เวลานี้จูชิงเหมือนกลายเป็อีกคนหนึ่ง เป็คนแปลกหน้าที่นางไม่เคยรู้จัก
ทุกคนตายหมดแล้ว พวกเขาตายจากการเผาไหม้ของลมปราณ มันเป็กระบวนท่าสังหารที่ไม่เคยมีใครได้ยิน เป็วิชายุทธ์ วิชาลับหรือวิชาต้องห้ามไม่อาจรู้แน่ชัด สิ่งที่รู้มีเพียงอย่างเดียวก็คือพลานุภาพเหนือชั้นเกินสามัญ
ไม่มีใครคาดคิดว่าผลลัพธ์จะกลายเป็เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็หอเงาหรือหอสุราลัยต่างทุ่มเทเต็มกำลังบีบให้จูชิงสำแดงพลังทั้งหมดที่มีออกมา
ขณะที่พวกเขาคิดว่าจูชิงจะต้องใช้พลังต้องห้ามนั่นอีกครั้ง อีกฝ่ายกลับะเิพลังที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
การผลาญเผาของลมปราณ! ยิ่งลมปราณแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เปลวเพลิงก็ยิ่งแกร่งกล้ายิ่งขึ้นเท่านั้น กระบวนท่าสังหารเฉกเช่นนี้ไม่มีใครรู้ว่าควรต่อต้านอย่างไร ทั้งยังไม่มีวิธีหลีกเลี่ยง
ครั้งนี้มีคนหลายร้อยคนล้อมปราบจูชิง หนึ่งในนั้นมีจอมยุทธ์หอสุราลัยกับมือสังหารหอเงาหลายคนซ่อนตัวอยู่ในความมืด รอให้จูชิงหมดแรงแล้วจึงลงมือโจมตี
แต่พวกเขายังไม่ทันลงมือ ลมปราณในกายาก็ถูกผลาญเผาโดยอธิบายไม่ได้ ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดไม่มีใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
พวกเขาล้วนแล้วคือผู้เยี่ยมยุทธ์ อย่างน้อยก็เป็ขั้นเหินนภา!
“อาจารย์...!” จินหลิงเอ๋อร์พยายามเรียกจูชิง
ทว่าจูชิงเพียงแค่เหลือบมองจินหลิงเอ๋อร์ นางก็รู้สึกว่าลมปราณในกายาคล้ายคลับจะแผดเผา
โชคดีที่จูชิงไม่ได้มีความมุ่งร้ายกับนาง ลมปราณในกายาจินหลิงเอ๋อร์จึงไม่ถูกผลาญเผา ด้วยขั้นพลังของจินหลิงเอ๋อร์แล้ว เดาว่าน่าจะทนได้ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
เฒ่าปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในศิลาผนึกิญญาพิชิต์ถึงกับแอบปาดเหงื่อ ดีที่เขาวิ่งเร็ว ไม่อย่างนั้นหากถูกพลานุภาพของกายศักดิ์สิทธิ์ มีหวังชีวิตได้ดับสิ้นเป็แน่แท้
พลานุภาพของกายศักดิ์สิทธิ์เหนือฟ้าหาใดเทียม กายศักดิ์สิทธิ์มีอยู่แค่ในตำนาน กระทั่งเฒ่าปีศาจผู้เป็เ้าปีศาจยังไม่เคยเห็นกายศักดิ์สิทธิ์มาก่อน
เขารู้มานานแล้วว่าจูชิงคือกายศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าขานกันในตำนาน ทั้งยังรู้ด้วยว่ากายศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ในผนึก ทว่าผนึกนั้นไม่สมบูรณ์ ร่างกายจึงต้องค่อยๆ กลืนกินพลังที่รั่วไหลทีละเล็กทีละน้อยเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพลังของกายศักดิ์สิทธิ์
ถึงขนาดที่สามารถผนึกกายศักดิ์สิทธิ์ได้ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่อยู่เื้ัจูชิงเก่งกาจเพียงใด
จูชิงต่อสู้ติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็มส่งผลให้จุดศูนย์ของร่างกายพังทลาย ผนึกกายศักดิ์สิทธิ์จึงคลายออก พลังของกายศักดิ์สิทธิ์จึงทะลักออกมา
เพราะการล้อมปราบของหอสุราลัย ในที่สุดกายศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกผนึกเอาไว้อย่างเนิ่นนานก็ประจักษ์!
แม้ว่าจะเพียงชั่วครู่ ทว่าทันทีที่พลังกายศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ จอมยุทธ์นับร้อยคนถูกฆ่าตายในพริบตาเดียว
สือจึที่อยู่ในหินโลหิตยิ้มเล็กน้อย “กายศักดิ์สิทธิ์ในตำนานงั้นรึ? กระทั่งตระกูลจูก็ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน!”
อย่างไรก็ตามพลังของกายศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่จูชิงสามารถควบคุมได้ในตอนนี้ ไม่นานนักผนึกก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว พลังของกายศักดิ์สิทธิ์ถูกผนึกอีกครั้ง
“ฟึ่บ!” แสงโลหิตในดวงตาของจูชิงจางหาย เขาล้มลงไปกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
จินหลิงเอ๋อร์รีบเข้าไปประคองจูชิง หลังจากตรวจสอบลมหายใจแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขายังหายใจอยู่
จูชิงหายใจแ่เบา ดวงตาทั้งสองหลับสนิท แม้จะทนมาได้จนถึงตอนนี้แต่เขาเหนื่อยมากแล้ว
เนื่องจากการปรากฏอย่างกะทันหันของพลังกายศักดิ์สิทธิ์ จอมยุทธ์หอสุราลัยกับมือสังหารหอเงาถูกกวาดล้างเรียบไม่มีเหลือ พวกเขาจึงสูญเสียพิกัดตำแหน่งของจูชิงไป
จูชิงนอนหลับไปนานกว่าครึ่งเดือน เมื่อตื่นขึ้น สิ่งที่เห็นอย่างแรกก็คือัคะนองน้ำน้อยที่กำลังเลียหน้าของเขาอยู่
จูชิงลูบหัวัคะนองน้ำน้อย “อยากกินสมุนไพรงั้นรึ”
“เ้านี่ ปล่อยพวกเราตามหาตั้งนาน ถ้าไม่ใช่เพราะข้าสายตาเฉียบแหลมคงหาเ้าไม่เจอแล้ว!” จินขวางสะพายกระบี่ยาวกวาดสายตามองจูชิง ถึงคำพูดจะดูไม่น่าฟังแต่ก็มีความเป็ห่วงเป็ใยซ่อนอยู่
จินขวางที่ยโสโอหังทั้งยังเ็า การที่จะเห็นเขาแสดงอารมณ์ออกมาเฉกเช่นนี้เห็นได้ไม่บ่อยนัก
“จินขวาง? เ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” จูชิงใมาก เขานึกว่าตัวเองตาฝาด ที่นี่คือมหาทวีปชางอู๋หลิง ห่างกับมหาทวีปิเจี้ยนเทียนหนึ่งมหาทวีป จินขวางที่เป็ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะมาอยู่ที่มหาทวีปชางอู๋หลิงได้อย่างไร
“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านเ้าสำนักออกคำสั่งให้เดินทางไปที่มหาทวีปชางอู๋หลิง ขุนเขากระบี่เทียนหยวนส่งกองกำลังมาเกินกว่าครึ่ง” จินขวางส่ายหัว การตัดสินใจของเบื้องบนเกินกว่าความเข้าใจของศิษย์อย่างพวกเขา
“เ้ามาคนเดียวรึ?” จูชิงผงะ
“มีอีกคนหนึ่งอยู่ข้างนอก นางดูอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่” รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของจินขวาง ถึงเขาจะเป็พวกหยิ่งยโส แต่พอต้องเผชิญหน้ากับนางผู้นั้น เขาทำได้แค่ยิ้มเจื่อนเท่านั้น
“นาง? นางมาด้วยรึ?” จูชิงเบิกตากว้าง
“ใช่ จะว่าไปเ้านี่โชคดีเสียจริง หมดสติอยู่ยังมีสาวงามดูแลข้างกาย ไม่รู้เลยงั้นรึ...” จินขวางมองจูชิงพลางยิ้ม
“ศิษย์พี่จินยืนอยู่ในนี้ตั้งนานแล้ว ออกไปพักเถอะ” ทันใดนั้นเสียงซั่งกวานจือหนิงก็ดังออกมาข้างหลังจินขวาง
จินขวางขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง เขายิ้มน้อยๆ ให้กับจูชิง แล้วหันหลังเดินไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“เฮ้ๆ!” จูชิงสังหรณ์ใจไม่ดี ครั้นจะหยุดจินขวางก็สายไปเสียแล้ว เพราะจินขวางสับเท้าหนีหายวับไปไม่เห็นกระทั่งเงา
“ฮ่าๆๆ ไม่เจอกันตั้งนาน เ้าสวยขึ้นมากเลย” จูชิงหัวเราะฮ่าๆ
ซั่งกวานจือหนิงยังงดงามเฉกเช่นเดิม นางมักตกเป็เป้าสายตาไม่ว่าอยู่ที่ไหน ทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบกายถูกรัศมีความงามของนางบดบังจนหม่นหมองปราศจากสี
“เหรอ? แล้วข้ากับจินหลิงเอ๋อร์นั่นล่ะ ใครสวยกว่ากัน?” ซั่งกวานจือหนิงยิ้ม
พอเห็นรอยยิ้มอันแสนคุ้นเคยนี่จูชิงก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว มันเป็รอยยิ้มแบบเดียวกับตอนที่นาง้าจัดการเขา
“ข้าอธิบายได้ ข้ากับหลิงเอ๋อร์ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบที่เ้าคิด” จูชิงกล่าวพร้อมยกมือสาบาน
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นตอนที่หมดสติเ้าเปลี่ยนเสื้อผ้านั่นเองงั้นรึ?” ซั่งกวานจือหนิงแค่นเสียงหึ
“เสื้อผ้า? เสื้อผ้าอะไร?” จูชิงตะลึง เขาก้มลงไปมองแล้วพบว่าเสื้อผ้าถูกเปลี่ยนหมดแล้ว!
จูชิงไม่รู้สึกตัวนานกว่าครึ่งเดือน โดยปกติแล้วเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง ดังนั้นมีแค่จินหลิงเอ๋อร์เท่านั้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาได้ เปลี่ยนเสื้อผ้ายังพอทำเนา ทว่ากางเกงในนางก็เปลี่ยนให้ด้วย อีกทั้งซั่งกวานจือหนิงยังเห็นหลักฐานกับตา นั่นยิ่งสุมไฟให้ร้อนกว่าเดิมไม่ใช่หรือ?
“อุ๊บ!” แล้วซั่งกวานจือหนิงก็หลุดหัวเราะออกมา ฟ้าดินพลันสดใสขึ้นในทันตา
“เ้าจะกลัวอะไรข้าขนาดนั้น ข้าน่ากลัวมากเลยงั้นรึ?” ซั่งกวานจือหนิงกลอกตามองจูชิง
จูชิงพยักหน้า ความเ็ปที่ซั่งกวานจือหนิงทำไว้กับเขาไม่มีทางลบออก
ซั่งกวานจือหนิงประคองจูชิงเดินออกมาจากถ้ำ แสงแดงสว่างจรัสแจ้งจนต้องหรี่ตาลงชั่วคราวอย่างช่วยไม่ได้
“ได้เห็นดวงอาทิตย์อีกครั้งมันดีแบบนี้เองรึ” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“ใครใช้ให้เ้าบุกบั่นหอสุราลัยคนเดียวล่ะ ไม่มีใครบ้าใจกล้าห่อฟ้าเช่นเ้าแล้วกระมัง” ซั่งกวานจือหนิงฉุนเฉียว
“ใครเล่าจะไปรู้ว่ามีขั้นนิพพานอยู่ด้วย” จูชิงส่ายหัว
แต่ถ้าจูชิงไม่ได้สร้างความโกลาหลครั้งใหญ่แพร่งพรายไปถึงทวีปเฉียนหยวน ขุนเขากระบี่เทียนหยวนย่อมไม่มีทางรู้ว่าจูชิงอยู่ที่ไหน
แล้วถ้าไม่ใช่เพราะพวกซั่งกวานจือหนิงขับไล่มือสังหารหอเงากับจอมยุทธ์หอสุราลัยที่ล้อมปราบสุนัขโลกันตร์สามหัวที่กำลังแบกจูชิงอยู่ จูชิงก็คงตายไปแล้ว
มีเื่ดีก็ต้องมีเื่ร้าย มีเื่ร้ายก็ต้องมีเื่ดี ทั้งดีและร้ายเป็ของคู่กัน ยากจะกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่ดีหรือเื่ร้าย
“ข้าส่งสัญญาณให้กับจอมยุทธ์ในสำนักที่เหลือแล้ว น่าจะมาถึงที่นี่ในอีกไม่ช้า” ซั่งกวานจือหนิงกล่าว
“ท่านอาจารย์ ข้าช่วยเอง!” จินหลิงเอ๋อร์ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน นางจับมือข้างซ้ายของจูชิง ตัวแนบสนิทแทบสิงจูชิงอยู่แล้ว
ซั่งกวานจือหนิงขมวดคิ้ว นางไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นเป็แน่แท้ ทว่านางก็ไม่อยากเห็นผู้หญิงคนอื่นทำเช่นนี้กับจูชิง
“ครืนนน!” ซั่งกวานจือหนิงขับเคลื่อนลมปราณ จินหลิงเอ๋อร์ถูกผลักออกไปเล็กน้อย
แม้ว่าจินหลิงเอ๋อร์จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับซั่งกวานจือหนิง แต่อย่างไรเสียนางก็เป็ผู้สืบทอดสำนักสุญญา อีกทั้งซั่งกวานจือหนิงก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง นางจึงแค่ขับเคลื่อนลมปราณโต้กลับไป
ซั่งกวานจือหนิงแค่นเสียงหึอย่างไม่แยแส เพิ่มลมปราณมากขึ้นไปอีก ทันใดนั้นลมปราณทั้งสองพุ่งเข้าปะทะ ะเิใส่จูชิงที่ยืนอยู่ตรงกลาง
จูชิงทำหน้าขื่นขมราวกับกินมะระขี้นก “พวกเ้าแค้นเคืองอะไรข้า!”
ยังดีที่ร่างกายฟื้นตัวแล้วพอจะรับลมปราณไหว ไม่อย่างนั้นคงถูกพวกนางสองคนฆ่าตายไปแล้ว
ส่วนจินขวางถอยออกห่างั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว กลัวว่าจะถูกลูกหลง
“เป็เพราะเ้า ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า จูชิงจะาเ็ได้ยังไง” จินหลิงเอ๋อร์ชี้หน้าด่าซั่งกวานจือหนิงโดยไม่สนว่านางจะสูงศักดิ์มาจากไหน
“เพราะข้า? อย่ามาโยนความผิดให้ข้า” ซั่งกวานจือหนิงยิ้มเล็กน้อย
“เพราะเ้า...”
“เ้าต่างหาก...”
จูชิงฟังพวกนางทั้งสองเถียงกันจนหูอื้อ ทันใดนั้นแรงสั่นะเืเล็กน้อยจากพื้นดินก็ดึงความสนใจของจูชิง
“พวกเ้าส่งสัญญาณแล้วรึ?” จูชิงถามซั่งกวานจือหนิง
ซั่งกวานจือหนิงพยักหน้า “หลายวันแล้ว ท่านผู้าุโน่าจะใกล้มาถึงแล้ว”
“เป็สัญญาณแบบไหน?” จูชิงมีลางสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก
“พลุ เมื่อใดที่ส่งสัญญาณ ถึงอยู่ไกลเป็ร้อยลี้ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน” ซั่งกวานจือหนิงพูด
