ใครคนหนึ่งข้างกายหลงเหยียนอุทานขึ้น “หลงเหยียน? เ้าคือหลงเหยียนจริงๆ หรือ? เป็คนของเรือนเหยากวาง? คนที่เอาชนะเทียนหลางได้ ได้ข่าวว่ามาเมื่อไม่นานมานี้ กระทั่งผู้นำแห่งสำนักมารก็ถูกเ้าฆ่าตายเช่นกัน สมเป็เด็กหนุ่มที่เก่งกาจและเป็วีรบุรุษอย่างแท้จริง เ้ายังไม่รู้หรือ? หลี่เมิ่งเหยาไม่ยอมไปกับพวกเขาเสียที คล้ายกำลังรอใครอยู่”
“ยังต้องพูดอีกหรือ? นางต้องรอเ้าอยู่แน่ ยังไม่รีบไปอีก” เมื่อมีคนะโชื่อของหลงเหยียนออกมา คนอื่นๆ ก็ร้องอุทานแล้วหันมามองตามเสียงเป็ตาเดียว ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้ากับอายุของหลงเหยียน พวกเขาก็ยิ่งใไปใหญ่ คิดไม่ถึงว่าเขายังอายุน้อยเพียงนี้ ทว่ากลับมีพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว ช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง
การปรากฏตัวของหลงเหยียนดึงดูดสายตาของทุกคนได้อย่างง่ายดาย ดูก็รู้ว่าชื่อเสียงของหลงเหยียนโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองแล้ว ทุกคนต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าเ้าหนุ่มหลงเหยียนช่างเป็คนที่เก่งกาจจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อย่างไรเสียตนก็เป็คนช่วยหลี่เมิ่งเหยาเอาไว้ ก็ไม่แปลกที่นางอยากเห็นหน้าตนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนไป ทว่าเขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าตงฟางเทียนหนานจะมารับหลี่เมิ่งเหยาเร็วขนาดนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลงเหยียนก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในเรือนใหญ่ของสำนักตงฟางอย่างรวดเร็ว ที่หลี่เมิ่งเหยาได้รับอนุญาตให้ไปเป็คนในตระกูลชั้นในเช่นนี้ ล้วนเป็ผลงานของตงฟางเทียนหนานทั้งสิ้น หลงเหยียนแค่คิดไม่ถึงว่าเขาจะสร้างขบวนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ ทั้งยังใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น รีบถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“ทำไม เ้าทำใจปล่อยนางไปไม่ได้หรือไร?” หลงหลิงโผล่ออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนอย่างกะทันหัน ยังดีที่นางออกมาโดยไม่ให้ใครเห็น จากนั้นก็แฝงตัวเข้าไปในฝูงคนแล้วเดินออกมาจากกลุ่มคนจำนวนมากแทน
“เสี่ยวหลิง เ้าออกมาได้อย่างไร? รีบกลับเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุนเร็ว”
หลงหลิงหัวเราะขึ้น “ข้าเป็คนนะ จะให้กลับเข้าไปในนั้นได้อย่างไร เ้าคิดว่าข้าเป็เ้าสิงโตน้อยตัวนั้นหรือที่เชื่อคนง่ายจนเ้าจะหลอกอย่างไรก็ได้”
“นั่นน่ะสิ พี่เสี่ยวหลิงพูดถูกแล้ว ก่อนหน้านี้ ข้าคงเชื่อคนง่ายจนถูกหลอกอย่างง่ายดาย” ระหว่างที่หลงเหยียนคุยกับหลงหลิงอยู่ เ้าสิงโตน้อยก็เดินออกมาจากด้านหลังเช่นกัน เพราะมีใบหน้าเ็าและเย่อหยิ่ง เ้าสิงโตน้อยจึงดูสูงส่งราวกับคนจากตระกูลมหาอำนาจสักแห่ง
หลงเหยียนมองคนทั้งสอง “หากพวกเ้าปรากฏตัวต่อหน้าเว่ยเวยกับคนอื่นๆ แล้วข้าจะอธิบายกับพวกเขาอย่างไร หรือจะบอกว่าพวกเ้าเป็เพื่อนของข้า ในเมืองอู่ตี้ มีเพียงผู้ที่ผ่านการคัดเลือกที่แสนเข้มงวดมาแล้วเท่านั้นจึงจะเข้ามาในสำนักทั้งสี่ได้ นอกจากนั้น ไม่ว่าจะเป็เพื่อน ญาติ หรือพี่น้องก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทั้งสิ้น”
“ชิ เ้าคนสมองทึ่ม เื่นี้ข้าคิดแทนเ้าหมดแล้ว ง่ายนิดเดียว ข้าก็แค่เข้ามาในนี้ด้วยฐานะของหลานสาวของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง แล้วอ้างว่าเตรียมจะเข้ามาตรวจสอบเื่ของผู้นำแห่งสำนักมาร จากนั้นข้าก็จะสืบรู้ว่าเ้าคือคนที่ฆ่าเขาตาย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าค่อยชมเ้าหนักๆ อีกสักหน่อย แค่นี้ก็พอแล้ว ส่วนเ้าสิงโตน้อย ให้เขาปลอมเป็ลูกสมุนของข้าก็ได้ แค่นี้พวกเราก็อยู่ที่นี่นานๆ ได้แล้ว”
“จะทำแบบนั้นได้อย่างไร?”
“แล้วทำไมจะไม่ได้?”
พูดจบ ตราคำสั่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเสี่ยวหลิง บนตราคำสั่งนั้นมีคำว่า ‘สำนักหยุนเฟิง’ ขนาดใหญ่สลักอยู่
“เ้าสิงโตน้อย ไปกันเถิด!”
หลงหลิงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอ ก่อนจะดึงแขนของเ้าสิงโตน้อยแล้วเดินเข้าไปในเรือนเหยากวางอย่างผ่าเผย หลงเหยียนเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
“บ้าแล้ว บ้ากันไปใหญ่แล้ว เ้าสิงโตน้อยเห็นว่าตัวเองมีเสี่ยวหลิงคอยปกป้องก็เลยไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้าแล้วสินะ!”
ที่ผ่านมา เป็เขาที่เป็ผู้ออกคำสั่งมาโดยตลอด ทว่าการปรากฏตัวของหลงหลิงกลับทำให้หลงเหยียนด้อยอำนาจลงในทุกๆ ด้าน ตอนนี้ กระทั่งเ้าสิงโตน้อยก็ยังกำเริบขึ้นทุกวัน คงเป็เพราะเขาไม่ได้สั่งสอนมันนานเกินไปกระมัง
ไม่นานหลงเหยียนก็เดินตามเข้าไปด้านใน ผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานก็คือผู้ปกครองสำนักตงจวิน ถัดลงมาก็คือผู้นำแห่งเรือนเหยากวางเว่ยเวย ส่วนคนที่เหลือก็คือผู้พิทักษ์กับนักรบโลหะทั้งสี่นั่นเอง
หลี่เมิ่งเหยายืนอยู่ที่ด้านหนึ่งของห้องโถง ตงฟางเทียนหนานมองหลี่เมิ่งเหยาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อเห็นว่าหลงเหยียนมาถึง คนทั้งหลายก็หันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ที่พวกเขายังไม่ไปจากที่นี่ก็เพราะหลี่เมิ่งเหยาอยากพบหน้าหลงเหยียนอีกครั้ง นางไม่รู้ว่าหากไปกับตงฟางเทียนหนานแล้ว จะได้เจอกับหลงเหยียนอีกครั้งเมื่อใด
หลงเหยียนมองคนทั้งหลายในห้องโถง เขาทำความเคารพต่อท่านผู้ปกครองสำนักตงจวินกับผู้พิทักษ์ทั้งหลายอย่างนอบน้อม เว่ยเวยเองก็พยักหน้าเบาๆ แทนการทักทายมาให้อย่างเป็มิตร
ตงฟางเทียนหนานมองมาที่หลงเหยียนคล้ายกับตนเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังมองผู้ที่อยู่ต่ำกว่า มุมปากของเขาถูกยกขึ้นเล็กน้อยจนกลายเป็รอยยิ้มบางๆ น่าระคายตาหลงเหยียนเหลือเกิน
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นท่าทีหยิ่งผยองคล้ายไม่เห็นหลงเหยียนอยู่ในสายตาของยอดฝีมือระดับชีพธรณีขั้นแรกหลายคน ซึ่งยืนอยู่ที่เื้ัของตงฟางเทียนหนาน
“ฮึ! เป็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงแท้ๆ กลับเอาชนะผู้นำแห่งสำนักมารได้ เกรงว่าผู้นำแห่งสำนักมารเองก็คงจะฝีมือกระจอกไม่ต่างกัน อย่างไรเสียสำนักมารก็เป็แค่สำนักเล็กๆ ที่ไม่สำคัญอะไรเท่านั้น”
“นั่นน่ะสิ ให้พวกเรามารอเ้าหนุ่มนี่อยู่ที่นี่เนี่ยนะ ไม่ให้เกียรติเ้าหนุ่มนี่เกินไปหน่อยหรือ”
คนหลายคนที่ยืนอยู่เื้ัของตงฟางเทียนหนานพูดวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ โดยที่หลงเหยียนไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่เบี่ยงสายตาไปที่ร่างของหลี่เมิ่งเหยาเท่านั้น
“พี่เมิ่งเหยา ไปที่ตระกูลซวนอู่แล้ว ท่านต้องคิดถึงพวกเราให้มากๆ คิดถึงวันเวลาที่เราเคยใช้ร่วมกันในเรือนเหยากวางบ่อยๆ ล่ะ อย่าลืมว่าที่นี่ยังมีน้องชายคนนี้รอท่านอยู่เสมอ”
หลี่เมิ่งเหยาร่างกายกระตุกวูบ พลันน้ำตาก็รื้นออกมาไม่หยุด “ฮึๆ แม้แต่ในยามที่ต้องแยกจากกัน เ้าก็ยังยอมรับข้าในฐานะของพี่สาวกับน้องชายอยู่ดีสินะ วางใจเถิด ข้าจะทำแน่ ข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกเ้าบ่อยๆ หลงเหยียน ขอบคุณมาก ขอบคุณที่เ้าเข้ามาในชีวิตของข้า...” หลี่เมิ่งเหยาชะงักลงเล็กน้อย นางอยากเข้าไปโอบกอดหลงเหยียนสักครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ห้ามตัวเองเอาไว้ก่อน “หลงเหยียน ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
“พี่เมิ่งเหยา ความจริงคนที่ควรจะขอบคุณคือข้าต่างหาก ท่านได้ยินว่าตระกูลของข้ากำลังถูกสำนักมารสังหารรังแกก็เลยเดินทางไปช่วย เพราะแบบนั้นก็เลยถูกพวกมันจับตัวไป”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างอ้อมค้อมอีกหลายประโยค ก่อนหลงเหยียนจะเดินเข้าไปกอดนางแน่นๆ ต่อหน้าของทุกคนในห้องโถง วินาทีนั้น หลงเหยียนไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใดอีกแล้ว ใน่ที่ผ่านมา หลงเหยียนกับนางใช้เวลาร่วมกันไปมาก เมื่อต้องแยกจากกัน หลงเหยียนจึงรู้สึกเศร้าจนพูดไม่ออกขึ้นมา ทว่าเพราะเสี่ยวหลิงปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว หลงเหยียนจึงจำต้องปล่อยให้หลี่เมิ่งเหยาจากไปอย่างไม่มีทางเลือก
“หลงเหยียน ดูท่าพวกเราคงจะเป็ได้แค่คนผ่านทางในชีวิตของกันและกันสินะ?”
หลงเหยียนพยักหน้าอย่างจนปัญญา เขาปล่อยมือจากนาง ปล่อยมืออย่างไร้ความลังเล
หลี่เมิ่งเหยาเช็ดน้ำตาจนแห้ง จากนั้นจึงหันไปคุกเข่าต่อผู้ปกครองสำนักตงจวิน
“ท่านตงจวิน ท่านเป็ผู้มอบชีวิตแก่ข้า หากไม่ใช่เพราะท่านเก็บข้ากลับมาเลี้ยง ข้าก็คงไม่มีทุกวันนี้ ข้าขอบพระคุณท่านจากใจจริง”
“ผู้นำเว่ย ท่านเป็ผู้ที่เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ เป็คนสอนให้ข้าเติบโต ความจริง ข้ามองว่าท่านเป็เหมือนแม่แท้ๆ มาโดยตลอด ข้าขอขอบคุณท่านจากใจ”
หลี่เมิ่งเหยาลุกขึ้นยืน นางมองไปยังหลงเหยียนด้วยสายตาลึกซึ้งเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกตงฟางเทียนหนานจูงมือเดินออกไปจากตำหนักเหยากวางท่ามกลางสายตาอิจฉาจากคนทั้งหลาย อีกด้านหนึ่งนอกตำหนักเหยากวาง มีรถม้าที่แสนหรูหราจอดรออยู่ อาชาที่ลากรถม้าเป็อาชาัที่มีร่างกายสีดำสนิททั้งตัว สูงถึงสามเมตร ถือเป็ปีศาจอสูรที่มีระดับสูงถึงระดับมายาขั้นที่สี่เป็อย่างน้อยเลยทีเดียว
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ยืนอยู่รอบด้านแทบจะตาถลนออกมาจากเบ้า นี่น่ะหรือคือความมั่งคั่งของศิษย์จากตระกูลชั้นใน ไม่ธรรมดาจริงๆ ตงฟางเทียนหนานดึงหลี่เมิ่งเหยาเข้าไปนั่งบนรถม้าคันเดียวกับตน
“ดูเหมือนคุณชายตงฟางจะชอบหลี่เมิ่งเหยามากจริงๆ ก็ไม่แปลก นางถือเป็สาวงามอันดับหนึ่ง เป็ดั่งเทพธิดาในสายตาของชาวสำนักตงฟางเชียวนะ”
“น่าเสียดายจริงๆ! ได้เข้าไปในตระกูลชั้นในด้วยวิธีเช่นนี้ หวังว่าเมื่อเสร็จพิธีแล้ว นางจะไม่มาเสียใจในภายหลังก็แล้วกัน”
หลงเหยียนได้ยินเสียงซุบซิบที่ด้านนอกอย่างชัดเจน ไม่นานเขาก็เดินไปหยุดอยู่ข้างกายชายที่เป็เ้าของเสียงเสียแล้ว
เขาถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่ชาย เมื่อครู่ท่านพูดเื่อะไรหรือ เสร็จพิธีอะไรกัน หมายความว่าอย่างไร?”
“อะไรกัน? เ้าไม่รู้เื่นี้หรือ? ผู้ที่จะเข้าไปในตระกูลชั้นในด้วยวิธีที่พิเศษเช่นนี้ได้ ก็มีเพียงผู้ที่เป็คู่หมั้นของคนในตระกูลชั้นในเท่านั้น เ้าคิดว่าคุณชายพวกนั้นสามารถพาคนเข้าไปในตระกูลชั้นในได้อย่างตามใจ กี่คนก็ได้หรือไร? เมื่อเป็เช่นนี้ เมื่อเสร็จพิธีหมั้นแล้ว หากเวลาผ่านไปหลายปี นางจะยังได้รับความสำคัญจากคุณชายตงฟางเช่นนี้อีกหรือ สตรีที่ถูกมองว่าเป็ของเล่น ไม่ช้าก็เร็ว อย่างไรสักวันก็ต้องถูกทอดทิ้งอยู่ดี”
“เ้าพูดว่าอย่างไรนะ?” หลงเหยียนง้างหมัดด้วยความเดือดดาล
“ทำไม ข้าพูดผิดหรือ? หรือเ้าคิดจะทำร้ายข้า?”
หลงเหยียนหันไปมองรถม้าของตงฟางเทียนหนานที่กำลังเคลื่อนจากไป เขาพุ่งเข้าไปใกล้ เข้าไปเปิดม่านไข่มุกที่หน้ารถม้าออก
หลงเหยียนมองไปยังหลี่เมิ่งเหยา “พี่เมิ่งเหยา หากมีใครในตระกูลซวนอู่ที่ทำร้ายหรือบังคับให้ท่านทำในสิ่งที่ไม่้า ท่านต้องบอกให้ข้ารู้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งหรือยิ่งใหญ่แค่ไหน ข้าก็จะต่อสู้และทวงความยุติธรรมเพื่อท่านเอง”
หลี่เมิ่งเหยาซาบซึ้งเป็อย่างมาก นางพยักหน้าหนักๆ ตอบกลับไป
ตงฟางเทียนหนานแสยะยิ้มที่มุมปากเบาๆ ทว่าความไม่พอใจกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ
“เอาล่ะๆ หลีกไปได้แล้ว มีข้าคอยปกป้องนางทั้งคน เ้ายังมีอะไรต้องเป็ห่วงอีก?” แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าสีหน้าได้ใจที่แฝงอยู่บนใบหน้าของเขากลับทำให้หลงเหยียนไม่สบายใจเอาเสียเลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ที่หลี่เมิ่งเหยาตัดสินใจไปที่ตระกูลซวนอู่ก็เป็เพราะหลงเหยียน
อาชาัสีดำลากรถม้าออกไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ หลงเหยียนก็ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนทำลงไปเป็สิ่งที่ถูกหรือผิดกันแน่
“บางทีอาจเป็เพราะนางมีร่างกายที่พิเศษไปจากคนอื่นก็ได้ ไม่แน่ ตระกูลซวนอู่อาจใส่ใจเื่การพัฒนาพลังของนางเป็พิเศษก็ได้”
ท่ามกลางฝูงชน หลิงเทียนอวี่เกือบจะอดใจไม่ไหว เตรียมจะพุ่งออกไปบอกลากับหลี่เมิ่งเหยาตั้งหลายครั้ง ทว่าสุดท้ายเขาก็ฝืนตัวเองเอาไว้ ได้แต่เจ็บแปลบที่หัวใจคล้ายกับถูกมีดกรีดเฉือนเท่านั้น
“พี่เมิ่งเหยา หรือว่าท่านจะแยกจากพวกเราไปแบบนี้แล้วจริงๆ ต่อไปพวกเรายังจะมีโอกาสได้พบหน้ากันอีกไหม?”
--------------------
