บนเขาิญญาลูกหนึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังงานที่เปี่ยมล้น บนยอดเขามีลมพัด แสงกระบี่ส่องแสงสะท้อนมา เด็กสาวสวมชุดสีเขียวคนหนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่ยาว รูปร่างของนางเพรียวเรียวบาง ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง แต่ละท่วงท่ากระบี่ที่ร่ายรำพลิ้วไหวและสง่างาม โดยรอบเต็มไปด้วยพลังแหลมคมที่ะเิออกมา
คิ้วของนางเรียงตัวสวยโค้งเรียวรับกับใบหน้า ดวงตากลมโต ใบหน้าสวยราวกับทำขึ้นจากหยก ในตอนนั้นหางตาของนางเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นมา นางก็แผดเสียงสบถ ฝีเท้ากระทืบลงพื้นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ชายกระโปรงปลิวไสวไปตามลม ปลายกระบี่ชี้ไปข้างหน้าเหมือนเซียนกระบี่ชุดเขียว
ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงดำมืด เพิ่งจะขึ้นมาถึงก็ถูกคนเข้าโจมตีเสียอย่างนั้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของเด็กสาว พลางยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปคีบมีดกระบี่ล้ำค่าเอาไว้
เต้าหลิงรวดเร็วประดุจสายฟ้า ใบหน้าของเด็กสาวชุดเขียวฉายประกายความประหลาดใจ เขารนหาที่ตายหรืออย่างไร ถึงได้กล้ามาคีบกระบี่ของข้า หรือว่าคิดจะเล่นตุกติกอะไรกับข้ากัน
เคร๊ง ราวกับเสียงโลหะกระทบกัน เต้าหลิงออกแรงขยับนิ้ว กระบี่ล้ำค่าสั่นไหว ฝ่ามือของเด็กสาวพลันชาขึ้น จากนั้นกระบี่ล้ำค่าของนางก็ร่วงลงพื้น
กระบี่ล้ำค่านี้ไม่ธรรมดา ที่มันร่วงหล่นลงไปทำให้ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกฟันจนขาดเป็สองท่อนเหมือนกับเต้าหู้ คิดว่าน่าจะเป็อาวุธล้ำค่า
“เ้าคิดจะทำอะไร จะฆ่าคนอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงจ้องเขม็งไปที่นาง อย่างไรซะนางก็หยุดแล้ว เขาจึงไม่ได้เอาความอะไร
เด็กสาวชุดเขียวยังคงอึ้งอยู่ เมื่อครู่เขาแค่ใช้นิ้วก็สามารถต้านทานกระบี่ล้ำค่าเอาไว้ได้ นี่มันแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว ทว่าเมื่อได้ยินเขาถามออกมาดังนั้น นางก็ทำหน้ามุ่ยแล้วกล่าวออกมา “ข้ายังไม่ได้ถามเ้าเลย แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่?”
“ข้าพักอยู่ที่นี่ ไม่ให้มาที่นี่แล้วจะให้ไปไหน?” เต้าหลิงชี้ไปที่ป่าไผ่แล้วกล่าวออกมาด้วยใบหน้าดำมืด
ได้ยินดังนั้น เด็กสาวชุดเขียวก็หน้าแดงด้วยความอับอาย เมื่อครู่นางคิดว่าอีกฝ่ายเป็คนเร่ร่อน ที่แท้เขาก็อยู่ที่นี่นี่เอง
“ข้าต้องขอโทษจริงๆ ข้าไม่รู้นี่ ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่เคยเห็นเ้า เลยคิดว่าเ้าจะหาเื่” นางกล่าวขอโทษด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ภายในยังประหลาดใจไม่หาย เขามาจากไหนกัน เดาว่าน่าจะอยู่ในขั้นสถิติญญาที่สูงมาก
เต้าหลิงโบกมืออย่างใจกว้าง เมื่อครู่ถึงนางจะลงมือโจมตีก่อน แต่ก็ไม่ได้มีจิตสังหารแฝงมาด้วยแม้แต่นิดเดียว
“แปลกคน” หลินซือซือเอามือสางผม เมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปตรงนั้น หัวใจของนางก็พลันสั่นระรัว ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความใ “นั่นคนมาใหม่ที่พี่บอกไม่ใช่หรือ?”
เต้าหลิงใช้เหรียญตราเปิดประตูเข้าไปข้างใน ในตอนนั้นเขาััได้ถึงคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง เขารีบปิดประตูในทันทีพลางมองพลังงานรอบๆ ที่ถูกดูดกลืนจนแห้งเหือด ฝีเท้าของเขารีบสาวเข้าไปหาิญญามิงค์ในทันที
ทั่วร่างของิญญามิงค์ปลดปล่อยพลังบริสุทธิ์ออกมา ขนปุกปุยของมันเปล่งแสงหมอก์สว่างไสว ภายในร่างแผ่ซ่านพลังมหาศาลออกมา ทั้งยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย
“ใกล้จะทะลวงแล้ว” ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ พลางไล่พินิจพิจารณาอย่างละเอียดซักพัก ในตอนนี้ิญญามิงค์กำลังทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาซึ่งมันยังคงอยู่ในสภาวะหลับใหล
เขาเกาหัว ก่อนหยดพลังงานสีทองหยดหนึ่งออกมาแล้วแบ่งออกครึ่งหยด เพราะว่าพลังที่อัดแน่นอยู่ข้างในเปี่ยมล้นมากเกินไป ในตอนนั้นเขาก็เกือบจะถูกพลังงานสีทองบีบอัดร่างกายจนแตก
พลังงานครึ่งหยดไหลแล่นเข้าสู่ร่างของิญญามิงค์ พลังชีวิตที่ิญญามิงค์ะเิออกมาพลันแข็งแกร่งมากขึ้น ทั่วร่างของมันคายคลื่นพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ออกมา ความเร็วในการปลุกพลังเร็วขึ้นหลายเท่า
“อีกสักพักิญญามิงค์น่าจะตื่นแล้ว” เต้าหลิงสังเกตการเปลี่ยนแปลงพักหนึ่ง จากนั้นเขาก็พยักหน้าแล้วหาที่นั่งขัดสมาธิ ในเวลาเดียวกันก็หยิบคัมภีร์โอสถโบราณออกมา
“ข้างในนี้จดบันทึกสูตรโอสถเอาไว้มากจริงๆ ได้ยินมาว่าสูตรโอสถเหล่านี้เป็เหมือนดั่งชีวิตและรากฐานของนักปรุงโอสถ น้อยครั้งนักที่จะมีคนเอามันออกมาขาย เช่นนี้ก็ดี ข้าจะได้ไม่เสียเวลาในการตามหาสูตรโอสถ”
สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ เขาดูสูตรโอสถที่อยู่ตรงหน้า จากนั้น สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่สูตรโอสถขยายจิตประเภทหนึ่ง
“นี่คือโอสถที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของจิต์ แค่จิต์ของข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็จะมองเห็นความทรงจำในวัยเด็กของข้าได้” เต้าหลิงเม้มริมฝีปาก โอสถขยายจิตนี้้าสมุนไพริญญาสามชนิด หญ้าขยายจิต ดอกล้างจิต ใบหยกเขียว
“สมุนไพริญญาพวกนี้ดูท่าจะไม่ได้หามาง่ายๆ เสียด้วยสิ” เต้าหลิงเกาหัวพลางขมวดคิ้ว สมุนไพริญญาพวกนี้ล้ำค่ามาก ทั้งเหรียญทองที่เขามีอยู่ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะสมุนไพรจิต์ล้ำค่าและหายาก เดาว่าคงจะต้องใช้เหรียญทองจำนวนไม่น้อย
คิดได้ดังนั้น เขาก็ส่ายหัว สายตาก็มองไปที่สูตรโอสถ ในตอนนั้นเขาก็เห็นโอสถผ่านฟ้า สีหน้าของเขาฉายสีความประหลาดใจขึ้น
“โอสถชนิดนี้จะต้องใช้เืของสัตว์อสูร์ธาตุไฟเป็ส่วนประกอบหลัก บวกกับผลผ่านจิต ดอกล้างไขกระดูก ผลปราณจิต หญ้าอุดม์ เพื่อเอามาใช้หลอมเป็โอสถผ่านฟ้า ซึ่งโอสถนี้สามารถช่วยให้ขั้นสถิติญญาฝึกฝนขึ้นไปถึงขั้นพลังที่น่ากลัวได้”
เต้าหลิงมองไปที่วัตถุดิบเ่าั้ด้วยสีหน้าที่ไม่ปกติเท่าไรนัก ลำพังแค่เืสัตว์อสูร์คงไม่ต้องเอ่ยถึง ผลผ่านจิตก็หาได้ยากมาก ดอกล้างไขกระดูกว่ากันว่าสามารถล้างไขกระดูกและปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของร่างกายได้ ส่วนวัตถุดิบสองอย่างหลังเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
แค่ดอกล้างไขกระดูกก็มีราคาสูงเฉียดฟ้าแล้ว ทั้งยังมีวัตถุดิบอย่างอื่นอีก ของที่ต้องใช้ในโอสถเม็ดนี้ต่างก็เป็ของที่หายากทั้งนั้น
“คัมภีร์เล่มนี้มีสูตรโอสถเป็หลัก” เต้าหลิงพลิกหน้าคัมภีร์ไปเรื่อยๆ โอสถที่อยู่ด้านหลังส่วนมากเป็โอสถที่เขาไม่เคยได้ยิน เดาว่าราคาของคัมภีร์เล่มนี้จะต้องสูงมากแน่
ตอนที่เขาอ่านคัมภีร์อยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
“นางงั้นหรือ?” แววตาของเต้าหลิงขึงขังขึ้น เขาเดินออกไปด้วยใบหน้าดำมืด เมื่อผลักประตูออกไป เขาก็เจอกับคนแปลกหน้าหลายคนยืนอยู่ เขาขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมา “พวกเ้าเป็ใคร? มีธุระอะไรที่นี่?”
“เ้าหนู ซ่อนตัวเก่งจริงๆ เลยนะ ให้พวกข้าหาได้ตั้งนาน ตอนนี้ยังมาถามอีกว่าพวกข้าเป็ใคร เ้ามีสิทธิที่จะรู้ได้อย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มท่าทีหยิ่งยโสแสยะยิ้ม
“ฮึ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เ้าหาญกล้ามากนะ ถึงได้กล้าฆ่าคนของตระกูลหวัง”
ั์ตาของพวกเขาทั้งสามคนเย็นเฉียบ สายตาดูถูกมองไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังเดินออกมาอย่างไม่แยแส
เต้าหลิงกล่าวพึมพำออกมา “โชคดีจริงๆ จู่ๆ ก็มีเงินมาส่งให้ถึงที่ ข้ากำลังขาดเงินอยู่พอดี”
“เ้าพูดอะไร?” พวกเขาขมวดคิ้ว คิดว่าตนนั้นหูฝาดไป
เต้าหลิงปิดประตู สายตามองสำรวจไปที่พวกเขาทั้งสาม เดาว่าคนพวกนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับหวังหลิ่งเป็แน่ อีกทั้งตนที่เพิ่งจะมาสำนักได้ไม่นาน พวกเขาก็มาหาในทันที เื่นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับหวังย่าด้วยแน่
ผู้หญิงคนนั้น เต้าหลิงแทบจะลืมนางไปแล้ว พอถึงตอนนี้ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งน่าหัวเราะ ตอนนั้นเขาโง่มากจริงๆ ถูกหลอกมาได้เสียตั้งนาน
“กัดไม่ปล่อยจริงๆ เลยนะ” ั์ตาของเต้าหลิงเ็าขึ้น เขาอยู่ในหอคอยผ่านจิตมาระยะหนึ่ง เดาว่านางคงอยากจะฆ่าเขาจนอดใจรอไม่ไหวแล้ว
เสียงเบาที่กล่าวออกมานั้น ทำให้พวกเขาทั้งสามคนมีสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก พวกเขาทั้งสามต่างเป็ศิษย์ของตระกูลหวัง ถึงแม้ว่าจะเป็ลิ่วล้อของหวังจวิ้นอี้ ทว่าสถานะตำแหน่งก็สูงส่ง
“เ้าหนู เ้าคงอยากตายมากสินะ” ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งเย็นะเื มือทั้งสองไขว้หลัง คลื่นพลังที่แข็งแกร่งปลดปล่อยออกมาทั่วร่าง ฟ้าดินถูกบีบ พลางแผดเสียงกล่าวคำรามลั่นออกมา “พูดมา ว่าเ้าอยากจะตายอย่างไร”
คนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของหวังเฟยป๋ายยิ้มเยาะออกมา ท่านผู้นี้ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาระดับห้าชั้นฟ้าแล้ว การบดขยี้มดตัวหนึ่งนั้นเป็เื่ที่ง่ายมาก
“เฮ้ ที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้ พวกเ้าคิดจะทำอะไร” เสียงใสดังขึ้นพร้อมกับหลินซือซือที่เดินเข้ามา นางรู้จักพวกเขา คนพวกนี้ชอบทำตัวเป็อันธพาลในสำนักซิงเฉิน น้อยครั้งนักที่จะเห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา
สายตาของหวังเฟยป๋ายมองไปที่เด็กสาว ในขณะที่กำลังจะปริปากด่าทอออกไป เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าสวยนั้น หัวใจก็พลันร้อนรุ่มขึ้น ก่อนหัวเราะฮ่าฮ่าออกมา “ศิษย์น้องหญิง ข้าคือหวังเฟยป๋ายแห่งตระกูลหวัง แล้วศิษย์น้องหญิงเล่ามีชื่อว่าอะไร?
“ใครเป็ศิษย์น้องหญิงของเ้า?” หลินซือซือขมวดคิ้วสวย พลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรังเกียจ ฝีเท้าก้าวเดินไปตรงหน้าของเต้าหลิง ถึงแม้ว่านางจะััได้ว่าศิษย์ที่มาใหม่คนนี้จะแข็งแกร่งมาก ทว่าหวังเฟยป๋ายก็เป็ยอดยุทธ์ที่มีฝีมือ ซึ่งมีขั้นพลังในขั้นสถิติญญาสูงมาก
สีหน้าของหวังเฟยป๋ายไม่สบอารมณ์นัก เขากล่าวออกมาด้วยใบหน้าเ็า “อย่าบอกข้านะว่าเ้าจะหลบอยู่ข้างหลังผู้หญิง ไม่ช้าก็เร็วเ้าก็จะต้องส่งมันมาอยู่ดี”
ร่างของพวกเขาทั้งสามคน อบอวลไปด้วยคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง พวกเขามาที่นี่ก็เพราะผลึกหินฟ้า ขอแค่ได้ของล้ำค่านี้มาแล้วนำไปมอบให้หวังจวิ้นอี้ แค่นี้เขาก็จะได้ผลตอบแทนมหาศาล
“พวกเ้า้าอะไร?” เต้าหลิงกล่าวเสียงเรียบ
“ง่ายมาก แค่ส่งของที่ไม่ใช่ของเ้าออกมาซะ” หวังเฟยป๋ายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า “หวังว่าเ้าจะฉลาดพอที่จะไม่เล่นตุกติก ไม่เช่นนั้น เ้าได้เสียใจภายหลังแน่”
“พวกเ้า้าของอะไร?” เต้าหลิงกวาดสายตาไปที่พวกเขา พลางแค่นเสียงเย็นออกมา “ดูเหมือน พวกเ้าจะไม่มีคุณสมบัติมากพอ”
“สามหาว” สีหน้าหวังเฟยป๋ายเย็นะเืถึงขีดสุด โดยเฉพาะต่อหน้าเด็กสาวหน้าตาสะสวย มันทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามาก ไอเย็นทั่วร่างแผ่ซ่านออกมา
“ข้าว่าคนที่สามหาวคือพวกเ้ามากกว่า คิดจะมาขโมยของของข้ากลางวันแสกๆ แบบนี้ หาญกล้าเสียจริง” เต้าหลิงกล่าวต่อว่า “ใครให้ความหาญกล้านี้แก่พวกเ้า”
“เ้า!” พวกเขาทั้งสามคนเบิกตากว้าง
หลินซือซือใสะดุ้งเฮือก นางดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้พลางกล่าวเสียงเบาออกมา “อย่าต่อสู้กับพวกเขา ตระกูลหวังมีอำนาจมากในสำนักซิงเฉิน เ้าเสียเปรียบแน่”
“วางใจเถอะ พวกเขาคิดจะฝ่าฝืนกฎของสำนักซิงเฉิน เื่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น” เต้าหลิงขยิบตาให้กับนาง
“ไอ้หยา เ้านี่นะ” หลินซือซือกระทืบเท้าลงพื้น แล้วทำปากมุ่ย ไม่น่าไปออกหน้าแทนเขาเลยจริงๆ
“จับเขาเอาไว้ ข้าอยากจะรู้นักว่าจะอวดดีได้มากแค่ไหน” หวังเฟยป๋ายแผดเสียงคำราม ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะทะยานออกไป หมายกำราบเต้าหลิงแล้วแย่งชิงผลึกหินฟ้ามา
