ใน่สองวันที่ผ่านมานี้ จิ้งหยวนมีชื่อเสียงและกลายเป็จุดสนใจของวงสนทนาเป็อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็เหล่าเสนาบดีเฒ่า ขุนนางเก่า เ้าหน้าที่ในราชสำนัก หรือแม้แต่คนที่ร่ำรวยในเมืองหลวง
ทั้งที่เป็โต๊ะอาหาร โรงน้ำชา โรงเตี๊ยม หรือแม้แต่ซ่องโสเภณี ผู้คนก็เอาแต่พากันพูดคุยแต่เื่ของจิ้งหยวน
อย่างเช่นในย่านการค้าฝั่งทิศตะวันออกของเมืองหลวง ซึ่งเป็ที่เหล่าลูกหลานผู้ดีมีเงินมักจะพากันมารวมตัวเพื่อเอาไว้พบปะและพูดคุย พวกเขาทั้งหมดก็มารวมกลุ่มเพื่อพูดเื่ของจิ้งหยวนเช่นกัน
“เ้าเคยได้ยินหรือไม่?”
“หือ..ได้ยินเื่ใด?”
“ก็เื่ที่ท่านโหวถูกทูตทูโบกล่าวใส่ร้ายไง?”
“อ้าว ไม่ใช่เื่ที่ว่าเขาผิดใจกันกับฝ่าาไม่ใช่เหรอ?”
“นั้นมันข่าวเก่าแล้วสหายเอ๋ย”
“เมื่อเช้านี้เอง ข้าเห็นองครักษ์ต้องห้ามนำตัวจิ้งหยวนไปที่วังด้วยตา องครักษ์ต้องห้ามเลยนะองครักษ์ต้องห้าม”
“ห่ะ แค่ผิดใจกับทูต ฝ่าาก็ถึงกลับเชิญองครักษ์ต้องห้ามมาตามตัวเลยเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“โอ้ว”
“ท่านโหวผู้นี้ขยันก่อเื่แย่ๆ ไม่เว้นวันเลยจริงๆ”
“...”
ในวงสนทนาของเหล่านายน้อยกลุ่มหนึ่ง ก็พากันพูดคุยด้วยความประหลาดใจ จนทำเอาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุดฟังเข้าร่วมวงสนทนา
แต่ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกปาก ทันใดนั้นก็มีผู้มาใหม่วิ่งเข้ามายังภายในอาคาร ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ข่าวใหญ่! ทุกคนนนน ข้ามีข่าวใหญ่มาพูดดด!! องค์รัชทายาทและคุณชายทั้งสามพ่ายแพ้ ท่านโหวทำผิดแต่ไม่ถูกลงโทษ”
หาาาาา..
อันใดอีก? …
ข่าวนี้จะต้องเป็เท็จ….
ใครพ่ายแพ้ใครกัน? …
“...”
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังพูดคุยกันอยู่บนชั้นสองของอาคาร ต่างก็หันมาสนใจคนเข้ามาใหม่ พากันเงียบเสียงลงกับสิ่งที่ที่อีกฝ่าย้าจะบอก
ซึ่งในระหว่างนั้น ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปีคนหนึ่ง ที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสามพร้อมกับเหล่าบริวารของเขา จะได้ยินสิ่งที่ชายคนนั้นะโขึ้นพอดี
“สิ่งที่เ้าพูดเมื่อกี้หมายความว่าอย่างไร มีคนที่กล้าทำให้รัชทายาทพ่ายแพ้ได้เลยรึ?”
ท่ามกลางความเงียบแต่มีเสียงที่เข้มข้นเสียงหนึ่งพูด ทุกคนที่หันกลับไปมองแล้วเห็นชุดวิหคสองเล็บก็พากันก้มศีรษะคอหด เพราะชายหนุ่มที่ถามออกมาไม่ใช่คนธรรมดา แต่เขาคือองค์ชายรองอู่ถงของต้าชวี พระโอรสที่เกิดมาจากฮองเฮาชางชุนเช่นเดียวกันกับองค์รัชทายาทอู่เฉวียนอีกหนึ่งคน
เพียงแต่ความสัมพันธ์ของรัชทายาทอู่เฉวียนและองค์ชายรองอู่ถงไม่ค่อยจะดีนัก พวกเขามักจะวางอุบายและเล่นเล่ห์เหลี่ยมใส่กันอยู่ตลอด และจุดประสงค์เดียวที่องค์ชายอู่ถงทำไปก็เพื่อชิงตำแหน่งรัชทายาทมาจากพี่ชายตัวเอง
องค์รัชทายาทอู่เฉวียนมีนิสัยเป็คนเ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อน แต่นิสัยขององค์ชายสองอู่ถงกลับมีนิสัยที่โเี้และเด็ดขาด ดังนั้นเมื่อทุกคนในโรงน้ำชาเห็นว่าผู้ที่โบกมือและเอ่ยถามคือองค์ชายรอง พวกเขาก็พากันกลัวจนหัวหดพากันเงียบเสียงพูดของตัวเองให้เบาลง
“ทะ…ทูลองค์ชายสอง เป็ท่านโหวที่เอาชนะองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านโหว
หมายถึงจิ้งหยวนนะรึ?
“...”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ไม่ใช่แค่องค์ชายอู่ถงเท่านั้นที่ใ แต่ทั้งบริวารของเขาและผู้คนที่อยู่ในอาคารแห่งนี้ต่างก็ใกันทั้งหมด
ใครบ้างในที่นี้จะไม่รู้จักจิ้งหยวน
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะมีปฏิกิริยาแตกต่างออกไปเมื่อพบว่ารัชทายาทแพ้ให้กับคนๆ นี้ที่ขึ้นชื่อว่าคุณชายเสเพล
“เล่ามา?” องค์ชายรองนั่งลงที่โต๊ะๆ หนึ่งยกกาน้ำชารินใส่ถ้วย ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ ว่า
“ทะ..ทูลองค์ชาย ต้นเื่มันเกิดขึ้นหลังจากที่ท่านโหวได้ทุบตีจางฉิ โกซิง ฟางยี่และองค์รัชทายาท”
พรวดดดด….
ห่ะ!!
ทุบตี?
ทุบตีองค์รัชทายาทเนี่ยนะ?
ชาที่หลายคนพึ่งจะยกขึ้นดื่ม ก็กระฉูดออกมาเป็สายรุ้ง
ทั้งจางฉิ โกซิง และฟางยี่ พวกเขาคือทายาทจากเจ็ดตระกูลใหญ่ประจำเมืองหลวง ถึงจะเป็ทายาทจากฝ่ายพลเรือน แต่พวกเขาก็ผ่านการอบรมหลักสูตรพิเศษขององค์จักรพรรดิ
ในเมืองหลวงนี้ไม่มีใครจะเก่งหรือเด่นไปกว่ากลุ่มของรัชทายาทที่คว้าอันดับหนึ่งของคนรุ่นเยาว์
ดังนั้น ความเป็ไปได้ที่จะถูกจิ้งหยวนที่ไม่เคยเข้าฝึกทุบตี ในความเห็นแรกของพวกเขาก็ปฏิเสธและไม่เชื่อทันทีที่ได้ยิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายรัชทายาที่เป็ถึงกลุ่มเชื้อพระวงศ์
หากบอกว่ามีหมูออกลูกเป็หมา พวกเขาก็ยังเต็มใจที่จะเชื่อเื่พวกนั้นมากกว่าเื่นี้ที่ชายมาใหม่ะโบอก
“เ้าแน่ใจรึ ว่าจิ้งหยวนทุบตีองค์รัชทายาท?” องค์ชายอู่ถงหมุนถ้วยชาในมือแล้วถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“จริงพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย มีหลายคนเห็นมากับตา ว่าจิ้งหยวนโยนองค์รัชทายาทและคนทั้งสามออกมาจากประตูตระกูลจิ้งด้วยสภาพสะบักสะบอม ก่อนที่เมื่อเช้าจะถูกองครักษ์ต้องห้ามและขุนพลฮัวพาตัวเขาไปไต่สวนที่วัง”
อาาาาา!!!
เสียงอุทานของคนหมู่มากก็ดังขึ้น เพราะในที่นี้มีผู้ใดบ้างที่จะไม่เห็นกลุ่มทหารชุดดำ เพียงแต่ไม่คิดว่าการปรากฏตัวขององครักษ์ต้องห้ามจะเป็เื่นี้ไม่ใช่เื่ของทูตที่พวกเขาเคยเข้าใจ
“ทูลองค์ชาย เื่ของการทุบตีองค์รัชทายาทนับว่าน่าทึ่งแล้ว แต่การตัดสินของฝ่าายังน่าทึ่งยิ่งกว่า”
“จากการไต่สวนและเรียกพยาน คดีและข้อกล่าวหาทุบตีองค์รัชทายาท ผลลัพธ์ที่ออกมาคือท่านโหวไม่มีความผิด แถมยังถูกปล่อยตัวจากวังเมื่อตะกี้นี้เอง”
บูมมมม
อะไร
ไม่มีความผิด?
บ้าไปแล้ว!!
นั่นคือการทุบตีเชื้อพระวงศ์เลยนะ!!!
มันจะเป็ไปได้ยังไง?
ฝ่าาสับสนอะไรในตอนนั้นหรือเปล่า?
“...”
“...”
“...”
เหมือนมีกลองใบใหญ่ที่ข้างหูแล้วทุบตีลงด้วยไม้หน้าสาม ั้แ่เกิดมาร้อยพ่อพันแม่ พวกเขาในที่นี้ก็ไม่เคยเห็นอาชญากรรอดพ้นจากการลงโทษมาก่อน
โดยเฉพาะเื่การทุบตีที่เกือบจะถูกตั้งข้อหาก่อการฏ ที่นับั้แ่ก่อตั้งแผ่นดินมา เหตุการณ์นี้ก็เป็ครั้งแรกที่คนทำผิดต่อเชื้อพระวงศ์แต่ไม่ได้รับการลงทัณฑ์
อีกด้าน
ณ จวนสกุลจิ้ง
ตอนนี้ คนที่กำลังกลายเป็ที่พูดถึงอยู่อย่างจิ้งหยวนมาตลอดหลายวัน ก็กำลังนอนอยู่บนเก้าอี้โยกและนอนอาบแดดอย่างผ่อนคลาย
ดวงตาปิดด้วยแผ่นแตงกวาหั่น โดยที่รอบข้างก็มีสาวใช้สี่คนทำการนวดขา สุขสบายไม่สนใจโลกภายนอกเลยสักนิดว่าแตกตื่นแค่ไหนกับสิ่งที่เขาพึ่งก่อ
คนหนึ่งบีบไหล่ อีกสองคนนวดขา โดยที่มีหยุนเอ๋อถือจานผลไม้แช่เย็นอยู่ข้างๆ ค่อยทำการป้อนเมื่อเห็นคุณชายของนางอ้าปากรอกิน
“หืม…”
“นี่แหละคือการใช้ชีวิต”
“นี่แหละคือความเพลิดเพลินที่แท้จริง! หากว่า…”
“คุณชาย!!! เกิดเื่ใหญ่แล้วขอร๊าบบบบบ!!~~~”
จิ้งหยวนที่กำลังมีความสุขในสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็อยู่ แต่ความสุขของเขาก็ต้องพังทลายลงเมื่อเสียงร้องแหบๆ เหมือนเป็ดเทศของต้าเซี่ยนดังขึ้นมา
“ร้องหาความตาย”
“เ้าทำบรรยากาศของข้าเสีย!”
ั้แ่จิ้งหยวนอยู่ในร่างนี้ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะได้สืบทอดอารมณ์หัวร้อนและโกรธง่ายมาจากเ้าของร่างเก่า แต่ว่าในสายตาของคนในจวนนั้นรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของท่านโหวที่ต่างออกไป
ถึงจะพูดรุนแรงไปบ้าง แต่ก็นับว่าน้อยกว่าสมัยอดีต แถมตอนนี้ท่านโหวก็เข้าถึงได้ง่ายและใจดี ทำเอาจวนสกุลจิ้งที่เคยจืดชืด เต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา
“คะ..คุณชาย”
“แผนประสบความสำเร็จแล้ว ตอนนี้พระสนมอู่เฟยได้ส่งคนมาที่นี่เพื่อขอให้นำสินค้าเข้าไปในวังหลัง เรากำลังจะสร้างโชคลาภก้อนใหญ่ได้แล้วนายท่าน!” ดวงตาของต้าเซี่ยนเปลี่ยนเป็รูปเหรียญอีแปะทันทีเมื่อพูดถึงเื่นี้ แม้ว่าเขาจะโดนจิ้งหยวนถีบจนหน้าล้มคะมำดิน แต่แก้มอ้วนๆ ที่เปื้อนฝุ่น ก็ไม่มีล่องลอยของความไม่พอใจแสดงออกมาเลย
“ดี งั้นก็เข้าไปที่วังกันเถอะ” เมื่อพบว่าแผนของเขาประสบความสำเร็จ จิ้งหยวนก็ไม่กล้าชักช้าแล้วบอกให้ต้าเซี่ยนเตรียมรถม้าเพื่อเดินทาง
หากถามว่าทำไมเขาที่รวยจากการขายวัตถุโบราณไปหลายร้อนล้านหยวนแล้วถึงยังกระตือรือร้น นั่นคงเป็เพราะเพสชั่นของการใช้ชีวิต จิ้งหยวนสามารถนอนี้เีที่โลกเดิมได้ไม่มีปัญหา แต่มันจะไม่มีความสุข มีเพียงแค่ความสำเร็จและผ่านการลงมือจริงๆ เท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่ามันคือการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
จนเมื่อเขามาถึงวังส่วนใน ได้ยินจากขันทีว่าให้ไปที่สวนหลวง
กำลังย่อตัวโค้งคำนับพระสนมอู่เฟย หางตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเบาะตรงกลางซึ่งสวมชุดแดงลายหงส์สีเพลิง
เหงื่อเย็น ๆ ก็ไหลออกมาที่หน้าผากของจิ้งหยวนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาคาดไม่ถึงจริงๆ
ว่าการที่ฮองเฮามาที่นี่
ก็เพื่อมาโทษเขาที่ทุบตีองค์รัชทายาทแล้ว้าขัดขวางการค้าของเขาหรือเปล่า
“ถวายบังคมฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ!”
“ขอพระองค์อายุยืนนานพันปี พันๆ ปี”
“...”
