แม้ว่านางจะไม่สูงเท่ากับฝ่ายตรงข้าม แต่หานอวิ๋นซีก็นั่งอยู่บนม้าของหลงเฟยเยี่ย รัศมีจึงเพียงพอที่จะครอบงำอีกฝ่ายได้
นางหรี่ตาลงและพูดติดตลกว่า “เดิมทีข้าคิดว่านับั้แ่ที่ข้าอภิเษกกับท่านอ๋อง สตรีทั่วปฐีต่างฝันร้ายไปแล้วเสียอีก ฝันร้ายของแม่นางซวงเอ๋อร์ไม่ช้าเกินไปหรือไร?”
ทั่วปฐี? สิ่งที่หานอวิ๋นซีพูดนั้นไม่ใช่เื่เกินจริง ในบรรดาอ๋องทั้งสามอาณาจักรแห่งแผ่นดินใหญ่หยุนคง ฉินอ๋องแห่งอาณาจักรเทียนหนิงเป็ที่ชื่นชมของสตรีมากที่สุดในปฐี อย่างไรก็ตาม ไม่มีสตรีผู้ใดในโลกที่สามารถชนะใจฉินอ๋องได้
หานอวิ๋นซีรู้ว่าตนเองไม่ใช่ข้อยกเว้น อย่างไรก็ตาม วันนี้นางนั่งอยู่บนหลังม้าของหลงเฟยเยี่ย นางก็ไม่ยอมให้ตัวเองแพ้อย่างแน่นอน นางจำได้มาตลอดว่าอี้ไท่เฟยบอกกับนางว่าไม่ว่าอย่างไรห้ามทำให้จวนฉินอ๋องขายหน้าอย่างเด็ดขาด
“ที่แท้ท่านนี้คือฉินหวังเฟยนี่เอง ซวงเอ๋อร์เคยได้ยินเกี่ยวกับวันอภิเษก...”
เมื่อเหลิ่งซวงซวงพูดถึงตรงนี้ ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ยิ้มอย่างมีความหมาย และแนะนำตัวเองว่า “ข้ามาจากเมืองหนี่เอ๋อร์ มีนามว่าเหลิ่งซวงซวง”
ในแผ่นดินนี้มีทั้งหมดสี่เมือง ได้แก่ เมืองอี เมืองยา เมืองเซียวเหยา และเมืองหนี่เอ๋อร์ เมืองอีมีสำนักแพทย์ เมืองยามีสามตระกูลหลัก ในขณะที่เมืองเซียวเหยาและเมืองหนี่เอ๋อร์อยู่ภายใต้ระบบเ้าเมือง และมีเพียงตระกูลเดียวที่ถือครองอำนาจ เมืองเซียวเหยาคือตระกูลฉี ส่วนเมืองหนี่เอ๋อร์ คือตระกูลเหลิ่ง
หานอวิ๋นซีเดาไม่ผิด สตรีผู้นี้มีภูมิหลังไม่ธรรมดา เพียงแต่ภูมิหลังนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับนางด้วยหรือไร?
นางพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าไม่รู้จักเ้า”
เดิมทีเหลิ่งซวงซวงคิดว่าหานอวิ๋นซีที่มาจากภูมิหลังต่ำต้อยและควรที่จะละอายใจ แต่ใครจะรู้ว่ากลับเชิดหน้าชูตา แน่นอนว่าเหลิ่งซวงซวงไม่มีทางปล่อยไปเช่นนี้ นางพูดด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “ข้าคือคุณหนูสี่ของตระกูลเหลิ่ง ผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเหลิ่งในอนาคต แล้วข้าก็รู้จักกับฉินอ๋องมานานแล้ว ฉินหวังเฟยไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับข้า เป็เื่ปกติที่จะไม่รู้จักข้า”
คำพูดเหล่านี้กำลังบอกหานอวิ๋นซีว่าพวกเขาคือผู้คนจากอีกโลกหนึ่ง และหานอวิ๋นซีไม่คู่ควรกับฉินอ๋อง
โดยไม่คาดคิด หานอวิ๋นซีที่อยู่เหนือกว่าพูดอย่างเฉื่อยชาว่า “ในเมื่อเ้ารายงานครอบครัวของเ้าชัดเจนเสียขนาดนี้ ข้าก็คงต้องรู้จักเ้าแล้วล่ะ”
คำพูดนี้ฟังราวกับว่าเหลิ่งซวงซวงกำลังแนะนำตัวเองอย่างขยันขันแข็ง และหวังว่าจะเป็ที่จดจำของหานอวิ๋นซี หากในด้านสังคมแล้ว มีเพียงผู้ที่มีสถานะต่ำกว่าอีกฝ่ายเท่านั้น ถึงจะกระตือรือร้นที่จะผูกมิตรและ้าการยอมรับจากอีกฝ่ายเลยรายงานครอบครัวโดยละเอียดก่อน!
มิฉะนั้น ทันทีที่พูดชื่อออกไปก็หมายความถึงทุกสิ่งแล้ว จนผู้อื่นไม่จำเป็ต้องถามอะไรอีก
จริงอยู่ที่ภูมิหลังของเหลิ่งซวงซวงทำให้หานอวิ๋นซีอยู่ห่างออกไป อย่างไรก็ตาม นางบังเอิญพบกับหานอวิ๋นซีที่ไม่ได้สนใจภูมิหลังของตัวเองด้วยซ้ำ แล้วจะให้ไปสนใจภูมิหลังของผู้อื่นได้อย่างไร?
โอ้อวดต่อหน้าผู้คนแบบนี้ ต้องแพ้อย่างแน่นอน!
เมื่อมองไปที่หานอวิ๋นซีที่สงบเสงี่ยม เหลิ่งซวงซวงผู้หยิ่งผยองก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหานอวิ๋นซีไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ทว่านี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีในรุ่นราวคราวเดียวกัน
นางที่ไม่อยากจะเต็มใจยอมรับ เจตนาฆ่าก็ฉายแววในดวงตาของนาง แต่เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยอยู่ นางก็ยังไม่เผยความโกรธออกมา ยังคงยิ้ม เปลี่ยนเื่อย่างใจเย็นและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉินอ๋องไม่สงสัยหรือไรว่าเหตุใดซวงเอ๋อถึงอยู่ในเกี้ยวขุนนางเช่นนี้?”
เมื่อเทียบกับองค์หญิงฉางผิงและตวนมู่เหยาแล้ว สตรีผู้นี้มีเหตุผล ใจเย็นกว่า และดูมีการศึกษามากกว่า นางไม่ใช่คุณหนูที่อารมณ์ร้อน ช่างสมกับที่เป็ผู้สมัครผู้นำของตระกูลเมืองหนี่เอ๋อร์จริงๆ สิ่งนี้ทำให้หานอวิ๋นซีเริ่มจดจำนางได้
“ข้าไม่สนใจ”
เมื่อเทียบกับหานอวิ๋นซีแล้ว หลงเฟยเยี่ยนั้นเหนือกว่าอย่างแท้จริง เหลิ่งซวงซวงเองก็มีชื่อเสียงในด้านเสน่ห์ที่ล้นเหลือ ทว่าก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ในสายตาเขาได้
หลังจากที่เขาพูดอย่างเ็า เขาก็หันหัวม้าและกำลังจะจากไป
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ยอดฝีมือหลายคนที่เหลิ่งซวงซวงนำมาก็รีบแยกกันไปล้อมพวกเขาไว้ทันที
“ฉินอ๋อง มีใครบางคนกำลังมองหายอดฝีมือสิบคนในราคาสูงเสียดฟ้าจากเมืองหนี่เอ๋อร์เพื่อที่จะฆ่าท่าน และซวงเอ๋อร์ได้จัดการมันทั้งหมดแล้ว ท่านอยากจะขอบคุณซวงเอ๋อร์หรือไม่?” เหลิ่งซวงซวงพูดด้วยรอยยิ้ม
เมืองยาให้ความสำคัญกับยา เมืองอีให้ความสำคัญกับการแพทย์ ในขณะที่เมืองหนี่เอ๋อร์และเมืองเซียวเหยาต่างเต็มไปด้วยนักฆ่าและทหารรับจ้าง เมืองหนี่เอ๋อร์ให้ความสำคัญกับสตรีมากกว่าชายหนุ่ม ในขณะที่เมืองเซียวเหยาตรงกันข้าม ให้ความสำคัญกับชายหนุ่มมากกว่าสตรี ในบรรดาสองเมืองนี้ มีเสือหมอบ ัแอบอยู่[1] ตระกูลเหลิ่งและตระกูลฉีเป็ตระกูลนักฆ่าที่มีประวัติยาวนานที่สุด
หานอวิ๋นซีมองไปรอบๆ และพบว่ามียอดฝีมือชุดดำทั้งหมดสิบคน อย่างไรก็ตามนางยังคงใ นางสามารถเพิกเฉยต่อสถานะของเหลิ่งซวงซวงได้ แต่นางไม่สามารถเพิกเฉยต่อความสามารถของเหลิ่งซวงซวงได้ ไปถึงเมืองหนี่เอ๋อร์เพื่อเสนอเงินสูงเสียดฟ้า การกระทำของไท่เฮานั้นโหดร้ายเกินไป
หนึ่งต่อสิบไม่ใช่เื่สนุก ในเมื่อเหลิ่งซวงซวงยอมรับรางวัลที่ไท่เฮามอบให้ ก็คงไม่ทำให้เสียเปล่าหรอกใช่หรือไม่?
หลงเฟยเยี่ยชำเลืองมองคนทั้งสิบที่อยู่รอบตัวเขาและยิ้มอย่างเ็า “เ้านี่คิดไปเองคนเดียวเก่งจริงๆ!”
ในชีวิตของเขา หลงเฟยเยี่ยเกลียดการเป็หนี้คนอื่นโดยเฉพาะกับสตรี
เหลิ่งซวงซวงไม่โกรธ นางเม้มปากสีแดงเรียวบางและพูดอย่างออดอ้อนว่า “ฉินอ๋องทำให้ซวงเอ๋อร์อับอายได้ แต่จะทำให้ชื่อเสียงของเมืองหนี่เอ๋อร์เสียหายไม่ได้”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์ทำท่าทางออดอ้อนยั่วยวน ไม่ว่าชายกี่คนในโลกก็ไม่สามารถต้านทานมันได้ แต่น่าเสียดายที่หลงเฟยเยี่ยไม่ได้มองไปที่เหลิ่งซวงซวงเลยแม้แต่น้อย และไม่แม้แต่จะคุยกับนางอีกต่อไป เขาจึงพาหานอวิ๋นซีขี่ม้าออกไป
เหลิ่งซวงซวงมองไป ยอดฝีมือทั้งสิบก็เหาะออกไปราวกับลูกธนูที่แหลมคมในทันที หลายคนหยุดตรงหน้าหลงเฟยเยี่ยและหลายคนก็ชักกระบี่ออกมาเพื่อโจมตีม้าของหลงเฟยเยี่ย
ประกายเจตนาฆ่าฉายวาบในดวงตาของหลงเฟยเยี่ย เขาโอบหานอวิ๋นซีขึ้นไปในอากาศและเกือบจะในเวลาเดียวกัน ทั้งสี่ขาของม้าก็ถูกตัดออก พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวน
หลงเฟยเยี่ยลงพื้น และถูกล้อมรอบไปด้วยยอดฝีมือสิบคน เขาไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ อีกต่อไป อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีสามารถััได้ถึงกลิ่นอายของการฆาตกรรมอย่างชัดเจนซึ่งแตกต่างจากยอดฝีมือที่นางเคยพบมาก่อน
คนเหล่านี้เป็นักฆ่ามืออาชีพและเป็ยอดฝีมือของนักฆ่ามืออาชีพ
เหลิ่งซวงซวงเดินเข้ามาด้วยสายตาที่จริงใจและพูดอย่างจริงจังว่า “ฉินอ๋อง ในเมื่อราชวงศ์เทียนหนิงไม่มีที่ว่างสำหรับท่าน ทำไมท่านไม่กลับไปที่เมืองหนี่เอ๋อร์กับซวงเอ๋อร์ละ ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อท่านอย่างเลวร้ายแน่นอน”
เหลิ่งซวงซวงมาที่นี่เพื่อทำงาน และยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเอาชนะหลงเฟยเยี่ย! ต้องบอกว่านี่คือความปรารถนาอันแรงกล้าของนางแล้วก็เป็เสน่ห์ของหลงเฟยเยี่ยเช่นกัน
เดิมทีหานอวิ๋นซีคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะพูดว่า “ไม่” แต่ใครจะรู้ว่าชายผู้นี้ไม่สนใจแม้แต่จะพูดว่า “ไม่” เขาพูดอย่างเ็าว่า “ตัดขาม้าข้าแบบนี้ ข้าเองก็รับพวกเ้าไม่ได้หรอก”
ยิ่งยโสเหลือเกิน!
หานอวิ๋นซีตกตะลึงไป เหลิ่งซวงซวงก็ใเช่นกัน ด้วยความชื่นชมอย่างคลั่งไคล้ในดวงตาของนาง ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจของตระกูล นางไม่มีทางทำให้ชายผู้นี้ขุ่นเคืองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ผู้นำตระกูลเหลิ่งได้รับรางวัลจากไท่เฮาแห่งเทียนหนิงด้วยตนเอง ผู้นำตระกูลเหลิ่ง้าใช้สิ่งนี้เป็ข้ออ้างเพื่อเอาชนะฉินอ๋อง นางไม่สามารถขัดคำสั่งได้และต้องทำเพื่อพาหลงเฟยเยี่ยกลับไป
“ฉินอ๋อง โปรดสอนข้าด้วย!”
ทันทีที่เสียงของเหลิ่งซวงซวงลดลง ยอดฝีมือทั้งสิบก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน ชั่วครู่หนึ่ง กระบี่ก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายแห่งการฆาตกรรมอยู่ทุกหนทุกแห่ง หลงเฟยเยี่ยที่โอบหานอวิ๋นซีไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ต่อสู้กับสิบกระบี่อย่างรุนแรง
กระบี่ของยอดฝีมือนั้นรวดเร็วอย่างมาก ทว่ากระบี่ของหลงเฟยเยี่ยนั้นเร็วยิ่งกว่า หานอวิ๋นซีที่คิดจะนำอาวุธลับออกมาช่วย ทว่าก็ไม่สามารถหาโอกาสได้เลย นางรู้สึกเพียงเงาของกระบี่แกว่งไปมาต่อหน้านาง และไม่สามารถบอกได้ว่าเงากระบี่ไหนเป็ของใคร เกรงว่าจะช่วยไม่ได้ด้วย
หานอวิ๋นซีได้เห็นฝีมือกระบี่ของหลงเฟยเยี่ยหลายครั้ง ฝีมือกระบี่ของเขานั้นเฉียบคมและดุร้ายมาก พลังงานกระบี่ของเขาก็ไม่ธรรมดา โดยพื้นฐานแล้ว เขาจะใช้กระบี่ล็อกคอทันที เขาสามารถกำจัดกลุ่มนักฆ่าได้โดยไม่มีแรงกดดันใดๆ และสามารถฆ่าได้เพียงการเคลื่อนไหวครั้งเดียว
ต้องรู้ว่าปรมาจารย์วิชากระบี่ของหลงเฟยเยี่ยเป็ผู้สืบทอดสำนักกระบี่เทียนซานและมีชื่อเสียงไม่น้อย
แต่คราวนี้ แม้ผ่านไปสามสิบกระบวนท่าแล้ว หลงเฟยเยี่ยก็ยังไม่ได้เปรียบ และยืนนิ่งราวกับว่าถูกควบคุม
นักฆ่าที่เมืองหนี่เอ๋อร์ตระกูลเหลิ่งเลือกมา ถือได้ว่าไม่สามารถประมาทได้เลยทีเดียว
ตอนนั้นเองที่หานอวิ๋นซีค้นพบว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า โลกภายนอกยังมีปรมาจารย์อีกมากมาย
แน่นอนว่าต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบ ทั้งยังต้องปกป้องนางอีก แม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะถูกควบคุม แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังสามารถจัดการกับมันได้อย่างอิสระ ถือได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมาก ปรมาจารย์ทั้งสิบเองก็แอบชื่นชมเช่นกัน
หากพวกเขาต่อสู้กับหลงเฟยเยี่ยตัวต่อตัว หลงเฟยเยี่ยต้องชนะอย่างแน่นอน แต่ด้วยหนึ่งต่อสิบ หลงเฟยเยี่ยอาจจะเอาชนะไม่ได้และไม่มีวี่แววว่าจะแพ้เช่นกัน
พวกเขาเองก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะไม่มีกำลังเสริม เกิดมีกำลังเสริมมา เื่ต่างๆ ก็จะยากลำบาก
นักฆ่าผู้หนึ่งที่กำลังหลบ ก็ส่งสายตาไปให้เหลิ่งซวงซวง เหลิ่งซวงซวงเข้าใจได้ในทันที อันที่จริงไม่้าให้นักฆ่าเตือนนาง นางก็รู้ว่าต้องทำ และเป้าหมายของนางคือหานอวิ๋นซี
แม้ว่านางจะไม่อยากยอมรับ แต่ในตอนนี้หานอวิ๋นซีซึ่งได้รับการปกป้องจากหลงเฟยเยี่ยก็เป็จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของหลงเฟยเยี่ย
ดีมาก ใช้โอกาสนี้แหละกำจัดหานอวิ๋นซี!
เหลิ่งซวงซวงดึงกระบี่ออกมาทันทีเพื่อเข้าร่วมกับยอดฝีมือทั้งสิบ ยอดฝีมือสิบคนต่อสู้กับหลงเฟยเยี่ย และกระบี่ของเหลิ่งซวงซวงก็พุ่งมาที่หานอวิ๋นซี
หลงเฟยเยี่ยที่กำลังต่อสู้หนึ่งต่อสิบ ไม่สามารถวาดมือได้เลย หากเขา้าจัดการกับเหลิ่งซวงซวงเขาจะต้องเสียสมาธิอย่างแน่นอน ยอดฝีมือสิบคนกำลังรอให้เขาเสียสมาธิ!
ใครจะรู้ว่าเมื่อเหลิ่งซวงซวงกำลังจะแทงนางด้วยกระบี่ หลงเฟยเยี่ยก็ผลักหานอวิ๋นซีออกไปทำให้นางล้มลงกับพื้นข้างๆ
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ความปลาบปลื้มฉายวาบในดวงตาของเหลิ่งซวงซวง นางคิดว่าแม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะปกป้องหานอวิ๋นซีอย่างไร แต่ใน่ความเป็ความตายแบบนี้ เขายังคงปฏิบัติต่อสตรีผู้นี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและผลักออกไปอย่างไร้ความปรานี
เหลิ่งซวงซวงเพียง้าที่จะดักจับหลงเฟยเยี่ย ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเขา นางถอยออกมาจากยอดฝีมือทั้งสิบคนและหันไปมองหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีที่ล้มลงกับพื้น ก้นของนางเ็ปรวดร้าวไปหมด เมื่อครู่หลงเฟยเยี่ยผลักอย่างแรง แต่นางรู้ว่าหากไม่ใช้แรง นางก็คงไม่สามารถหลบหนีกระบี่ของนักฆ่าเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยผลักนางออกมาก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้มีภาระน้อยลง และนาง...เมื่อคิดถึงเื่นี้หานอวิ๋นซีก็ก้มหน้าลง พร้อมกับแววตาที่ฉายแววเ้าเล่ห์
เหลิ่งซวงซวงมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างเ็า และเดินเข้ามาทีละก้าว แต่ละก้าวของนางมั่นคงอย่างมาก กระบี่ยาวของนางลากพื้น วาดเป็รอยยาว
หานอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นมองนาง แสดงสีหน้าประหม่า ถอยหลังไปพร้อมกับสีหน้าหวาดกลัว “เ้า เ้า้าทำอะไร?”
“เ้าคิดว่าอย่างไรละ?” เหลิ่งซวงซวงยิ้มอย่างสง่างาม
“ฉินอ๋องผลักข้าออกมา เ้าจะใช้ข้าขู่เขาไม่ได้!” หานอวิ๋นซีรีบอธิบาย
เหลิ่งซวงซวงยิ้มอย่างเย้ยหยัน “ฉินหวังเฟย ที่แท้เ้าก็ยังรู้ตัวเองอยู่บ้าง แม้ว่าเ้าจะขู่เขาไม่ได้ แต่ถ้าข้าทำลายใบหน้าของเ้า ในอนาคตเขาคงไม่พาเ้าออกไปไหนมาไหนอีกใช่หรือไม่?”
“อ๊าย...ช่วยด้วย เ้าอย่าเข้ามานะ!” หานอวิ๋นซีกรีดร้องและถอยหลังออกไป
หลงเฟยเยี่ยที่เผชิญหน้ากับนักฆ่าสิบคนเหลือบมองด้วยมุมหางตา ทำเพียงเก็บกระบี่และถอยกลับอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ว่าเขาเป็ห่วงนางหรือเกลียดนาง
เหลิ่งซวงซวงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหานอวิ๋นซี ชื่นชมความขี้ขลาดของหานอวิ๋นซีด้วยความสนใจอย่างมาก และค่อยๆ ยกกระบี่ยาวของนางขึ้น
“อย่า...อย่าเข้ามานะ!” หานอวิ๋นซียกมือปิดหน้าด้วยความใ ด้วยการเคลื่อนไหวนี้ นางเปิดใช้งานอาวุธลับ เข็มทองหลายเล่มก็พุ่งออกจากข้อมือของนางโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ความได้เปรียบของระยะประชิดคือการชดเชยพลังและความเร็วของหลีฮวาเล่ยอวี่ที่ขาดไป แม้ว่าเหลิ่งซวงซวงจะเป็ปรมาจารย์ แต่นางก็ไม่สามารถหลบได้ทัน นางไม่รู้ตัวจนกระทั่งเข็มทองเจาะเข้าไปในข้อมือของนาง!
ตรงเผง!
--------------------------
[1]เสือหมอบ ัแอบ หมายความว่า คนที่เก่งแต่ไม่แสดงตัว คล้ายๆ คำว่า “เสือซุ่ม”
