เมื่อหลี่เฟิงที่อยู่ในโรงพยาบาลคิดแผนการกำจัดเย่เฟิงได้ก็กดโทรออกอีกครั้ง ครั้งนี้เขากดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท หนิวเหมิ่ง
หนิวเหมิ่งเป็เ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติที่มีความสามารถโดดเด่นคนหนึ่ง เขามีพร์ด้านอาวุธปืนและเทคโนโลยี เนื่องจากพ่อของเขาถูกคนในยุทธจักรฆ่าตายั้แ่เขายังเด็ก จึงทำให้เขาเกลียดชังคนในยุทธจักรเป็พิเศษ
ก่อนหน้านี้หนิวเหมิ่งถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่เมืองเซียงซี แต่หลี่เฟิงเรียกตัวเขากลับฝั่งทะเลตะวันออกเมื่อไม่นานมานี้ และอีกฝ่ายก็เพิ่งมาถึงเมื่อคืน หลังจากพักผ่อนมาแล้วหนึ่งคืน ตอนนี้คงมีพละกำลังเต็มเปี่ยม!
หลี่เฟิงบอกแผนการของตนแก่หนิวเหมิ่ง หลังจากกำชับแผนการอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ร่างของเย่เฟิงย่อมถูกฝังไว้ใต้ก้นทะเลแน่นอน
เนื่องจากหลี่เฟิงแขนขาด เคลื่อนไหวเองไม่สะดวก จึงมอบอำนาจสั่งการทั้งหมดให้หนิวเหมิ่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับคำสั่งของเขาอย่างแข็งขัน
…………
“ฆ่ามัน! กำจัดมันทิ้งซะ!”
ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังลั่นออกมา ทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างตัวสั่นเทาด้วยความกลัว และอดนึกไม่ได้ว่าคนที่กำลังคลั่งอยู่ตอนนี้เป็ใคร?
“ท่านผู้นำ โปรดสงบสติอารมณ์ก่อนครับ”
หลงจื่อและหลงชิงที่ยืนอยู่สองข้างเตียงพยายามเกลี้ยกล่อมเขาด้วยความประหม่า
“พวกแกจะให้ฉันสงบใจได้ยังไง!” หลงโม่หรานซึ่งแขนขาดไปข้างหนึ่งนั่งพิงเตียงผู้ป่วย ดวงตาของเขามืดทะมึนดูน่ากลัว “ฉันจะฆ่าแล้วสับมันเป็ชิ้นๆ!”
ไม่เพียงแต่เสียหน้า ครั้งนี้เขายังต้องเสียแขนข้างหนึ่งไปด้วย! อีกทั้งแขนของเขายังถูกเย่เวิ่นเทียนโยนลงทะเลเป็อาหารฉลามไปแล้ว!
“ท่านผู้นำ ไม่เช่นนั้นเราแจ้งต่อท่านผู้าุโ...” หลงชิงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามอย่างประหม่า
“หุบปาก” หลงโม่หรายเอ่ยเสียงเย็น “พวกแกคิดว่าคนอย่างหลงโม่หรานไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้เด็กตัวเหม็นนั่น? เมื่อยี่สิบปีก่อน แม้แต่พ่อของมันยังถูกฉันฆ่าในกระบี่เดียว ตอนนี้หากฉันจะฆ่ามันอีกคน ไม่ใช่ว่ายิ่งจัดการได้ง่ายเหรอ!”
คนนิสัยเย่อหยิ่งอวดดีอย่างหลงโม่หรานย่อมไม่มีทางยินยอมให้ผู้าุโเข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไม่ยิ่งทำให้เขารู้สึกขายหน้าเหรอ? ผู้นำตระกูลที่สง่าผ่าเผยกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดต้องขอความช่วยเหลือจากท่านผู้าุโ เื่เหล่านี้คงทำให้คนในยุทธจักรหัวเราะจนฟันร่วง! เขาต้องสับเย่เฟิงเป็ชิ้นๆ ด้วยตัวเอง โทษฐานที่มันทำให้เขาต้องทนรับความอัปยศนี้ มันต้องชดใช้คืนเป็ร้อยเท่าพันเท่า!
“ท่านผู้นำพูดได้ถูกต้องแล้วครับ” หลงจื่อตอบรับหนักแน่น พลางครุ่นคิดก่อนกล่าว “ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ตัวตนในฐานะผู้ฝึกวรยุทธ์ของเย่เฟิงกระจายออกไป ผู้คนในยุทธจักรคงไล่ล่าและสร้างปัญหาให้เขาไม่น้อย แล้วทำไมต้องรบกวนท่านผู้าุโลงมือล่ะครับ?”
อีกทั้งตอนนี้ท่านผู้าุโกำลังปิดด่านฝึกตน การไปรบกวนคงไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดนัก มีใครไม่รู้บ้างว่านิสัยของท่านผู้าุโตระกูลหลงแปลกยิ่งกว่าหลงโม่หรานเสียอีก?
“ติดต่อตาแก่สำนักหมัดเทวาไป”
หลงโม่หรานสงบใจลง หลังจากครุ่นคิดแผนการ ในที่สุดเขาก็มีแผนรับมืออีกฝ่ายแล้ว ในสถานการณ์ที่น่าเดือดดาลเช่นนี้ เขายังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ ทั้งยังคิดว่าคงต้องร่วมมือกับคนอื่น เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนโง่และไม่ได้โรคจิตจนขาดสติเหมือนหลี่เฟิง
แน่นอนว่าหลงโม่หราน้าติดต่อหมัดเทพแดนใต้แห่งสำนักหมัดเทวาอย่างสวีเซียวหยู่ก็เพื่อหลอกใช้ความคิดของอีกฝ่ายเท่านั้นเอง
…………
ทุกฝ่ายต่างมีกลอุบายของตัวเอง เป้าหมายของพวกเขาล้วนพุ่งเป้าไปที่เย่เฟิง
ตอนนี้เย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์กำลังว่ายน้ำในทะเลตะวันออกราวกับปลาเพื่อมุ่งหน้าไปยังปราการน้ำแข็ง โดยใช้ทักษะเต่าัอุดลมปราณ แม้คลื่นจะถาโถมรุนแรง ทั้งยังเต็มไปด้วยกระแสน้ำวนใต้ทะเล ทั้งคู่ก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับปลาในน้ำ
เพียงเข้าไปใกล้ปราการน้ำแข็ง ทุกอย่างก็เป็ไปตามคาด น้ำแข็งบางส่วนถูกกระแสคลื่นกัดเซาะจนกลายเป็เศษน้ำแข็ง และถูกคลื่นพัดมาทิ่มตามร่างกายของพวกเขาจนเจ็บ
เย่เฟิงกอดหลงหว่านเอ๋อร์แนบอกพร้อมมุ่งหน้าไปต่อ เขาคอยช่วยสกัดพวกเศษน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาหาเธอ บนร่างมีเืซิบทว่าเขากลับไม่สนใจ ตราบใดที่สามารถปกป้องหลงหว่านเอ๋อร์ไปยังปราการน้ำแข็งได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว
“ไว้พวกเราไปถึง เธอแค่โคจรพลังวิชาศรฝังดวงดาวสักครึ่งชั่วโมงเพื่อรวบรวมพลังจากดวงดาว เท่านี้ก็เพียงพอที่จะเจาะทะลุปราการน้ำแข็งหนานี่ได้แล้ว”
เย่เฟิงว่ายน้ำไปพร้อมกับอธิบายให้หลงหว่านเอ๋อร์เข้าใจ
“โอเค”
หลงหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
หญิงสาวเข้าใจดีว่าเย่เฟิงกังวลกับสถานการณ์ในฝั่งทะเลตะวันออกก็เพื่อตามหาอาจารย์ของเขาให้พบ ภายในใจของหลงหว่านเอ๋อร์รู้สึกว่าอีกฝ่ายเปรียบเสมือนอาจารย์ของเธอเช่นกัน ทั้งวิถีเซียนและทักษะเซียนต่างๆ ก็ล้วนถูกถ่ายทอดมาจากอีกฝ่าย แม้คนคนนี้จะเป็เทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกตามข่าวลือที่ว่างดงามราวกับเทพธิดาบนสรวง์จริง แต่ในใจของหลงหว่านเอ๋อร์ก็ไม่นึกหึงหวงหรืออิจฉาอีกฝ่ายเลยสักนิด คนคนนี้เป็ถึงอาจารย์ผู้ฝึกวิถีเซียนที่ทั้งงดงามและลึกลับ หลงหว่านเอ๋อร์ย่อมรู้สึกเคารพนับถืออีกฝ่ายอย่างเปี่ยมล้น
ในที่สุดปราการน้ำแข็งโปร่งแสงอันงดงามที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งคู่ ปราการน้ำแข็งตั้งตระหง่านกลางทะเลเปล่งประกายงดงาม
“เริ่มกันเลย”
เย่เฟิงผงกหัวให้หญิงสาวอย่างเคร่งขรึม ก่อนปล่อยมือจากร่างบาง
หลงหว่านเอ๋อร์ตอบรับคำสั่งเขา จากนั้นเริ่มรวบรวมพลังชี่จากทั้งร่างมาที่มือทั้งสองข้าง เพียงไม่นานลูกศรสีน้ำเงินก็ก่อตัวบนมือของเธอ ตามด้วยการโคจรพลังศรฝังดวงดาวไว้ภายในร่าง พลังจากดวงดาวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่อยๆ ถูกดูดซับเข้ามา!
แม้ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกจะสว่างไสวไร้ดวงดาว แต่วิชาศรฝังดวงดาวก็สามารถดูดซับพลังจากดวงดาวมาได้ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ตราบใดที่ยังมีดวงดาวดำรงอยู่ก็สามารถดูดซับพลังของดวงดาวมาได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลาผ่านไปคันธนูสีน้ำเงินก็ปรากฏบนมือของหลงหว่านเอ๋อร์ซึ่งเป็สิ่งที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน การรวบรวมพลังดวงดาวทำให้คันธนูนี้ทรงอานุภาพพอที่ส่งศรฝังดวงดาวทะลุทะลวงผ่านชั้นปราการน้ำแข็งไปได้
ความหนาของศรฝังดวงดาวสีน้ำเงินค่อยๆ เพิ่มขึ้น จากเท่านิ้วมือขยายเป็หนาเท่าข้อมือ ทั้งยังแหลมคมมากขึ้นด้วย ความแข็งแกร่งของมันดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตลอดเวลา!
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดพลังของศรฝังดวงดาวก็อยู่ในระดับสูงสุด!
ในใจของเย่เฟิงรู้สึกตึงเครียด ได้แต่หวังว่ามันคงไม่ทำให้เขาผิดหวัง...
หลงหว่านเอ๋อร์มีพลังบ่มเพาะสิบแปดปี ฉะนั้นการรวบรวมพลังศรฝังดวงดาวนั้นนับว่าง่ายมาก เมื่อหญิงสาวรู้สึกว่าพลังของศรฝังดวงดาวสีน้ำเงินอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว อีกทั้งเห็นเย่เฟิงพยักหน้าให้ ท้ายที่สุดเธอจึงใช้มือง้างคันธนูก่อนปล่อยศรออกไป!
ฉับพลันศรฝังดวงดาวสีน้ำเงินพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดเกลียวคลื่นตามความแรงเคลื่อนไหวของศร ก่อนที่มันจะกระแทกปราการน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร ทันใดนั้นพลังของดวงดาวที่น่าสะพรึงกลัวก็ะเิออก ตามมาด้วยเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ที่กระโจนออกไปทันที ในเวลาเดียวกันการะเิก็ดึงดูดความสนใจจากทีมของเหลยิที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล!
เนื่องจากการใช้ทักษะล่องหนผนวกกับทักษะอำพรางตา ทำให้ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้ เหลยิไม่สามารถมองเห็นคนทั้งคู่ที่อยู่ใต้น้ำ เมื่อเกิดการะเิขึ้นกะทันหัน ผู้คนทั้งหมดต่างก็ประหลาดใจ
เกิดอะไรขึ้นที่ใต้น้ำกันแน่?
ในชั่วพริบตานั้นเย่เฟิงที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงรับรู้ถึงน้ำทะเลที่ปั่นป่วนรุนแรง ซึ่งเกิดจากพลังอานุภาพสูงสุดของศรฝังดวงดาวที่พุ่งทะลวงปราการน้ำแข็ง อานุภาพของมันเทียบเท่าขีปนาวุธหลายลูก และสามารถทะลวงปราการน้ำแข็งที่มีความหนาราวหกสิบเมตร ในที่สุดก็เกิดช่องขนาดใหญ่ที่คนสามารถลอดผ่านได้ต่อหน้าพวกเขา
“รีบเข้าไปเร็ว”
เย่เฟิงรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพวกเขาจะต้องถูกเ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติค้นพบแน่นอน ดังนั้นเขาต้องรีบเข้าไปในปราการน้ำแข็งก่อน!
ช่องขนาดใหญ่ที่ถูกเจาะทะลวงมีความกว้างพอที่จะรองรับคนสามถึงสี่คนให้ผ่านเข้าไปพร้อมกัน ดูเหมือนว่ากระแสน้ำด้านนอกจะกำลังซัดเข้ามาตามช่องทางนี้ เย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ว่ายน้ำราวกับปลา ตลอดทางพวกเขาต้องคอยหลีกเลี่ยงกระแสน้ำวนใต้ทะเลและกระแสน้ำที่ซัดเข้ามาอย่างตามช่องว่างอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางกระแสน้ำที่ปั่นป่วน เย่เฟิงคอยดูแลหลงหว่านเอ๋อร์ไปตลอดทางจนกระทั่งถึงด้านในสุดของปราการน้ำแข็ง
เนื่องจากการกีดขวางของพลังที่ต่างไปจากปกติทำให้ทั้งคู่ไม่อาจใช้จิตหยั่งรู้ได้ เย่เฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนที่รูม่านตาของเขาจะหดลงโดยฉับพลัน
ซูเฟยหยิ่ง!
ปลายช่องว่างของชั้นปราการน้ำแข็ง ปรากฏร่างที่เขาคุ้นเคยอย่างดี แม้กระแสน้ำที่ปั่นป่วนจะทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน แต่เขาก็มั่นใจว่าเป็ซูเฟยหยิ่ง!
เป็อาจารย์! เป็อาจารย์จริงๆ ด้วย!
หัวใจของเย่เฟิงเต้นแรงจนแทบพุ่งออกมาจากอก!