หลังจากไป๋หยุนเฟยกลับถึงที่พักแล้ว มันก็ไม่คิดที่จะทำอย่างอื่น เพียงถือมีดสั้นไว้ในมือพร้อมกับใคร่ครวญถึงรายละเอียดขั้นตอนที่โค่วฉางคงแสดงให้ชม หลังจากซึมซับรายละเอียดต่างๆเข้าสู่ส่วนลึกในสมองแล้วไป๋หยุนเฟยก็เริ่มมีความเข้าใจต่อวิชาหลอมประดิษฐ์ขึ้นมาทีละน้อย
วันต่อมา ภายในห้องใต้ดินมิดชิดกว้างขวางห้องเดิมนั้น
“……”
“หยุนเฟย สำหรับขั้นแรก การแยกหลอมนั้น รายละเอียดที่สำคัญข้าก็ได้อธิบายต่อเ้าไปเมื่อครู่แล้ว ยามนี้ถึงเวลาที่เ้าจะต้องทดลองกระทำด้วยตนเอง อาจารย์ขอดูว่าเ้าจะทำได้ในระดับใด” โค่วฉางคงอธิบายต่ออีกครู่หนึ่ง ก็กล่าวอย่างยิ้มแย้ม หลังจากพลิกมือขวา ก็มีก้อนแร่สีดำขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้น จากนั้นจึงส่งต่อให้แก่ไป๋หยุนเฟย “ก้อนนี้ขนาดไม่ต่างจากสินแร่ทองคำที่ข้าใช้หลอมประดิษฐ์เมื่อวาน เ้าจงหลอมแยกมันให้ข้าดู”
“ทราบแล้วท่านอาจารย์” ไป๋หยุนเฟยรับคำพร้อมกับรับก้อนแร่มา หลังจากเพ่งพินิจอย่างละเอียดอยู่ครู่ใหญ่ก็สูดลมหายใจลึกๆคราหนึ่ง ระหว่างที่เพ่งสมาธิจ้องมองอยู่นั้นก็ชักนำพลังิญญาสู่มือขวา แล้วแสงอันเจิดจ้าบาดตาก็สว่างวาบ พร้อมกับเสียง‘พรึ่บ’ที่ดังขึ้นเปลวไฟก็ลุกโชนกลายเป็ลูกไฟห่อหุ้มสินแร่ก้อนนั้นเอาไว้
ลูกไฟพยุงก้อนสินแร่ให้ลอยขึ้นจากฝ่ามือหลายนิ้ว ด้วยพลังิญญาอันกล้าแข็งที่ถ่ายทอดเข้าไป เปลวไฟก็เริ่มเข้มข้นขึ้น แล้วก้อนสินแร่ทองคำที่อยู่ภายในก็หดเล็กลงพร้อมกับที่วัตถุแปลกปลอมถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนสลายไปเหลือไว้เพียงแร่ทองคำบริสุทธิ์
โค่วฉางคงพยักหน้าด้วยความพอใจ ครู่ต่อมาจู่ๆไป๋หยุนเฟยก็ลดกำลังของเปลวไฟลง ยามนี้ก้อนสินแร่หดลงจนเหลือขนาดเพียงหนึ่งในสาม อีกทั้งยังกลายเป็ของเหลวสีทองสุกสว่างล่อยลอยอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ
“ยังไม่พอ หยุนเฟย หลอมต่อไปอีก” เสียงเรียบเฉยของโค่วฉางคงดังแว่วมา ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจังก่อนจะเร่งเร้าพลังิญญาขึ้นอีกหนึ่งส่วน กลุ่มของเหลวสีทองก็เริ่มหดตัวลงอีกครั้ง
ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ โค่วฉางคงก็ขมวดคิ้วกล่าวเตือนขึ้น “เกินไปแล้ว! หยุนเฟย หยุด!”
“อ๊ะ!”
ไป๋หยุนเฟยแตกตื่นรีบรั้งพลังิญญากลับคืน แต่ก็ช้าเกินไป ของเหลวสีทองแวววาวนั้นราวกับว่าเกินขีดจำกัด มันถูกเปลวไฟแผดเผาจนบังเกิดรอยไหม้สีดำขึ้นในพริบตา จากนั้นจึงร่วงลงสู่ฝ่ามือของไป๋หยุนเฟย
“ท่านอาจารย์...” ไป๋หยุนเฟยบังเกิดความผิดหวังขณะมองดูโค่วฉางคงด้วยสีหน้าละอาย
“ฮ่า ฮ่า อย่าได้ใส่ใจ เมื่อครู่ที่เ้าไม่อาจควบคุมจังหวะการใช้ไฟได้นั้นถือว่าเป็เื่ปกติ” โค่วฉางคงส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวปลอบโยน “ประสบการณ์เกิดจากความผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน อย่าได้คิดว่าจะสำเร็จได้ในการทดลองเพียงครั้งแรก ตรงกันข้ามความล้มเหลวกลับจะทำให้เข้าใจถึงกุญแจแห่งความสำเร็จได้”
โค่วฉางคงสะบัดมือก็ปรากฏก้อนสินแร่กองสุมจนถึงเอว หลังจากหยิบก้อนแร่สีแดงเข้มก้อนหนึ่งส่งให้แก่ไปหยุนเฟยก็กล่าวว่า “ทำต่อเถอะ ครั้งนี้อาจารย์จะไม่เตือนเ้าแล้ว เ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมระดับไฟด้วยตัวเ้าเอง”
“ทราบแล้วท่านอาจารย์”
ไป๋หยุนเฟยรับก้อนแร่มา จากนั้นจึงเริ่มการหลอมแยกอย่างตั้งใจอีกครั้ง...
ล้มเหลว
ล้มเหลว
ล้มเหลว…..
ผ่านไปสองสามชั่วยาม ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็หลอมแยกผลึกธาตุไฟบริสุทธิ์ออกมาได้สำเร็จ
ยามมองดูของเหลวสีแดงขนาดครึ่งกำปั้นที่ล่องลอยอยู่ในเปลวไฟ ไป๋หยุนเหยก็ยกมือซ้ายขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ขณะเดียวกันในใจก็บังเกิดความตื่นเต้น
โค่วฉางคงยิ้มพลางพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวว่า “อืม ไม่เลว ต่อจากนี้ก็เป็ขั้นตอนที่สอง หยุนเฟย เ้าลองนำวัตถุดิบรองสามอย่างหลอมเข้าไป...”
…………
ตลอดทั้งวัน ภายใต้การชี้แนะของโค่วฉางคง ไป๋หยุนเฟยก็ทดลองหลอมประดิษฐ์ไปทีละขั้นทีละตอน ทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงในส่วนของวัตถุดิบที่ใช้ไป ก็เกรงว่าน้ำหนักจะไม่ต่ำกว่าพันชั่งแล้ว
จำนวนสินแร่ที่ไป๋หยุนเฟยใช้ไปในวันนี้ หากมันอยู่ในสำนักเล็กๆหรือตระกูลทั่วไป เ้าสำนักหรือผู้นำตระกูลคงแทบคลุ้มคลั่งไปแล้ว...
กระทั่งม่านราตรีคลี่คลุมลงมา ไป๋หยุนเฟยก็ยังคงไม่อาจทำขั้นตอนที่สอง‘การผสมขึ้นรูป’ได้สำเร็จ เพราะทุกครั้งที่นำวัตถุดิบรองมาหลอมเข้าไป ไป๋หยุนเฟยจะไม่สามารถควบคุมระดับความแรงของไฟเอาไว้ได้ หากวัตถุดิบไม่ถูกเผาจนไหม้ก็กลายเป็ส่วนผสมผิดเพี้ยนไป
“ปัง!”
พร้อมกับที่ลูกไฟแตกกระจาย ของเหลวสีทองด้านในก็กระเซ็นซ่านกระจายไปทั่วพื้นห้องจนบังเกิดเสียง‘ฟู่’ขึ้นแ่เบา --- ล้มเหลวอีกแล้ว
“แฮ่ก แฮ่ก....” ไป๋หยุนเฟยหอบหายใจหลั่งเหงื่อโซมหน้า วันนี้ทั้งวันมันทุ่มเทสมาธิด้วยความตั้งใจ ทั้งยังต้องสูญเสียพลังิญญาไปอย่างต่อเนื่อง มิหนำซ้ำยังต้องเผชิญกับความล้มเหลวที่เข้ามากระแทกจิตใจ จนยามนี้มันแทบจะไม่อาจยืนหยัดอยู่ไหวอีกแล้ว
“พอแล้วหยุนเฟย วันนี้พอเท่านี้ก่อนเถอะ”
ขณะที่ไป๋หยุนเฟยเอื้อมมือจะไปหยิบก้อนสินแร่ขึ้นมา เสียงของโค่วฉางคงก็ดังขึ้น มันเงยหน้าขึ้นไปมองโค่วฉางคงพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ ศิษย์ยังอยากลองอีกครั้ง... ไม่แน่ ครั้งนี้อาจจะสำเร็จก็ได้...”
โค่วฉางคงส่ายหน้าเล็กน้อย “หยุนเฟย เ้าร้อนใจอยากจะสำเร็จจนเกินไป วันนี้สภาพจิตใจเ้าไม่เหมาะที่จะทำการหลอมประดิษฐ์ต่อแล้ว วันนี้พอเท่านี้เถอะ กลับไปสงบจิตใจครุ่นคิด พรุ่งนี้ค่อยมาฝึกฝนต่อ”
ไป๋หยุนเฟยเงียบงันไปชั่วขณะ หลังจากมองดูกองสินแร่ที่อยู่ด้านข้างอย่างไม่เต็มใจก็กล่าวว่า “ทราบแล้วท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขออำลา...”
……
เมื่อกลับถึงที่พัก ไป๋หยุนเฟยที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันกลับไม่มีแก่ใจที่จะรับประทานอาหารเย็น จึงได้แต่นอนเหม่อมองเพดานอยู่บนเตียง
“หลอมประดิษฐ์ หลอมประดิษฐ์... ช่างยากเย็นนัก! ไฉนแม้แต่การหลอมที่เงียบง่ายข้าก็ยังไม่อาจทำได้สำเร็จ...” ไป๋หยุนเฟยทอดถอนใจ วิชาหลอมประดิษฐ์ช่างยากที่จะเรียนรู้ได้สำเร็จ ไม่เพียงต้องควบคุมพลังธาตุไฟอย่างละเอียดอ่อน ยังต้องบังคับพลังิญญาปล่อยออกรั้งเข้าด้วยจังหวะและปริมาณอันแม่นยำจนแทบจะทำให้ผู้คนแทบเสียสติ หากเปลี่ยนปริมาณพลังิญญาที่ต้องควบคุมให้เป็ตัวเลขแล้ว ก็เรียกได้ว่าต้องใช้พลังิญญาอย่างละเอียดถึงหลักครึ่งหน่วยทีเดียว...
หลังจากเหม่อลอยอยู่ชั่วขณะ ไป๋หยุนเฟยก็เรียกสติกลับคืนมา ยามที่กำหมัดแแ่ แววตาท้อแท้เมื่อครู่ก็จางหายไปก่อนจะเปลี่ยนเป็แววตามุ่งมั่นแน่วแน่เข้ามาแทนที่
“นี่เป็เพียงวันแรกเท่านั้น หากว่าข้าลั่นกลองยอมแพ้ั้แ่วันนี้ ก็จะกลายเป็ว่าข้าพ่ายแพ้ไปแล้วจริงๆ ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้อง ประสบการณ์เกิดจากความผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน ขอเพียงพากเพียรสั่งสมประสบการณ์ สักวันต้องสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!”
ไป๋หยุนเฟยรวบรวมสมาธิหลับตาทั้งสองข้างลง จากนั้นจึงเริ่ม‘ย้อนนึกภาพ’ของแต่ละขั้นตอนในวันนี้โดยละเอียด มันพยายามค้นหาจุดที่ควบคุมผิดพลาดในแต่ละขั้นตอน และแต่ละครั้งที่สำเร็จก็จะจดจำความรู้สึกนั้นเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีคำเตือนในจุดสำคัญต่างๆจากโค่วฉางคง ระหว่างที่นึกทบทวนซ้ำไปซ้ำมาสมองก็เริ่มจดจำ --- รอบแล้วรอบเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
…………
วันที่สอง ไป๋หยุนเฟยก็เริ่มฝึกฝนภายใต้การชี้แนะจากโค่วฉางคงเช่นเดิมอีกครั้ง
ล้มเหลว เริ่มใหม่
ล้มเหลว เริ่มใหม่
ล้มเหลว เริ่มใหม่...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน โดยที่ไป๋หยุนเฟยยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ขั้นที่สองเช่นเดิม
วันที่สาม
วันที่สี่
วันที่ห้า
……
จนกระทั่งถึงวันที่สิบ ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็สามารถหลอมประดิษฐ์ขั้นตอนที่สาม‘การควบกลั่น’จนมาถึงกระบวนการสุดท้ายที่สำคัญ...
ไป๋หยุนเฟยจ้องเขม็งที่ลูกไฟรูปทรงมีดสั้นยาวประมาณสามนิ้วที่ส่องแสงสีทองเป็ประกายบนฝ่ามือพร้อมกับครุ่นคิดในใจว่า “ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ระดับไฟที่ใช้เป็เจ็ดส่วนของครั้งก่อน ขอให้สำเร็จด้วยเถอะ...”
“ปัง!”
เสียงะเิดังขึ้นแ่เบาพร้อมกับที่ลูกไฟแตกกระจายหายไป แล้วมีดสั้นสีแดงเข้มก็ร่วงลงสู่ฝ่ามือของไป๋หยุนเฟย
“วิเศษมาก สำเร็....” ไป๋หยุนเฟยร้องด้วยความยินดี แต่ความยินดีที่พลุ่งขึ้นนั้นจู่ๆก็ดับมอดลงอย่างฉับพลันจากเสียง‘เพล้ง’ที่ดังอย่างแ่เบา บนมีดสั้นปรากฏรอยร้าวที่กรีดยาวออกไปจนครอบคลุมไปทั้งเล่มในพริบตา แล้วจากนั้นมีดสั้นก็แตกออกเป็เสี่ยงๆ
“……”
ความรู้สึกผิดหวังและไม่ยินยอมท่วมทะลักในใจของไป๋หยุนเฟย มันกำมือขวาแแ่จนเกิดเสียง‘กร๊อบ’ขึ้นแ่เบา แล้วมีดสั้นที่แตกเป็เสี่ยงในมือก็ถูกไป๋หยุนเฟยบดเป็ผุยผง...
