เรือนร่างระหงก้าวเดินเคียงข้างบุรุษร่างสูงโปร่ง ทั้งคู่มีความแตกต่างของความสูงและขนาดเรือนร่าง แต่กลับกลายเป็ความเหมาะสมที่ลงตัวสำหรับผู้พบเห็น
ด้วยอาภรณ์ที่ทั้งคู่สวมใส่เป็ผ้าแพรไหมจากพับเดียวกัน ชายหนุ่มชื่นชอบสวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม อาภรณ์ที่หญิงสาวสวมใส่จึงเป็สีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกัน ทำให้ผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดอยู่แล้ว ยิ่งส่องประกายผุดผ่องดุจน้ำนมบริสุทธิ์ ให้บรรดาบ่าวไพรได้ชื่นชมในความงามของนายหญิงคนใหม่ของจวน
ใบหน้าหญิงสาวประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานละไม ไม่สนว่าผู้ที่พบเจอจะเป็เพียงบ่าวรับใช้ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม ทำให้บ่าวไพร่ได้รู้สึกใจชื้น ไม่ต้องหวาดระแรงความน่ากลัวของผู้เป็นายคนใหม่
หญิงสาวที่คิดว่าจะเป็ฝ่ายมารอยกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ในจวน แต่เพราะสามีนางใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าที่คาดไว้ จึงกลับกลายเป็ว่านางมาช้ากว่าผู้อื่นในจวนเสียแล้ว
"พี่ชาย พี่สะใภ้มาแล้ว" เสียงหวานะโตื่นเต้นระคนยินดี ให้ผู้คนทั้งหมดได้รับรู้การมาของคนทั้งคู่
"ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านแม่ทัพ ฮูหยินโม่ เสียนเอ๋อร์เสียมารยาทแล้ว" ต้วนลู่เสียน ย่อกายเคารพผู้าุโทั้งหมดที่นั่งรวมกันอยู่ภายในห้อง หญิงสาวยังคงก้มหน้าต่ำย่อกายด้วยความรู้สึกผิด ทั้งที่ความจริงมิใช่ความผิดของนาง
"เสียนเอ๋อร์มาหาย่าเถอะ แต่งให้เสี่ยวเหวินแล้วจะเรียกฮูหยินผู้เฒ่าอันใดอีก" สตรีสูงวัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ยกมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลากวักเรียกหญิงสาวด้วยความเอ็นดู พร้อมพยักใบหน้าให้สาวใช้คนสนิทไปช่วยประคองหลานสะใภ้ให้เดินเข้ามาหาตน
"จริงด้วย ต่อจากนี้เสียนเอ๋อร์ต้องเรียกว่าท่านแม่กับท่านพ่อรู้หรือไม่ เรียกอย่างเช่นเมื่อครู่ ฟังแล้วดูห่างเหินกันยิ่งนัก" สตรีวัยกลางคนแต่ใบหน้ายังคงไว้ด้วยความงาม กล่าวกับหญิงสาวด้วยความเอ็นดูไม่ต่างกัน
ป๋อเหวินถอยออกมาจากบรรยากาศความชื่นมื่นตรงหน้า ลงนั่งยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตน ปล่อยให้สตรีทั้งสี่ถามไถ่กันไปมาโดยไม่คิดจะยื่นปากเข้าไปร่วมวงสนทนา หลังจากสบตากับบุรุษที่นั่งอยู่ในห้องก่อนหน้า ด้วยความรู้สึกเดียวกัน
ั์ตาสีนิลจับจ้องร่างบางที่แย้มรอยยิ้มหวานละมุน ที่ต่างจากตอนอยู่กับเขายิ่งนัก ใบหน้าขาวคล้ายขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ หลังจากได้ยินคำถามจากผู้เป็มารดาของตน ซึ่งผู้ฝึกยุทธอย่างเขาย่อมได้ยินอย่างชัดเจน ว่านางถูกถามว่าอันใด
"ท่านย่า ท่านแม่ ให้เสียนเอ๋อร์ยกน้ำชาให้นะเ้าคะ" ลู่เสียนถอยหลังจากสตรีทั้งสอง เพื่อยกน้ำชาให้ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สะใภ้ต้องกระทำให้ครอบครัวสามี
"ท่านพี่ ท่านต้องยกด้วยนะเ้าคะ"
ชายหนุ่มมองร่างบางที่เดินเข้ามาหาเขาตรงหน้า ระหว่างเดินทางจากเรือนมายังห้องโถง ใบหน้านางยังไม่คิดจะชายหันกลับมามองเขา แต่มายามนี้เสียงหวานกลับเอ่ยเรียกอย่างสนิมสนมดั่งเป็สามีภรรยากันมาช้านาน
สตรีนางนี้ ปั้นสีหน้าเล่นงิ้วได้เก่งยิ่งนัก
ใบหน้าหล่อเหลาชักสีขึ้นแสดงอาการเพียงชั่วครู่ ก่อนจะวูบหายไปเพราะสายตาอีกสี่คู่จับจ้องมายังตน จำต้องลุกขึ้นยืนทำพิธียกน้ำชากับหญิงสาวจนแล้วเสร็จ ถึงปล่อยให้สตรีทั้งสี่ได้สนทนากันต่อ โดยทิ้งขว้างให้เขาและบิดากลายเป็คนไร้ตัวตนเช่นเดิม
สะใภัคนใหม่ของตระกูลโม่ อยู่ร่วมทานอาหารเช้ากับครอบครัวสามีอย่างพร้อมหน้าเป็มื้อแรก หลังจากนั้นจึงถูกปล่อยตัวกลับเรือนให้มาพักผ่อน และได้ใช้เวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา
ทว่าผู้เป็สามีที่ควรอยู่ในเรือน กลับผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ที่ไร้ความเข้าคู่กับภรรยาเหมือนชุดก่อนหน้า แต่ยังคงเป็สีน้ำเงินเข้มเช่นเดิม ออกจากจวนไปโดยให้เหตุผลว่าจะไปสะสางงานที่ค้างอยู่ ปล่อยทิ้งให้ผู้เป็ภรรยาต้องอยู่เรือนเพียงผู้เดียว
"ฮูหยินน้อย นายน้อยทำเยี่ยงนี้ไม่ถูกนะเ้าคะ ตามธรรมเนียมสามีต้องอยู่กับภรรยาอย่างน้อยสองวัน แต่นี่กลับออกจากจวนไปั้แ่วันแรก เช่นนี้ดูไม่ให้เกียรติฮูหยินน้อยยิ่งนัก" เจียอีอดไม่ได้ที่จะโมโหแทนเ้านายสาว ที่ถูกสามีถอดทิ้งอยู่เรือน ไร้ความสนใจเช่นนี้
ต่อไปหากบ่าวอื่นในจวนรู้ว่าฮูหยินน้อยไม่เป็ที่โปรดปราณของสามี แล้วยังจะมีผู้ใดเกรงกลัว
"ช่างเขาประไร ดีเสียอีกที่ไม่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ข้าละเมื่อยหน้าจะตายอยู่แล้ว"
"ฮูหยินน้อยคิดเช่นนี้ไม่ได้นะเ้าคะ บ่าวคิดว่าไม่แน่นายน้อยอาจออกไปพบสตรีคนรัก ที่เคยคบหาก่อนแต่งงานก็เป็ได้ หากเป็เช่นนั้นจริง ผู้คนต้องพูดกันทั่วแน่"
"พวกเ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกล เขาบอกว่าไปทำงานที่ค้างอยู่มิใช่หรือ ไปเอากระดาษกับพู่กันมาเถอะ ก่อนหน้ามัวแต่ยุ่งกับการเตรียมงานแต่ง จนไม่มีเวลาวาดภาพ ตอนนี้ข้าคันไม้คันมืออยากจะตวัดปลายพู่กันจะแย่อยู่แล้ว" ลู่เสียนมีความคิดต่างจากสาวใช้ นางไม่คิดระแวงหรือสงสัยว่าสามีจะไปที่ไหน
ไม่ว่าเขาจะไปหาคนรักเก่าหรือไปทำงานอย่างที่บอกไว้ อย่างไรก็มิใช่เื่ของนาง
นางจะอยู่ที่จวนนี้ตามที่มารดาขอร้องไว้เพียงครึ่งปีเท่านั้น รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าหายจากอาการป่วยที่เป็อยู่ นางก็จะหย่ากับสามี และกลับไปใช้ชีวิตของนางเช่นเดิม
เพียงแค่เื่สามีอยู่เรือนหรือไม่อยู่เรือน นางหาได้สนใจไม่
