่อดีใจได้นานนัก สายฟ้าฟาดยามกลางวันแสกๆ ก็กระแทกหัวของนางจนมึนงง
ได้ยินเพียงเสียงเคอโยวหรานเอ่ยด้วยความยินดีอยู่ด้านนอกว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ก็ตั้งครรภ์เช่นกันเ้าค่ะ ไม่แน่ว่าครั้งนี้พวกเราอาจจะมีน้องชายคนเล็กก็เป็ได้นะเ้าคะ”
“ฮ่าๆๆ...มงคล เป็เื่มงคลจริงๆ! วันนี้เื่มงคลมาเยือนจวนถึงสองครั้ง ข้าต้องทำอาหารรสเลิศเพื่อสักการะพระโพธิสัตว์กับพระแม่ประทานบุตรสักหน่อยแล้ว ฮ่าๆๆ...”
น้ำเสียงเผยความยินดีต่อเื่ที่คาดไม่ถึงของมารดาสกุลต้วนได้ดึงหยวนซื่อให้ลงแดนนรกไร้จุดสิ้นสุดเสียแล้ว
เพราะเหตุใดกัน? เหตุใดหญิงแก่เช่นถงซื่อยังตั้งครรภ์ได้? ตนด้อยยิ่งกว่าถงซื่ออีกหรือ? จะเย้ยหยันเกินไปแล้วกระมัง?
เมื่อคิดเช่นนี้ หยวนซื่อพลันโผกายไปยังเตียงนอน ใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะเอาไว้มิดชิดก่อนจะร้องไห้โฮออกมา
ภายนอกห้อง ทุกคนต่างพากันวิ่งวุ่นเพราะการตั้งครรภ์ของถงซื่อกับไป๋ซื่อ
ด้วยเหตุนี้เคอโยวหรานจึงเข้าครัวด้วยตนเอง ตุ๋นน้ำแกงไก่โสมหนึ่งหม้อใหญ่ อีกทั้งนางยังแอบเติมน้ำสระบัวลงไปอีกไม่น้อย
พื้นฐานร่างกายมารดาของนางกับพี่สะใภ้รองล้วนแต่อ่อนแอยิ่งนัก จำต้องบำรุงให้ดีจึงจะถูก
ภายในเรือนข้างฝั่งตะวันตก เคอเจิ้งตงกุมมือถงซื่อพลางเอ่ยด้วยความเป็กังวล “เจินเอ๋อร์ ตอนนี้เ้าตั้งครรภ์แล้ว เป็ยามที่้าให้มีคนคอยดูแล ข้าจะไม่ไปสำนักศึกษาในวันพรุ่งแล้ว รอจนกระทั่งบุตรของข้าคลอดเสียก่อนแล้วค่อยไป!”
ถงซื่อขอบตาแดงระเรื่อ ประคองใบหน้าของเคอเจิ้งตงด้วยความซาบซึ้ง กระทั่งหลับฝันนางก็ยังไม่คิดว่าจะมีวันที่สามีทึ่มจะรู้จักเป็ห่วงเป็ใยและคอยปกป้องตน
อีกทั้งเขายังเป็เหมือนคนทั่วไป รู้จักกล่าววาจาเห็นอกเห็นใจฉันสามีภรรยา ยิ่งไปกว่านั้นนางยังไม่กล้าคิดว่าตนอายุมากถึงเพียงนี้แล้วยังจะสามารถตั้งครรภ์ได้ หากภายหน้าให้กำเนิดบุตรชายสักคน เช่นนั้นก็นับว่าชั่วชีวิตนี้ของนางดีเลิศสมบูรณ์แล้ว
