“จริงหรือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินได้ยินว่าเื่นี้มีทางแก้ไขก็มีกำลังใจขึ้นมา และรู้สึกไม่ชอบหน้าชายเ้าเล่ห์คนนี้น้อยลง
“ฉันจะหลอกเด็กผู้หญิงอย่างเธอไปทำไม? เธอไปถามใครดูก็ได้ คนในตำบลยาเถียนต่างก็รู้กันหมดว่าหยางเสวียเหวินคนนี้พูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อฉันบอกว่าทำได้ก็ต้องทำได้อยู่แล้ว”
หยางเสวียเหวินเกิดในครอบครัวทหารเช่นกัน เขาทำงานในสถานีตำรวจมาหลายปีแล้ว ทำเื่ฝ่าฝืนกฎหมายมาก็มาก ทว่าไม่มีใครกล้าหาเื่เขา เป็สาเหตุให้เขากล้ารับประกันกับเื่นี้
“คุณ้าเงินเท่าไร?” ฮั่วเสี่ยวเหวินถามเสียงเบา เื่แบบนี้ต้องใช้เงินไม่น้อยแน่นอน ฮั่วเสี่ยวเหวินพอจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หากเขาเรียกราคาสูงเกินไป เธอคงไม่กล้าขอจากคุณลุง
“ดูเธอพูดเข้าสิ เห็นฉันเป็คนยังไงกัน! หยางเสวียเหวินคนนี้เป็ลูกผู้ชาย จะเอาเงินจากเด็กได้หรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี “เช่นนั้นคุณ้าอะไร?”
หยางเสวียเหวินวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ เคาะนิ้วมือข้างขวาอย่างเป็จังหวะ ตอบว่าไม่ได้้าอะไรมาก แค่อยากให้เธอเป็ลูกสะใภ้ เขารับประกันว่าจะช่วยจัดการเื่นี้ให้
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะแทนโกรธ เธอตอบว่า คุณเที่ยวหาเงินไปทั่วก็เพื่อลูกชายที่ไม่เอาไหนหรือ?
คำพูดนี้จี้ใจดำหยางเสวียเหวินเข้าอย่างจัง เขาทำท่าจะลุกออกไป แต่มีท่าทีลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ฉันรู้ว่าครอบครัวของเธอเป็อย่างไร ยายแก่ฮั่วบอกว่าเธอต้องถูกขายไปเป็เ้าสาวเด็กของคนอื่นในไม่ช้าก็เร็ว ถ้าอย่างนั้นแต่งกับใครก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไร?”
หยางเสวียเหวินนั่งลงอีกครั้ง นำซองบุหรี่ออกจากอกเสื้อ เขาฉีกซองเขียนหมายเลขโทรศัพท์ให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน “ตัดสินใจได้แล้วก็โทรมา เธอมีเวลาไม่มาก ฉันต้องส่งมอบคดีในอีกสองวัน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินยื่นมือไปรับ
จังหวะเดียวกับที่สวีเถียนผลักประตูเข้ามาพอดี หยางเสวียเหวินกลับมามีสีหน้ายิ้มแย้มอีกครั้ง บอกว่านายทำงานเถอะ ฉันยังมีงานที่ต้องจัดการอีกมาก
“มา ตามฉันไปลงบันทึก” สวีเถียนมีสีหน้าจริงจัง แม้ตอนแรกเธอจะไม่ชิน แต่ไม่ได้ถึงกับไม่ชอบหน้า
ทั้งสองไปลงบันทึกที่ห้องติดกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินนั่งตรงข้ามกับสวีเถียน เธอนำมือออกจากกระเป๋าเสื้อแต่ก็สอดเข้าไปใหม่ท่าทางดูลังเลใจ
สวีเถียนเปิดสมุดบันทึก “เดิมทีฉันไม่ควรยุ่งเื่นี้ แต่เห็นว่าเขายังเป็แค่เด็ก หากติดคุกั้แ่อายุแค่นี้ ชีวิตของเขาคงจบสิ้นแล้ว”
เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า เขาพูดต่อ
“เธอเล่ามาตามความจริง ฉันจะตรวจสอบอีกครั้ง ขอแค่หลักฐานเชื่อถือได้ ฉันสามารถช่วยเรียกร้องความยุติธรรม และคืนความบริสุทธิ์ให้กับพี่ชายของเธอ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินดีใจมาก คิดในใจว่าพี่เจียิมีทางรอดแล้ว เธอเริ่มเล่าว่าฮั่วต้าซานทุบตีตัวเองอย่างไร จางเจียิ ‘หยิบมีดมาป้องกันตัว’ เพราะตื่นตระหนกอย่างไร จากนั้น ‘พลาดไปทำร้าย’ ฮั่วต้าซานโดยไม่ตั้งใจอย่างไร
สวีเถียนหยุดปากกา “หมายความว่าฮั่วต้าซานเป็พ่อของเธอ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า พร้อมทั้งเล่าเื่ที่ฮั่วต้าซานทุบตีตัวเองให้เขาฟัง ซ้ำยังจะขายเธอไปเป็เ้าสาวเด็กให้คนอื่น
“มีเื่เช่นนี้ด้วย?”
สวีเถียนเสียงสูง เขามีท่าทีโมโหมากอย่างเห็นได้ชัด “พรุ่งนี้ฉันจะไปจัดการเขา นี่มันไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตาชัดๆ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินคาดไม่ถึงว่าอยู่ดีๆ ก็เอาผิดฮั่วต้าซานได้ พูดขอบคุณเขาไม่หยุด
“เช่นนั้นปล่อยพี่เจียิออกมาได้ไหมคะ?”
สวีเถียนลังเลเมื่อคุยถึงเื่นี้ นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเหล่าหยาง ฉันเข้าไปยุ่งไม่ได้ เอาเช่นนี้ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่หมู่บ้านพวกเธอ แต่บอกไม่ได้ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร”
“ฉันรู้ว่า…”
เมื่อครู่ฮั่วเสี่ยวเหวินตั้งใจจะพูดเื่ที่หยางเสวียเหวินรับสินบน อยากถามว่าเอาผิดเขาแล้วรับ่ต่อคดีนี้ได้หรือไม่
แต่ลองคิดดูแล้วเหมือนจะเสี่ยงเกินไป หากสวีเถียนเอาผิดหยางเสวียเหวินไม่ได้ ตัวเธอที่แตกหักกับอีกฝ่ายไปแล้วจะไม่เหลือหนทางให้ช่วยพี่เจียิออกมาอีก
“เธอรู้อะไร?” เห็นเธออ้ำๆ อึ้งๆ สวีเถียนไม่ค่อยพอใจนัก บอกว่าหากไม่บอกข้อมูลทั้งหมด เขาจะช่วยเธออย่างไร?
“ฉันรู้ว่าคุณอาหยางเสวียเหวินรับเงินจากบ้านฮั่ว” ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่มีเวลามาคิดมาก ต้องยอมพูดออกมาโดยเลี่ยงประเด็นสำคัญที่สุด
“อืม หมดธุระแล้ว เธอกลับไปได้!” สวีเถียนเก็บของแล้วลุกออกไป
“หรือว่าการรับเงินจะเป็เื่ปกติของที่นี่?” ตอนเดินออกมาฮั่วเสี่ยวเหวินคิดเื่นี้ไม่ตก มิเช่นนั้นเหตุใดสวีเถียนจึงไม่มีท่าทีแปลกใจตอนได้ยินว่าหยางเสวียเหวินรับเงินเพื่อกล่าวหาจางเจียิเลย
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อคิดถึงตรงนี้ เมื่อครู่เขาคงไม่ได้แสร้งทำเป็เอาจริงเอาจังกระมัง? เพราะขนาดหยางเสวียเหวินก็ยังวางมาดภูมิฐานเวลาทำงานเหมือนกันไม่ใช่หรือไร?
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินกลับอย่างทุกข์ใจ แต่จู่ๆ บ่าข้างขวาของเธอก็ถูกตบอย่างกะทันหัน เธอใเกือบร้องกรี๊ด
อีกฝ่ายคือสวีเถียนนั่นเอง เขาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินใก็รีบขอโทษ “ขอโทษด้วย ทำเธอใแล้ว”
ฮั่วเสี่ยวเหวินแปลกใจ คิดในใจว่าเหตุใดเขาไม่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีสักนิด แม้จะยังดูดุเหมือนเดิมก็เถอะ
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“เธอรอเดี๋ยว ฉันจะพากลับไปส่งบ้าน” สวีเถียนไม่มีมาดแม้แต่น้อย ทว่าวิธีพูดยังคงแข็งกระด้างเช่นเดิม เหมือนว่าเขาจะไม่เก่งด้านการเข้าสังคม
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้” ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบปฏิเสธ นี่มันเป็มิตรเกินไป เธอไม่กล้ายอมรับน้ำใจโดยพลการ
ทว่าอีกฝ่ายไม่สนใจ ประหนึ่งไม่ได้กำลังถามเธอว่าอยากให้ไปส่งหรือไม่ แต่แค่แจ้งให้ทราบเฉยๆ
พูดจบเขาก็วิ่งออกไป แล้วก็เข็นจักรยานคันหนึ่งวิ่งเหยาะๆ เข้ามา
เดินทางด้วยจักรยานย่อมเร็วกว่าเดิน ทั้งสองมาถึงหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อใกล้ถึงบ้านของจางเจียิ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็บอกให้เขาจอดได้
สวีเถียนประคองฮั่วเสี่ยวเหวินลงจากจักรยาน ก่อนจะเตรียมตัวกลับ
ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบร้องห้าม “คุณอา เข้ามาดื่มชาที่บ้านก่อนเถิดค่ะ!” หากปล่อยให้เขากลับไปทั้งอย่างนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินคงรู้สึกไม่ดี อีกฝ่ายปั่นจักรยานมาตลอดทาง เขาต้องเหนื่อยมากแน่
“ได้” คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ เข็นจักรยานตามเธอไปยังบ้านของจางเจียิ
ฮั่วเสี่ยวเหวินค่อนข้างอารมณ์ดี เธอพูดคุยกับสวีเถียนตลอดทาง ส่วนใหญ่เธอเป็ฝ่ายพูด เขาเป็ฝ่ายฟัง
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า “บ้านของฉันอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหลิว ห่างจากที่นี่ไม่ไกล หากวันหน้ามีปัญหาก็มาหาฉันได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังจะตอบ แต่เธอเหลือบไปเห็นว่ายายแก่ฮั่วเดินออกมาจากบ้านจางเจียิเสียก่อน ในมือของหล่อนยังถือกะละมังกลับไปด้วย
“คนบ้านฮั่วมาขโมยของจากบ้านพี่เจียิอีกแล้ว” ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่อาจบรรยายความโกรธในใจได้ เธอพูดกับคนด้านหลังก่อนจะรีบเดินไปแย่งกะละมังมาจากยายแก่ฮั่ว
ยายแก่ฮั่วหมุนตัวหลบ ปากบอกว่าไม่ใช่ของของเธอ มีสิทธิ์อะไรมาแย่งกัน?
แต่หล่อนก็ต้องผงะไปชั่วครู่เมื่อเห็นสวีเถียนในชุดตำรวจ จากนั้นหล่อนก็เปลี่ยนท่าทีเป็พูดคุยยิ้มแย้มตามปกติอย่างรวดเร็ว
“คุณตำรวจ ฮั่วเสี่ยวเหวินจากบ้านฉันไปทำผิดอะไรมาหรือ ถึงกับต้องให้คุณมาส่งถึงบ้าน เช่นนั้นเชิญเข้ามาดื่มชาก่อน”
สวีเถียนสับสน “นี่บ้านคุณ?” เหตุใดฮั่วเสี่ยวเหวินถึงบอกว่าเป็บ้านของจางเจียิ?
