เซียวหนิงหลงใช้เวลาเดินทางออกจากเมืองหย่งจินมาแล้วสองชั่วยาม ในตอนนี้เขาและผู้ติดตามกำลังพักอยู่ใกล้ริมลำธาร เพื่อให้ม้าได้ดื่มน้ำกินหญ้า ในส่วนของคนก็ต้องทานอาหารเช่นกัน
เขานึกถึงคำพูดของลู่ชิงที่บอกให้ลองดื่มน้ำสมุนไพร เมื่อออกจากเมืองหย่งจินมาระยะหนึ่งแล้วจะได้รับคำตอบ ไม่รอช้าเซียวหนิงหลงหยิบถุงหนังใส่น้ำสมุนไพรขึ้นมาดื่ม ทันทีที่น้ำสมุนไพรเข้าไปในร่างกาย เขาก็รู้สึกโล่งเบาสบายเป็อย่างมาก
อาการเหนื่อยล้าเล็กน้อยจากการขี่ม้าก็หายไป นอกจากนี้เขายังััถึงลมปราณที่วิ่งไปยังจุดต่าง ๆ ในร่างกาย เหมือนกับว่าเขากำลังจะบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงได้อย่างสมบูรณ์ ไม่แปลกใจที่ชิงเอ๋อร์กำชับเอาไว้ว่า อย่าแบ่งน้ำสมุนไพรนี้ให้กับใครพร่ำเพรื่อเด็ดขาด เซียวหนิงหลงถือถุงหนังใส่น้ำสมุนไพรเดินไปหาตันเจียงกับชุนชาน เพื่อแบ่งให้พวกเขาสองคน
ได้ดื่ม และจะเก็บไว้ให้กับครอบครัวของเขาด้วยเช่นกัน
“ตันเจียง ชุนชาน พวกเ้าแยกมาด้านนี้สักประเดี๋ยว” เขาเรียกผู้ติดตามทั้งสองคนให้เดินมาหาอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันพวกสายลับจะได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังจะพูดคุยกัน
“ไม่ทราบว่าซื่อจื่อมีอะไรจะสั่งการพวกเราหรือขอรับ” ตันเจียงเอ่ยถามเพราะถูกเรียกมาห่างจากรถม้าพอสมควร
“หรือว่ามีใครแอบสะกดตามพวกเรามาหรือขอรับซื่อจื่อ” ชุนชานเองก็แปลกใจเช่นกันถึงกับมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัย
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ที่ข้าเรียกพวกเ้ามาตรงนี้ เพราะสิ่งที่จะให้รับรู้พวกเ้าต้องเก็บเป็ความลับ เป็ตายอย่างไรก็ห้ามบอกใครเด็ดขาด พวกเ้าทำได้หรือไม่” เขารู้ว่าสองคนนี้ไม่มีวันทรยศแต่ย้ำเอาไว้หน่อยก็ดี
“พวกเรารับปากว่าจะเก็บเป็ความลับ จะไม่พูดออกมาหากไม่มีคำสั่งจากซื่อจื่อขอรับ” พวกเขาได้รับการดูแลสั่งสอนมาอย่างดี ในจวนชินอ๋องไม่มีทางที่จะทรยศหักหลังเ้านายเด็ดขาด
“ดีมาก พวกเ้าดื่มน้ำสมุนไพรนี้เข้าไป จากนั้นนั่งลงทำสมาธิรวบรวมลมปราณ แล้วจะได้รู้ว่าทำไมข้าถึงบอกให้เก็บเป็ความลับ” เซียวหนิงหลงยื่นถุงน้ำสมุนไพรไปตรงหน้าทั้งสองคน
ตันเจียงรับมาดื่มก่อนแล้วตามด้วยชุนชาน พอทั้งสองได้ดื่มน้ำสมุนไพร ก็ััความแปรปรวนของลมปราณได้ จึงหันมามองหน้ากันด้วยความใระคนสงสัย เกี่ยวกับน้ำสมุนไพรนี้ แต่พวกเขาต้องทำตามที่เ้านายบอกเสียก่อน เพื่อให้พลังยุทธ์ได้บรรลุขั้นเสียที
“พวกเ้าอย่าเพิ่งถามอะไร รีบนั่งลงรวบรวมลมปราณให้นิ่งก่อนเถิด” เซียวหนิงหลงคิดว่าเมื่อกลับไปถึงเมืองหลวง จะแบ่งน้ำสมุนไพรให้เจียวมิ่งและองครักษ์อีกสองสามคน ก่อนจะส่งพวกเขาไปอยู่ข้างกายชิงเอ๋อร์ เพื่อปกป้องดูแลนางแทนเขาไปพลาง ๆ ก่อน
“ซื่อจื่อขอรับ!! นี่มันคือน้ำวิเศษอันใดกัน ข้ารู้สึกว่าลมปราณหนาแน่นขึ้นและร่างกายก็โล่งเบาสบาย อาการล้าก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วยขอรับ” ตันเจียงตื่นเต้นอย่างมาก เพราะเขาพยายามฝึกฝนวรยุทธ์ เพื่อบรรลุขั้นที่เขาติดขัดอยู่มาเป็ปี แต่กลับบรรลุขั้นได้เพราะน้ำสมุนไพร
“ข้าเองก็เช่นกันขอรับซื่อจื่อ น้ำสมุนไพรนั่นมาจากไหนหรือขอรับ ถ้าหน่วยองครักษ์ของเราได้ดื่ม ทุกคนคงจะแข็งแกร่งขึ้นมากเป็แน่” แม้ว่าหน่วยองครักษ์ของชินอ๋องจะแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่หากบรรลุขั้นวรยุทธ์เพิ่มขึ้นย่อมทำงานได้สำเร็จอย่างง่ายดายแน่นอน
“เอาไว้กลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะบอกให้พวกเ้าฟังพร้อมกับเสด็จพ่อ ในเมื่อมันมีประโยชน์มากมายเช่นนี้ ต้องหารือเพื่อวางแผนให้รัดกุม เพื่อปกป้องเ้าของน้ำสมุนไพร ตอนนี้พวกเรารีบออกเดินทางกันต่อเถิด” เขายังไม่้าพูดที่มาของน้ำสมุนไพรในตอนนี้ ค่อยบอกทีเดียวตอนได้พบเสด็จพ่อจะเป็การดีกว่า
“ขอรับ/ขอรับ”
จวนชินอ๋องเซียวหนิงเฉิง ณ เมืองหลวงแคว้นฉู่
เซียวชินอ๋องเป็พระอนุชาร่วมอุทรกับองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ทั้งยังรั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ควบคุมกำลังทหารมากถึงสามแสนนาย ด้วยความเก่งกาจด้านการต่อสู้ ราษฎรแคว้นฉู่จึงตั้งสมญานามให้ว่า ‘เทพาไร้พ่าย’ เซียวชินอ๋องนำทัพทหารออกรบ ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับแคว้นศัตรู เมื่อครั้งพระองค์อายุยี่สิบเอ็ดปี สามารถนำกำลังไปปราบปราม พวกเผ่านอกด่านทิศประจิมได้สำเร็จ จึงได้ทูลขอสมรสพระราชทาน กับคุณหนูไป๋เลี่ยงเฟิ่งบุตรสาวท่านราชครูไป๋ และไม่ขอรับพระชายารองหรืออนุภรรยาเข้าจวน
ขุนนางบางคนไม่เชื่อว่าท่านอ๋องจะไม่รับอนุ พวกเขาพยายามส่งบุตรหลานเข้าจวนอ๋อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือบุตรหลานของพวกเขา ต่างได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ ออกเรือนไปกับทหารชั้นปลายแถวบ้าง หรือไม่ก็บุตรหลานของพ่อค้าบ้าง จนเื่นี้เงียบหายไปนานหลายปี ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นอีก เซียวชินอ๋องมีบุตรธิดาสองคน คือซื่อจื่อเซียวหนิงหลงและท่านหญิงเซียวเยว่เล่อ แม้จะมีบุตรแล้วแต่ความคลั่งรักของเซียวชินอ๋อง ที่มีต่อพระชายายังคงเสมอต้นเสมอปลาย มาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ยามนี้เซียวชินอ๋องกำลังนั่งหยอกล้อพระชายาคนงาม อยู่ในศาลากลางสวนดอกไม้ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก หากคนภายนอกได้เห็นคงจะอิจฉาตาร้อนกันเป็แถว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีคู่เช่นเจียวมิ่ง ที่เดินมาถึงบริเวณสวนดอกไม้ได้สักพัก เห็นภาพตรงหน้าก็ไม่อยากจะเข้าไปขัดความสำราญของเ้านาย แต่ยังไงก็ต้องเข้าไปรายงานเื่สำคัญ ที่ตันเจียงได้ส่งจดหมายมาถึงเขาเมื่อเช้านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะอิจฉาตาร้อนเพียงใดก็ต้องอดทน
“ถวายบังคมท่านอ๋อง พระชายาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอบังอาจขัดความสำราญสักประเดี๋ยวเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เจียวมิ่งยืนทำใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเดินเข้ามาในศาลานี้ได้
“หือ เ้ามีเื่อันใด้ารายงานเปิ่นหวางงั้นหรือเจียวมิ่ง” ท่านอ๋องหันมาถามเจียวมิ่ง ที่เข้ามาด้วยท่าทางลำบากใจเล็กน้อย
“กระหม่อมมีข่าวมารายงาน เนื่องจากเมื่อเช้าได้รับจดหมายจากตันเจียงพ่ะย่ะค่ะ ในจดหมายแจ้งว่าตอนนี้ซื่อจื่อ ได้จับตัวสายลับแคว้นตงหนานได้แล้ว และกำลังนำตัวเดินทางกลับมาเมืองหลวง เพื่อให้ท่านอ๋องทำการไต่สวนพ่ะย่ะค่ะ” เจียวมิ่งไม่รอช้ารีบรายงาน เื่ในจดหมายให้ท่านอ๋องได้ทราบอย่างรวดเร็ว
“แสดงว่าข่าวที่ได้รับมาเป็ความจริงสินะ คนในแคว้นที่ให้ความช่วยเหลือพวกมัน คงจะตำแหน่งใหญ่โตไม่น้อย ยังมีเื่อื่นอีกหรือไม่” เขาเองก็พอคาดการณ์เอาไว้บางส่วน และสั่งให้รองแม่ทัพเย่จัดเตรียมกำลังทหารให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา
“เอ่อ ยังมีอีกเื่ที่ต้องรายงานให้ท่านอ๋อง และพระชายาได้ทรงทราบพ่ะย่ะค่ะ” เื่นี้ต้องขยายเพราะทุกคนรู้ดีว่าซื่อจื่อเป็คนเช่นไร
“มีเื่อันใดเพิ่มเติมจากหลงเอ๋อร์หรือเจียวมิ่ง เ้ารีบพูดมาเถิดอย่าได้ชักช้าอยู่เลย” พระชายาไป๋พอได้ยินว่ามีเื่เกี่ยวกับบุตรชายก็อยากรู้ขึ้นมาบ้าง
“พ่ะย่ะค่ะ ตันเจียงเล่ามาในจดหมายว่า ซื่อจื่อถูกตาต้องใจคุณหนูผู้หนึ่งที่ตำบลหย่งฝู เพียงแต่ว่าอายุของนางกำลังย่างเข้าสิบสามหนาวเท่านั้น ที่สำคัญซื่อจื่อมีคำสั่งให้กระหม่อม เตรียมตัวเดินทางไปยังตำบลหย่งฝู หลังจากที่ซื่อจือกลับมาถึงเมืองหลวงเพื่อไปดูแลคุณหนูผู้นั้นพ่ะย่ะค่ะ” นี่เป็เื่เหนือความคาดหมายของเขาเช่นกัน เพราะซื่อจื่อไม่เคยชายตามองสตรีคนไหนเลย
“หลงเอ๋อร์น่ะหรือถูกตาต้องใจสตรี! และยังเป็เด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นเสียด้วย บุตรชายหน้านิ่งของเปิ่นหวางเฟย ตกหลุมรักสตรีเหมือนคนอื่นแล้วหรือนี่” พระชายาไป๋เองยังไม่อยากเชื่อว่า บุตรชายของตนจะหัวใจเต้นแรงกับสตรีใดได้
“ในที่สุดบุตรชายของเปิ่นหวาง ก็มีความรู้สึกกับเขาบ้างแล้วสินะ ทำตัวเป็นักบวชมาตั้งนาน แต่มาตกม้าตายเพราะเด็กสาวคนหนึ่ง ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ท่านอ๋องยังกลัวว่าบุตรชาย จะไม่ยอมหาลูกสะใภ้ให้เสียแล้ว
“ตันเจียงได้บอกอีกหรือไม่ว่านางชื่อแซ่อันใด ครอบครัวของนางมีกี่คนเป็คนดีหรือไม่ เ้ารีบบอกมาเร็วเข้าเจียวมิ่ง” พระชายาตื่นเต้นจนถามออกมาเป็การใหญ่
“น้องหญิงใจเย็น ๆ เราปล่อยให้เจียวมิ่งค่อย ๆ เล่าให้ฟังดีไหม” ท่านอ๋องเห็นท่าทางของพระชายาแล้ว ก็ต้องรีบเข้าไปห้ามนางเอาไว้ก่อน เล่นถามออกมาเป็ชุดเช่นนี้ เจียวมิ่งไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี
“ทูลพระชายา ครอบครัวของคุณหนูผู้นี้มีกันอยู่ห้าคนพ่ะย่ะค่ะ หัวหน้าครอบครัวชื่อว่าสวีลู่เวิน ภรรยาเฟยฟางซิน ส่วนบุตรชายคนโตสวีลู่จื้อ บุตรชายคนรองสวีลู่เสียน และบุตรสาวคนเล็กสวีลู่ชิงพ่ะย่ะค่ะ เดิมทีบิดาของคุณหนูลู่ชิง เป็บุตรชายคนรองของนายท่านอู๋ เ้าของกิจการผ้าไหมรายใหญ่ของเมืองหลวง ด้วยความฉลาดด้านการค้าทำให้คุณชายใหญ่อิจฉาจึงสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้าย จนถูกนายท่านอู๋ตัดชื่อพวกเขาออกจากผังตระกูลและขับไล่ออกจากจวน ครอบครัวนี้จึงเดินทางกลับบ้านเดิมของมารดาคุณชายลู่เวิน ที่อยู่ในตำบลหย่งฝู จากนั้นได้ทำการเปลี่ยนไปใช้แซ่สวีจนถึงตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ” เจียวมิ่งหยุดหายใจครู่หนึ่ง
“แล้วซื่อจื่อของพวกเ้า ไปพบเจอเด็กสาวได้อย่างไรเล่า” ท่านอ๋องถามอย่างสนใจ
“ตันเจียงบอกมาว่า เช้าวันที่ไปถึงตำบลหย่งฝู ซื่อจื่อนั่งพักในร้านน้ำชา อยู่ฝั่งตรงข้ามกับแผงขายของในตลาด ซึ่งคุณหนูลู่ชิงและครอบครัว ได้เปิดแผงขายอาหารอยู่ตรงนั้นพอดี ซื่อจื่อได้เห็นรอยยิ้มของคุณหนูก็เอาแต่จ้องมองตาไม่กระพริบ และยังให้ตันเจียงไปเหมาซื้ออาหาร ที่แผงของนางมาทานเองเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือซื่อจื่อได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ที่มาต่อแถวรอซื้ออาหารทุกคนพ่ะย่ะค่ะ” แค่เห็นรอยยิ้มก็จ่ายเงินเหมาอาหารไปหลายตำลึงแล้วเ้านายของข้า ร้อยวันพันปีแม้แต่จะชายตาแลสตรี ก็ยังไม่เคยเห็นแล้วยามนี้คืออะไร
“น่าสนใจจริง ๆ เปิ่นหวางเฟยชักอยากจะเห็นตัวจริงของนางเสียแล้วสิ คนที่ทำให้บุตรชายหน้านิ่งเคร่งขรึมคนนี้ ตกหลุมรักั้แ่แรกเห็นได้ เสด็จพี่เห็นด้วยหรือไม่เพคะ” พระชายาไป๋อยากจะเจอลู่ชิงจริง ๆ รอหลงเอ๋อร์กลับมา คงต้องซักถามเื่ราวกันเสียหน่อยแล้ว
“ยังมีเื่ที่ซื่อจื่อจะให้กระหม่อม เดินทางไปดูแลคุณหนูลู่ชิง เพราะว่าคุณหนูใกล้จะเปิดร้านขายอาหารเป็ของตัวเองแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ใน่ปรับปรุงร้านค้าพ่ะย่ะค่ะ” เขาอยากจะไปเร็ว ๆ แล้ว เพราะพวกตันเจียงกับชุนชานบอกว่า คุณหนูลู่ชิงทำอาหารอร่อยมาก
“เ้าก็ทำตามที่อาหลงสั่งเตรียมตัวไว้ให้พร้อม หลังจากอาหลงกลับมาถึงเมืองหลวงสองสามวัน เ้าค่อยออกเดินทางไปที่นั่นก็แล้วกัน” ถึงกับส่งองครักษ์ไปดูแลส่วนตัว แสดงว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของเขาอย่างไร
ก็ต้องเป็เด็กสาวคนนี้สินะ
“มีอีกเื่ที่เกี่ยวกับท่านหญิงเยว่เล่อพ่ะย่ะค่ะ ซื่อจื่อสั่งให้เพิ่มองครักษ์ติดตามท่านหญิง เพราะเมื่อสองเดือนก่อนตระกูลอู๋ เพิ่งจะส่งแม่สื่อมาทาบทามท่านหญิงแต่ถูกท่านอ๋องปฏิเสธไป ซื่อจื่อเกรงว่าคนตระกูลอู๋จะใช้วิธีสกปรกกับท่านหญิง เพื่อให้ได้เกี่ยวดองกับท่านอ๋อง จากนั้นกิจการของตระกูลอู๋ คงจะกลับมาค้าขายได้เช่นเดิมพ่ะย่ะค่ะ” เกือบลืมเื่นี้ไปเสีย แล้วมัวแต่พูดถึงเื่คุณหนูลู่ชิง และเอาแต่คิดถึงเื่ที่ว่านางทำอาหารได้อร่อยมากนั่นอีก
“คนพวกนี้หวังจะพึ่งอำนาจของเปิ่นหวาง ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองกันสินะ เ้าจัดการตามคำสั่งของอาหลงอย่างเคร่งครัด ส่วนเื่ตระกูลอู๋ค่อยให้อาหลง ไปจัดการด้วยตัวเองก็แล้วกัน” บุตรชายของตนคงอยากจะเอาคืนให้นางในดวงใจด้วยตนเองมากกว่า
“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ” เจียวมิ่งรับคำแล้วก็รีบออกจากศาลาไปทันที เพราะเหม็นความรักของเ้านายจนทนไม่ไหวแล้ว
ตระกูลอู๋ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบาย แต่ไม่รู้ตัวว่าตระกูลของตนกำลังมีมือมืด ย่างกลายเข้ามาหยิบยื่นความลำบากให้กับตระกูล ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้แล้ว
