ทั้งสี่คนมัวแต่ให้ความสนใจสตรีที่พวกเขาตามหา จนลืมหัวหน้าสาวใช้นางนั้นที่ยืนใและงุนงง ว่าคนแปลกหน้าเหล่านี้คือผู้ใด ไหนจะเรียกสาวใช้คนนั้นว่าองค์หญิงอีก นางจึงตะคอกถามแขกที่ไม่รู้จักเสียงดัง แต่สิ่งที่ตอบนางกลับมาคือฝ่ามือหนาของเจียงหยวน ที่กระทบกับใบหน้าของนางจนฟันร่วงทันทีถึงสองซี่
“พวกเ้าเป็ใครเหตุใดถึงกล้าบุกจวนผู้อื่นแต่เช้าเช่นนี้!!”
“หืม ฉาด!! ฉาด!! โอ๊ยย!!”
“ถุ้ย!! กรี๊ดด ฟันของข้า”
“หมับ!! เ้ากล้ามากที่โบยนางาเ็ถึงเพียงนี้ แค่โดนข้าตบหน้าไปสองครั้งจะชดเชยได้อย่างไร บังอาจทำร้ายร่างกายองค์หญิงมีโทษปะาสถานเดียว”
“อะ อะ องค์หญิงที่ใดกัน ที่นี่ไม่คนที่ท่านพูดถึงนางใบ้เป็สาวใช้ ที่หลานสาวของนายท่านส่งมาให้ต่างหาก”
“ข้าไม่จำเป็ต้องอธิบายกับสาวใช้เช่นเ้า จงรับโทษก่อนผู้ใดก็แล้วกัน”
“หยะ ฉึก! อ่ะ ตุบ”
“กรี๊ดดด!!”
“พวกเ้าหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรีบไปจากที่นี่ซะ ข้าคืนอิสระให้จงกลับไปหาครอบครัวของพวกเ้าเถิด” เจียงหยวนหันมาพูดกับสาวใช้ที่เหลือ หลังจากลงโทษหัวหน้าสาวใช้ไปแล้ว
“ขอบคุณคุณชาย ๆ”
อวี้จิ่นที่เพิ่งจะขอดูาแนางนึกขึ้นได้ว่า องค์หญิงใหญ่ถูกหมอคนหนึ่งฝังเข็มให้กลายเป็ใบ้ นางจึง้าตัวหมอผู้นั้นมารับโทษด้วยเช่นกัน
“พี่ชายฟู่เ้าคะข้า้าตัวหมอผู้นั้น ที่ทำการฝังเข็มให้องค์หญิงกลายเป็ใบ้เ้าค่ะ”
“ได้ พี่จะจัดการนำตัวมาให้เ้าเดี๋ยวนี้” ฟู่หลงเหยียนรับปากอวี้จิ่นก็หันหลังเดินออกไป
องค์หญิงจ้องมองคนที่มาช่วยตนเองด้วยความซาบซึ้ง โดยเฉพาะเจียงหยวนที่ยืนอารักขาอยู่ใกล้ ๆ นอกจากนี้ยังพยายามถามกับอวี้จิ่น เพียงแค่เห็นดวงตาที่มีคำถามจึงต้องมีคำตอบ
“องค์หญิงกินยาของหม่อมฉันก่อนนะเพคะ มันจะช่วยให้อาการาเ็ดีขึ้นกว่าตอนนี้มาก หม่อมฉันทราบเพคะว่าพระองค์อยากทราบ ว่าพวกหม่อมฉันมาที่นี่ได้อย่างไรใช่หรือไม่เพคะ”
“อือ ๆ ๆ”
“รอให้จัดการเื่ที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลล่ายเสร็จ และหม่อมฉันรักษาแผลที่หลัง รวมถึงช่วยให้พระองค์กลับมาพูดได้ หม่อมฉันจะเล่าั้แ่ต้นจนจบให้ฟังนะเพคะ” อวี้จิ่นยังไม่อยากให้องค์หญิงใหญ่ต้องเสียพระทัยในตอนนี้ มิเช่นนั้นจะส่งผลต่อการรักษาอาการาเ็ได้
“จิ่นเอ๋อร์พี่ใหญ่ว่า พาองค์หญิงเสด็จไปที่เรือนหน้าเถิด และให้เฟยอินนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาผลัดเปลี่ยนแทนชุดเดิม ป่านนี้คงจับตัวคนตระกูลล่ายได้ทั้งหมดแล้วล่ะ” เจียงหยวนมองพระพักตร์ของสตรีสูงศักดิ์ที่เขาเคยเห็น เต็มไปด้วยาแยิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
“ดีเหมือนกันเ้าค่ะ แต่ข้าคิดว่าองค์หญิงคงเดินไม่ไหวนะเ้าคะพี่ใหญ่ จากลานซักล้างนี่กว่าจะถึงเรือนใหญ่ พี่ใหญ่ท่านให้องค์หญิงขี่หลังของท่านแทนได้ไหมเ้าคะ หากอุ้มข้าเกรงว่าจะทำให้เจ็บแผลที่หลังมากกว่าเดิมได้เ้าค่ะ” อวี้จิ่นเห็นด้วยกับผู้เป็พี่ชาย และยังขอความช่วยเหลือที่กำลังจะทำให้ทั้งสองคน เริ่มผูกด้ายแดงอย่างไม่รู้ตัว
“ได้สิ องค์หญิงเชิญเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนยิ่งกว่าเต็มใจกับการช่วยเหลือครั้งนี้
เมื่อร่างองค์หญิงใหญ่อยู่บนหลังของตน เจียงหยวนพยายามอย่างมากที่จะไม่เดินเร็วเกินไป และคนบนหลังของเขาก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจนี้ ภายหลังทั้งสี่คนมาถึงเรือนใหญ่ เห็นเ้าของจวนพร้อมบุตรหลาน พวกเขาถูกคนของจวนแม่ทัพใหญ่ จับตัวมาแต่ยังไม่วายต่อว่าไม่หยุด
“ใครเป็คนส่งพวกเ้ามาทำร้ายพวกข้าเช่นนี้ ตระกูลล่ายไม่เคยคิดทำร้ายผู้ใด” ล่ายชงอวี้นายท่านของจวนะโถามกับเฉินอู่
“หึ พวกเ้าคงเป็สุนัขรับใช้ของพวกขุนนางกระมัง ถึงได้กล้าใช้อำนาจกับชาวบ้านอย่างพวกเราได้” เปียวฮูหยินที่คุกเข่าจนเจ็บไปหมด ก็ทนไม่ไหวจึงต่อว่าพวกเฉินอู่เช่นกัน
“หุบปากของพวกเ้าเดี๋ยวนี้!! หากยังมีใครกล้าเอ่ยปากโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้าจะสั่งลงโทษด้วยการตบปากหนึ่งร้อยครั้ง”
เจียงหยวนทนสองสามีภรรยาพูดจาเช่นนั้นไม่ไหว เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ จึงตะคอกด้วยเสียงที่ดัง ทำเอาคนที่ตนแบกอยู่บนหลังถึงกับสะดุ้งไปด้วย
“พรึ่บ! ถวายบังคมองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!!” เฉินอู่และคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าบนหลังของเจียงหยวนมีผู้ใดอยู่ พวกเขาพร้อมใจกันโค้งคำนับทันที
“พวกเ้าตามสบายเถิด ตอนนี้องค์หญิงาเ็อยู่ ไม่สามารถพูดอะไรตอบกลับออกมาได้” เจียงหยวนเป็ผู้เอ่ยอนุญาตแทน
“ทราบแล้วขอรับคุณชายเจียง”
“คุณชายขอรับคนพวกนี้คือญาติของอนุเซี่ย พวกบ่าวนำตัวออกมาครบทุกคนแล้วขอรับ”
ล่ายชงอวี้และคนในครอบครัวได้ยินเต็มสองหู ที่กลุ่มคนตรงหน้าทำความเคารพสตรีใบ้ผู้นั้น และยังเรียกนางว่าองค์หญิงใหญ่ ท่ามกลางความตกตะลึง ฟู่หลงเหยียนก็นำตัวท่านหมอที่อวี้จิ่น้าตัว เข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน
“นะ นะ นางคือองค์หญิงใหญ่เช่นนั้นรึ!”
“ตุบ! โอ๊ย!”
“จิ่นเอ๋อร์คนที่เ้า้าพี่นำตัวมาให้แล้ว”
“นะ นะ นายท่านนี่มันเื่อันใดกัน คนพวกนี้เป็ใครหรือขอรับ” ตานชงหมอประจำตระกูลถามกับผู้เป็นาย
“ถ้าอยากรู้ข้าจะบอกพวกเ้าเอง บุรุษในชุดสีน้ำตาลเข้มคือรองแม่ทัพเจียง ส่วนผู้ที่สวมชุดสีดำคือใต้เท้าฟู่หัวหน้าสำนักตรวจสอบ สตรีในชุดสีฟ้านั่นเป็บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่เจียง และคนที่พวกเ้าช่วยกันทรมานมานานถึงสองปี ก็คือองค์หญิงใหญ่จ้าวเจียเฟย พระธิดาของฮ่องเต้กับซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟย หึ จงรู้ตัวไว้เถิดว่าในตอนนี้เงาหัวของพวกเ้ามันหายไปแล้ว” หลี่อี้ยืนเชิดหน้าบอกกล่าวให้ตระกูลล่ายได้รู้ ว่าผู้ที่มาทั้งหมดคือใครยิ่งไปกว่านั้น สตรีที่พวกเขาทรมานนางมานานเป็ถึงพระธิดาของฮ่องเต้
“อะไรนะ!! องค์หญิงใหญ่งั้นหรือ?”
“เป็ไปไม่ได้ข้าไม่เชื่อ!! นางเป็สาวใช้ที่ท่านน้าส่งมาจากเมืองหลวง นางจะกลายเป็องค์หญิงไปได้อย่างไร ไม่มีทาง!!” ล่ายอิงหลิวส่งเสียงคัดค้าน นางไม่เชื่อว่าสาวใช้คนนี้ จู่ ๆ จะกลายเป็องค์หญิงใหญ่ไปได้
“หลี่อี้! ตบปากนางหนึ่งร้อยครั้ง” เจียงหยวนไม่ยอมให้ใครมากล่าววาจา ล่วงเกินสตรีบนหลังของตนได้
“ขอรับคุณชาย”
“หมับ!! ฉาด! โอ้ย ฉาด! อ๊ะ ฉาด! ฯลฯ ผลัก ตุบ”
“น้าตงลู่รบกวนนำตัวท่านหมอมาพบข้าหน่อยเ้าค่ะ ข้ามีรางวัลจะมอบให้สำหรับความเก่งกาจของเขาเล็กน้อย” ถึงเวลาให้อวี้จิ่นลงโทษคนเป็หมอรักษาคนบ้าง
“ขอรับคุณหนู”
“หยะ อย่าทำอะไรข้าเลยขอรับ ข้าแค่ทำตามคำสั่งของนายท่านเท่านั้น” ตานชงท่านหมอวัยกลางคนเริ่มหวาดกลัวความตาย
“ข้าไม่้าฟังคำแก้ตัวใด ๆ พี่เฟยอินคนเป็หมอทำสิ่งใดควรได้รับสิ่งนั้น รบกวนช่วยจัดการแทนข้าทีเ้าค่ะ” อวี้จิ่นยื่นขวดยาใบหนึ่งให้เฟยอินอย่างรวดเร็ว
“เ้าค่ะคุณหนู”
ตงลู่ยังคงจับตัวตานชงเอาไว้อย่างแ่า เฟยอินเดินเข้ามาใกล้นางเปิดฝาที่ปิดขวดยาออก ก่อนจะบีบปากของตานชงแล้วกรอกยาลงไปจนหมด และปิดปากเขาเอาไว้จนกว่าจะกลืนยาลงท้อง
“อึก อึก แค่ก ๆ ๆ จะ จะ เ้าเอายาอันใดมาให้ข้ากิน”
“ก็แค่ยาที่จะทำให้เ้าเป็ใบ้ไปตลอดชีวิต ไม่มียารักษาแม้แต่การฝังเข็มก็ไร้ความหมาย” อวี้จิ่นนั่งตอบคำถามของตานชงนิ่ง
“เ้า ๆ ช่างอำมหิตยิ่งนะ อะ อะ” ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจตานชงก็กลายเป็คนใบ้ทันตาเห็น
“เหอะ ทีตนไม่ว่าทีข้าล่ะโวยวายว่าอำมหิต พี่ใหญ่ พี่ชายฟู่เ้าคะรบกวนพวกท่านเตรียมรถม้า ที่มีเบาะหนาสักหน่อยสำหรับองค์หญิง ส่วนคนพวกนี้หารถม้าคันใหญ่ให้นั่งด้วยกันก็พอ ข้า้าออกเดินทางในยามเว่ยทันที เมื่อทุกอย่างพร้อมเ้าค่ะ” อวี้จิ่นไม่้ารั้งอยู่ที่นี่อีก เื่การรักษาบนรถม้านางก็รักษาได้
“อืม รบกวนจิ่นเอ๋อร์ดูแลองค์หญิงด้วยนะ เื่อื่น ๆ ปล่อยเป็หน้าที่ของพวกพี่เอง” ฟู่หลงเหยียนชิงตอบอวี้จิ่นก่อนสหายอีกครั้ง
ฟู่หลงเหยียนและเจียงหยวนสั่งการคนของตน เริ่มลงมือตามที่อวี้จิ่น้าอย่างรวดเร็ว หากเป็ผู้อื่น้าเช่นนี้ทั้งสองย่อมปฏิเสธ แต่นี่คือแม่หมอเทวดาผู้มียาวิเศษเชียวนะ คาดว่าอาการาเ็ขององค์หญิงใหญ่ ย่อมหายดีก่อนถึงเมืองหลวงอย่างแน่นอน
อวี้จิ่นกับเฟยอินช่วยกันประคององค์หญิงใหญ่ เข้ามาด้านในห้องที่มิดชิดก็ลงมือเช็ดตัวให้คนเจ็บทันที และไม่ลืมส่งกระแสจิตถึงเฉินหนง เพื่อขอให้ส่งยาคลายจุดฝังเข็มและยารักษาแผลเป็ นางยังขอเป็ยาที่ทาแล้วหายภายในสามวันอีกด้วย
ในใจของจ้าวเจียเฟยที่อยากร้องด้วยความเจ็บ ซึ่งเป็ไปไม่ได้ในเมื่อยามนี้ตนเองกลายเป็คนใบ้ ได้แต่นอนน้ำตาไหลอย่างเงียบ ๆ ด้วยคิดว่าชาตินี้คงไม่สามารถเปล่งวาจาได้อีก ดั่ง์มาโปรดเมื่อมีเสียงอันไพเราะ พูดอย่างมั่นใจว่าสามารถช่วยให้กลับมาพูดได้ นอกจากนี้แผลเป็บนใบหน้าที่งดงาม รวมถึงแผลบนหลังอันน่ากลัวก็หายได้ด้วยยาของคนพูด
“องค์หญิงเพคะ อย่าได้หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตเลยนะเพคะ หม่อมฉันเจียงอวี้จิ่นไม่ปล่อยให้องค์หญิงผู้งดงาม ต้องกลายเป็คนใบ้หรือมีรอยแผลเป็เหล่านี้แน่นอนเพคะ”
“ใช่แล้วเพคะองค์หญิง โปรดเชื่อใจคุณหนูเจียงเถิด เพราะยาที่คุณหนูปรุงออกมาล้วนเป็ยาวิเศษทั้งสิ้น หม่อมฉันเชื่อว่าอีกไม่กี่ชั่วยามต่อจากนี้ พระองค์จะกลับมาฝึกพูดได้อีกครั้ง และภายในเจ็ดวันทั้งรอยแผลเป็รวมถึงอาการาเ็ จะหายไปจากพระวรกายของพระองค์ด้วยเพคะ” เฟยอินช่วยรับรอง เกี่ยวกับเื่ยารักษาของอวี้จิ่นอีกเสียง
“อะ อะ อะ”
“เอาล่ะเพคะ หม่อมฉันจะเริ่มทายาที่หลังให้พระองค์แล้ว ทรงอดทนอีกสักนิดนะเพคะแล้วความเ็ปจะค่อย ๆ ดีขึ้น ยามขยับพระวรกายอาจรู้สึกได้ว่าทรงเจ็บน้อยลงเพคะ”
อวี้จิ่นได้รับการพยักพระพักตร์เบา ๆ เป็การอนุญาต จึงเริ่มลงมือทายา นางให้เฟยอินช่วยอีกแรงจะได้ทายาอย่างทั่วถึง เนื่องจากเป็ยาที่มีสรรพคุณชั้นดีมากของเฉินหนง ทำให้รอยแผลที่ถูกทายามีอาการแสบเล็กน้อย เมื่ออาการนี้หายไปรอยแผลก็เริ่มเลือนลงไป เฟยอินที่ได้เห็นเต็มตาเป็ครั้งแรกยังต้องกลั้นหายใจ นางไม่สามารถหยุดมือที่ช่วยอวี้จิ่นทายาได้
“...!!!...”
องค์หญิงใหญ่ที่ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ถึงกับหันไปมองอวี้จิ่นที่ส่งยิ้มอันอบอุ่นมาให้
“เป็อย่างที่หม่อมฉันพูดไว้ใช่ไหมเพคะ ต่อไปก็เป็รอยแผลบนพระพักตร์แล้ว”
“ทรงจับมือหม่อมฉันไว้นะเพคะ เผื่อจะช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บไปได้บ้าง” เฟยอินยื่นมือของตนออกไป
“หมับ!! อื้อ”
อาการแสบที่แผลยังคงคล้ายกันแต่น้อยกว่ามาก เพราะเป็แผลที่แห้งสนิทแล้วนั่นเอง ฉะนั้นผลลัพท์ที่ได้จึงดีกว่าแผ่นหลังมาก คราวนี้เฟยอินเก็บอาการไว้ไม่ไหว้อีกต่อไป เมื่อองค์หญิงปล่อยมือของตนจึงรีบหากระจกทันที แม้แต่ดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟยไม่คิดจะเชื่อเช่นกัน
“อะ องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันรู้สึกดีใจจึงเสียมารยาท แต่ทรงมองในกระจกสิเพคะองค์หญิง” เฟยอินมอบกระจกทองเหลืองให้กับองค์หญิงใหญ่
‘อวี้จิ่นขอบใจเ้ามาก เ้าคือหมอเทวดาสมคำร่ำลือแล้ว’
“คิ คิ คิ นี่ยังมิใช่เวลาดีใจมากถึงเพียงนั้นเสียหน่อยเพคะ ยังเหลือเื่สุดท้ายที่พระองค์ต้องทำโดยเร็ว นั่นก็คือกินยาเม็ดนี้ลงไป มันจะช่วยคลายจุดต่าง ๆ ที่เ้าหมอชั่วได้ฝังเข็มเอาไว้ ไม่เกินหนึ่งจิบชาพระองค์ก็เปล่งเสียงพูดได้แล้วเพคะ” ยาที่นางเอ่ยขอกับเฉินหนงถูกวางไว้บนฝ่ามือขององค์หญิงใหญ่
“ฟึบ! อึก อึก อึก”
หลังจากมององค์หญิงใหญ่กลืนเม็ดยาลงไป สองคนหนึ่งดวงิญญายังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ รอจนครบหนึ่งจิบชา อวี้จิ่นจึงให้ลองเปล่งเสียงพูดเป็คำสั้น ๆ เสียก่อน
“ขะ ขะ ข้า..!! ฮึก ๆ ข้า ฮือ ๆ ๆ”
“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับองค์หญิง ที่ทรงกลับมาพูดได้อีกครั้งเพคะ” เฟยอินไม่รู้ว่าตนเองต้องตะลึงกับเื่ไหนก่อนดี ระหว่างยาทารักษาแผลเป็หรือยาช่วยให้กลับมาพูดได้
“ยินดีกับองค์หญิงด้วยเพคะ ตอนนี้ยังพอมีเวลาทรงพักผ่อนสักนิดเถิด เมื่อถึงยามเว่ยพวกเราจะพาพระองค์กลับเมืองหลวงเพคะ”
“อืม”
เนื่องจากยังมีาแที่หลังองค์หญิงใหญ่ จำต้องนอนคว่ำหน้าเพื่อไม่ให้กระเทือนแผล และก่อนออกเดินทางอวี้จิ่นจะทายาให้อีกครั้ง ส่วนด้านนอกเรือนใหญ่ฟู่หลงเหยียนกับเจียงหยวน คอยควบคุมคนของตนให้จัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมออกเดินทาง ตระกูลล่ายที่นั่งคอตกเมื่อความจริงแน่ชัดแล้วว่า คนที่เซี่ยเยว่เสี่ยงส่งมาให้นั้นมีฐานะสูงศักดิ์เพียงใด
ฟู่หลงเหยียนไม่ลืมให้เฉินอู่ส่งจดหมายถึงบิดา เพื่อรายงานข่าวว่าภารกิจครั้งนี้สำเร็จตามคาด และแน่นอนว่าข่าวดีนี้ย่อมไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ จึงทำให้เื่ที่ทรงขุ่นเคืองแคว้นต้าเหลียน ลดทอนลงไปได้หลายส่วนทีเดียว
เมื่อใกล้เวลาออกเดินทางอวี้จิ่นปลุกองค์หญิงใหญ่ ก่อนจะทายาที่แผลด้านหลังและบนพระพักตร์อีกครั้ง จากนั้นจึงได้ประคองร่างบอบบางที่ไม่ต่างจากตน ออกไปด้านนอกโดยมีเฟยอินช่วยอยู่อีกข้างหนึ่ง
“แอ๊ด! ตึก ตึก ตึก”
“พี่ใหญ่เ้าคะทุกอย่างพร้อมแล้วใช่หรือไม่”
“ทุกอย่างพระ...ตึกตัก ตึกตัก”
เจียงหยวนหันไปตอบคำถามของน้องสาว แต่เขาไม่อาจพูดให้จบประโยคได้ เนื่องจากถูกดวงตาคู่หนึ่งดึงดูดจนหัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ ที่สำคัญเจียงหยวนไม่เคยมีอาการเช่นนี้กับสตรีใดมาก่อน
“หืม โอ้ว คนงามก็ยังเป็คนงามอยู่วันยังค่ำ แม้บนใบหน้าจะมีรอยแผลแต่ไม่อาจกลบความงามได้จริง ๆ” อวี้จิ่นหยอกเย้าพี่ชายที่มีอาการคล้ายคนตกหลุมรัก
“อะ ฮึ่ม ๆ จิ่นเอ๋อร์เ้าพูดอันใดออกมากัน”
“อ้าว พี่ชายฟู่ดูพี่ใหญ่สิเ้าคะ ข้าแค่หยอกเล่นก็ดุข้าเสียแล้ว”
“อาหยวน” ฟู่หลงเหยียนมีหรือจะไม่รู้ว่าอวี้จิ่นอยากแกล้งพี่ชาย
“อาเหยียนเ้าจะตามใจน้องสาวข้าเกินไปแล้วนะ น้ำเสียงข้าเหมือนดุนางเช่นนั้นรึ” เจียงหยวนได้แต่ส่ายหน้าให้สหาย ไม่ว่าอะไรก็เข้าข้างอวี้จิ่นไปเสียทุกอย่าง
“เอาล่ะ ๆ รีบพาองค์หญิงขึ้นรถม้าเถิดเ้าค่ะ อาการาเ็แม้จะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังต้องพักผ่อนอีกมากพวกเรารีบออกเดินทางเถิดเ้าค่ะ” อวี้จิ่นห้ามพี่ชายไว้ก่อนจะถูกสหายตอบกวน ๆ ไปให้อีกครั้ง
“เชิญเสด็จประทับบนรถม้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ขะ ขอบใจ”
“...!!”
‘องค์หญิงกลับมาพูดได้แล้วหรือนี่!’
ฟู่หลงเหยียนเห็นท่าทางของสหาย ก็ต้องถอนหายใจรอบที่ร้อย จึงต้องสะกิดให้ขึ้นม้าเพื่อออกเดินทาง เขาไม่ลืมกำชับทุกคนเื่นักโทษตระกูลล่าย จำต้องเฝ้าไว้ให้ดีเพราะทั้งหมดนี้ต้องไปรับโทษของตน พร้อมกับเซี่ยเยว่เสี่ยงผู้บงการที่เมืองหลวง
ระหว่างเดินทางอวี้จิ่นไม่ลืมที่รับปากองค์หญิงใหญ่ไว้ นางได้บอกเล่าเื่ที่ดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟย มาร้องขอความช่วยเหลือให้นางตามหาองค์หญิงใหญ่ ส่วนเื่การสิ้นพระชนม์ย่อมเป็ที่กล่าวถึง ทุกชนชั้นมีหรือจะไม่พูดเื่ของหวงกุ้ยเฟย องค์หญิงใหญ่ที่ชีวิตเคยคาบเกี่ยวความเป็ความตายมาก่อน ย่อมเข้าใจเื่นี้ดีแต่กระนั้น ก็มิอาจห้ามน้ำตาแห่งความเสียใจไว้ได้
และข่าวดีขององค์หญิงใหญ่ ก็ถูกถ่ายทอดโดยฟู่กั๋วกงฮ่องเต้ทรงดีพระทัย และทรงตรัสถามซ้ำ ๆ ว่าใช่เื่จริงหรือไม่ แม้แต่ฉีกงกงยังรับสั่งให้เตรียมหมอหลวงไว้หลาย ๆ คน ด้วยทรงเป็ห่วงว่าบุตรของพระองค์จะมีอาการาเ็ นอกจากนี้ยังทรงตั้งพระทัยเอาไว้แล้วว่า จะเสด็จไปต้อนรับพระธิดาคนโปรดด้วยพระองค์เอง
