จางเหวินมาถึงสมาคมหนูท่ออีกครั้ง ทว่าในคราวนี้เขาไม่ได้ใช้ร่างจริงของเขาในการมาเยือนที่นี่อีกครั้ง ตอนนี้ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมหลังเดิมคือสตรีร่างบางในชุดคลุมดำสนิท ผ้าคลุมปิดบังั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้แต่ลมหายใจก็ยังดูราวกับไม่มีตัวตน หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงมาก ย่อมไม่มีทางแยกออกว่านี่เป็เพียงร่างแยกน้ำของจางเหวิน
นางเดินเข้าไปอย่างสงบนิ่งพร้อมถามหาห้องหมายเลข 777
ชายชราที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาขุ่นมัวเหลือบมองเพียงแวบเดียวก่อนจะเอ่ยเสียงแหบ
“คุณหนู้าหมอนกับผ้าห่มกี่ใบ”
“อย่างละ 10” เสียงของสตรีดังขึ้นอย่างแ่เบา ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์
ชายชรายิ้มบาง ๆ ก่อนจะโยนกุญแจให้ ประตูมิติสีดำปรากฏขึ้นข้างบันไดด้านขวา เงามืดหมุนวนราวกับปากอสูรที่รอคอยเหยื่อมานาน
เมื่อนางก้าวผ่านเข้าไป ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็ห้องรับแขกที่เงียบงัน ชายชุดดำทะลุออกมาจากความว่างเปล่าเช่นเคยและโค้งคำนับเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่าท่าน้าสิ่งใด”
หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูดอ้อมค้อมใดๆ นางยื่นแหวนมิติสีเทาหม่นออกไปวางบนโต๊ะ
“ช่วยส่งแหวนวงนี้ให้กับ จางหลิน ผู้ท้าชิงตำแหน่งพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล”
ชายชุดดำชะงักไปเพียงลมหายใจเดียว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ค่าบริการหนึ่งหมื่นห้าพันหินิญญาระดับสูงสุด”
หญิงสาวผู้นั้นสะบัดมือ หินิญญาระดับสูงสุดนับไม่ถ้วนลอยออกมาราวกับสายธาร เสียงกระทบกันดังกังวานทั่วห้อง
“ส่งให้ถึงมือเขาโดยตรง”
“รับทราบ”
ชายชุดดำพูดตอบรับทันที โดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม สมาคมหนูท่อไม่เคยสนใจว่าใครคือผู้ว่าจ้าง พวกเขาสนเพียงค่าตอบแทนเท่านั้น
หญิงสาวหันหลังจากไปทันที เมื่อร่างของนางออกจากโรงเตี๊ยมไประยะหนึ่ง ร่างกายของนางก็สลายเป็ละอองน้ำหายไปในความมืดราวกับไม่เคยมีอยู่
แต่เพียงครู่เดียวต่อมา ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาแทนที่ รูปลักษณ์แตกต่างโดยสิ้นเชิง ใบหน้าคมชัด ผิวคล้ำเล็กน้อย การบ่มเพาะอยู่เพียงระดับการรวมร่างขั้นปลาย ดูไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย
เขาพูดประโยคเดิม รับกุญแจ และก้าวผ่านประตูมิติสีดำอีกครั้ง ชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นเช่นเดิม
ชายวัยกลางคนที่เป็ร่างแยกของจางเหวินกล่าวอย่างช้า ๆ
“ช่วยกระจายข่าวให้หน่อย พรุ่งนี้เมืองดาบ์จะมีฝนพิษตกลงมา ให้ทุกคนหลีกเลี่ยงเม็ดฝนเ่าั้อย่างเด็ดขาด หากโดนเข้าแม้เพียงหยดเดียว ผลลัพธ์ไม่อาจคาดเดาได้”
ชายชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ค่าบริการ 500 หินิญญาระดับสูงสุด”
หินิญญาถูกส่งมอบทันทีโดยไม่ลังเล
“ภายในคืนนี้ ข่าวจะถูกปล่อยผ่านทุกช่องทางใต้ดิน ั้แ่สมาคมทหารรับจ้างไปจนถึงตลาดมืด” ชายชุดดำกล่าวยืนยัน
ร่างแยกชายพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินออกมา
เมื่อเขาก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยม ชายชราหน้าประตูยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาครึ่งหลับครึ่งตื่น จางเหวินในร่างแยกทำท่าทางราวกับกำลังเปิดรูปแบบเคลื่อนย้าย พลังปราณสั่นะเืเล็กน้อย ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็หยดน้ำใส และหายไปอย่างเงียบงัน
ยามราตรีก่อนรุ่งสาง เมืองดาบ์ค่อย ๆ เงียบลง แสงค่ายกลบนกำแพงเมืองยังคงส่องวูบไหว ขณะที่ภายนอกเมือง ร่างแยกหยดน้ำหลายสายได้แยกตัวออกจากร่างหลักของจางเหวิน ลอยเลาะไปตามลมอย่างแเี ไม่มีใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมันแม้แต่น้อย
หนึ่งในนั้นไหลตามสายน้ำไปจนถึงแม่น้ำสายใหญ่ทางทิศตะวันออก กระแสน้ำกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา พลังวารีบริสุทธิ์แผ่กระจายอยู่ตลอดลำน้ำ จางเหวินควบคุมหยดน้ำทั้งหมดให้รวมตัวกัน กลายเป็ม่านน้ำขนาดมหึมา ก่อนจะค่อย ๆ ดันมันขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเงียบเชียบ
เมฆฝนเริ่มก่อตัว และมันไม่ใช่เมฆธรรมดา หากแต่เป็กลุ่มเมฆที่ถูกหลอมรวมด้วยพลังวารีของเขาเอง ทุกหยดน้ำถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ ฝนที่กำลังจะตกลงมานั้น… ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎฟ้าดินของโลกอีกต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง
ภายในหอการค้าัขาว จางเหวินนั่งพิงเก้าอี้ไม้ พลางจิบชาร้อนอย่างสงบ เสียงฝนโปรยปรายดังต่อเนื่องจากด้านนอก เม็ดฝนตกกระทบหลังคาและพื้นหินเป็จังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาเข้ม ราวกับทั้งเมืองถูกกลืนเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง
เขาเหลือบมองออกไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
ตอนนี้จำนวนครั้งในการลงทุนของเขาเพิ่มขึ้นเป็ห้าครั้งแล้ว แต่ในมือกลับยังไม่มีสิ่งใดคุ้มค่าพอจะนำมาใช้ลงทุนจริง หินิญญาระดับสูงสุดแม้จะมีมากมาย ทว่าหากนำไปลงทุนก็ไม่ต่างอะไรจากการสิ้นเปลืองโอกาส
โดยเฉพาะตอนนี้เขามีเพียงแค่ิหยวนเท่านั้นที่คุ้มค่าการลงทุนที่สุดแต่การลงทุนกับผู้ที่มีโชคสีดำเท่ากับการท้าทาย์ มันก็มีความเสี่ยงของมันเช่นกัน
หากจะยอมเสี่ยง อย่างน้อยสิ่งที่ใช้ต้องเป็ของระดับนักบุญ หรือไม่ก็ระดับจักรพรรดิขึ้นไปเท่านั้น มิฉะนั้นผลตอบแทนย่อมไม่คุ้มกับการตามล่าที่รออยู่
ขณะกำลังครุ่นคิด มือของจางเหวินก็ลูบผ่านแหวนมิติบนปลายนิ้วโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นจากภายในแหวน
“พี่ชาย พี่ชาย ท่านได้ยินเสียงข้าหรือเปล่า?”
ริมฝีปากของจางเหวินยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏในยามปกติผุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาฝากสมาคมหนูท่อไปส่ง… จะถึงมือผู้รับแล้ว
“ได้ยินแล้ว ไอ้ตัวแสบ” เขาตอบกลับอย่างผ่อนคลาย “ตอนนี้เ้าเป็อย่างไงบ้าง”
อีกฟากหนึ่ง เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในห้องฝึกขนาดกว้างใหญ่ ผนังทั้งสี่ด้านฝังหินิญญาระดับสูงสุดนับไม่ถ้วน พลังิญญาหนาแน่นยิ่งกว่าเมืองดาบ์หลายเท่า ใบหน้าของเขาคล้ายจางเหวินอยู่หลายส่วน ดวงตาคมสว่าง รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน
จางหลินยิ้มกว้าง หัวใจเต้นแรงอย่างจนแทบจะะเิเมื่อได้ยินเสียงพี่ชายตัวเองอีกครั้ง
“พี่ชาย ข้าสบายดีมาก พี่สะใภ้ดูแลข้าดีสุด ๆ เลย แล้วตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน ท่านาเ็หรือไม่ ้าทรัพยากรอะไรไหม ตอนนี้ข้าร่ำรวยมากนะ ถ้าท่าน้า ข้าจะส่งไปให้หมดเลย เพราะตอนนี้ข้าเป็ผู้ท้าชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์คนต่อไป”
จางเหวินหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วงข้า ตอนนี้ข้าอยู่ในทวีปลมดำนี่แหละ ส่วนสถานที่เ้ายังไม่ต้องรู้ตอนนี้หรอก ข้าอยู่ในสถานที่ปลอดภัยพอสมควร”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง
“แล้วเ้าละ… เื่ที่เ้าขุดกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองขึ้นมา เ้าบ้าหรือเปล่า??”
จางหลินหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงของเขาฟังดูผ่อนคลายกว่าที่จางเหวินคาดไว้มาก
“ข้าสบายดีพี่ชาย แต่ข้ามีเหตุผลนะ ตอนนี้ข้าเริ่มหัดใช้สมองตามที่ท่านบอกแล้ว”
จางเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขา
“ไหนลองพูดให้ฟังหน่อยว่าเ้าใช้มันอย่างไง”
อีกด้านหนึ่ง เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
“ฮิฮิ ข้าแลกกระดูกศักดิ์สิทธิ์กับโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิมา”
คำพูดนั้นทำให้จางเหวินชะงักไปชั่วขณะ
โอสถเพลิงฟีนิกซ์์… โอสถระดับจักรพรรดิที่เป็สมบัติของตระกูลฟีนิกซ์ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ด้วยหินิญญา
“ด้วยสรรพคุณของเม็ดยามันสามารถคืนชีพคนตายได้เลยนะ” จางหลินพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ข้าแลกมันมาหลังจากข้าได้ข่าวของท่านถูกบรรพบุรุษของตระกูลกู่ะเิร่างไป”
เสียงของเขาแ่ลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ
“เผื่อว่าท่านพลาดท่าเสียชีวิตไปแล้ว ตอนที่ข้าไปเอาจิติญญาของท่านที่ซ่อนไว้ในถ้ำแห่งกาลเวลามา พอท่านคืนชีพ ท่านก็ได้กินโอสถเม็ดนั้น การบ่มเพาะของท่านจึงกลับคืนมาในทันทีไม่ใช่หรือ”
จางเหวินหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงนั้นแฝงความรู้สึกซับซ้อนจนยากจะอธิบาย เขาและจางหลินนั้นได้แอบทิ้งเศษเสี้ยวจิติญญาไว้ในสถานที่ลับที่เรียกว่าถ้ำแห่งกาลเวลา หากว่าคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตพวก คนที่รอดสามารถไปคืนชีพคนที่เสียชีวิตผ่านเศษเสี้ยวจิติญญานี้ได้
“ข้าละเหลือเชื่อจริงๆ ช่างเถอะ”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ
“แล้วการบ่มเพาะของเ้าล่ะ หลังจากเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ไป ตอนนี้เป็อย่างไงบ้าง”
จางหลินตอบโดยไม่ลังเล
“ตอนนี้ข้าอยู่ใน่ฟื้นฟู แก่นพลังยังไม่กลับมา การบ่มเพาะจึงยังไม่มี แต่พี่สะใภ้บอกว่าข้าไม่ตายก็ถือว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว ทางดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองก็กำลังเร่งหาทรัพยากรมาให้ข้าอยู่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะถูกขัดขวางโดยคนที่ชื่อหวังเถิงอะไรนี้แหละ”
จางเหวินหลับตาลงชั่วขณะ เขาเอ่ยขึ้นในใจอย่างเงียบงัน
“ระบบ มานี่”
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นใกล้หู
[ข้าอยู่นี่แล้ว โฮสต์]
“เ้าสามารถลงทุนระยะไกลได้หรือไม่”
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
[ข้าทำไม่ได้]
จางเหวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ นั่นเป็สิ่งที่เขาคาดเดาไว้แล้ว แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ เสียงของระบบกลับเปลี่ยนเป็จริงจังผิดปกติ
[แต่… จางหลินนั้นพิเศษ ข้าสามารถละเว้นกฎบางข้อให้ท่านได้]
ดวงตาของจางเหวินหรี่ลงเล็กน้อย
“ทำไม”
ระบบเงียบไปอีกครั้ง ราวกับกำลังต่อสู้กับข้อจำกัดบางอย่างภายในตัวเอง ก่อนจะกล่าวช้า ๆ
[ขออภัย… โฮสต์… ข้ายังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ในตอนนี้]
[ข้าแนะนำให้ท่านไปถึงระดับการบ่มเพาะที่เหนือกว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ หรือสูงกว่านั้น แล้วค่อยถามข้าอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะตอบโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย]
คำพูดนั้นทำให้ห้องเงียบลงทันที แม้แต่เสียงฝนด้านนอกก็ราวกับแ่ลงในหูของจางเหวิน
เขานิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างช้า ๆ คล้ายเส้นด้ายหลายสายกำลังพันเกี่ยวกันอย่างยุ่งเหยิง
