กู้อิ๋งจ้องถ้ำนั้นเขม็ง นางคิดไม่ออกว่าตอนนี้ควรทำอย่างไร หากเื่นี้ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบขององค์รัชทายาท แล้วนางไปขัดแผนการขององค์รัชทายาทเข้าล่ะ จะไม่เกิดเื่ใหญ่หรอกหรือ?
“พี่ใหญ่ ท่านกำลังทำอะไรน่ะ?” กู้เจิงกำลังพิงกายข้างถ้ำ แล้วยื่นหน้าเข้าไปเงี่ยหูฟังด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ฟังเสียง”
“หา? ” กู้อิ๋งหน้าเหวอ
“ถ้าเซี่ยิ่หรูขัดขืน ข้าจะเข้าไป แต่ถ้าไม่ ข้าก็จะไม่เข้าไป” กู้เจิงบอก ขอแค่แม่นางน้อยตระกูลเซี่ยขัดขืนเพียงสักเล็กน้อย นางก็จะเข้าไปช่วยแน่นอน แต่ถ้าแม่นางน้อยเต็มใจ นางก็ไม่จำเป็จะต้องเข้าไปขัดขวาง
กู้อิ๋งครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า นี่นับว่าเป็วิธีที่ดี
ในตอนนั้นเอง เสียงขององค์รัชทายาทจากในถ้ำก็ดังขึ้น “ิ่หรู เ้าชอบข้ามิใช่หรือ? แล้วทำไมถึงมีสีหน้าเช่นนี้?”
“พวกเราทำแบบนี้ไม่ถูกต้องนะเพคะ” เสียงของเซี่ยิ่หรูสั่นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็เพราะกลัวหรือประหม่ากันแน่ “หากฝ่าาทรงชอบิ่หรูจริงๆ ก็ควรจะเข้าตามตรอกออกตามประตู และควรขอพระราชโองการจากฮ่องเต้เพคะ”
“เ้ากับข้ารักกัน แม่ทัพเซี่ยกับฮูหยินเซี่ยต้องไม่โทษพวกเราแน่ หลังจากกลับไปข้าจะขอให้เสด็จพ่อพระราชทานการอภิเษกสมรส"
“จริงหรือเพคะ?”
“ข้าเคยโกหกเ้าด้วยหรือ?”
กู้เจิงเกือบจะแค่นหัวเราะออกมา องค์รัชทายาทผู้นี้ช่างรู้จักล่อลวงคนจริงๆ
“พวกเ้าฟังพอหรือยัง?” เสียงของตวนอ๋องกล่าวขึ้นจากทางด้านหลัง
ยามที่กู้เจิงกับกู้อิ๋งหมุนตัวกลับไป ก็เห็นเฟิงไหลกับชิวจื้อคุกเข่าก้มศีรษะอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าตวนอ๋องมาั้แ่เมื่อไหร่ ตอนนี้เขากำลังมองพวกนางด้วยสีหน้ามืดมน
เป็ดังคาด สิ่งที่กู้เจิงคาดเดาไว้เป็ความจริง การมาเที่ยวเล่นในป่าวันนี้เป็แผนการที่วางเอาไว้ล่วงหน้า
กู้อิ๋งเห็นตวนอ๋องก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“พาพระชายากับฮูหยินเสิ่นออกไป” ตวนอ๋องกล่าวกับองครักษ์ที่ตามมา
“ขอรับ”
ในเมื่อรู้ความจริง กู้อิ๋งย่อมต้องช่วยสามีอยู่แล้ว ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องก็ตาม นางเดินลงเขาไปโดยมีองครักษ์คุ้มกัน
“ิ่หรู เ้าอยู่ในถ้ำไหม?” กู้เจิงทำทีเดินตามกู้อิ๋งไปก่อนจะรีบหันะโเข้าไปในถ้ำ“พวกเราจะเข้าไปแล้ว”
ตวนอ๋องคาดไม่ถึงว่ากู้เจิงจะกระทำการเช่นนี้ เขาจะห้ามนางก็ไม่ทันแล้ว จึงได้แต่มองนางด้วยสีหน้าทะมึน “กู้เจิง เ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าทำลายอะไรลงไป?”
กู้เจิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นางทำลายอะไร? เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของหญิงสาวคนหนึ่งไว้ แผนการอันยิ่งใหญ่ที่องค์รัชทายาท้านั้นคงไม่เสียหายไปเพียงเพราะสาวน้อยคนหนึ่งกระมัง อย่างมากก็แค่ค่อยคิดหาวิธีอื่นเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง เซี่ยิ่หรูก็วิ่งออกมาจากถ้ำ นอกจากผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและใบหน้าที่ซีดเผือดแล้ว เสื้อผ้ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เมื่อนางเห็นว่าข้างนอกไม่ได้มีเพียงแค่คนที่นางคิดไว้ แต่ยังมีตวนอ๋องและองครักษ์อีกจำนวนหนึ่ง ใบหน้าขาวซีดของนางก็แทบจะไร้ซึ่งสีเื
องค์รัชทายาทไม่ได้ตามออกมาด้วย ตวนอ๋องจ้าวหยวนเช่อรีบแสร้งทำเป็กลบเกลื่อนเหตุการณ์ เขารีบยิ้มกว้างพลางเอ่ยกับคุณหนูเซี่ย “ที่แท้แม่นางิ่หรูอยู่ที่นี่เอง กู้เหยากับคนอื่นๆ กำลังตามหาเ้าอยู่ ไม่รู้ว่าจะเป็ห่วงมากเพียงใด พวกเราไปกันเถอะ”
“อ้อ เพคะ” เซี่ยิ่หรูไม่กล้ามองเข้าไปในถ้ำด้านหลังอีก นางกลัวคนอื่นๆ จะเห็นคนภายในถ้ำ นางจึงอยากจะรีบจากไป
ทว่าหลังจากที่ทุกคนเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงขององค์รัชทายาทก็ดังขึ้น “ทำไมไม่รอข้าด้วยเล่า?”
ร่างกายของเซี่ยิ่หรูแข็งค้าง นางหันกลับไปมององค์รัชทายาทที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยและออกมายืนอยู่หน้าปากถ้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ
องค์รัชทายาทออกมาด้วยสภาพเช่นนี้เลยหรือ? เขาไม่สนเกียรติศักดิ์ศรีของคุณหนูเซี่ยเลยสักนิด? นาทีนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่กู้เจิงมีต่อองค์รัชทายาทหายไปจนหมดสิ้น
เหล่าองครักษ์รีบก้มหน้า องค์รัชทายาทกับคุณหนูเซี่ยออกมาจากถ้ำในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทั้งคู่ เื่พวกนี้พวกเขาไม่ควรจะรับรู้
“พวกเขาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” เสียงของกู้เหยาดังขึ้นไม่ไกลนัก
“เหตุใดถึงวิ่งขึ้นเขากันมาหมด” เป็เสียงขององค์หญิงสิบเอ็ด “ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“กู้เหยา องค์หญิง รอพวกเราด้วย” เสียงของหนิงซิ่วอิงหอบแฮ่กๆ
เมื่อเห็นทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เซี่ยิ่หรูก็แทบอยากมุดแผ่นดินหนี
องค์ชายสิบสองเอาสองมือเท้าเอว มองไปที่ป่าสีเขียวอันกว้างไกลสุดสายตา “ทิวทัศน์ที่นี่ไม่เลวเลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสด็จพี่รัชทายาทกับเสด็จพี่ห้าถึงมาที่นี่” เขายังไม่รู้ตัวว่าบรรยากาศนั้นแปลกไป
หนิงซิ่วอิง หวังหว่านหรง และหนิงฉีกวงเห็นสีหน้าของทุกคนไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะคุณหนูเซี่ย ณ ตรงนี้ พวกนางมีตำแหน่งฐานะต่ำที่สุด จึงยืนเงียบๆ โดยไม่พูดไม่จา
“เอ๋ ตรงนี้มีถ้ำด้วย? เสด็จพี่รัชทายาท ท่านเป็คนค้นพบหรือ?” องค์หญิงสิบเอ็ดเห็นถ้ำด้านหลังองค์รัชทายาท
“ข้าจะเข้าไปดูด้วย” กู้เหยาทำท่าจะเข้าไปบ้าง แต่ถูกกู้อิ๋งห้ามไว้ก่อน “อะไรหรือเ้าคะพี่สาม?”
“นี่ก็สายมากแล้ว เราควรลงเขาได้แล้ว” กู้อิ๋งดึงมือกู้เหยา
กู้เหยารู้สึกได้ถึงท่าทีแปลกๆ ของทุกคน นางหันไปมองพี่เขยสาม พี่ใหญ่ และเซี่ยิ่หรู สีหน้าของทุกคนล้วนผิดปกติ
“ถ้ำแห่งนี้สะอาดดีจัง ราวกับมีคนมาทำความสะอาดเอาไว้” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำขณะเดินออกมาจากในถ้ำ
เซี่ยิ่หรูหน้าซีดเผือด คำพูดโดยไร้ซึ่งเจตนาขององค์หญิง ไม่รู้ว่าจะเตือนสติคุณหนูเซี่ยได้มากน้อยแค่ไหน
“ทิวทัศน์ก็ชมแล้ว พวกเราลงเขากันเถอะ” องค์รัชทายาทเอ่ยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตลอดเส้นทางลงเขานอกจากองค์หญิงสิบเอ็ดกับกู้เหยาที่พูดคุยกันเป็ครั้งคราว คนอื่นๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ต่างเดินก้มหน้าลงเขากันเงียบๆ
พระชายารัชทายาท หลู่อ๋องและชายารอง รวมถึงคนอื่นๆ ต่างรอกันอยู่ในป่า เมื่อเห็นทุกคนลงเขามาก็เข้ามาต้อนรับ
พระชายารัชทายาทยิ้มพลางมององค์รัชทายาท นางกำลังคิดจะถามว่าเดินขึ้นเขาเหนื่อยหรือไม่ แต่พอเห็นหญ้าแห้งติดบนไหล่ของเขา นางจึงยิ้มและกล่าวว่า “ฝ่าาไปสำรวจป่ามาหรือเพคะ? เหตุใดบนตัวยังมีหญ้าแห้งติดมาด้วย ดูสิ ติดข้างหลังเต็มไปหมด” ว่าแล้ว นางก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยปัดออกให้เขา พลันจับจ้องเส้นผมยาวหลายเส้นบนไหล่ของเขาด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะทำเหมือนไม่เห็นอะไร เสื้อผ้าที่องค์รัชทายาทสวมใส่นางเป็คนดูแล จะมามีเส้นผมคนอื่นติดมาได้อย่างไร
“น่าจะไปติดจากที่ไหนมา” องค์รัชทายาทยิ้มแย้ม ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้ “ไปนำอาหารมา ทุกคนคงจะเริ่มหิวกันแล้ว”
“เ้าค่ะ” นางกำนัลรับคำสั่ง
เซี่ยิ่หรูเดินไปย่อกายคารวะองค์รัชทายาทและพระชายา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “หม่อมฉันรู้สึกไม่สบาย อยากจะขอตัวกลับบ้านก่อนเพคะ”
องค์รัชทายาทมองนางด้วยรอยยิ้ม เหมือนดังเช่นก่อนหน้านี้
“นานๆ จะได้ออกมาสักที หรือเ้าจะไปพักผ่อนในรถม้าก่อนดีไหม?” สายตาของพระชายารัชทายาทมองสำรวจกู้เหยา หนิงซิ่วอิง และหวังหว่านหรงตอนที่ไม่มีใครทันสังเกต นางได้ยินที่เซี่ยิ่หรูพูด จึงเดินไปหาด้วยความเป็ห่วง บุตรสาวสายตรงของตระกูลเซี่ยฮ่องเต้ทรงนับว่าเป็บุตรสาวแท้ๆ มาโดยตลอด
“ไม่ต้องหรอกเพคะ หม่อมฉันอยากกลับบ้านก่อน” เซี่ยิ่หรูย่อกายคารวะอีกครั้ง
“งั้นก็ได้ ข้าจะให้องครักษ์คุ้มกันเ้ากลับไป” ขณะที่พระชายารัชทายาทกำลังจะเรียกองครักษ์ให้ สายตาของนางดันเหลือบไปเห็นหญ้าแห้งที่ติดอยู่บนกระโปรงของอีกฝ่าย แม้ว่าชายกระโปรงของกู้เหยาและคนอื่นๆ จะติดมาบ้างเล็กน้อย แต่มีเพียงหญ้าแห้งของเซี่ยิ่หรูที่เหมือนกับขององค์รัชทายาท แววตาห่วงใยพลันเปลี่ยนเป็เฉยชาจนน่าใ
“พระชายา องครักษ์เล่า?" องค์รัชทายาทเห็นพระชายามองคุณหนูเซี่ยอย่างเหม่อลอย จึงได้เอ่ยเรียก
พระชายารัชทายาทดึงสายตากลับมา และรีบสั่งให้องครักษ์ตามไปส่งนาง
คนที่ยังอยู่มีอารมณ์แตกต่างกันไป ทว่าล้วนเงียบจนดูผิดแปลกไป
พระชายารัชทายาทให้นางกำนัลจัดโต๊ะอาหาร เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็ต่างนั่งลงล้อมวงร่วมกันรับประทานอาหาร
พระชายารัชทายาทมองทุกคนอย่างอ่อนโยนและเป็มิตร “นี่เป็ขนมที่พ่อครัวในวังทำขึ้น ทุกคนลองชิมดู”
ทุกคนกินขนมกันเงียบๆ กู้อิ๋งกับกู้เจิงประสานสายตากันเป็ระยะ แต่ก็ไม่สามารถพูดคุยอะไรกันได้
กู้เจิงนึกถึงคำพูดของตวนอ๋อง ‘เ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าทำลายอะไรลงไป?’
