ฮวาเจาขะมักเขม้นกับการจัดสวนผักหลังบ้าน พลังวิเศษของเธอสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนคุณสมบัติพื้นฐานของมันไป เช่น ต้นมะเขือเทศที่ควรจะออกผลแค่ 10 ลูก พอเธอใช้พลังเร่ง มันก็อาจจะกลายเป็ 12 หรือ 13 ลูกเท่านั้น ไม่ได้กลายเป็ 100 ลูก
ตอนนี้ ผักในสวนของเธอมันออกผลจนหมดเสียแล้ว... พูดง่ายๆ ก็คือ ผลออกหมดแล้ว ต้นกำลังจะเหี่ยว เธอต้องรีบถอนพวกมันออก ก่อนที่มันจะเหี่ยวตาย แล้วปลูกชุดใหม่ลงไป ไม่งั้นสวนของคนอื่นเขียวชอุ่ม แต่สวนของเธอเหลืองโกร๋น มันจะดูแปลกตาเกินไป
หลังจากจัดสวนเสร็จ ฮวาเจาก็เด็ดแตงโมลูกใหญ่มาลูกหนึ่ง เธอรักพลังวิเศษของตัวเองเหลือเกิน สมัยก่อนเธอชอบกินแตงโมมาก แต่ตอนนี้แตงโมที่เธอปลูกเอง รสชาติมันช่างสุดยอด
น่าเสียดายที่เย่เซินไม่ได้กิน...ท้ายที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่พลังวิเศษของเธอ แต่มันเป็ของวิเศษของคนอื่น... ช่างเถอะ ช่างเถอะ อนาคตเธอจะตอบแทนเขาอย่างงามก็แล้วกัน~
"ฮวาเอ้ย ฮวาเล็ก! มาดูเร็ว ใครมาหาเธอ!" เสียงดังของเจียงฉินดังมาจากนอกรั้ว
ฮวาเจาหันหลังให้เธอ ถอนหายใจ นี่สินะที่เขาว่า รวยในป่าลึกก็ยังมีญาติมาหา เมื่อก่อนไม่เคยมีใครมาหาคุณของร่างเดิมเลยสักคน แต่ตอนนี้กลับมีมาบ่อย
เธอหันหลังกลับมาดู ว่าคราวนี้เป็ใครอีก
แล้วเธอก็จำไม่ได้
ในความทรงจำ แม่ของคุณของร่างเดิมเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยนและสวยงามมาก ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะเรียกว่าเป็ไข่มุกเม็ดงามก็อาจจะเกินไป แต่ก็เป็ที่เลื่องลือกันว่าสวยสะพรั่งแน่นอน
เมื่อครั้งที่ฮวาเฟิงได้แต่งงานกับจางกุ้ยหลาน ผู้ชายมากมายต่างอิจฉาตาร้อน
ส่วนผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ดูเหมือนจะเป็น้องสาวของยายจางที่เธอเคยเจอ
ฮวาเจากำลังคิดว่านี่เป็ยายทวดคนไหน
จางกุ้ยหลานมองฮวาเจาแล้วถึงกับชะงักงัน
ไหนว่าลูกสาวเธอเป็หมีอ้วนดำ?
แต่เธอก็จำได้ในทันที นี่คือลูกสาวของเธอเอง เธอมีใบหน้าคล้ายเธอตอนสาวๆ แต่กลับสวยกว่า ผิวขาวกว่า คิ้วตาคมสวยกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ สิ่งที่คนเมืองเรียกว่า "ออร่า" นั่นแหละ เธอกลับไม่มี
แต่ลูกสาวของเธอกลับมีออร่า! เธอไม่รู้จะอธิบายยังไง รู้แต่ว่าฮวาเจายืนอยู่ตรงนั้น ไม่เหมือนคนบ้านนอกที่ทำอะไรก็ไม่คล่องแคล่ว
กลับเหมือนคนเมืองมากกว่าคนเมืองเสียอีก
เจียงฉินก็ใ
ั้แ่แยกจากกันด้วยไม่ดีเมื่อครั้งก่อน เธอก็ไม่เคยเจอฮวาเจาอีกเลย เมื่อกี้ถ้าฮวาเจาหันหน้ามาหาเธอ เธอคงไม่กล้าเรียก
ผู้หญิงที่สนิทกับฮวาเจาในหมู่บ้าน่นี้มักจะกระซิบกระซาบว่าฮวาเจาดูดีขึ้น เธอไม่เชื่อ คิดว่าพวกนั้นแค่ประจบประแจง ที่ไหนได้ คนพวกนั้นพูดความจริงนี่นา
ฮวาเจาขมวดคิ้วมองเจียงฉิน “ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมาบ้านฉันอีก?”
่นี้เธออารมณ์ดี เลยไม่ได้แกล้งทำเสียงดุร้าย เสียงหวานๆ นุ่มๆ กับใบหน้าที่มีเนื้อแก้มเล็กน้อย ทำให้เธอเหมือนซาลาเปาขาวๆ ลูกหนึ่ง
ในสายตาของคนที่ชอบเธอ นี่คือสิ่งที่น่าเอ็นดู
แต่ในสายตาของคนที่เกลียดเธอ นี่คือคนที่ดูเหมือนจะเอาเปรียบได้ง่าย
เจียงฉินก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนฮวาเจาเป็ยังไง เธอคิดถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ จึงดึงตัวจางกุ้ยหลานเข้ามาแล้วผลักไปข้างหน้า “ฮวาเล็ก ดูสิ นี่ใคร?”
จางกุ้ยหลานรีบก้มหน้าลง
ท่าทีแบบนี้ ไม่เหมือนญาติที่อยากจะมาขอความช่วยเหลือ ฮวาเจาจึงตั้งใจมอง แล้วก็ต้องชะงัก
“แม่ ทำไมแม่ถึงมาที่นี่?” เธอถามด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นว่าลูกจำเธอได้ แถมยังเรียกแม่โดยตรง น้ำเสียงก็ไม่ได้ดุดัน แค่แปลกใจเท่านั้น น้ำตาของจางกุ้ยหลานก็ร่วงเผาะลงมา
เจียงฉินก็ประหลาดใจเหมือนกัน ตอนที่จางกุ้ยหลานจากไป ฮวาเจายังเด็กมาก แถมจางกุ้ยหลานตอนนี้ก็เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ แต่ลูกยังจำได้ ช่างเป็สายใยแม่ลูกที่แแ่เสียจริง...
เธอกลับรู้สึกผิดหวัง
“แม่ของเธอมาเยี่ยมเธอน่ะ!” เจียงฉินพูด “จะว่าไป เธอก็แปลกจริงๆ กลับไปอยู่เมืองหลายปีเพิ่งคิดจะมาดูเธอ…แถมยังมาหลังจากที่ยายของเธอมาแล้วด้วย เธอมาขอร้องให้เราย้ายไปอยู่บ้านยายเธอที่เมืองเหรอ? จะย้ายมาอยู่บ้านเราที่เขาหลังบ้าน?”
จุดประสงค์ของบ้านจางเดาได้ไม่ยาก ตอนนี้มีคนที่มีความคิดแบบนี้เยอะแยะ เพียงแต่เพราะคุณเหลียงไฉไม่ยอม ใครก็ทำอะไรไม่ได้
จางกุ้ยหลานก้มหน้าเช็ดน้ำตา ไม่พูดอะไร ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักของเธอคือการมาดูลูก แต่เธอก็มีภารกิจนี้จริงๆ
เมื่อเห็นว่าฮวาเจายังไม่โกรธ เจียงฉินก็พูดสิ่งที่น่าใที่สุดออกมา “ยายของเธอบอกแม่เธอว่า ทุกเดือนจะมาเยี่ยมเธอ เอาของมาให้เธอ ให้เงินเธอ เธอเคยได้รับบ้างไหม?”
ฮวาเจาชะงัก เป็อย่างนั้นเหรอ?
เธอเดินเข้าไป มองหน้าจางกุ้ยหลาน “ฉันไม่เคยได้รับ ไม่เคยเลยสักครั้ง แม้แต่ข้าวสารสักเม็ด เงินสักแดง ฉันก็ไม่เคยได้”
จางกุ้ยหลานเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเธอซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความเสียใจ
แม่หลอกเธอ หลอกเธอมาสิบกว่าปี... หลายปีมานี้ เธอต้องถูกทำร้าย ต้องเจอเื่ลำบากมากแค่ไหน เพื่อ "เงินให้ฮวาเจา" ต้องโมโหกับ "ความไม่เอาไหน" ของฮวาเจามากแค่ไหน?
ที่แท้ทั้งหมดเป็เื่โกหก...
“ยายเธอเคยขอเงินจากเธอในชื่อของฉันไหม? เท่าไหร่?” ฮวาเจาถามด้วยความเห็นใจ
เธอเห็นโลกมามากพอแล้ว การที่ทำร้ายลูกสาวตัวเองแบบนี้ ถึงจะมีน้อย แต่ก็มีอยู่จริง ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเื่เป็ยังไง
“ตอนแรกเดือนละ 3-4 หยวน หลังจากนั้นก็ 2-3 หยวน…” จางกุ้ยหลานพึมพำ
เดือนหนึ่งเธอสามารถเก็บเงินค่าอาหารได้ 3-5 หยวน นอกจากให้ยายจางแล้ว ยังต้องให้ลูกเลี้ยง แล้วยังต้องแบ่งเงินให้ลูกตัวเองอีกนิดหน่อย เดือนหนึ่งแทบไม่เหลืออะไร
ส่วนเงินเดือนของเธอ ก็ไม่เคยได้ใช้เอง ทุกเดือนแม่สามีจะเป็คนไปรับเงินเดือนให้
“โอ้โห! เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!” เจียงฉินเป็คนทำบัญชี รู้จักคำนวณตัวเลขดี ถ้าเดือนละ 2-3 หยวน คิดเป็ 10 กว่าปี ก็ตั้ง 300 กว่าหยวนแล้ว!
ครอบครัวชาวบ้านธรรมดา กว่าจะเก็บเงินได้ 300 หยวน ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต!
“ยายจางนี่เป็แม่เธอจริงเหรอ? เอาฮวาเจามาอ้างเพื่อขอเงินจากเธอเยอะขนาดนี้! แล้วไม่เคยเอามาให้ฮวาเจาสักแดง! เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองหมด! แหม~” เจียงฉินจงใจขยี้แผลของจางกุ้ยหลาน “ยายเธอไม่คิดเหรอ ว่ากว่าเธอจะเก็บเงินได้มากมายขนาดนี้ มันยากลำบากแค่ไหน~”
เจียงฉินเป็คนฉลาด เมื่อฟังประโยคนี้ แล้วดูสภาพของจางกุ้ยหลานตอนนี้ ก็รู้แล้วว่าหลายปีมานี้เธอต้องเจออะไรมาบ้าง
โอ้ย น่าสงสารจัง~
จางกุ้ยหลานรู้ว่าเจียงฉินจงใจพูด แต่ในใจเธอก็อดที่จะรู้สึกเ็ปและอยากร้องไห้ไม่ได้
เธอไม่เคยสงสัยในคำพูดของฮวาเจา
เมื่อก่อนแม่ของเธอพูดกับเธอว่ายังไง? ฮวาเจาอ้วน ฮวาเจาดำ ฮวาเจาดุ แต่ผลล่ะ? ลูกสาวของเธอขาวสวย ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหน? ไม่เห็นจะขี้เหร่ตรงไหน?
แถมฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้ว ว่าเด็กคนนี้ต้องเป็คนดีมากแน่ๆ คงจะไม่เคยพูดเสียงดังเลยด้วยซ้ำ! ไม่เห็นจะดุตรงไหน?
แม่ของเธอโกหกเธอ แม้แต่เื่นี้ แล้วจะมีอะไรที่ไม่โกหกอีกบ้าง?
จางกุ้ยหลานรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงไปแล้ว
“ฮวาเล็ก เงินพวกนี้ แม่ของเธออุตส่าห์เก็บมาให้เธอ เธอต้องไปเอามันกลับคืนมาจากยายของเธอให้ได้!” เจียงฉินยังคงยุยงอยู่
ฮวาเจามองไปที่เธอ “เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว กลับไปได้แล้ว ไม่ต้องมาส่ง” พูดจบก็เปิดประตูบ้าน ดึงแขนจางกุ้ยหลานเข้าไปในบ้าน แล้วก็ปิดประตูล็อก เดินเข้าไปข้างใน
เธอคาดเดาได้ว่าเจียงฉินไม่กล้าเข้ามา
และเจียงฉินก็ไม่กล้าจริงๆ แม้ว่าเธอจะรู้สึกว่าฮวาเจาตอนนี้ดูเหมือนจะเอาเปรียบได้ง่าย แต่เธอก็ไม่ลืมว่าฮวาเจามีแรงเยอะ และเจ็บจริงเวลาโดนต่อย
เธอจึงได้แต่มองเงาหลังของทั้งสองด้วยความผิดหวังและคาดหวัง เธอยังไม่เชื่อว่าฮวาเจาจะไม่โกรธแม่ที่ทอดทิ้งเธอ ไม่สนใจเธอมาโดยตลอดเลยสักนิด!
เมื่อก่อนคำพูดที่ฮวาเสี่ยวอวี้เอามาบอก ไม่เคยมีคำพูดดีๆ เลยสักคำ พูดว่าฮวาเจาเกลียดจางกุ้ยหลานเข้าไส้!
นี่เธอ...เข้าไปขุดหลุมฝังไปแล้วใช่ไหม?
จางกุ้ยหลานถูกดึงเข้ามาในบ้าน ได้เจอกับฮวาเฉียง
เธอเจอกับ...อดีตพ่อสามี เป็ครั้งแรก เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาในทันที
“มา บอกเรามา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ฮวาเจาจับเธอนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วรินน้ำผลไม้รวมที่เธอทำเองให้ “ลองชิมดู” ฮวาเจาพูด
