“อย่างน้อยสองร้อยตำลึง” สวีเต๋อเซิ่ง เขาเองก็กลุ้มใจเช่นกัน
“สองร้อยตำลึง?” สวีเต๋อเม่าวางจอกสุราลงบนโต๊ะเต็มแรง สวีเต๋อเซิ่งมองเขาอย่างไม่พอใจ เขารีบยิ้มแห้ง “ต้าเกออย่าเพิ่งโมโห ข้าแค่ใไปหน่อย ถ้าต้องใช้เงินสองร้อยตำลึง เหตุใดพวกเรายังต้องยุ่งวุ่นวายอีก? ทุ่มทั้งแรง ทุ่มทั้งเงิน ไม่เหมาะสม”
สวีฝูส่ายหน้า “บ้านหลังนี้สร้างอย่างดี ใช้วัสดุชั้นดีทั้งหมดและแข็งแรง พื้นปูด้วยอิฐดำ แม้แต่แป้งติดอิฐก็ใส่ข้าวเหนียว ไม่เหมือนของพวกเราที่ใช้แต่ดินเหนียวอย่างเดียว กำแพงก็ทาด้วยปูนขาว แต่นี่ไม่ใช่ที่หายากที่สุด ที่หายากที่สุดคือพวกเขาต่อน้ำจากน้ำพุบนูเามาที่บ้าน ใช้น้ำสะดวกมาก… มีห้องสุขา ได้ยินว่าสามารถใช้น้ำราดของเสียออกไป ราดออกไปแล้วไม่ทิ้งกลิ่นเหม็น ไม่ต้องใช้กระโถนอีก… สรุปคือ ข้ามองว่าเจียงหงหย่วนต้องใช้เงินอย่างน้อยห้าร้อยตำลึงเพื่อสร้างบ้านหลังนี้”
สวีเต๋อเม่ามองสวีฝู “ท่านพ่อจะบอกว่า?”
สวีฝูพูด “แค่สองร้อยตำลึงสร้างคฤหาสน์โอ่อ่าขนาดนั้นไม่ได้ ให้ยอมปล่อยไปคงน่าเสียดาย แต่พวกเราเคลื่อนไหวเอิกเกริกขนาดนี้แล้วยังต้องเสียเงินสองร้อยตำลึงอีก… เงินสองร้อยตำลึงนี้ซื้อนาดีได้เป็สิบไร่เลยนะ!”
“นั่นสิต้าเกอ ลองหาหนทางอีกทีเถิด” สวีเต๋อเม่าพูด
สวีเต๋อเซิ่งดื่มสุราหนึ่งอึก ประกายดำมืดกะพริบผ่านดวงตา “ท่านพ่อ ท่านคิดแต่ว่าต้องเสียเงินสองร้อยตำลึง เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าของในบ้านหลังนั้นมีมูลค่าเท่าไร? ข้ามองว่าเจียงหงหย่วนกล้าใช้เงินห้าร้อยตำลึงสร้างบ้าน เช่นนั้นตัวเขาต้องมีเงินอย่างน้อยสองถึงสามพันตำลึง มิเช่นนั้นเขาคงเอาขนจิ้งจอกขาวชั้นดีไปขายแทนที่จะให้หลินหวั่นชิวแล้ว นี่หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเขาไม่ขาดแคลนเงิน ท่านพ่อ ไว้เจียงหงหย่วนโดนจับ พวกเราค่อยไถเงินจากหลินหวั่นชิว หากนางอยากช่วยเขาออกมาก็ต้องจ่ายเงิน แต่หากไม่อยากช่วย เช่นนั้นข้าจะจับตัวนางด้วยเลย ถ้าอยากออกไปก็ต้องจ่ายเงินมา… ไว้รีดเงินจนหมดแล้วก็เอาตัวไปขายเสียให้หมด แค่นี้ก็ตัดปัญหาในภายภาคหน้า ท่านพ่อ จะตกปลาทั้งทีต้องมีเหยื่อล่อนะขอรับ!”
“เกอ ท่านยังคงเก่งเหมือนเดิม!” สวีเต๋อเม่าตบบ่าสวีเต๋อเซิ่งพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เขา “เช่นนั้นทำตามที่เกอว่า พวกเราจ่ายไปก่อนสองร้อยตำลึง!”
สวีเต๋อเซิ่งพูดว่า “ถึงเวลาแล้วให้ท่านพ่อเก็บเงินที่ได้จากบ้านเจียง เอาเงินไปซื้อที่นา พวกเราจะได้เป็เ้าของที่ดินรายใหญ่และซื้อบ่าวใช้บ้าง”
“ฮะฮะ น้องจะรออาศัยบารมีเกอด้วย!” สวีเต๋อเม่ายิ้มกว้าง
สวีเต๋อเซิ่งมีรอยยิ้มเช่นกัน “เ้าเป็พี่น้องแท้ๆ ของข้า ไม่ต้องพูดเื่พวกนี้ แต่เงินที่เ้าจ่ายให้กองกลางทุกเดือนห้ามน้อยลงเด็ดขาด อย่างไรเ้าก็เงินเดือนเยอะกว่าข้านะ!”
สวีเต๋อเม่าตบหน้าอกเบาๆ อย่างรับประกัน “เกอ ท่านวางใจเถิด! ข้าไม่เคยคิดไม่จ่ายเงินกองกลาง!”
สวีฝูเห็นสองพี่น้องรักใคร่ปรองดองกันก็ยิ้มปลื้มใจ พี่น้องสามัคคี เช่นนี้ตระกูลสวีจะไม่รุ่งเรืองได้อย่างไร?
ทั้งสามยกสุราขึ้นดื่มอย่างมีความสุข
“ท่านพ่อ ท่านเอาของที่ข้าให้ไปเก็บอย่างดีหรือไม่? ถึงเวลาแล้วต้องใช้ของสิ่งนี้ตัดสินโทษให้เจียงหงหย่วน!”
“เก็บดีแล้ว!” สวีฝูตอบ
สวีเต๋อเซิ่งพยักหน้า “ห้ามมีกระไรผิดพลาดเด็ดขาด”
“พวกเขาฉลองขึ้นบ้านใหม่เมื่อไร ข้าจะแอบเอาไปไว้ในบ้านพวกเขา” สวีฝูพูด “วันก่อนบรรดาสตรีตระกูลจ้าวกับตระกูลหวางคุยไปทั่วหมู่บ้านว่าตระกูลเจียงจะขึ้นบ้านใหม่วันที่เก้าเดือนสิบสอง เชิญทุกคนในหมู่บ้านไปร่วมงาน ตอนแรกข้ายังกังวลว่าบ้านเจียงไม่มีญาติ คงเชิญแขกไม่เยอะ นึกไม่ถึงว่าเจียงหงหย่วนจะจัดใหญ่โตเช่นนี้!” สวีฝูหรี่ตาจิบเหล้า น้ำเสียงมีความดูถูกมาก
“เช่นนั้นก็ดีเลยสิ!” สวีเต๋อเม่ายกจอกขึ้นชนกับทั้งคู่ “ในเมื่อเจียงหงหย่วนอยากอวด พวกเราก็ให้เขาอวดไป ถึงเวลาแล้วจะได้สุข…สุข…”
“สุขสุดทุกข์สุด!” สวีเต๋อเซิ่งเหลือบตามองมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ พวกเรารอดูเขาสุขสุดทุกข์สุดกันเถิด!”
สามพ่อลูกดื่มกันอย่างมีความสุข แยกย้ายกันกลับห้องอย่างเมามาย
สวีฝูนอนลงบนเตียง นอนพลิกตัวไปมาแล้วมุดลงใต้เตียง ยกอิฐบนพื้นก้อนหนึ่งและหยิบกล่องไม้จันทร์ออกมาจากด้านใน
เขาเปิดกล่องออก หยิบถุงผ้าแพรด้านในออกมาและหยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกจากถุง
“สมบัติจ๋าสมบัติ ข้าต้องหวังโชคลาภจากเ้าแล้วนะ…”
เสียงกรนเหมือนฟ้าร้องของซุนซื่อดังขึ้น สวีฝูหรี่ตามองป้ายหยกอยู่ใต้เตียงอย่างหลงใหล ทั้งถูกับหน้าทั้งจูบ
ผ่านไปสักพักจึงเก็บกลับลงที่เดิมแล้วกลับขึ้นไปนอนบนเตียง
หลังจากที่เขาขึ้นเตียง จู่ๆ บนคานห้องก็มีหมอกขาวกลุ่มหนึ่งปรากฏ หมอกนี้จางหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว ส่วนสวีฝูที่นอนบนเตียงก็หลับเป็หมูตาย
เงาดำร่างหนึ่งะโลงจากคานไปหยิบป้ายหยกใต้เตียง เก็บเข้าอกเสื้อก่อนจะหายไป
บ้านตระกูลเจียง
ห้องปีกห้องหนึ่งจุดตะเกียงสว่างไสว เจียงหงหย่วนที่สวมชุดดำล้างป้ายหยกแล้วมอบให้หลินหวั่นชิว “ภรรยาจ๋า เ้าวาดรูปป้ายหยกออกมาให้หน่อย วันพรุ่งข้าจะให้คนทำเลียนแบบออกมาสองชิ้น”
“หย่วนเกอ ท่านล้างมันเพราะเหตุใด?” หลินหวั่นชิวรับแผ่นหยกพร้อมกับมองเจียงหงหย่วน
“สกปรก” เจียงหงหย่วนตอบ ถูกสวีฝูทั้งลูบทั้งจูบ
“นี่เป็หยกขาวหยางจื่อ[1]ชั้นดี” หลินหวั่นชิวเล่นกับป้ายหยกในมือ ชื่นชมว่า “ฝีมือแกะสลักดีเยี่ยม แค่มองก็รู้ว่าแพง ถึงกับเอาหยกคุณภาพระดับนี้มาโยนความผิดให้ท่าน ช่างลงทุนเสียจริง!”
เจียงหงหย่วนพยักหน้า “นั่นน่ะสิ หากไม่ใช่เพราะพวกเรารอบคอบ ไม่แน่ว่าสวีฝูพ่อลูกอาจทำสำเร็จ!” เขาแฝงตัวเข้าบ้านสวีไปฟังแผนการที่พวกสวีฝูหารือกันอย่างละเอียด ยิ่งฟัง ใจก็ยิ่งเย็นยะเยียบ เพื่อบ้านกับเงินสองสามพันตำลึงที่พวกเขาคิดว่ามี…อีกฝ่ายถึงกับวางแผนจะให้เขาตาย ทั้งยังคิดจะจับภรรยาตัวน้อยเข้าคุกอีกด้วย!
“หย่วนเกอ ข้าอยากดื่มน้ำ ท่านช่วยรินน้ำร้อนให้ข้าสักถ้วยทีเ้าค่ะ!” หลินหวั่นชิวพูด
เจียงหงหย่วนได้ยินดังนั้นก็ออกไปต้มน้ำที่ห้องครัว ส่วนหลินหวั่นชิวรีบโยนป้ายหยกเข้าห้องหัตถการบนเสียนอวี๋
นางเลือกวัสดุหยกไร้ราคา ทำซ้ำออกมาร้อยชิ้น
จากนั้นเลือกวัสดุหยกคุณภาพดีขึ้นมาหน่อย ทำซ้ำออกมาสิบชิ้น
ทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น หลินหวั่นชิวตัดสินใจทำป้ายหยกปลอมหนึ่งชิ้นจากหินอ่อน เคลือบด้วยขี้ผึ้งขาวก่อนจะหุ้มด้วยเยื่อบางๆ นางไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเสียนอวี๋ทำอย่างไร เอาเป็ว่าทำออกมาแล้วดูไม่ต่างจากของจริง
หลังทำทุกอย่างเสร็จ หลินหวั่นชิวนำป้ายหยกจริงออกมาวาดภาพตาม
เจียงหงหย่วนยกน้ำร้อนเข้ามาก็เห็นหลินหวั่นชิววาดภาพเสร็จแล้ว เขานำภาพไปเทียบกับของจริงอยู่นาน ถอนหายใจกับตัวเองว่าภรรยาของเขาช่างวาดเก่ง สมจริงมาก
มีภาพวาดแล้ว เจียงหงหย่วนอาศัยความมืดมากลับไปที่บ้านสวี เก็บป้ายหยกกลับที่เดิม…
เชิงอรรถ
นกขมิ้นในชื่อตอนมาจากสำนวน ‘ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง’ ใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงผู้ที่ไร้วิสัยทัศน์ มักเล็งผลระยะสั้นโดยไม่ระวังว่าจะมีผลร้ายในระยะยาวรออยู่ นอกจากนี้ยังใช้กระทบกระเทียบกับผู้ที่เอาแต่จ้องจะคิดบัญชีกับผู้อื่น โดยลืมไปว่าตนเองก็อาจจะกำลังถูกผู้อื่นจ้องจะคิดบัญชีเช่นกัน
[1] หยกขาวหยางจื่อ(羊脂白玉) เนื้อหยกโปร่งใส สีขาวปนเหลืองอ่อนๆ แบบไขมันแพะ