“ทิณณ์ไปไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงของดาราสาวที่พึ่งกลับจากถ่ายละคร เอ่ยขึ้นอย่างเป็มิตร หลังจากเธอหายหน้าหายตาไปนาน พิมพ์มาดาเห็นดังนั้นจึงชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ลืมที่จะตอบกลับด้วยท่าทีประหม่าเหมือนเคย
“พี่ทิณณ์ให้รอตรงนี้ เขาไปซื้อน้ำค่ะ”
“งั้นเหรอ พักนี้ฉันมัวแต่ถ่ายละคร ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาที่มหาลัยเท่าไหร่ ได้ข่าวว่าทิณณ์ดูแลเธออย่างดี พี่ก็ดีใจด้วยนะ ที่ในที่สุดเขาก็ยกย่องเธออย่างที่ประกาศไว้” พิมพ์มาดาได้ยินคำพูดเป็มิตรของอีกฝ่าย เธอจึงค่อย ๆ ปล่อยยิ้มหวานออกมาแล้วพยักหน้าตอบรับ
“ทิณณ์เขาสบายดีใช่ไหม” ปุยนุ่นเอ่ยถามพร้อมกับย่อตัวลงนั่ง สำรวจใบหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเลื่อนมองกำไลที่พิมพ์มาดาสวมอยู่ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีราคามากแค่ไหน
“สบายดีค่ะ” หญิงสาวตอบตามมารยาท
“พักนี้ พี่กับทิณณ์เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะพี่ติดงานถ่ายละคร แต่โดยปกติแล้ว ก่อนที่เขาจะมีเธอ เขาก็มักจะเป็แบบนี้ เวลาที่พี่ถ่ายละครทีไรเขาจะหายไป เพราะกลัวว่าจะรบกวนเวลาของพี่ เขาน่ารักแบบนี้เสมอ” คำพูดของปุยนุ่นทำให้พิมพ์มาดายิ้มออกมาบางเบา แต่ไม่ได้เสริมอะไรต่อ
“กำไลสวยดีนะ ได้มาจากไหนเหรอ” พิมพ์มาดาก้มมองกำไลข้อมือตัวเอง แล้วเอามือปิดไว้ ก่อนจะยิ้มเจื่อนออกมา
“พี่ทิณณ์ซื้อให้ค่ะ” คำตอบของหญิงสาว สร้างความเ็ปให้ปุยนุ่นไม่น้อยทีเดียว แม้พยายามเก็บความรู้สึกไว้ แต่สายตาสั่นไหวนั้นยังทอดมองไปยังเครื่องประดับที่อีกฝ่ายสวมใส่
“ทิณณ์ซื้อของราคาแพงขนาดนี้ให้เลยเหรอ”
“ที่จริงแล้ว พิมพ์พยายามห้ามแล้วค่ะ แต่พี่ทิณณ์ไม่ฟัง....” ยิ่งพิมพ์มาดาพูดมากเท่าไหร่ ความรู้สึกของปุยนุ่นก็แตกสลายมากขึ้นเท่านั้น ราคากระเป๋ารวมถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่เขาเคยซื้อให้เธอ เทียบไม่ได้กับราคาเครื่องประดับชิ้นนี้ ทำให้ดารารู้แล้วว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้หมดหัวใจ
“ความจริงแล้ว ทิณณ์เขามักจะใช้เงินแบบนี้เสมอแหละ กระเป๋าใบนี้....” ปุยนุ่นเลื่อนกระเป๋าที่ถืออยู่ให้อีกฝ่ายดู แล้วยิ้มออกมา
“ทิณณ์เขาก็ซื้อให้ฉัน เขามักจะซื้อของฟุ่มเฟือยให้กับผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใกล้ ไม่ว่ากับใครทั้งนั้น” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้น หัวใจเธอค่อย ๆ เสียความมั่นใจลง ทว่าปุยนุ่นแสร้งเลื่อนมาจับมือเธอแน่น
“ฉันรู้จักนิสัยทิณณ์ดีกว่าใคร ถ้าเธอมีอะไรไม่เข้าใจให้ถามฉัน ฉันจะเป็ที่ปรึกษาให้กับเธอเอง เอาไลน์เธอมาสิ...” พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองดาราสาว ก่อนจะค่อย ๆ หยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดแอดไลน์ของอีกฝ่ายด้วยความจำยอม ก่อนใบหน้าหวานจะคลี่ออกมา เมื่อเห็นร่างของเทวทิณณ์เดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำหวานที่เธอชอบ
“พี่ทิณณ์” พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นพลางยื่นมือ ไปรับแก้วน้ำมาดื่มมือหนาเลื่อนมาจับศีรษะหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางความรู้สึกปั่นป่วนของปุยนุ่น ที่ต้องอดทนมองดูภาพบาดใจเ่าั้
“มาั้แ่เมื่อไหร่ล่ะนุ่น...” เทวทิณณ์หันมาเอ่ยทักดาราสาว แล้วย่อตัวลงนั่งด้านข้างแฟนสาวของเขา
“ก็สักพักแล้วค่ะ เห็นว่าพิมพ์นั่งอยู่คนเดียว ก็เลยแวะมาคุยด้วย ทิณณ์สบายดีนะ”
“ก็ดี...” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะสังเกตเห็นแววตาเศร้าสร้อยของปุยนุ่นแสดงออกมาอย่างชัดเจน
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” เทวทิณณ์พูดจบจึงหันมายังพิมพ์มาดาที่กำลังดูดน้ำอยู่
“รอพี่อยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่มา” เขาพูดพร้อมกับยกมือลูบศีรษะเธอเหมือนอย่างเคย
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ พร้อมกับเลื่อนสายตามองตามหลังทั้งสองที่เดินห่างออกไป ปุยนุ่นเดินเคียงข้างเขาออกมาได้สักระยะ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมายังหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยน
“ที่ผ่านมาเป็ไงบ้าง”
“เื่อะไรเหรอ เื่งานหรือเื่ของทิณณ์” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยท่าทางราบเรียบ ก่อนที่เทวทิณณ์จะปล่อยยิ้ม
“เื่เราสิ เรารู้นะว่าเธอรู้สึกยังไงกับเรา ตอนนี้เธอเข้าใจหรือยัง ว่าทำไมเราถึงไม่รังแกเธอ เพราะเธอสวยงามเกินกว่าที่จะเป็ของเล่นของเราไง มาวันนี้เราหวังว่าเธอจะเข้าใจทุกอย่าง” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงฝืนยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะทิณณ์....แต่เรารู้ตัวว่าเราก็คงไม่สำคัญเท่าพิมพ์มาดาใช่ไหม” เทวทิณณ์นิ่งเงียบไป ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“สำหรับเธอเราหวังดีเพราะเธอคือเพื่อน แต่สำหรับพิมพ์มาดา เรารักในฐานะแฟนของเรา มันละคนบทบาทกันนะนุ่น อย่าเอามารวมกันสิ” ดาราสาวได้ยินดังนั้นน้ำตาค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาช้า ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อย ๆ เอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ตอนนี้นุ่นรู้แล้ว ว่านุ่นเป็ได้แค่ไหน และนุ่นก็พยายามทำใจอยู่ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น ทิณณ์กอดนุ่นเป็ครั้งสุดท้ายหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้สิ” เขาปล่อยยิ้มหล่อเหลาออกมา แล้วดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาสวมกอด ด้วยท่าทางอ่อนโยนเช่นเดิม
ท่ามกลางสายตาของพิมพ์มาดาที่ยืนมองด้วยความเ็ป ภาพที่เห็นทำให้หญิงสาวเข้าใจได้ในทันทีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเทวทิณณ์กับปุยนุ่นมีบางอย่างที่แแ่เกินกว่าเธอจะเข้าใจ พิมพ์มาดาหันหลังให้ภาพตรงหน้า แล้วตัดสินใจเดินเหม่อลอยกลับมาที่เดิมพร้อมหัวใจสั่นไหว
“พิมพ์ได้ยินพี่ไหม พิมพ์” เสียงจากปลายสายที่หญิงสาวคุยค้างไว้ลอดออกมา ให้เธอได้สติ แล้วค่อย ๆ ยกหูขึ้นตอบรับ
“ค่ะพี่กันต์”
