“ได้ เรียกมาสอบปากคำเถิด”
ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่ รู้สึกเป็ห่วงเล็กน้อยที่ตู้เซ่าฝู่เป็คนเริ่มให้เบิกพยานไต่สวนเอง จากนั้นเขาก็พยักหน้า บอกกับทุกคนในห้องโถงว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เรียกพวกตู้เฮ่ามาที่นี่เถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เจิ้นอู่ พวกป้าๆ น้าๆ ก็เดินออกไปอย่างดีใจ หากเรียกพวกเขามาไต่สวน ตู้เซ่าฝู่คงหมดหนทางหลุดพ้นจากโทษนี้ไปได้แล้ว
“เซ่าฝู่ เ้านั่งรอเถิด”
ตู้จื้อสยงที่เอาแต่นั่งไม่ได้พูดอะไรมาตลอด เมื่อเห็นพวกป้าๆ น้าๆ ออกไปเรียกพวกตู้เฮ่าให้มาให้การในการไต่สวน เขาถึงเริ่มอ้าปากพูดอะไรบ้าง
“ขอบคุณขอรับท่านลุงสอง”
ตู้เซ่าฝู่นั่งอย่างไม่เกรงใจ แต่ก็ไม่ได้นั่งในตำแหน่งที่นั่งของประธานใหญ่ที่ว่างอยู่ เขาไปนั่งที่เยี่ยจื่อจินนั่งก่อนหน้าเมื่อสักครู่นี้ ที่นั่งตรงนั้นถือว่าเป็ตำแหน่งที่นั่งที่สูงแล้ว เหนือกว่าที่นั่งอื่นๆ แต่ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้นั่งตรงที่ เยี่ยเป่าหลินนั่งเมื่อสักครู่นี้ เพราะถือว่าระดับเท่ากับลุงใหญ่
หลายคนเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่นั่งบนที่นั่งระดับคนใหญ่คนสำคัญก็มองมาอย่างไม่พอใจ ทว่าขณะนี้ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ในเมื่อตู้เซ่าฝู่เองก็เป็หลานแท้ๆ ของเ้าบ้านและคุณชายรอง เ้าบ้านและคุณชายรองที่มีอำนาจบารมีนั่งอยู่ตรงนี้ ก็ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดออกมาตรงๆ ทำได้เพียงปล่อยให้พวกป้าๆ น้าๆ ฝีปากร้ายพวกนั้นบ่นแว้ดๆ ไปตามใจ อย่างแรกคือเ้าบ้านก็ไม่รู้จะพูดอะไร อย่างที่สองคือทดสอบลองดูท่าทีไปก่อน
ในเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างก็ชัดเจนกันดี ตู้เซ่าฝู่ไม่ใช่คุณชายน้อยจอมทึ่มอย่างที่เคยเป็แล้ว และการเป็บุตรชายของคุณชายสาม ทำให้เขามีตำแหน่งในบ้านสกุลสูงกว่าคนในวัยเดียวกันคนอื่นๆ มากอยู่
บ้านสกุลตู้มีการแบ่งสายหลักสายรอง แน่นอนว่าตู้เซ่าฝู่มีสถานะอยู่ในสายหลักโดยแท้
มีสายตาของคนที่นั่งอยู่จับจ้องมาที่เขา ตู้เซ่าฝู่ี้เีไปสนใจ และก็ไม่คิดจะใส่ใจ เขาเปิดกล่องฝ้ายที่อยู่ในมือ จากนั้นก็หยิบกระบี่ยาวขนาดราวๆ สามศอกไว้อยู่ในมือ
ปลอกกระบี่ดูโบราณ ประดับอย่างเรียบๆ ดูแล้วทรงพลัง
“วืบ!”
ตู้เซ่าฝู่ดึงใบมีดกระบี่ออกมาจากปลอก อย่างเร็วจนเกิดเป็เสียงกระทบกัน กระบี่ขนาดสามศอกทั้งเล่มเป็สีดำขลับ มีอักษรยันต์สลักไว้อยู่ กระบี่เล่มนี้เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของความแข็งแกร่งและทนทาน
ทุกคนต่างมองไปที่กระบี่สีดำขลับอย่างเงียบๆ มันเป็สิ่งที่เหมือนมีลมหายใจ ราวกับัที่สลบไสล อสูรร้ายที่กำลังจำศีล มีกลิ่นอายที่ทำให้คนขนลุกและรู้สึกว่าน่ากลัวอย่างแปลกๆ
“กระบี่ดับิญญาเล่มนี้ไม่เลวเลย อาวุธิญญาระดับกลาง”
สายตาของผู้คนในห้องโถงใหญ่ที่จับจ้องไปที่กระบี่ดับิญญาในมือของตู้เซ่าฝู่ เริ่มลุกวาวด้วยความอิจฉา หากเ้าบ้านและคุณชายรองไม่อยู่ คิดว่าน่าจะมีคนทนไม่ไหวรุดหน้าเขาไปหาแล้ว อาวุธิญญาระดับกลางชิ้นหนึ่ง ต่อให้เป็ยอดฝีมือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหว และต่อให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเอง ก็ยากที่จะหาซื้อและซื้อมันมาไว้ในได้สำเร็จ
“ตู้เซ่าฝู่ช่างโชคดีเหลือเกิน”
คนทั้งหลายมองตู้เซ่าฝู่อย่างอิจฉาตาร้อน ในใจแค้นจนแทบอยากฉีกตู้เซ่าฝู่เป็ชิ้นๆ ครั้งนี้ตู้เซ่าฝู่ช่างโชคดีเหลือเกิน ของที่เยี่ยเป่าหลินให้เป็ถึงอาวุธิญญาระดับกลาง และกระบี่ดับิญญาชิ้นนี้ก็เป็อาวุธที่มีชื่ออย่างมากในเมืองสือเฉิง
ตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงต่างก็มองไปที่กระบี่ดับิญญา และก็ยิ้มให้ ทว่าพวกเขาต่างรู้สึกสงสัยในใจอย่างมาก ต่างกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
บนยุทธจักรมีสุดยอดอาวุธที่สามารถแบ่งเป็อาวุธิญญา อาวุธยันต์ อาวุธกฎ อาวุธเต๋า อาวุธเทพ ทว่าอาวุธที่ถึงระดับอาวุธิญญา จะไม่ถูกนับว่าเป็สิ่งของธรรมดาทั่วไป จะถูกนับว่าเป็มหาสมบัติที่มีแบ่งระดับขั้น
อาวุธิญญา อาวุธยันต์ อาวุธกฎ อาวุธเต๋า อาวุธเทพ ทุกระดับขั้นก็ยังสามารถแบ่งเป็ขั้นย่อยได้อีกสามขั้นเป็ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ในตำนานบอกว่า อาวุธกฎและอาวุธเต๋าในตัวมันมีความสามารถและอานุภาพสูง จนถึงสามารถเคลื่อนย้ายเขาและพลิกมหาสมุทรได้ หากยอดฝีมือได้มันไว้ ก็สามารถยืนตระหง่านได้ทั่วทุกที่ในยุทธภพ ทำให้มีอำนาจไปได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง
หากผู้ฝึกฌานมีอาวุธดีติดตัวไว้ก็จะช่วยเสริมพละกำลังความสามารถได้เยอะมาก สองคนที่มีความสามารถสูงทั้งสองฝ่าย หากมีใครคนหนึ่งที่อาวุธที่แข็งแกร่งกว่า ก็มีโอกาสที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้สูงมาก
ตู้เซ่าฝู่รู้ว่ากระบี่ดับิญญาเป็ของที่ไม่ธรรมดา เพราะได้ยินเสียงใจากคนในโถงใหญ่ แถมกระบี่ดับิญญานี้ก็เป็อาวุธิญญาระดับกลางแล้ว แม้จะเป็เพียงอาวุธิญญาระดับกลาง แต่ก็มีมูลค่าสูงมาก ของขวัญจากบ้านสกุลเยี่ยครั้งนี้ยิ่งใหญ่มหาศาลจริงๆ
“เหมือนว่ายังไม่เคยฝึกวิทยายุทธวิชาดาบเลย”
เพียงแต่เขายังไม่เคยฝึกวิทยายุทธวิชาดาบใดๆ เลย ขณะนี้เขาเองก็ยังใช้กระบี่ดับิญญาไม่ได้ ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจสายตาอิจฉาของคนอื่นๆ ที่มองมา เขาเก็บกระบี่เข้าปลอกไป และก็เก็บกระบี่ดับิญญาเข้ากล่องฝ้าย
เมื่อเก็บกระบี่ไปเสร็จ สายตาอิจฉาตาร้อนของทุกคนเริ่มแ่เบาลง หากเป็เมื่อสองเดือนก่อน และในมือของตู้เซ่าฝู่มีกระบี่ดับิญญาเล่มนี้ อย่าพูดถึงคนในรุ่นเดียวกันเลย ผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ตอนนี้ น่าจะมีหลายคนที่ลงมือชิงไปจากมือของเขาแน่นอน
“ท่านเ้าบ้าน ท่านผู้าุโทุกท่าน พวกตู้เฮ่ามากันแล้ว”
ขณะนั้นเอง พวกป้าๆ น้าๆ ที่ไปเรียกคนมาไต่สวนก็กลับมากันแล้ว แต่ละคนทำสีหน้าเ็า พวกเขาตั้งตารอดูว่าตู้เซ่าฝู่จะเถียงอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับความจริงๆ พวกเขามั่นใจว่าตู้เซ่าฝู่จะเฉไฉอย่างไรก็พ้นผิดไม่ได้หรอก
“คารวะท่านเ้าบ้าน คารวะท่านผู้าุโทั้งหลาย”
ตู้เฮ่า ตู้เหยียนและคนอื่นๆ มากันพร้อมแล้ว ต่างก้มคำนับคารวะทักทายเ้าบ้านและท่านาุโคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าท่าทางน้อยใจ แต่ละคนมีผ้าพันแผลพันไว้เต็มไปหมด บนใบหน้าโปะยาไว้เต็มหน้า ดูท่าก่อนจะมาที่นี่ ทุกคนต่างแต่งตัวใหม่มาอย่างประณีต
“ท่านเ้าบ้าน ท่านผู้าุโ ตู้เซ่าฝู่เขารังแกคนอื่นรุนแรงเกินไปแล้ว ลงมือใส่พวกเราสุดแรง แถมยังแย่งสมบัติไปจากพวกเราอีก ขอให้ท่านเ้าบ้าน และท่านผู้าุโช่วยคืนความเป็ธรรมให้กับพวกเราด้วย”
วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ผ่านการแต่งตัวสำหรับละครฉากนี้สิบกว่าคน หลังจากคารวะทักทายเ้าบ้าน และผู้าุโเสร็จ ตู้เฮ่าก็เริ่มเป็คนก้มลงไปคุกเข่าเป็คนแรก เขาทำสีหน้าน้อยใจ มองตาปริบๆ ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสงสาร
“ท่านเ้าบ้าน ท่านผู้าุโช่วยคืนความเป็ธรรมให้กับพวกเราที โปรดลงโทษตู้เซ่าฝู่สถานหนัก”
ตู้เหยียนและคนอื่นๆ เองก็คุกเข่าตามตู้เฮ่า ทุกคนต่างชี้ความผิดให้กับตู้เซ่าฝู่ พวกเขาถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีใส่จริงๆ และอาการค่อนข้างสาหัสกันมากอยู่ ดังนั้นเขาไม่ถือว่าเป็แพะรับบาป
ผู้าุโหลายคนสีหน้าเริ่มเปลี่ยน ต่างมองไปทางตู้เจิ้นอู่ รอว่าตู้เจิ้นอู่จะพูดอะไร จากสถานการณ์ที่เห็น แผลาเ็ที่เห็นเหล่านี้จริงแท้แน่นอน และต้องเกิดจากการลงมืออย่างหนัก เพียงแต่บางจุดพวกเขาแต่งตัวดูเกินความจริงไปหน่อย พวกนี้คือผลจากการสังเกตด้วยสายตา ตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ถูกโจมตีกันมาไม่เบาแน่นอน
ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงมองไปทางตู้เฮ่าและคนอื่นๆ แววตาของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาเองก็มองออกว่าตู้เฮ่า ตู้เหยียนและคนอื่นๆ ถูกทำร้ายมากัน และต่างาเ็กันอย่างยับเยิน
ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เซ่าฝู่ เ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่?”
“มี”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า มองไปที่ตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าในโถงใหญ่ จากนั้นกล่าวว่า “ไม่ได้บอกว่าตู้เฮ่า ตู้เหยียนพวกเขาาเ็สาหัสจนลุกจากเตียงไม่ได้ ออกจากเรือนไม่ได้เป็ครึ่งปีหรอกหรือ ทำไมมาที่นี่ได้ล่ะ?”
ตู้เซ่าฝู่เป็คนลงมือเอง จะไม่รู้อาการาเ็ได้อย่างไร แม้เขาไม่ได้ลงมือเบา แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้พวกเขาสาหัสจนร่างกายพิการหรือมีปัญหารุนแรงได้หรอก
“เอ่อ...”
เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ พวกป้าๆ น้าๆ และตู้เฮ่าต่างสะอึกและพูดไม่ออกกันไปชั่วขณะ
คนของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ตรงนั้นต่างรู้แก่ใจดีว่า การที่บอกว่าพวกตู้เฮ่าออกจากบ้านไม่ได้เป็ครึ่งปีเป็เื่ที่ฟังดูเกินความจริงไป ทว่านี่มันก็แค่คำพูดเสริมเท่านั้น เพื่อเน้นย้ำว่าพวกตู้เฮ่าถูกโจมตีใส่ไม่เบา ใครจะคิดว่าตู้เซ่าฝู่จะมาเบี่ยงประเด็นแบบนี้ พอเขามาพูดแบบนี้ ทำให้คนงงจนไม่รู้จะจัดการเขาอย่างไร
“ตู้เซ่าฝู่ นี่มันเกี่ยวอะไรกับการที่เ้าทำร้ายพี่น้องในบ้านสกุลเดียวกันอย่างรุนแรงด้วยหรือ? ขณะนี้ความจริงก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าแล้ว เ้ายังจะมาขี้โกงหนีความผิดหน้าด้านๆ งั้นหรือ!” มีผู้หญิงท่าทางดุโหดคนหนึ่งลุกขึ้นมา นางไม่อยากต้องมาคุยกับตู้เซ่าฝู่ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ผู้หญิงคนนั้น แววตาสดใสและนิ่งสงบ จู่ๆ ก็ดูดุดันขึ้นมา “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร พวกท่านบอกว่าพวกตู้เฮ่าถูกทำร้ายจนลุกจากเตียงไม่ไหวออกจากบ้านไม่ได้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกท่านโกหก พวกท่านกำลังป้ายสีข้า ไม่เคยได้ยินหรือที่ว่ามีหนึ่งก็ต้องมีสอง ดังนั้นท่านบอกว่าข้าทำร้ายพวกตู้เฮ่า ก็เป็การป้ายสีเช่นกัน ข้าทำอะไรไม่ดีกับพวกท่านตอนไหน ทำไมต้องมาใส่ร้ายข้าด้วย?”
“ตู้เซ่าฝู่ เ้า...”
เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ สตรีนางนั้นก็โมโหแทบควันออกหู
“ตู้เซ่าฝู่ ที่เ้าทำนี่มันเรียกว่าแถ”
“ตู้เซ่าฝู่ เ้าพูดจาซี้ซั้ว แบบนี้เท่ากับว่าเ้าทำร้ายพวกเหยียนเอ๋อร์จนาเ็สาหัสจริงๆ”
“...”
พวกป้าๆ น้าๆ ต่างเริ่มรุมบ่นและด่าทอตู้เซ่าฝู่ พวกนางไม่ยอมให้ตู้เซ่าฝู่เฉไฉจนหลบความผิดนี้ไปได้หรอก
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่พวกป้าๆ น้าๆ ที่บ่นกันรั่วๆ ไม่หยุดปาก แววตาของเขาสดใสทว่าเปี่ยมไปด้วยความดุดัน เขากล่าวว่า “พวกท่านถือว่าเป็ผู้ใหญ่กว่าข้า แต่ผู้ใหญ่มากมายขนาดนี้มารังแกข้าคนเดียว มารุมโจมตีข้าคนเดียว รุมดุด่าข้าคนเดียว ข้าต้องเสียใจหรือน้อยใจก็ไม่เป็ไร ถูกป้ายสีก็ยังพอทนแบกรับไหว แต่หากเื่นี้แพร่ออกไป พวกท่านเป็แบบนี้จะเป็การทำให้เกียรติของบ้านสกุลตู้เสื่อมเสียหรือไม่?”
“...”
เมื่อพวกป้าๆ น้าๆ ที่กำลังบ่นแว้ดๆ ได้ยิน ต่างก็เงียบหยุดพูดกันไปชั่วขณะ เืสูบฉีดขึ้นใบหน้า ทุกคนอารมณ์เดือดจนปี๊ดขึ้นหน้ากันหมดแล้ว
