ไม่นานรถม้าก็มาจอดที่หน้าทางเข้าสำนักศึกษา เซวียนเจ๋อแยกตัวไปที่สำนักศึกษาจิ้นิ และบอกอีกว่ายามเย็นจะมารับนาง มู่หลานเฟินพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในสำนักศึกษาเสวียนลู่ทันที
ภายในสำนักศึกษาตกแต่งได้งดงามเป็อย่างมาก หญิงสาวมองดูห้องเรียนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า การตกแต่งของห้องเรียนใหญ่งดงามหรูหรา เพียงมองจากภายนอก นางก็นึกภาพออกได้แล้วว่าภายในจะต้องตกแต่งอย่างเอริกเกริกแน่นอน เพราะมีแต่สตรีที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ถูกเลี้ยงดูมาราวกับไข่มุกในฝ่ามือเท่านั้นที่จะได้เข้าไปเรียน วันหน้าวาสนาจะสูงส่งยิ่งนัก บางคนอาจจะได้แต่งให้กับบุรุษที่ดีพร้อม บางคนอาจจะได้เข้าวังหลวงไปเป็พระสนมคนโปรดของฝ่าา
นางไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอันใด สำหรับนางแล้ว คนเราล้วนเกิดมาตัวเปล่ากันทั้งนั้น สิ่งของนอกกายเหล่านี้เป็เพียงภาพมายา วันใดที่หมดลมหายใจล้วนเอาพวกมันติดตัวไปไม่ได้สักอย่าง ไม่สู้อย่าไปยึดติดกับของภายนอกเ่าั้ให้มากนักจะดีกว่า
มู่หลานเฟินคร้านจะสนใจอีก นางเดินไปที่ห้องเรียนเล็กซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก ระหว่างทางนางได้ยินเสียงสตรีน้อยที่มาจากตระกูลขุนนางกำลังเอ่ยวาจากระซิบกระซาบนินทานางอย่างออกรส บางคนถึงส่งสายตาดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง แต่มู่หลานเฟินกลับไม่สนใจ
เมื่อมาถึงห้องเรียนเล็กนางก็จัดแจงหาที่นั่ง การเรียนในวันนี้ก็เหมือน ๆ กับที่นางเคยเรียนมาในชาติก่อน ๆ ทั้งดีดพิณ วาดภาพ คัดอักษร บรรเลงฉิน และยังมีตำราทั่วไปบ้างประปราย อย่างไรเสียในยุคโบราณเช่นนี้การเล่าเรียนของสตรีก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มากมาย
ในห้องเรียนมู่หลานเฟินได้รู้จักกับสหายอยู่หลายคน พวกนางล้วนเป็บุตรสาวพ่อค้า หรือไม่ก็มาจากตระกูลชาวบ้านธรรมดา บัณฑิตยากจนอะไรทำนองนั้น เดิมทีสตรีน้อยเ่าั้ไม่กล้าเข้ามาสนทนากับมู่หลานเฟิน แต่เพราะมู่หลานเฟินไม่ได้วางท่าใหญ่โต อีกทั้งยังเข้าไปสนทนากับพวกนางอย่างออกรส สตรีน้อยเ่าั้จึงชอบมู่หลานเฟินมาก
สหายที่นางคุยถูกคอและสนิทสนมด้วยเป็พิเศษมีอยู่สองคน คนแรกคือหลี่เมิ่งเป็บุตรสาวจากตระกูลพ่อค้าเล็ก ๆ ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมาก อีกคนหนึ่งก็คืออ๋าวผิง เป็บุตรสาวของตระกูลนายทหารชั้นผู้น้อย พ่อแม่ของนางใช้เงินเก็บทั้งหมดส่งบุตรสาวมาเรียนที่นี่เพื่อหวังว่าบุตรสาวเพียงคนเดียวจะมีอนาคตที่ดี
นอกนั้นก็จะเป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุบ้าง บุตรนอกสมรสบ้าง ชะตาชีวิตของพวกนางล้วนเลือกเกิดไม่ได้นับว่าน่าเห็นใจไม่น้อย
"นี่หรานหร่าน เลิกเรียนแล้วเ้าจะกลับจวนเลยหรือไม่ หากยังไม่รีบกลับ เช่นนั้นพวกเราไปเดินเล่นที่ตลาดกันดีหรือไม่"
หลี่เมิ่งหันมาเอ่ยชวนมู่หลานเฟินให้ไปเดินตลาดด้วยกัน ส่วนอ๋าวผิงเองก็เห็นด้วย มู่หลานเฟินเห็นว่าก็น่าสนุกดีนางจึงตอบตกลง
สหายทั้งสามเดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกัน ในขณะที่กำลังเดินไปที่ประตู ก็พบกับพวกของสวีเมิ่งเหยาเข้าเสียก่อน มู่หลานเฟินรู้สึกเหนื่อยหน่ายเต็มทน สวีเมิ่งเหยาทำเหมือนกับว่านางคือศัตรูคู่แค้นอย่างไรอย่างนั้น
สวีเมิ่งเหยาปรายตามองมู่หลานเฟินและสหายอย่างดูแคลน
"เฮ้อ ฐานะต่ำต้อยแต่ยังเสนอหน้ามาเรียนที่นี่ ช่างไม่เจียมตนจริง ๆ"
สวีเมิ่งเหยาเอ่ยพร้อมกับยิ้มเยาะมู่หลานเฟิน เมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าเซวียนซานหลางนางก็ไม่ได้แสร้งวางท่าทีอีก
ด้านหลี่เมิ่งและอ๋าวผิงต่างก้มหน้างุด ก่อนมาเข้าเรียนมารดาได้สั่งสอนนางมาแล้วว่าห้ามมีเื่กับเหล่าคุณหนูที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์เป็อันขาด
แต่มู่หลานเฟินกลับไม่เกรงกลัว นางยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ย
"พูดจบหรือยัง หากพูดจบแล้วก็ไสหัวไป อย่ามาขวางทางเดินข้า"
"นี่เ้า"
สวีเมิ่งเหยาถลึงตาใส่มู่หลานเฟิน และตั้งท่าจะเข้ามาหาเื่ แต่มู่หลานเฟินกลับคว้าจับข้อมือของสวีเมิ่งเหยาเอาไว้ ก่อนจะดึงสตรีนางนั้นเข้าหาตัวพลางเอ่ยกระซิบอย่างนึกสนุก
"ตบเลยสิ ตบเลย ข้าต่อยคืนแน่ ข้าจะต่อยซ้ายต่อยขวา ต่อยจนหน้าเ้ายุบลงไป รับรองว่าเ้าจะหน้าพังยับจนหมอยังรักษาไม่ได้ ซื่อจื่อคนหล่อของเ้าก็จะไม่ชายตาแลเ้า เอาเลยสิ เ้าตบ ข้าต่อย ดีหรือไม่?"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นสวีเมิ่งเหยาก็หน้าซีดเผือด ไม่คิดว่ามู่หลานเฟินจะท้านางต่อยเช่นนี้
ป่าเถื่อนที่สุด!
สวีเมิ่งเหยารีบผลักตัวมู่หลานเฟินออก ก่อนจะรีบเดินจากไป หากต้องต่อยกันจนหน้าแหกนางไม่เอาด้วยหรอก ได้ไม่คุ้มเสีย นางยังต้องใช้ใบหน้านี้ยั่วยวนเซวียนซานหลาง จะไม่ยอมให้มันเกิดอันใดขึ้นเป็อันขาด
มู่หลานเฟินเบ้ปากคราหนึ่ง
ไม่แน่จริงนี่หว่า!
เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว มู่หลานเฟินจึงไปเดิินเที่ยวตลาดพร้อมกับสหายทั้งสองคน ในตลาดมีขนมและของกินมากมาย ทั้งน้ำตาลปั้น ขนมหวาน มู่หลานเฟินชื่นชอบน้ำตาลปั้นมาก นางสั่งให้คนขายวาดภาพที่งามที่สุดให้นาง
สิ่งที่น่าเสียดายก็คือเงินนางมีจำกัด อวี้หลิงไม่ค่อยจะให้เงินนางใช้ ที่นางมีเงินติดตัวมาเรียนล้วนเป็เพราะเซวียนเจ๋อแบ่งให้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งกลุ้มใจเป็อย่างมาก
"หรานหร่าน เ้าอยากกินอีกหรือ ข้าให้ยืมเงินก่อนดีหรือไม่ ฐานะเ้าก็ไม่ต่างจากข้า แม้จะอยู่ในจวนอ๋องแต่เป็เพียงคนอาศัยเท่านั้น ข้าเข้าใจ"
อ๋าวผิงเอ่ยกับนางอย่างเห็นอกเห็นใจ มู่หลานเฟินยิ้มตาหยี ก่อนจะบอกว่านางไม่รบกวนอ๋าวผิงดีกว่า เพราะสหายก็ไม่ได้มีเงินมากเท่าใดนัก
สตรีสามนางเดินชมนั่นชมนี่ จนกระทั่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง เมื่อนางหันไปมองก็พบกับบุรุษน้อยคนหนึ่งที่ถูกถีบออกมาจากโรงน้ำชา สภาพสะบักสะบอมน่าสงสารเป็อย่างยิ่ง ส่วนพวกที่รุมทำร้ายเขานั้นแต่งกายหรูหรา เป็เสื้อผ้าของสำนักศึกษาจิ้นิ
ดูท่าแล้วพวกคุณชายฐานะดีคงจะกำลังทำร้ายคนที่ฐานะต่ำกว่าตน
เฮ้อ ความไม่เท่าเทียมนี้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัยจริง ๆ เชียว
มู่หลานเฟินไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง แต่ดูเหมือน่นี้นางจะต้องผ่านด่านเคราะห์กรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า บุรุษผู้นั้นกลับวิ่งเข้ามาหานาง พลางเอ่ยขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา
"ใครก็ได้ช่วยข้าที แม่นาง พวกเ้าช่วยข้าที ฮือข้าเจ็บ"
เด็กหนุ่มร้องโอดครวญ หน้าของเขาบวมปูด หลี่เมิ่งและอ๋าวผิงถึงกับเบือนหน้าหนี
เหล่าคุณชายตระกูลผู้ดีเดินเข้ามา ก่อนจะปรายตามองหนุ่มน้อยคนนั้น และเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่มู่หลานเฟินและสหายทั้งสองคน
สำนักศึกษาสองแห่งต่างมีเสื้อผ้าสวมใส่ชัดเจน ผ้าแพรที่ใช้ตัดก็ยังแบ่งแยกชัดเจน เพียงพวกเขามองการแต่งกายของมู่หลานเฟินก็รู้ได้ทันทีว่าพวกนางเป็บุตรสาวที่เกิดจากตระกูลต่ำต้อย
"ให้ตายเถอะ คิดว่ามาขอความช่วยเหลือจากใคร ที่แท้ก็มาขอความช่วยเหลือจากคนฐานะต่ำต้อยเช่นเดียวกันนี่เอง"
มู่หลานเฟินเมื่อได้ยินก็จ้องมองชายหนุ่มคนที่พูด ก่อนจะเอ่ยถาม
"ฐานะของพวกข้ามันทำไมหรือ"
ชายหนุ่มคนนั้นส่งเสียงเหอะ ก่อนจะเอ่ย
"แม่นางคนนี้ เ้าคงไม่รู้จักข้าสินะ ข้ามีนามว่าเซียวเหลียน เป็บุตรชายของเสนาบดีกรมขุนนาง บิดาข้ามีอำนาจมากมาย เ้าอย่าทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหน่อยเลย"
"เช่นนั้นหรือ?"
"แน่นอนสิ เหอะ พวกเ้าสามคนหน้าตานับว่าใช้ได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ไม่ต้องเรียนหนังสือหรอก มาเป็อนุของข้าดีกว่า โดยเฉพาะเ้า งามยิ่งนัก เ้าชื่ออันใดหรือ"
"มู่หลานเฟิน"
เซียวเหลียนเมื่อได้ยินก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะยกมือขึ้นตบเข่าตนเองดังฉาด
"มู่หลานเฟิน อ้อ ข้านึกออกแล้ว เ้าคือสตรีที่ชอบยั่วยวนเซวียนซื่อจื่อ แต่เขากลับไม่ชายตาแลเ้า ชื่อเสียงเ้าย่ำแย่มาก วันนี้ได้พบเจอหน้าแล้วไม่คิดว่าจะงามถูกใจข้า แม่นางน้อย ไหน ๆ ชื่อเสียงของเ้าก็เสียหายแล้ว คงแต่งกับใครไม่ได้อีก และบุรุษในเมืองหลวงก็คงไม่มีผู้ใดอยากจะแต่งกับเ้าเช่นเดียวกัน มาเป็อนุของข้า รับรองเ้าจะสุขสบาย สหายอีกสองคนของเ้า ข้าก็ถูกใจเช่นกัน ข้าจะ...โอ๊ย"
เซียวเหลียนยังเอ่ยไม่ทันจบก็มองเห็นดาววิบวับขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
มู่หลานเฟินะโถีบเข้าตรงปากของเขาอย่างแรง จนเขาซวนเซไม่เป็ท่า เหล่าชาวบ้านที่มามุงดูถึงกับใ
มู่หลานเฟินยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ย
"เซียวเหลียน เ้าเป็บุตรใครข้าไม่สน แต่คนเรามีความเป็คนเท่าเทียมกัน เ้าแค่โชคดีได้เกิดมาในตระกูลสูงศักดิ์ ควรจะเมตตาต่อคนยากไร้และคนที่ต่ำกว่า แต่กลับใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบ เ้าทำตัวบัดซบเช่นนี้ บิดาเ้ารู้หรือไม่"
"รู้ไม่รู้แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเ้ากัน มู่หลานเฟิน วันนี้ข้าจะตีเ้าให้เจ็บหนักแล้วลากตัวเ้าไปเป็อนุให้จงได้!"
เซียวเหลียนบันดาลโทสะแล้ว เขาสั่งให้สหายตรงเข้าไปจับตัวมู่หลานเฟินมา อย่างไรนางก็เป็แค่บุตรสาวพ่อค้า มาอาศัยอยู่ในจวนอ๋องย่อมไม่มีค่าอันใด ซื่อจื่อไม่สนใจนางอยู่แล้ว เซวียนชินอ๋องก็คงไม่มีทางมาสนใจเื่ไร้สาระพวกนี้ รอจนข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกก็ไม่อาจจัดการอันใดได้อีกแล้ว
"จับตัวพวกนางมา!"
"ผู้ใดกล้าแตะต้องคนของจวนอ๋อง ข้าจะฆ่าทิ้งให้หมด!"
อยู่ ๆ ก็มีเสียงดุดันของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา ผู้คนต่างหันไปมอง มู่หลานเฟินคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี
เซวียนซานหลาง
เซวียนซานหลางเดินเข้ามายืนบังตัวของมู่หลานเฟินเอาไว้ เมื่อนางหันไปมองก็พบว่าเสิ่นเหวยอันและซูอวี้เฉิงก็ตามมาด้วย
"น้องหรานหร่าน เ้าผดุงคุณธรรมอีกแล้ว ช่างน่ายกย่องยิ่งนัก"
เสิ่นเหวยอันเอ่ยกับนางอย่างหยอกเย้า มู่หลานเฟินยิ้มแหยก่อนจะยกมือขึ้นเกาศีรษะตน
เซียวเหลียนเมื่อเห็นว่าใครมาก็ขาสั่นพั่บ ๆ หากบอกว่าบิดาเขามีอำนาจอันนั้นเื่จริง แต่เมื่อเทียบกับบุรุษสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น บิดาเขาแทบจะกลายเป็มดปลวก
บุรุษสามคนนี้เป็ชายหนุ่มรูปงาม แต่ยามลงมือเซียวเหลียนรู้ดีว่าน่ากลัวมากเพียงใด
ซูอวี้เฉิงปรายตามองพวกเด็กหนุ่มที่ก่อเื่อย่างเบื่อหน่ายคราหนึ่ง ส่วนเซวียนซานหลางก็จ้องมองเซียวเหลียนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ย
"บิดามารดาส่งมาเรียน แต่พวกเ้ากลับมารังแกคน ที่พวกเ้าวางตัวใหญ่โตได้ก็เพราะมีบิดาคอยหนุนหลัง หากครั้งต่อไปยังกล้าก่อเื่อีก ข้าจะสั่งสอนพวกเ้าให้หลาบจำ หากเ้าไม่หลาบจำ ข้าก็จะไปสั่งสอนบิดาพวกเ้าด้วย อ้อ ที่สำคัญ สตรีจากจวนชินอ๋องเ้าลบหลู่เกียรติของนางได้หรือ อยากแต่งนางเป็อนุ เ้าก็ลองดูว่าจะมีชีวิตรอดจากคมดาบของข้าไปได้หรือไม่ จำไว้อย่ายุ่งกับนางและสหายของนางอีก!"
เซียวเหลียนกลัวจนฉี่จะราดกางเกง รีบเอ่ยขออภัยจนมือปากสั่น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปทันที มู่หลานเฟินหันมามองเซวียนซานหลาง รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เขายื่นมือมาช่วยนาง
เซวียนซานหลางสั่งให้อาต่งพาหลี่เมิ่งและอ๋าวผิงกลับจวนของตน คาดว่าเซียวเหลียนคงไม่กล้าก่อเื่อีก ส่วนเด็กหนุ่มที่ถูกทำร้ายก็ถูกส่งไปโรงหมอแล้ว ได้ยินว่าเขาเป็เพียงลูกชาวนา พ่อแม่ขายนาส่งเขาเรียน หวังจะให้บุตรชายมีอนาคตที่ดี แต่กลับมาถูกรังแกเสียได้
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เซวียนซานหลางจึงหันมาเอ่ยกับมู่หลานเฟิน
"กลับจวน!"
เสิ่นเหวยอันที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเอ่ยขึ้นมาทันที
"จะรีบกลับไปไหนเล่า ข้าว่าจะชวนน้องหรานหร่านไปดื่มสุราที่เหลาสุราไม่ไกลจากตรงนี้ ซื่อจื่อ ท่านรีบก็กลับไปก่อนเลย ไว้ข้าจะไปส่งนางเอง"
ซูอวี้เฉิงปรายตามองเสิ่นเหวยอัน ก่อนจะจัดการลากคอสหายให้เดินจากไปพร้อมตน เสิ่นเหวยอันเมื่อถูกลากไปเช่นนี้ก็เริ่มมีโทสะเสียแล้ว เขากระซิบข้างหูซูอวี้เฉิงอย่างไม่พอใจ
"ซูอวี้เฉิง เบื้องหน้าข้าเป็แค่หัวหน้าศาลต้าหลี่ แต่เ้ารู้ดีว่าความจริงแล้วข้ามีตำแหน่งสูงกว่าเ้าขั้นหนึ่ง ข้าสามารถลงโทษเ้าได้"
"หากเ้ายังดึงดันจะชวนมู่หลานเฟินไปดื่มสุราให้ได้ ข้าว่าเ้าไม่ทันได้ลงโทษข้าแน่ แต่ซานหลางน่าจะเด็ดหัวเ้าก่อน"
เสิ่นเหวยอันขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ย
“เ้าว่า เขาชอบน้องหรานหร่านหรือไม่"
"ไม่รู้"
"แต่ข้าชอบนะ"
"หุบปากไปเถอะ! ข้าจะไปดื่มกับเ้าเอง!"
เมื่อเสิ่นเหวยอันและซูอวี้เฉิงจากไปแล้ว มู่หลานเฟินก็เดินตามเซวียนซานหลางมาที่รถม้า นางเอ่ยถามถึงเซวียนเจ๋อ เขากลับตอบเพียงว่าเซวียนเจ๋อกลับจวนไปก่อนแล้ว แล้วจึงเอ่ยย้ำกับนางด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
"มู่หลานเฟิน เ้าใจกล้าดีนี่ นึกอยากจะผดุงคุณธรรมข้าไม่ว่า แต่เ้าอย่าลืมว่าตนเองเป็สตรี หากเกิดเื่ไม่่คาดคิด เ้าจะทำเช่นไร"
"เดิมทีข้าก็ไม่อยากยุ่งหรอก แต่คนเขามาขอความช่วยเหลือข้าจะนิ่งดูดายได้หรือ อีกอย่างเ้าเวรพวกนั้นมันก็มาหาเื่ข้าก่อน หากข้าไม่เตะปากสั่งสอนก็คงไม่ใช่ข้าแล้ว ท่านไม่น่ารีบมาเลย ข้าตั้งใจว่าจะเตะปากเขาซ้ำอีกสักหนด้วยซ้ำ!"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ เซวียนซานหลางส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง
"ดื้อด้าน"
เอ่ยจบเขาก็โยนถุงเงินมาให้นาง มู่หลานเฟินคว้าจับเอาไว้ก่อนจะเปิดออกดูพบว่ามีตั๋วเงินมากมายอยู่ในนั้น นางใมากรีบเงยหน้าไปมองเขาทันที
“เอาตั๋วเงินมาให้ข้าทำไมกัน”
“ข้าเห็นว่าเ้ามีสภาพอดอยาก เกรงว่าจะอับอายมาถึงจวนอ๋อง ผู้คนจะเอาไปต่อว่าได้ว่าจวนอ๋องของข้าเลี้ยงคนไม่ดี”
เขาเอ่ยตอบโดยที่ไม่มองหน้านาง มู่หลานเฟินพยักหน้า ก่อนจะเอ่ย
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ ท่านอย่ามาทวงคืนก็แล้วกัน ไม่สิ เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้ายืมก่อน ไว้มีเงินแล้วข้าจะเอามาคืนท่าน”
“หึ”
เซวียนซานหลางไม่เอ่ยตอบ แต่กลับลอบมองมู่หลานเฟินที่กำลังนั่งนับตั๋วเงินอย่างมีความสุข
ก่อนหน้านี้เซวียนเจ๋อไปรอรับมู่หลานเฟินที่หน้าสำนักศึกษาแต่กลับไม่พบเจอตัวคน อีกทั้งเกรงว่านางจะก่อเื่ให้ปวดหัว เซวียนซานหลางจึงบอกให้เซวียนเจ๋อกลับไปก่อน และเขาจะตามหานางเอง
เขาเดินตามหานางทั่วทั้งตลาด จนพบเจอนางกำลังเดินเล่นกับสตรีน้อยอีกสองคน ซ้ำยังได้ยินว่านางไม่มีเงิน ท่าทียามมองน้ำตาลปั้นก็ดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย
เขาเพียงเวทนานางเท่านั้น!
ตลอดทางคนทั้งสองไม่ได้สนทนาอันใดกันอีก จนกระทั่งมาถึงจวนชินอ๋องแล้ว นางจึงลุกจากที่นั่งหมายจะลงจากรถม้า แต่อยู่ ๆ รถม้าก็เกิดโคลงเคลงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอานางซวนเซจะล้มลง เซวียนซานหลางยื่นมือไปคว้าเอวของนางเอาไว้ ทำให้คนทั้งสองโผเข้าหากัน นางทิ้งกายนั่งลงบนตักของเขาพร้อมกับโอบรอบลำคอเขาเอาไว้ ในขณะที่มือของเซวียนซานหลางก็โอบเอวบางของมู่หลานเฟินเอาไว้เช่นเดียวกัน
ที่แย่กว่านั้นริมฝีปากของทั้งสองกำลังทาบทับกันอยู่
เขาและนางจูบกัน
เซวียนซานหลางตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก มู่หลานเฟินก็อึ้งงันไม่กล้าขยับตัวส่งเดช
"พี่ใหญ่ หรานหร่าน พวกท่านกลับมาแล้วหรือ ตายแล้ว! พวกท่านกำลังจูบกันอยู่หรือ!"
เซวียนเจ๋อท่ี่ะโขึ้นมาบนรถม้าและเปิดผ้าม่านออก เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับยกมือขึ้นวางบนหน้าอกตนและทำท่าทางใ
เซวียนซานหลางและมู่หลานเฟินรีบผละออกจากกัน มู่หลานเฟินรีบะโลงจากรถม้าไป ส่วนเซวียนซานหลางก็หยิบผ้าที่วางอยู่ในรถม้าขึ้นมาเช็ดดาบไม่หยุด เซวียนเจ๋อหรี่ตามองพี่ชายตนก่อนจะเอ่ย
"พี่ใหญ่ ท่านเช็ดดาบจนเงาวับแล้ว ขืนเช็ดนานกว่านี้มันอาจจะไม่คมเอาได้ นี่ท่านกำลังเขินอายอยู่ใช่หรือไม่"
"หุบปาก! วันนี้คัดอักษรหนึ่งร้อยหน้า คัดไม่เสร็จไม่ต้องกินข้าว"
เซวียนเจ๋อ "..."
