“ฝ่าา นี่เป็นกอินทรีั์ที่ใช้สำหรับสอดแนมและส่งข่าวทางไกล มันเรียกว่า อินทรีเสียงกระซิบแห่งสายลม มันมีเฉลียวฉลาดมาก กองทัพหลายๆ อาณาจักรและราชอาณาจักรต่างเลี้ยงให้เชื่องไว้ใช้งาน แต่สัตว์เลี้ยงตัวนี้มีนิสัยเสียงอยู่สองอย่าง มันค่อนข้างโหดร้ายและรักการต่อสู้ ดังนั้นมันจึงโจมตีนกั์ของฝ่าา...” หลังจากสังเกตสภาพศพของนกอินทรีั์สีขาวแล้ว ไม่ช้าผู้เฒ่าโซล่าก็ได้ข้อสรุป
นกั์ของฝ่าา...
ซุนเฟยถูกคำว่า ‘นกั์’ สองคำนี้ ทำเอาเหงื่อตกนิดหน่อย1 มันง่ายมากเลยที่จะทำให้เขาหวนนึกไปถึงตำแหน่งบางอย่างที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร
โซล่าถูกลักพาตัวมาเป็ทาสที่เมืองแบล็กสโตนั้แ่ยังหนุ่มๆ เขาต้องใช้ชีวิตในฐานะทาสที่ขุมนรกแห่งนี้มาเป็เวลาสิบกว่าปี จนมาถึงวันนี้ ในที่สุดปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ความรู้และประสบการณ์ของโซล่าเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป เขาเหมือนสารานุกรมเดินได้ที่ถูกเคี่ยวกรำด้วยเืและรอยาแ ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดไม่มีทางผิดอย่างแน่นอน
“นกอินทรีั์ที่กองทัพใช้ส่งข่าวทางไกล?” ซุนเฟยลูบคางของตัวเอง ไม่ช้าก็นึกหาเหตุผลที่เหมาะสมมาได้ข้อหนึ่ง “น่าจะเป็สัตว์เลี้ยงของเมืองแบล็กสโตนแน่ๆ เลย ไม่อย่างนั้นมันจะดุร้ายขนาดนี้หรือ? ฮ่าๆๆ ดูๆ ไปแล้วมันก็น่าอร่อยอยู่นะ เอามันไปย่างดีกว่า”
ไม่ช้า อินทรีเสียงกระซิบแห่งสายลมตัวนี้ก็ถูกาาแห่งเมืองแซมบอร์ดจับถอนขนจนเกลี้ยง ก่อนจะนำไปเสียบไม้แล้วย่างมัน จนกระทั่งหนังของมันกลายเป็สีเหลืองทองน่าอร่อย กลิ่นหอมๆ เย้ายวนกระเพาะก็ลอยออกไปเตะจมูกของพัศดีโอเลเกร์และ 'สองอสูรกาย' ที่นั่งมองตาค้างน้ำลายยืดอยู่ไม่ไกล...
ไม่ถึงสิบนาที บนพื้นก็เต็มไปด้วยกองกระดูกชิ้นเล็ก
ในที่สุดความมืดก็ได้เข้าปกคลุมป้อมปราการแบล็กสโตน
แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลงมาบนพื้นโลก บางทีอาจจะเป็เพราะว่าเมื่อ่เช้าเกิดานองเืขึ้น ทำให้แสงจันทร์มีสีเืจางๆ
บนลานจัตุรัสสีเืมีเต็นท์หลายขนาดตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด บางส่วนของป้อมปราการขนาดเล็กที่เสียหายก็มีการทำความสะอาดด้วย พวกเขาจุดกองไฟขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความอบอุ่น และปูหญ้าแห้งไว้บนพื้นสำหรับเอนกายพักผ่อน นี่เป็ครั้งแรกสำหรับเหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดที่ได้นอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม พวกเขาค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความรู้สึกปลอดภัย
ซุนเฟยยกเต็นท์าาของตัวเองให้เหล่าทาสบางส่วนที่ได้รับาเ็หนักและต้องได้รับการดูแลอย่างดี ให้เข้าไปพักผ่อนในเต็นท์ของเขา นี่เป็วิธีรวมจิตใจของผู้คนและมันมีบทบาทสำคัญมากในตอนนี้ นี่เป็อีกครั้งที่เขาได้รับความเคารพและความรู้สึกขอบคุณจากเหล่าประชาชน
ในตอนกลางดึก ซุนเฟยนั่งไขว้ขาอยู่บนยอดหอคอยที่สูงที่สุดบนป้อมปราการแบล็กสโตน ทำให้มองเห็นได้ทุกสารทิศ
แสงจันทร์สาดส่องลงมา เคลือบร่างของเขาให้กลายเป็สีเงินขาว ทำให้ราวกับพระเ้าก็ไม่ปาน
เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์รอบๆ พลางหวนนึกไปถึงส่วนได้ส่วนเสียของาในวันนี้ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' เพื่อวางกับดักเวทมนตร์รอบๆ ค่าย ก่อนจะเริ่มนั่งสมาธิเชื่อมต่อเส้นทางการไหลเวียนชี่แท้ของมือสังหารอีกครั้ง เพื่อบุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังและทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขม้วนคัมภีร์คลื่นพลัง
จนถึงตอนนี้ นอกจากคัมภีร์คลื่นพลังที่เลียนแบบท่าไม้ตายของเหล่าอัศวินโกลด์เซนต์อย่างหมัดสายฟ้า คลื่นยมโลกเซกิชิกิและเกรทฮอร์นแล้ว ซุนเฟยก็ยังค้นพบเส้นทางคลื่นพลังใหม่ๆ ที่มีพลังอำนาจไม่เหมือนกันอีก สองสามเส้นทาง ตอนนี้เหลือแค่นำมาทดสอบกับตัวเองเพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดบางจุดเท่านั้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังกึกก้องไปทั่วเทือกเขาอาทิตย์
ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว ซุนเฟยลืมตาขึ้น
ในที่สุดเขาก็ได้ทำการปรับปรุงแก้ไขคัมภีร์คลื่นพลังระดับสามดาวทั้งสองเล่มจนเสร็จสมบูรณ์
เมื่อลองคำนวณเวลาดูแล้ว ก็พบว่ายังพอมีเวลาเข้าไปอัพเลเวลในโลก Diablo ซุนเฟยไม่ลังเลที่จะเปิดใช้งานประตูมิติ
วิ้งๆๆ!
ประตูมิติสีฟ้าครามพลันปรากฏออกมาอยู่ข้างกายเขา ซุนเฟยก้าวเข้าไปในนั้น!
ครั้งนี้เขาเลือก 'โหมดคนเถื่อน' สำหรับซุนเฟยแล้ว ตัวละครคนเถื่อนเป็อาชีพหลักของเขาก็ว่าได้ และเป็ตัวละครที่มีเลเวลสูงที่สุด ตอนนี้เลเวลตัวละครคนเถื่อนอยู่ที่เลเวล 36 หลังจากพยายามทำเควสมาอย่างหนักหน่วงตลอดหลายวัน ในที่สุดเควสทั้งหกของแผนที่ 'ลุกค์ โกลไลน์' ก็เหลือเพียงแค่เควสสุดท้าย นั่นก็คือสังหาร 'าาแห่งความเ็ป' ดูเรียลที่สุสานทัลแรช
ทันทีที่กลับมายัง 'ค่ายโร้ก' ซุนเฟยก็ไปหาแม่ชีอาคาร่าก่อนเพื่อเรียนรู้การสร้างม้วนคัมภีร์และการปรุงน้ำยาวิเศษ จากนั้นก็อัญเชิญทหารรับจ้างสาวเอเลน่าที่อยู่ในเมืองแซมบอร์ดกลับมาเพื่อฟังการรายงานสถานการณ์ภายในเมือง เมื่อได้ยินว่าบ้านเมืองปกติสุขและการทำงานเป็ไปได้อย่างราบรื่นภายใต้การดูแลจัดการของอัครเสนาบดีเบสท์และผู้บัญชาการบรู๊ค ซุนเฟยก็พลันโล่งใจเป็อย่างมาก ก่อนที่ทั้งสองคนจะไปหาวอร์ริฟเพื่อไปยัง 'ลุกค์ โกลไลน์' และต้องเดินผ่านแคนยอนออฟเดอะเมไจเพื่อเข้าสู่สุสานทัลแรช ระหว่างทางก็สังหารเหล่ามอนสเตอร์และปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน ในที่สุดก็มาถึงหน้าแท่นบูชาขนาดใหญ่
้าแท่นบูชาแกะสลักด้วยคำจารึกลึกลับมากมาย คำจารึกพวกนี้ดูโบราณและเก่าแก่มาก มีกลิ่นอายดูขรึมขลัง จารึกทั้งหมดกำลังเรืองแสงสีแดงกระพริบวิบวับไม่หยุด บางครั้งก็จะมีเสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังออกมาจากในแท่นบูชา ราวกับว่าพวกมันถูกพันธนาการด้วยพลังอะไรบางอย่างที่น่าเกรงขามเอาไว้ พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวราวกับทะเลคลั่งพรั่งพรูออกมาเต็มห้องโถงของสุสาน
ซุนเฟยก้าวขึ้นไปบนแท่นบูชา แท่นบูชานี้สูงประมาณยี่สิบกว่าเมตร ้าสุดมีก้อนหินสีฟ้าอยู่ก้อนหนึ่ง ในก้อนหินนี้มีรูกลวงๆ ที่มีลักษณะเป็รูปวงกลมและมีขนาดใหญ่เท่าข้อมือ ซุนเฟยหยิบฮอราดริกออกมาจากเข็มขัดมิติแล้วเสียบมันเข้าไปในรูกลวงๆ นั่น
ตูม!
ทั้งสุสานก็พลันสั่นะเื ก้อนหินขนาดใหญ่เหนือหัวสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะร่วงลงมาบนพื้น ราวกับว่าสุสานกำลังจะถล่มลงมา กำแพงหินโบรานด้านหน้ามีเสียงร้องะเืดังกึกก้อง เหมือนมีปีศาจที่น่ากลัวบางอย่างอยู่ด้านหลังกำแพงหินนั้นและกำลังพุ่งชนกำแพงหินอยู่ ไม่ช้ากำแพงก็แตก แลtปรากฏทางเข้าที่สูงกว่าสองเมตรขึ้นมา
กระบวนการนี้ซุนเฟยเคยเห็นมาแล้วหลายครั้งในตอนที่เล่นเกม เรียกได้ว่าคุ้นเคยกันสุดๆ ดังนั้นเขาจึงสามารถรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้ แม้กระทั่งขยิบตาส่งไปให้เอเลน่าที่กำลังตึงเครียดให้หลุดยิ้มออกมา
เมื่อทางเข้าปรากฏออกมาแล้ว ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปด้านในทันทีเพื่อสังหารบอสตัวสุดท้าย 'าาแห่งความเ็ป' ดูเรียลจะมีลักษณะเหมือนแมลงและมีขนาดใหญ่มาก หลังจากเคลียร์เควสทั้งหมดในแผนที่ 'ลุกค์ โกลไลน์' เสร็จสิ้น ซุนเฟยก็สามารถเข้าไปยังแผนที่ที่สาม 'ท่าเรือคูแรสท์'
ในเกมโลกเก่า ดูเรียลสังหารได้ยากมาก รู้จักกันในชื่อว่านักฆ่ามือใหม่ พลังการโจมตีทางกายภาพของมันแข็งแกร่งมาก และยังมีทักษะธาตุน้ำแข็งอีกด้วย หากเผลอเมื่อไรอาจถูกแช่แข็งหรือไม่ก็อาจทำให้รู้สึกมึนงง หากทะเล่อทะล่าวิ่งเข้าไปโดยไม่ทันระวังก็จะถูกร่างหนอนแมลงตัวอวบอ้วนขนาดใหญ่ใช้ขาหน้าอันแหลมคมของมันฟันมาที่ร่างทันทีที่ก้าวเข้ามา โดยไม่มีโอกาสได้สวนกลับ ไม่ช้าก็จะกลายเป็ศพ
แต่ซุนเฟยก็ได้เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ก่อนที่จะมา เขาได้เตรียมแผ่นเกราะที่มีพลังป้องกันสูง และยังสวมไอเทมเวทมนตร์ที่เพิ่มความว่องไวและต้านทานความเ็ปบนร่างสองสามชิ้น เอเลน่าก็เช่นกัน ซุนเฟยปิดตาลงนึกถึงรายละเอียดสำคัญต่างๆ จากนั้นก็ลืมตาขึ้นและหันไปพยักหน้าให้เอเลน่า พลางพูดเตือนว่า “ระวังตัวด้วยนะ” ซุนเฟยก้าวเท้าเข้าไปด้านในเป็คนแรก
ฉากด้านหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปทันที
มีเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยออกมาจากเงามืด
หลังจากที่ซุนเฟยเดินเข้าไป เื่แรกที่เขาทำไม่ใช่การพุ่งเข้าไปหา 'าาแห่งความเ็ป' ดูเรียล แต่เป็การใช้ 'ม้วนคัมภีร์กลับเมือง' เพื่อเปิดประตูมิติกลับไปที่ 'ลุกค์ โกลไลน์' เขาไม่รู้ว่าถ้าเขาตายไปจะฟื้นคืนชีพได้ไหม แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ก่อน เผื่อมีกรณีฉุกเฉินขึ้นมาเอเลน่าจะได้มีโอกาสหนี
แสงสว่างเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนที่ร่างของเอเลน่าจะก้าวเข้ามา
“โฮก...เ้าพวกมนุษย์โง่เขลา คงไม่ใช่ว่าเ้ากำลังมองหาบาอัลอยู่หรอกนะ?”
กลิ่นเหม็นๆ ลอยเข้ามาพร้อมเสียงะโดังกึกก้อง
เมื่อหันไปดูก็พบว่าร่างของมันสูงมากกว่ายี่สิบเมตร ข้อต่อส่วนปลายที่แหลมคมของแมลงปรากฏขึ้นมาในสายตาของซุนเฟย ลำตัวของมันเป็สีแดงเข้ม ร่างของมันปกคลุมไปด้วยเมือกเหนียวๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก บนหัวของมันมีกระดูกแหลมคมสีขาวหิมะงอกออกมา ตามไหล่และท้องของมันก็มี ทำให้ซุนเฟยนึกถึงราชินีของเผ่าแมลงในภาพยนตร์เื่ 'าหมื่นขา ล่าล้างจักรวาล' ขึ้นมา แม้ว่ามันจะตัวใหญ่ แต่ซุนเฟยกลับรู้สึกตลกกับรูปร่างของมันอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ซุนเฟยถึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
เขาผิวปากเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “เปล่า ข้ามาหาเ้าต่างหาก ไอ้แมลงปัญญาอ่อน!”
เมื่อโดนดูถูกต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ดูเรียลก็พลันโมโห มันเปิดฉากโจมตีซุนเฟยก่อน ทว่าวันนี้คงไม่ใช่วันของมัน เพราะไม่ถึงสิบนาที มันก็ต้องกรีดร้องโหยหวนพลางกระอักเมือกเหนียวๆ ออกมาแล้วร่วงลงพื้น ก่อนจะมีไอเทมมหาศาลปรากฏขึ้นมา
“เอ๋...ทำไมตายไวจัง?” ซุนเฟยแทบไม่อยากจะเชื่อ เ้าแมลงนี่ช่างทำตัวไม่สมกับตำแหน่งบอสเลย ซุนเฟยฟันมันไปไม่กี่ทีก็ตายเสียแล้ว ทำไมอ่อนแอแบบนี้นะ?
“หรือจะเป็เพราะดาบเล่มนี้?”
ซุนเฟยมองดาบั์สีดำในมือด้วยความทึ่ง
เพราะจากความจำในโลกเก่า เขารู้ดีว่า 'าาแห่งความเ็ป' ดูเรียลมีความสามารถในการต้านทานเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็ธาตุไฟ สายฟ้า น้ำแข็งและพิษ หาก้าเอาชนะมันให้ได้ก็ต้องโจมตีทางกายภาพเพียงอย่างเดียว ดังนั้นซุนเฟยจึงเลือกดาบั์สีดำที่สูงกว่าสองเมตรและสร้างขึ้นมาจาก ‘โครงกระดูกปีศาจ’ ออกมาใช้ หลังจากที่ดาบเล่มนี้ถูกนำเข้ามาในโลก Diablo มันก็สูญเสียคุณสมบัติเวทมนตร์ทั้งหมดไป ในโลก Diablo มันถูกจัดเป็ไอเทมระดับ 3 'ไอเทมระดับสูง' แต่ระดับความคมและความเสียหายทางกายภาพ ดาบเล่มนี้ยังเหนือกว่าไอเทมระดับ 4 'ไอเทมเวทมนตร์' บางชนิดซะอีก ในตอนนั้น หลังจากที่ซุนเฟยพิจารณาถึงความแข็งแกร่งในการต้านทานเวทมนตร์ของดูเรียลแล้ว เขาจึงตัดสินใจจะลองใช้ดาบเล่มนี้ดู แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะให้ผลดีแบบนี้
ตอนที่จัดการกับพวกมอนสเตอร์ธรรมดาๆ ก็นึกว่าดาบเล่มนี้จะมีดีแค่ความคมซะอีก คิดไม่ถึงว่าพอเอามาใช้กับพวกบอสก็สามารถฟันพวกมันได้ง่ายๆ เหมือนหั่นผักแบบนี้
ซุนเฟยชื่นชมดาบในมืออีกสักพักก่อนจะเริ่มหันมาเก็บไอเทมที่ตกอยู่บนพื้น
ไม่ช้าเขาก็ต้องชะงัก
นี่เป็เพราะเขาดีใจ
“ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม? นี่...นี่มันชิ้นส่วนชุดเกราะสีเขียว ไอเทมระดับ 7 ตั้งสองชิ้นเชียว?” ซุนเฟยแทบไม่อยากจะเชื่อภาพตรงหน้า แสงสว่างสีเขียวเปล่งประกายอยู่ข้างศพของดูเรียล
ด้วยความรู้จากโลกเก่าของซุนเฟย ทำให้เขารู้ดีว่า มันไม่ควรจะเป็แบบนี้ ด้วยระดับมอนสเตอร์ในแผนที่ 'ลุกค์ โกลไลน์' อย่างดูเรียลไม่น่าจะให้ไอเทมระดับนี้กับเขาได้ แถมยังมีตั้งสองชิ้นอีก แม้จะรู้สึกลังเลใจ แต่ซุนเฟยก็ตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น เขาพุ่งเข้าไปหยิบมันขึ้นมาประหนึ่งสุนัขกำลังวิ่งไปแย่งอาหารกัน ซุนเฟยลูบมันอย่างทะนุถนอม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ
-------------------
1 ไทยจะเปรียบเปรยว่างูั์ แต่จีนจะเปรียบเปรยว่านกั์
