“สารเลว!” เฟยหยางกำมือแน่น แล้วสบถออกมาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนซินหยูจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าเชื่อว่าท่านเสนาบดีตัดสินเป็ธรรมแล้วล่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านเสนาบดีทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยรับสินบน และตัดสินโทษทุกคนด้วยความเป็ธรรมเสมอมา ข้อนี้ใคร ๆ ต่างก็รู้ การที่ท่านเสนาบดีตัดสินโทษพระสนมเสี่ยวเอินเช่นนั้น ก็เหมาะสมแล้ว” เฟยหยางนิ่งเงียบ รู้ว่าคุณงามความดีของสกุลหลี่ที่สะสมมานาน มีอำนาจมากมายเพียงใด ทุกคนในวังหลวงล้วนยกย่องเขา คงมีเพียงฮองเฮาเท่านั้น ที่สงสัยการตัดสินความในครั้งนี้
สองเท้าของเฟยหยาง เดินนำเอาชามาวางไว้รอฮองเฮาตื่นจากบรรทม นางดูแลปรนนิบัติฮองเฮาเหมือนที่เสี่ยวเอินทำทุกอย่าง ก่อนจะย่อตัวนั่งแล้วยกมือเท้าคางพลางขบคิด
“ทุกคนในวังล้วนเชื่อเสนาบดีหลี่ถังชุน คิดว่าข้าเป็หญิงเลวทรามลักลอบมีชู้ ข้าต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้จงได้ ถังเยี่ยนข้าจะทำให้เ้าได้รับกรรมที่ก่อไว้กับข้าอย่างสาสม”
ขณะที่รัชทายาทนั่งวาดภาพเด็กหญิงปริศนาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาจากด้านหลัง
"วันนี้ได้เบาะแสนางบ้างหรือไม่” รัชทายาทเอ่ยถามโดยที่ไม่หันไปมอง ก่อนเสียงอันคุ้นหูทำให้ชายหนุ่มวางมือจากภาพวาดตรงหน้า
“ฮองเฮาทรงให้หม่อมฉัน นำผลไม้มาให้เพคะ” เขาค่อย ๆ หันมายังต้นเสียง เมื่อพบว่าไม่ใช่หานลู่ จึงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเฟยหยางจะนำผลไม้วางไว้บนโต๊ะด้วยกิริยานอบน้อม พลันเบี่ยงตัวเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อน” สุรเสียงของรัชทายาททำให้หญิงสาวหันกลับมา นางพยายามตัดใจจากเขา และเลี่ยงจะไม่มองหน้า
“ที่เ้ากล้าหักหน้าแม่นางถังเยี่ยนวันนั้น เ้ารู้หรือไม่ว่าสกุลหลี่ เป็ถึงขุนนางเก่าแก่ในวังหลวง ที่ใคร ๆ ต่างให้ความเคารพ”
“หม่อมฉันไม่ได้คิดหักหน้าผู้ใดเพคะ” เฟยหยางตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แต่ข้าดูออกว่าเ้าจงใจ ขอเตือนว่าถังเยี่ยนไม่ใช่คนที่เ้าจะเหิมเกริมด้วยได้ อย่าคิดว่ามีเสด็จแม่คอยให้ท้าย แล้วเ้าจะไม่เห็นหัวผู้ใดได้”
“เช่นนั้นพระองค์จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรเพคะ ปล่อยให้นางเอาความดีความชอบใส่ตัว ทั้งที่พระองค์ก็เห็น ว่านางไม่ได้จริงใจที่สอนข้าทำปลาต้มสมุนไพรั้แ่แรก พระองค์จะให้หม่อมฉันยอมรับแค่นั้นเหรอเพคะ” เฟยหยางพูดพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนชายหนุ่มจะลุกขึ้นแล้วทอดสายตาไปยังหญิงสาวแน่นิ่ง
“ข้าเตือน เพราะไม่้าให้เ้าผิดใจกับสกุลหลี่ เช่นนั้นเ้าจะอยู่ในวังหลวงอย่างยากลำบาก”
“เหตุใดพระองค์ ไม่ไปบอกแม่นางถังเยี่ยน ว่าอย่าใช้เล่ห์เหลี่ยมกับผู้อื่น แทนที่จะห้ามข้า!”
“บังอาจ! เ้ารู้หรือไม่ว่ายืนพูดกับใคร ข้าเป็ถึงรัชทายาทควรหรือที่จะให้เ้าต่อว่า” เขาขึ้นเสียงในทันที
“หม่อมฉันเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้นเพคะ” เฟยหยางตอบ
“กิริยาหยาบคายเช่นนี้ เสด็จแม่รับเ้าเข้ามาในวังหลวงได้อย่างไร” คำพูดของเขาคมยิ่งกว่ามีดแหลม ไม่มีสักครั้งที่เขาจะปกป้องนาง หญิงสาวสบตาชายหนุ่มด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด ก่อนสายตานั้นจะสะกิดให้รัชทายาทรู้สึกผิด พร้อมกับนางเบี่ยงกายเดินจากไป
“ข้ายังไม่อนุญาต เ้าก็ห้ามเดินไป” หญิงสาวหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนเขาจะหันไปหยิบผลไม้ แล้วเดินมายื่นให้นาง
“ข้าไม่กิน เอากลับไป แล้วบอกเสด็จแม่ด้วย ว่าไม่ต้องพยายามส่งเ้ามาหาข้าอีก เพราะมันไม่มีประโยชน์” คำพูดของเขาทำให้เฟยหยางฝืนยิ้ม
“เพคะ” นางยื่นมือมารับผลไม้ ก่อนรัชทายาทจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยปานรูปพระจันทร์เสี้ยวบนมือนาง ภาพในอดีตของเด็กหญิงตัวเล็กที่เคยช่วยชีวิตเขาลอยเข้ามาในสมอง ก่อนมือของเจี้ยนหัวจะคว้านางในไว้ในทันที
“ปล่อยเพคะ” เฟยหยางเอ่ยเตือน เมื่อเห็นเขาจับมือนางแน่น นางพยายามดึงมือกลับ หากแต่ชายหนุ่มกระชับแน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งยังจ้องไปยังรอยปานบนมือนาง ตาไม่กะพริบ
“รัชทายาท ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ หญิงสาวพยายามดึงมือออก ก่อนเขาจะรีบหยิบมืออีกข้างของนางขึ้นดู ปรากฏรอยแผลนูนขึ้นมา เขารีบนำมือทั้งสองข้างของเฟยหยางขึ้นมองชัด ๆ ก่อนจะเงยหน้าจับจ้องไปยังเฟยหยางด้วยสายตาสั่นไหว
“เป็เ้าจริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมเื่ราวในวัยเด็กได้เลย ก่อนเฟยหยางจะรีบดึงมือออก
“หม่อมฉันขอตัวเพคะ” พูดจบเฟยหยางก็รีบวิ่งหนีไป ปล่อยให้รัชทายาทนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เห็น เขาค่อย ๆ หันไปยังภาพของเด็กหญิงตัวเล็กที่สะพายตะกร้าสมุนไพร ก่อนจะค่อย ๆ หันมองไปยังร่างของเฟยหยางที่วิ่งหายลับไปเมื่อครู่
เฟยหยางวิ่งหลบเข้ามายังตำหนักของฮองเฮาก่อนจะเผลอชนเข้ากับร่างของถังเยี่ยน อย่างไม่ตั้งใจ
“ขออภัยเ้าค่ะ” เฟยหยางรีบเอ่ยคำขอโทษ หากแต่อีกฝ่ายกลับขมึงตาใส่
“เ้าจงใจหาเื่ข้างั้นรึ”
“เปล่าเ้าค่ะ เป็เพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้นข้าไม่ได้ตั้งใจ” เฟยหยางให้เหตุผล ก่อนถังเยี่ยนจะยกมือขึ้นกอดอก จับจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาเดียดฉันท์
