บทที่ 96 หยุดอยู่ที่เป่ยหยวน
ลู่หยวนจือพูดต่อไป “นายน้อยไม่รู้ ทางเป่ยหยวนเดิมทีก็มีประชากรน้อยมากอยู่แล้ว ถึงแม้ทุกๆ ปีจะมีนักพรตเดินทางมาที่นี่เพื่อเสาะแสวงหาของล้ำค่ากันจำนวนไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่นี้แล้ว ยังถือว่าน้อยมากจนน่าสงสาร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูร สัตว์ดุร้าย หรือสัตว์วิเศษก็มีหลากหลายชนิด สวนสัตว์วิเศษของตระกูลลู่ และตระกูลจางของเราได้รับการก่อตั้งขึ้นมานานแล้ว อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลปกป้องอยู่ สัตว์ิญญาที่เลี้ยงไว้ส่วนใหญ่ก็เชื่องและฟังคำสั่งเ้าของ ดังนั้นจึงมีสัตว์วิเศษที่แสนรู้จำนวนไม่น้อยต่างก็มาคลอดลูกที่สวนสัตว์วิเศษของเรา ถือว่าได้ประโยชน์โดยที่ไม่คาดคิด!”
เวลานี้ลู่หนานรู้ตัวแล้ว เขาแยกเขี้ยวยิงฟัน กางกรงเล็บเข้ามากอดรัดฟันเหวี่ยง ปากก็ไม่หยุดขู่คำราม “พี่ชายใจร้ายที่สุด ขโมยของน้องสาว! ชิงรั่ว เ้ายังไม่รีบมาช่วยข้าอีก!”
ลู่อวี่หัวเราะเสียงดัง ใช้ทักษะหลบเลี่ยงไม่ให้ลู่หนานจับตัวได้ เขายิ้มและพูดขึ้น “กล้าว่าร้ายพี่ชาย เดิมทีก็ว่าจะคืนให้เ้าอยู่นะ แต่ตอนนี้... ฮึ่ม ไม่เอาแล้ว!”
ลู่หนานมีหรือจะยอมปล่อยเขาไป ดังนั้นจึงรีบดึงแสงหลบหนีแล้วไล่ตามเขาไป จีชิงรั่วเห็นอย่างนั้นก็รีบดึงแสงหลบหนีแล้วหายวับตามหลังไปติดๆ ด้วยความร้อนรนเช่นกัน ตอนนี้นางเพิ่งฝึกฝนมาถึงขั้นประสานพลังปราณ ต่อให้จะฝืนบินแต่ก็บินได้ไม่เร็วเท่าไรนัก ไม่เหมือนกับลู่หนาน ที่ตอนนี้มีพลังยุทธ์่เริ่มต้นขั้นฟันฝ่าแล้ว
ตู้เสวียนเฉิงที่เห็นฉากนี้เข้า ก็รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก เขาหัวเราะเบาๆ แล้วตัวก็หายวับไปทันที
ลู่หยวนจืออดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าเช่นเดียวกัน นึกไม่ถึงว่านายน้อยที่ปกติจะจัดการกับทุกอย่างด้วยความสุขุมอยู่เสมอจะมีมุมนี้ด้วย เมื่อกลับคิดดูแล้ว นายน้อยก็มีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น มันก็เป็เื่ปกติหากจะชอบเล่นสนุก จากนั้นเมื่อนึกถึงตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนที่ตอนนี้ตกอยู่ในภาวะตกต่ำ รวมไปถึงสมาชิกในตระกูลที่ไม่ได้มีพร์ที่โดดเด่นอะไรนัก แต่นายน้อยเป็ถึงคนปรุงโอสถขั้นห้าที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า หากสามารถ่ชิงโอกาสครั้งใหญ่ที่นายน้อยยังอยู่ที่นี่เพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาลับเล็กๆ น้อยๆ มาได้ ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก็จะมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จู่ๆ ลู่หยวนจือก็รู้สึกร้อนใจเพราะเวลาไม่เคยคอยใคร หลังจากกล่าวทักทายเสร็จ ก็รีบกลับไปทันที เพราะตอนนี้เขาต้องเรียกตัวทุกคนในตระกูลพวกนั้นให้มารวมตัวกัน เพื่อดูว่ามีใครพอจะมีคุณสมบัติที่ดีในการปรุงโอสถบ้าง ถึงเวลาจะได้ส่งตัวไปหานายน้อย ไม่ร้องขอให้นายน้อยรับพวกเขาไว้เป็ศิษย์ ้าเพียงตอนที่นายน้อยให้คำแนะนำแก่ลูกศิษย์ตัวน้อยผู้นั้นแล้วยอมให้ลูกหลานในตระกูลของตัวเองได้เข้าไปฟังอยู่ข้างๆ เช่นนั้นก็พอแล้ว
แต่เขาต้องหารือเื่นี้กับนายน้อยเสียก่อน เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางก็เลี้ยวเดินไปที่ลานอีกด้านหนึ่งที่ลู่อวี่พักอยู่
เวลานี้ลู่อวี่เพิ่งกลับมาถึงที่พักตัวเองเช่นกัน หลังจากหยอกล้อและเล่นกับสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยในอ้อมแขนสักพัก ก็ถึงเวลาคืนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยให้ลู่หนาน เขาปลอบใจอยู่อีกพักหนึ่งถึงจะเกลี้ยกล่อมแม่สาวน้อยที่โกรธอยู่ให้กลับมาอารมณ์ดีได้ หลังจากนั้นก็จูงมือของจีชิงรั่วด้วยมือข้างหนึ่งและอุ้มสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยไว้ด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เดินไปพูดพึมพำไปอีกด้านโดยไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน
ประจวบเหมาะกับที่ลู่หยวนจือมาถึง ลู่อวี่ก็ถามขึ้นมาลอยๆ ว่า “ยังมีอะไรอีกหรือ?”
เวลานี้ลู่อวี่ ไม่ได้คิดที่จะไปจากตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนทันที กว่าจะมีเวลาว่างสักครั้งนั้นมันไม่ง่ายเลย เขาคิดที่จะตั้งใจฝึกฝนอยู่ที่ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก่อนที่จะวางแผนอื่น ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติต่อลู่หยวนจือด้วยความเกรงใจ มิฉะนั้น หากอยู่ที่ตระกูลลู่ จู่ๆ ก็เข้ามาเลยโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก่อน ลู่อวี่คงไม่ไว้หน้าแน่
ลู่หยวนจือเองก็ไม่รู้ว่าเกือบจะทำให้คนตรงหน้าขุ่นเคืองใจเข้าให้แล้ว ดังนั้นจึงรีบแจ้งถึงสิ่งที่ตัวเองคิด แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่านายน้อยจะเห็นด้วยหรือไม่ จึงอดไม่ได้ที่ที่จะรู้สึกกังวลใจ คิดไม่ถึงว่าลู่อวี่ที่อารมณ์ดีจะครุ่นคิดอยู่เพียงครู่หนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พูดขึ้นมาว่า “เช่นนี้ก็ได้นะ แต่พวกเ้าควรจะทำการคัดเลือกดูกันเองก่อนในตระกูล เพราะคนปรุงโอสถต้องเป็ผู้ที่มีพร์มาก มีคุณสมบัติร่างกายที่เป็ธาตุไฟจะดีที่สุด แต่หากเป็ธาตุไฟ และธาตุไม้ หรือธาตุไฟและธาตุน้ำก็ไม่เลวเลย หากเป็อย่างอื่นจะไม่ค่อยดีนัก แม้จะเรียนรู้การปรุงโอสถได้ แต่อนาคตจะประสบความสำเร็จได้น้อยนัก มันจะเสียเวลาเปล่าๆ อีกอย่างนี่ก็คือเงื่อนไขพื้นฐานเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดในด้านความเข้าใจ จิติญญา ลักษณะนิสัย ตอนที่เ้าคัดเลือกต้องทำอย่างระมัดระวัง ข้าไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆ หรอกนะ”
เวลานี้ลู่หยวนจือดีใจจนล้นอกแล้ว เงื่อนไขในการที่จะเป็คนปรุงโอสถต้องมีนั้นขึ้นชื่อเื่ของความโหดไม่น้อย มิเช่นนั้นจะมีคนปรุงโอสถเพียงไม่กี่คนอยู่ในเทียนตูได้อย่างไร แต่เขาเชื่อว่า ต่อให้ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนจะเป็อย่างไร ก็คงจะมีหลายคนที่ใช้ได้ แม้จะด้อยไปกว่าเล็กน้อยก็ไม่เห็นเป็อะไร เพราะเขาไม่ได้คาดหวังให้ตระกูลต้องมีอัจฉริยะด้านการปรุงโอสถที่เป็เหมือนปีศาจตนหนึ่งเช่นเดียวกับนายน้อย หากมีคนปรุงโอสถระดับสูงอยู่ในเป่ยหยวนได้สักคนก็ดีใจได้แล้ว เพราะอยู่ที่เป่ยหยวนมันไม่มีคนปรุงโอสถขั้นเก้าเลยแม้แต่สักคนเดียว!
เช้าวันรุ่งขึ้นลู่หยวนจือก็พาชายหนุ่มและหญิงสาวเจ็ดแปดคนที่อายุสิบกว่าขวบ มาที่พักของลู่อวี่จริงๆ ซึ่งผู้ที่อายุมากสุดก็ประมาณสิบสี่สิบห้าปีและผู้ที่อายุน้อยที่สุดก็อายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น
เมื่อวานนี้ ทันทีที่ลู่หยวนจือแจ้งแผนการนี้ให้ทุกคนรู้โดยทั่วกัน ก็ทำเอาคนทั้งตระกูลลุกฮือกันไปเลยทีเดียว และส่งตัวชายหนุ่มและหญิงสาวสามร้อยกว่าคนมาให้เลยทันที ซึ่งใช้เวลาไปทั้งวันกว่าจะคัดเลือกสองสามคนที่มีคุณสมบัติที่ดีออกมาได้
แม้ว่าตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวน จะเป็เพียงสาขาเล็กๆ ของตระกูลลู่ แต่ก็ยังมีจำนวนประชากรสองถึงสามหมื่นคน ซึ่งในนั้นจะเป็คนธรรมดาส่วนใหญ่ พลังยุทธ์ขั้นหลอมร่างก็มีคนติดอยู่โดยไม่มีความก้าวหน้าใดๆ เลยถึงพันสองพันคน แม้จะเทียบกับตระกูลลู่แห่งเทียนอวิ๋นไม่ได้ แต่อยู่ที่เป่ยหยวนก็ยังคงเป็ตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเกียรติยศสมชื่อ
ในลานที่พักที่ลู่อวี่พักอยู่ แม่สาวน้อยผู้นั้นที่อยู่ใน่อายุสิบกว่าปีเจ็ดแปดคน มองดูชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเคารพ นี่คือนายน้อยของตระกูลลู่ของเราหรือ? เขาเป็คนปรุงโอสถขั้นห้าเลยนะ หากได้เรียนรู้วิชาปรุงโอสถด้วยจริงๆ ตัวเองคงมีอนาคตที่เต็มไปด้วยความสดใส
ในสถานที่ห่างไกลและกันดารเช่นเป่ยหยวน เดิมทีไม่มีคนปรุงโอสถเลยแม้แต่ผู้เดียว แม้แต่คนปรุงโอสถขั้นเก้าที่ขั้นต่ำที่สุดก็ยังไม่มีเลย เพราะที่นี่มันคือเป่ยหยวน มันจึงเป็การยากที่จะมีไฟปฐีพื้นฐานที่สุดที่คนปรุงโอสถต้องใช้
แม้ว่าลู่อวี่จะไม่ได้ตั้งใจที่จะรับเด็กเหล่านี้เป็ลูกศิษย์ของตัวเอง แต่เขากลับตั้งใจที่จะทำ ไม่ได้ทำเพียงส่งๆ หรือทำแบบขอไปที เพราะเด็กพวกนี้นับว่าเป็สายเืของตระกูลลู่อยู่แล้ว
ดังนั้นลู่อวี่จึงเรียกเด็กเหล่านี้มาทีละคน และตรวจสอบพวกเขาอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเด็กพวกนี้จะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับลูกศิษย์จีชิงรั่วของตัวเอง แต่ทุกคนก็มีพร์ในการปรุงโอสถอยู่ หากมีความเข้าใจที่เพียงพอ และสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยความขยันขันแข็งได้ อนาคตใช่ว่าจะไม่สามารถประสบความสำเร็จ
เมื่อลู่หยวนจือเห็นนายน้อยให้ความสำคัญเช่นนี้ ก็รู้สึกดีใจนัก เด็กพวกนี้เป็เมล็ดพันธุ์ของคนปรุงโอสถในอนาคตของตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนเชียวนะ ก่อนที่มาที่นี่เขาก็ได้ตกปากรับคำทำการสัญญามากมายไว้ต่อหน้าเด็กๆ พวกนี้ ก็อยู่ที่ว่าเด็กพวกนี้จะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่แล้ว
นับจากนั้นเป็ต้นมา ในระหว่างวัน่เช้าก็จะสอนลูกศิษย์ปรุงโอสถ ่บ่ายก็จะพูดคุยเื่บ้านเมืองกับตู้เสวียนเฉิง บางครั้งก็ฝึกต่อสู้กันเอง แล้วนำประสบการณ์และความเข้าใจที่ได้จากการต่อสู้หลายๆ ครั้งนี้นำมาพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง เขาอุทิศตนกับการฝึกฝนทั้งหมด นอกเหนือจากวิทยายุทธ์แล้ว เคล็ดวิชากระบี่ พลังวิเศษ และคาถาทั้งหมดก็เริ่มได้รับการฝึกฝนอย่างเป็ระบบ
หลังจากตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้อำนาจของตระกูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าอำนาจเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่หลังจากที่พลังปราณโดยกำเนิดของตระกูลจางได้รับาเ็สาหัส ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก็กลายเป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในเป่ยหยวน อีกทั้งยังได้สวนสัตว์วิเศษทั้งหมดด้วย อีกทั้งตอนนี้ยังได้เริ่มฝึกฝนคนปรุงโอสถเป็ของตนเองแล้ว ผู้ที่มีสติปัญญาสักหน่อยก็จะดูออกว่าตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน
เดิมทีเป่ยหยวนก็คือสถานที่ห่างไกลที่เหล่าบรรดานักพรตสันโดษมารวมตัวกันอยู่แล้ว ครั้งนี้พอมีผู้ที่มีฐานะ และอิทธิพลที่มีอนาคตสดใสมาปรากฏตัว จึงยับยั้งนักพรตแซ่อื่นไม่ให้เข้าร่วมด้วยไม่ได้ ซึ่งมันเป็การดึงดูดนักพรตสันโดษจำนวนไม่น้อยในทันที
ขณะเดียวกัน นอกจากการชดเชยสวนสัตว์วิเศษของตระกูลจางให้ตระกูลลู่ตามจริงแล้ว ยังชดเชยของอย่างอื่นที่สูญเสียไปด้วยให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ทำให้สมาชิกทุกคนของตระกูลลู่ดีอกดีใจกันไม่น้อย นายน้อยตระกูลลู่ที่ได้รับการเคารพในใจทุกคนอยู่แล้วก็ได้รับการเคารพบูชาราวกับเทพเ้าขึ้นมาทันที หากนายน้อยไม่ได้อยู่ที่นี่ ตระกูลลู่คงจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกทำลายล้าง ในขณะที่คนพวกนี้รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ พวกเขาต่างก็รักและเคารพผู้ที่เกี่ยวข้องกับเขาไปด้วยเช่นกัน เดิมทีลู่หนาน และจีชิงรั่วที่เป็ราวกับเ้าหญิงตัวน้อยเวลาอยู่ที่ตระกูลลู่ มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างกันเลย ทุกคนต่างเอาอกเอาใจแบบไม่มีข้อยกเว้นกันเลยทีเดียว
สาวน้อยทั้งสองคน คนหนึ่งมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้น อีกคนอ่อนโยนและสงบเสงี่ยม มีจิตใจดีมีเมตตา อีกทั้งยังมีหน้าตางดงามตามธรรมชาติ ความนิยมในตัวของพวกนางในหมู่วัยหนุ่มสาวของตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวน แม้แต่ลู่อวี่เองก็ยังเทียบไม่ติด ว่างเมื่อไรลู่หนานเป็ต้องพาจีชิงรั่ว และลูกหลานพรรคพวกของตระกูลลู่ออกไปเล่นทั่วทุกสารทิศ ดูท่าทีเหมือนจะสุขสบายกับที่ใหม่จนไม่อยากกลับไปที่เก่า
ลู่อวี่เองก็ไม่ได้สนใจว่าสาวน้อยสองคนนี้จะเล่นอะไรกัน เพราะเื่ที่เขาต้องทำก็ถูกจัดการไว้หมดแล้ว เคล็ดวิชากระบี่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่ทั้งหกกระบวนท่าที่ชำนาญอยู่แล้วออกมา อีกทั้งยังบรรลุเคล็ดวิชากระบี่อีกสองกระบวนท่าอีกครั้ง ทว่าไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มที่ในทันที
ลู่อวี่ก็ฝึกฝนเคล็ดวิชาลับไฟแท้หนิงคงของเขาเองด้วย แม้ว่าพลังของไฟแท้หนิงคงก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้อ่อนแอ แต่เมื่อเทียบกับไฟแท้หนิงคงที่ถือกำเนิดขึ้นเองธรรมชาติแล้วมันก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไฟแท้หนิงคงที่เกิดเองตามธรรมชาติ หากพลังยุทธ์ไม่ถึงขั้นเกิดเทพเ้า ก็อย่าได้คิดแม้แต่ที่จะเข้าใกล้ หากพลังยุทธ์ไม่ถึงขั้นหวนสู่สัจธรรมก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะรวบรวมมันมาได้ ตอนนั้นลู่อวี่ใช้เวลาและพลังไปอย่างมากในการศึกษาไฟแท้หนิงคงอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นใช้เคล็ดวิชาลับที่ตัวเองศึกษาพัฒนาขึ้นมาใช้งาน แม้ว่าพลังของมันจะด้อยกว่าไฟแท้หนิงคงที่ถือกำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ทุกวันนี้ แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของลู่อวี่จะต่ำ แต่พลังของไฟแท้หนิงคงนั้นไม่สามารถผสานเข้ากันกับระดับพลังยุทธ์ของเขาแล้ว ดังนั้นจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฝึกฝนไฟแท้หนิงคงมากกว่าเดิม
หลังจากนั้นลู่อวี่ถึงเริ่มฝึกฝนพลังวิเศษอื่นๆ แสงศักดิ์สิทธิ์ไม่มีพลังโจมตีหรือป้องกันใด ดังนั้นจึงไม่อยากเสียเวลามากนัก อนาคตรอระดับพลังยุทธ์เพิ่มขึ้น ย่อมก็มีเวลาที่จะฝึกฝนอยู่แล้ว แม้ว่าแสงศักดิ์สิทธิ์ทำลายปีศาจจะทรงพลังมาก แต่นั่นมีไว้เพื่อจัดการกับปีศาจด้านมืดพวกนั้น แต่ลู่อวี่จะใช้เลยทันทีก็ไม่ได้ ลู่อวี่ก็ยังคงหาเวลาว่างมาฝึกฝนเป็ระยะๆ อย่างต่อเนื่อง ดวงตาแท้ทำลายภาพลวงตากลับนำมาใช้งานได้จริง นอกเหนือจากนิ้วทะลวงฟ้าและไฟแท้หนิงคงแล้ว ลู่อวี่ก็จะใช้ดวงตาแท้ทำลายภาพลวงตาเป็หลัก รองมาก็จะเป็แสงศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างปีศาจ
นอกจากนี้ ลู่อวี่ยังเลือกเอาเคล็ดวิชาพลังวิเศษและคาถาหลายอย่างในความทรงจำของตัวเองออกมาฝึกฝนอีกด้วย แต่เคล็ดวิชาพวกนี้มันไม่สามารถแสดงบทบาทกำจัดศัตรูใน่เวลาสั้นๆ ได้ จึงทำได้เพียงเก็บสะสมไว้เท่านั้น ค่อยๆ ฝึกฝนพลังให้เพิ่งขึ้น ถึงจะนำมาใช้ได้
มีเพียงวิชาสายฟ้าและวิชาหลบหนีในนั้นที่ลู่อวี่มุมานะบากบั่นฝึกฝนด้วยความพากเพียร
