สาวสวยได้โน้มตัวลงบนหมอนด้วยท่าที่เย้ายวนไม่มีแม้แต่ด้ายเส้นเดียวบนตัวของเธอ แต่จุดสำคัญของหน้าอกถูกปิดด้วยแขนที่กำลังถือหนังสือขาของเธอไขว่ห้างจึงมองไม่เห็นอะไรแถมยังน่าดึงดูดยิ่งขึ้นครั้งนี้ขาเรียวยาวอันงดงามของสาวสวยถูกโชว์เต็มที่ มันน่าดึงดูด เรียบเนียนมีหน้าท้องที่แบนเรียบไม่มีไขมันส่วนเกิน และเอวเล็กๆ ของเธอก็ชวนลุ่มหลงแบบสุดๆ
สามารถมั่นใจว่ารูปนี้เป็รูปจริงที่ถูกถ่ายโดยคนจริงแถมยังน่าหลงใหลกว่ารูปสาวที่โหลดได้จากเน็ตอีกจุดสำคัญที่รูปแบบนี้เย้ายวนชวนมองเพราะมีขาที่สวยงามและหน้าอกที่งามหยดย้อย
อย่างไรก็ตามสายตาของฉินเฟิงเกาะติดใบหน้าที่ชวนลุ่มหลงและเมินส่วนอื่นๆของเธอทุกส่วน
ความสวยของผู้หญิงไม่ใช่จุดสำคัญจุดสำคัญคือฉินเฟิงรู้จักผู้หญิงคนนี้นั่นคือเ้านายของเขาหลี่อวี่เฉินที่เขาเพิ่งคิดถึงนั่นเอง
ฉินเฟิงค่อนข้างสนใจในตัวของหลี่อวี่เฉินเธอเป็ผู้หญิงที่สวยและฉลาด เธอดูดีมากในชุดทำงานและใส่แว่นกรอบดำเธอเป็สาวออฟฟิศที่ยั่วสวาทโดยแท้
ในอดีตตอนที่ฉินเฟิงไม่ได้ทำงานเขาไม่ได้สนใจในสาวออฟฟิศเลย แต่ตอนนี้เขากำลังทำงานและเริ่มงานเป็พนักงานฝ่ายขายเขาสนใจอย่างมากในเื่รักใคร่ในออฟฟิศ โดยเฉพาะพวกเ้านายหญิงของเขาทุกครั้งที่เขาไปออฟฟิศของหลี่อวี่เฉิน เขาอยากจะจับกดเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเ้านายคนนี้ก็ไม่ได้สนใจเขาเลยและไม่ได้ให้ท่าเขาแม้แต่น้อย
เขาไม่เคยคิดว่าที่จริงแล้วหลี่อวี่เฉินเป็ผู้หญิงที่ดูเ็าแค่ภายนอกแต่ภายในกลับรุ่มร้อน
ตอนกลางคืนเธอแอดเขาเป็เพื่อนและส่งรูปยั่วสวาทไปให้เขาเดี๋ยวสิ...เธอรู้ตัวจริงของเขาว่าเป็นายน้อยฉินได้อย่างไร?
“มันต้องเป็ตอนที่ซุนเย่กับหวังอิ่งมาทำวางท่าและซื้อคฤหาสน์แน่ๆรองผู้จัดการฝ่ายบริหารหวังจุนอาจจะแสดงความเคารพมากเกินไปหลี่อวี่เฉินก็เลยรู้ว่าฉันคือใคร” ฉินเฟิงพึมพำกับตัวเองและเดา “ใช่แล้วต้องเป็อย่างนั้นแน่ๆ”
หลังจากยืนยันว่าคนคนนั้นคือหลี่อวี่เฉินฉินเฟิงก็สนใจในทันที เขารีบตอบ “ไม่เลว เธอสวยจริงๆแซงแถวได้...ทำไมไม่ส่งรูปที่ไม่ได้ปิดหน้าอกมาล่ะ?”
หลังจากที่ส่งรูปไปหลี่อวี่เฉินรอการตอบกลับอย่างกระวนกระวาย เมื่อเธอเห็นว่านายน้อยฉินชอบเธอเธอก็เริ่มตื่นเต้นนิดหน่อย อย่างไรก็ตามหลี่อวี่เฉินอยู่ในสถานการณ์ลำบากเมื่อเห็นข้อความถัดไปของเขา
หลังจากลังเลสักพักเธอตอบ “นายน้อยฉินคะ เราเพิ่งจะพบกันคืนนี้มันคงไม่ดีที่จะทำอะไรเร็วไป...ทำไมเราไม่คุยกันสักนิดทุกคืนั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเพื่อที่จะค่อยๆรู้จักกันมากขึ้นล่ะ? และเมื่อถึงเวลาเราก็นัดเจอกันได้ กินข้าวด้วยกัน และไปยังขั้นต่อไป”
ฉินเฟิงผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความนี้แต่หลี่อวี่เฉินรู้ตัวจริงเขาแล้ว พวกเขาคงได้เห็นกันบ่อยในที่ทำงานดังนั้นฉินเฟิงจึงไม่สามารถหยาบคายเกินไปได้
“โอเค งั้นไปพักผ่อนเสียนะคนสวย แล้วเจอกันพรุ่งนี้!”ฉินเฟิงหมายความว่าเขาคงจะเห็นเธอในที่ทำงานพรุ่งนี้
หลี่อวี่เฉินเห็นข้อความและเข้าใจว่าพวกเขาจะคุยกันต่ออีกครั้งในคืนพรุ่งนี้ดังนั้นเธอจึงตอบ “ฝันดีค่ะนายน้อยฉิน เจอกันพรุ่งนี้!”
…
ฉินเฟิงและหลี่อวี่เฉินต่างคิดเื่กันและกันจนค่อยๆ หลับใหลเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน
ในซอยร้างที่อยู่นอกเมืองเว่ยเฉิงที่นั่นมีการต่อสู้อันน่ากลัวกำลังเกิดขึ้น
มันเป็คืนแห่งการฆ่าฟันที่ดวงจันทร์มืดมิดและลมกระโชกแรงมีชายชราวิ่งกุมแผลสุดชีวิต ข้างหลังของเขาเป็ชายตัวใหญ่สี่คนใส่ชุดและแว่นสีดำ
ทั้งสี่ไม่ได้ใส่แว่นดำในตอนกลางคืนเพื่อให้ดูเท่แต่แว่นดำมีระบบต่างๆ และตอนนี้ก็ถูกใช้เป็แว่นมองกลางคืนพวกเขามองเห็นในที่มืดอย่างชัดเจน มืดจนถึงขนาดคนธรรมดามองมือของตัวเองไม่เห็น
ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้วชายชราคนนี้กำลังเผชิญกับความตาย!
“พ..พวกเ้าเป็ใคร? ทำไมถึงพยายามตามฆ่าข้า?”ชายชรารู้ว่าเขาไม่มีที่ให้หนีแล้ว เขาจึงหยุด เขาหอบและมองไปหาทั้งสี่คน
“แกก็รู้ว่าแกหาเื่ใครอยู่ และแกก็รู้เื่ความแค้นมานานแล้วจงดีใจเสียเถอะที่แกอยู่ได้จนถึงตอนนี้”ชายที่วิ่งนำมาในชุดดำหยิบปืนพกสีดำสนิทออกมาและเล็งไปที่ชายชรา
แขนขาของชายชราหมดแรงและทรุดลงกับพื้นเหมือนลูกบอลแฟบ
เขาไม่ใช่ใครอื่นเขาคือประมุขตระกูลฮ่าวที่เพิ่งเริ่มากับตระกูลฉิน ฮ่าวหลงเทียน
ฮ่าวหลงเทียนเดามานานแล้วว่าคนพวกนี้ต้องถูกส่งมาโดยตระกูลฉินมันเป็อย่างที่ชายชุดดำบอกสมาชิกหลักของตระกูลฮ่าวถูกฆ่าล้างโดยตระกูลฉินไปนานแล้วและฮ่าวหลงเทียนก็ควรพึงพอใจที่เขาอยู่ได้จนถึงตอนนี้
เขาประเมินความสามารถและอิทธิพลของตระกูลฉินต่ำไปตอนแรกเขาคิดว่าจะสู้ตาย แม้ว่าจะเอาชนะตระกูลฉินไม่ได้แต่อย่างน้อยเขาก็จะลากพวกมันให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ได้ทว่าฮ่าวหลงเทียนไม่ได้แตะต้องเส้นขนบนตัวของฉินเฟิงและฉินหวงเลยแม้แต่ปลายก้อยอีกทั้งตระกูลฮ่าวก็ถูกฆ่าล้างจนสิ้น
ปัง!
เสียงปืนดังออกมาฮ่าวหลงเทียนหลับตาและพร้อมที่จะกล่าวลากับชีวิตที่ไม่น่าพอใจ
ปังๆๆๆ!
แล้วก็มีเสียงปืนดังอีกสามนัดฮ่าวหลงเทียนตื่นทันที เขารู้ว่าปืนไม่ได้ยิงมาที่เขาและเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บของะุปืน
ฉากตรงหน้าสายตาของเขาทำให้ฮ่าวหลงเทียนเบิกตากว้างและอ้าปากค้างหน่วยรักษาความปลอดภัยตัวใหญ่โตของตำหนักฉินที่กำลังยืนอยู่ในตอนแรกได้นอนจมกองเืทุกคนฮ่าวหลงเทียนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงร้องรอบตัวของพวกเขา เขาแค่ได้ยินเสียงปืนสี่นัดและทั้งสี่คนก็ตายหมด
นี่แสดงให้เห็นชัดถึงความแม่นของนักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่
พวกเขาโดนยิงเข้าจุดตายและไม่แม้แต่จะมีโอกาสสู้กลับ
“ใครน่ะ? ใครกำลังซ่อนอยู่? ออกมานะรีบออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงของฮ่าวหลงเทียนสั่นเทาขณะที่ะโเขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็มิตรหรือศัตรู
ตอนนี้เขาตกอยู่ในความกลัวที่จะถูกฆ่าตอนไหนก็ไม่รู้
“ฮ่าวหลงเทียน ถูกไหม?” ทันใดนั้นสายลมสดชื่นก็ผ่านฮ่าวหลงเทียนไปและมีคนโผล่มาอย่างฉับพลัน
บุคคลนี้แต่งชุดสีดำสนิทและใส่หน้ากากสีดำที่ไม่มีใครมองเห็นว่าเขาหน้าตาเป็อย่างไรเขาเหมือนกับิญญาไร้เงาในยามค่ำคืนที่ไม่มีร่องรอยของตัวเองเกือบจะทำให้ฮ่าวหลงเทียนกลัวจนหัวใจกระเด็นออกมา
“ท่านเป็ตัวอะไร? ท่าน้าจะทำอะไร?” เมื่อเผชิญหน้ากับชายชุดดำ ฮ่าวหลงเทียนมีท่าทีใมากยิ่งขึ้น
“แกไม่จำเป็ต้องรู้จักฉันหรอก และยิ่งไปกว่านั้นแกไม่จำเป็ต้องกลัวว่าฉันจะทำร้ายแก” เสียงของผู้ชายทุ้มลึก เขาพูดแบบไม่แยแส“ตรงกันข้าม ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยแก!”
“ช่วยแกแก้แค้นและกำจัดฉินเฟิง”
เมื่อเขาพูดถึงฉินเฟิงความกลัวบนใบหน้าของฮ่าวหลงเทียนก็แปรเปลี่ยนเป็ความดุร้ายทันที เขากัดฟันและบอก“ท่าน ถ้าท่านช่วยข้าฆ่าฉินเฟิง ข้าจะทำทุกอย่าง”
“ฉันจะไม่ช่วยแกฆ่ามันเป็การส่วนตัว” เสียงของชายชุดดำฟังดูไม่แยแสั้แ่เริ่มยันจบไม่มีเศษเสี้ยวของอารมณ์อยู่เลย “แต่ฉันหาทางให้แกฆ่าฉินเฟิงได้”
ขณะที่พูดชายชุดดำก็โยนนามบัตรสีทองลงบนพื้น มันมีตัวอักษรตัวใหญ่ที่แกะสลักบนบัตรว่า“กลุ่มมือสังหารทองคำ” เป็ตัวอักษรสีทองส่องประกายและยิ่งเรืองแสงมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด
“นี่คือกลุ่มนักฆ่าอันดับหนึ่งในประเทศพวกมันรับแต่ทองคำเป็ค่าตอบแทนเท่านั้น และพวกมันก็ไม่เคยล้มเหลวเมื่อได้รับมอบหมายแกรู้สิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว”
